๒. โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ

๑. ปพฺพตวคฺโค

๑. หิมวนฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๘๒. โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส ปฐเม นาคาติ อิเมปิ มหาสมุทฺทปิฏฺเฐ อูมิอนฺตรวาสิโนว, น วิมานฏฺฐกนาคา. เตสํ หิมวนฺตํ นิสฺสาย กายวฑฺฒนาทิสพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. โพชฺฌงฺเคติ เอตฺถ โพธิยา, โพธิสฺส วา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. กึ วุตฺตํ โหติ? ยา หิ อยํ ธมฺมสามคฺคี, ยาย โลกิยโลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหน กามสุขตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตาย สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตาย ธมฺมสามคฺคิยา อริยสาวโก พุชฺฌตีติ กตฺวา โพธีติ วุจฺจติ. พุชฺฌตีติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรตีติ วุตฺตํ โหติ. ยถาห ‘‘สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๘; ที. นิ. ๓.๑๔๓). ตสฺสา ธมฺมสามคฺคิสงฺขาตาย โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิย. โยเปส ยถาวุตฺตปฺปการาย เอตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา อริยสาวโก โพธีติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺคาติปิ โพชฺฌงฺคา เสนงฺครถงฺคาทโย วิย. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา – ‘‘พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ วา โพชฺฌงฺคา’’ติ.

อปิจ ‘‘โพชฺฌงฺคาติ เกนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา? โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, ปฏิพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา, สมฺพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’อิจฺจาทินา (ปฏิ. ม. ๒.๑๗) ปฏิสมฺภิทานเยนาปิ โพชฺฌงฺคตฺโถ เวทิตพฺโพ.

สติสมฺโพชฺฌงฺคนฺติอาทีสุ ปน ปสตฺโถ สุนฺทโร จ โพชฺฌงฺโคติ สมฺโพชฺฌงฺโค. สติเยว สมฺโพชฺฌงฺโคติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, ตํ สติสมฺโพชฺฌงฺคนฺติ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ, อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน ปุนปฺปุนํ ชเนติ, อภินิพฺพตฺเตตีติ อตฺโถ. วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีนิ โกสลสํยุตฺเต ‘‘สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิต’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.

อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ, สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ, นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตนฺติ, วิเวกตฺตยเมว วุตฺตํ, โพชฺฌงฺคภาวนํ ปตฺวา ปน ปญฺจวิธวิเวกนิสฺสิตมฺปิ เอเก วณฺณยนฺติ. เต หิ น เกวลํ พลววิปสฺสนามคฺคผลกฺขเณสุ เอว โพชฺฌงฺเค อุทฺธรนฺติ วิปสฺสนาปาทก-กสิณชฺฌาน-อานาปานาสุภ-พฺรหฺมวิหารชฺฌาเนสุปิ อุทฺธรนฺติ, น จ ปฏิสิทฺธา อฏฺฐกถาจริเยหิ. ตสฺมา เตสํ มเตน เอเตสํ ฌานานํ ปวตฺติกฺขเณ กิจฺจโต เอว วิกฺขมฺภนวิเวกนิสฺสิตํ. ยถา จ วิปสฺสนากฺขเณ ‘‘อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิต’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ปฏิปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตมฺปิ ภาเวตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

๒. กายสุตฺตวณฺณนา

๑๘๓. ทุติเย อาหารฏฺฐิติโกติ ปจฺจยฏฺฐิติโก. อาหารํ ปฏิจฺจาติ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ. สุภนิมิตฺตนฺติ สุภมฺปิ สุภนิมิตฺตํ, สุภสฺส อารมฺมณมฺปิ สุภนิมิตฺตํ. อโยนิโสมนสิกาโรติ อนุปายมนสิกาโร อุปฺปถมนสิกาโร อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ วา, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ, อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ วา, อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ วา, มนสิกาโร. ตํ ตสฺมึ สุภารมฺมเณ พหุลํ ปวตฺตยโต กามจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, สุภนิมิตฺต’’นฺติอาทิ. เอวํ สพฺพนีวรเณสุ โยชนา เวทิตพฺพา.

ปฏิฆนิมิตฺตนฺติอาทีสุ ปน ปฏิโฆปิ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปฏิฆารมฺมณมฺปิ. อรตีติ อุกฺกณฺฐิตา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ กตมา อรติ? ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อรติตา อนภิรติ อนภิรมนา อุกฺกณฺฐิตา ปริตสฺสิตา, อยํ วุจฺจติ อรตี’’ติ (วิภ. ๘๕๖).

ตนฺทีติ อติสีตาทิปจฺจยา อุปฺปนฺนํ อาคนฺตุกกายาลสิยํ. ยสฺมึ อุปฺปนฺเน ‘‘อติสีตํ อติอุณฺหํ อติจฺฉาโตสฺมิ อติธาโตสฺมิ อติทูรมคฺคํ คโตสฺมี’’ติ วทติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ กตมา ตนฺทิ, ยา ตนฺที ตนฺทิยนา ตนฺทิมนกตา อาลสฺยํ อาลสฺยายนา อาลสฺยายิตตฺตํ, อยํ วุจฺจติ ตนฺที’’ติ (วิภ. ๘๕๗).

วิชมฺภิตาติ กิเลสวเสน กายวินมนา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ กตมา วิชมฺภิตา? ยา กายสฺส ชมฺภนา วิชมฺภนา อานมนา วินมนา สนฺนมนา ปณมนา พฺยาธิยกํ, อยํ วุจฺจติ วิชมฺภิตา’’ติ (วิภ. ๘๕๘).

ภตฺตสมฺมโทติ ภตฺตปริฬาโห. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ กตโม ภตฺตสมฺมโท? ยา ภุตฺตาวิสฺส ภตฺตมุจฺฉา ภตฺตกิลมโถ ภตฺตปริฬาโห กายทุฏฺฐุลฺลํ, อยํ วุจฺจติ ภตฺตสมฺมโท’’ติ (วิภ. ๘๕๙).

เจตโส จ ลีนตฺตนฺติ จิตฺตสฺส ลียนากาโร, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตตฺถ กตมํ เจตโส ลีนตฺตํ? ยา จิตฺตสฺส อกลฺยตา อกมฺมญฺญตา โอลียนา สลฺลียนา ลีนํ ลียนา ลียิตตฺตํ ถินํ ถิยนา ถิยิตตฺตํ จิตฺตสฺส, อิทํ วุจฺจติ เจตโส ลีนตฺต’’นฺติ (วิภ. ๘๖๐).

เจตโส อวูปสโมติ ยถา นาม วีตจฺจิโกปิ องฺคาโร เนว ตาว สนฺนิสีทติ ปตาปํ กโรติเยว, ยถา จ ปตฺตปจนฏฺฐาเน เนว ตาว สนฺนิสีทติ ปตาปํ กโรติเยว, เอวํ จิตฺตสฺส อวูปสนฺตากาโร, อตฺถโต ปเนตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจเมว โหติ.

วิจิกิจฺฉฏฺฐานียา ธมฺมาติ วิจิกิจฺฉาย อารมฺมณธมฺมา. อโยนิโสมนสิกาโร สพฺพตฺถ วุตฺตนโยว. เอวเมตฺถ กามจฺฉนฺโท วิจิกิจฺฉาติ อิเม เทฺว ธมฺมา อารมฺมเณน กถิตา, พฺยาปาโท อารมฺมเณน จ อุปนิสฺสเยน จ, เสสา สหชาเตน จ อุปนิสฺสเยน จาติ.

สติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียา ธมฺมาติ สติยา อารมฺมณธมฺมา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยา จ นว โลกุตฺตรธมฺมา จ. ตตฺถ โยนิโสมนสิการพหุลีกาโรติ ตตฺถ อุปายมนสิการสฺส ปุนปฺปุนํ กรณํ.

กุสลากุสลา ธมฺมาติอาทีสุ กุสลาติ โกสลฺลสมฺภูตา อนวชฺชสุขวิปากา. อกุสลาติ อโกสลฺลสมฺภูตา สาวชฺชทุกฺขวิปากา. สาวชฺชาติ อกุสลา. อนวชฺชาติ กุสลา. หีนปณีตกณฺหสุกฺเกสุปิ เอเสว นโย. สปฺปฏิภาคาติ กณฺหสุกฺกาเยว. กณฺหา หิ กณฺหวิปากทานโต, สุกฺกา จ สุกฺกวิปากทานโต สปฺปฏิภาคา นาม, สทิสวิปากโกฏฺฐาสาติ อตฺโถ. ปฏิปกฺขภูตสฺส วา ภาคสฺส อตฺถิตาย สปฺปฏิภาคา. กณฺหานญฺหิ สุกฺกา ปฏิปกฺขภาคา, สุกฺกานญฺจ กณฺหา ปฏิปกฺขภาคาติ เอวมฺปิ สปฺปฏิภาคา. สปฺปฏิพาหิตฏฺเฐน วา สปฺปฏิภาคา. อกุสลญฺหิ กุสลํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากํ เทติ, กุสลญฺจ อกุสลํ ปฏิพาหิตฺวาติ เอวมฺปิ กณฺหสุกฺกา สปฺปฏิภาคา.

อารมฺภธาตูติ ปฐมารมฺภวีริยํ. นิกฺกมธาตูติ โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตฺตา ตโต พลวตรํ. ปรกฺกมธาตูติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนตาย ตโตปิ พลวตรนฺติ ตีหิปิ ปเทหิ วีริยเมว กถิตํ.

ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียาติ ปีติยา อารมฺมณธมฺมา. กายปสฺสทฺธีติ ติณฺณํ ขนฺธานํ ทรถปสฺสทฺธิ. จิตฺตปสฺสทฺธีติ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส ทรถปสฺสทฺธิ. สมถนิมิตฺตนฺติ สมโถปิ สมถนิมิตฺตํ, อารมฺมณมฺปิ. อพฺยคฺคนิมิตฺตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.

อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียาติ อุเปกฺขาย อารมฺมณธมฺมา, อตฺถโต ปน มชฺฌตฺตากาโร อุเปกฺขาฏฺฐานียา ธมฺโมติ เวทิตพฺโพ. เอวเมตฺถ สติธมฺมวิจยอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคา อารมฺมเณน กถิตา, เสสา อารมฺมเณนปิ อุปนิสฺสเยนปิ.

๓. สีลสุตฺตวณฺณนา

๑๘๔. ตติเย สีลสมฺปนฺนาติ เอตฺถ ขีณาสวสฺส โลกิยโลกุตฺตรสีลํ กถิตํ, เตน สมฺปนฺนาติ อตฺโถ. สมาธิปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. วิมุตฺติ ปน ผลวิมุตฺติเยว. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เอวเมตฺถ สีลาทโย ตโย โลกิยโลกุตฺตรา, วิมุตฺติ โลกุตฺตราว, วิมุตฺติญาณทสฺสนํ โลกิยเมว.

ทสฺสนมฺปาหนฺติ ทสฺสนมฺปิ อหํ. ตํ ปเนตํ ทสฺสนํ – จกฺขุทสฺสนํ, ญาณทสฺสนนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ ปสนฺเนหิ จกฺขูหิ อริยานํ ทสฺสนํ โอโลกนํ จกฺขุทสฺสนํ นาม. อริเยหิ ปน ทิฏฺฐสฺส ลกฺขณสฺส ทสฺสนํ, ปฏิวิทฺธสฺส จ ปฏิวิชฺฌนํ ฌาเนน วา วิปสฺสนาย วา มคฺคผเลหิ วา ญาณทสฺสนํ นาม. อิมสฺมึ ปเนตฺถ จกฺขุทสฺสนํ อธิปฺเปตํ. อริยานญฺหิ ปสนฺเนหิ จกฺขูหิ โอโลกนมฺปิ พหุการเมว. สวนนฺติ ‘‘อสุโก นาม ขีณาสโว อสุกสฺมึ นาม รฏฺเฐ วา ชนปเท วา คาเม วา นิคเม วา วิหาเร วา เลเณ วา วสตี’’ติ กเถนฺตานํ โสเตน สวนํ, เอตมฺปิ พหุการเมว. อุปสงฺกมนนฺติ ‘‘ทานํ วา ทสฺสามิ, ปญฺหํ วา ปุจฺฉิสฺสามิ, ธมฺมํ วา โสสฺสามิ, สกฺการํ วา กริสฺสามี’’ติ เอวรูเปน จิตฺเตน อริยานํ อุปสงฺกมนํ. ปยิรุปาสนนฺติ ปญฺหาปยิรุปาสนํ. อริยานํ คุเณ สุตฺวา เต อุปสงฺกมิตฺวา นิมนฺเตตฺวา ทานํ ทตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสล’’นฺติอาทินา นเยน ปญฺหปุจฺฉนนฺติ อตฺโถ.

อนุสฺสตินฺติ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ นิสินฺนสฺส ‘‘อิทานิ อริยา เลณคุหมณฺฑปาทีสุ ฌานวิปสฺสนามคฺคผลสุเขหิ วีตินาเมนฺตี’’ติ อนุสฺสรณํ. โย วา เตสํ สนฺติเก โอวาโท ลทฺโธ โหติ, ตํ อาวชฺชิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, อิมสฺมึ สมาธิ, อิมสฺมึ วิปสฺสนา, อิมสฺมึ มคฺโค, อิมสฺมึ ผล’’นฺติ เอวํ อนุสฺสรณํ. อนุปพฺพชฺชนฺติ อริเยสุ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ฆรา นิกฺขมฺม เตสํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ. อริยานญฺหิ สนฺติเก จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เตสํเยว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา เตสํเยว โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโตปิ ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชา นาม. อริเยสุ ปสาเทน อญฺญตฺถ ปพฺพชิตฺวา อริยานํ สนฺติเก โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโต ปพฺพชฺชาปิ อนุปพฺพชฺชา นาม. อญฺเญสุ ปน ปสาเทน อญฺเญสํเยว สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อญฺเญสํเยว โอวาทานุสาสนึ ปจฺจาสีสมานสฺส จรโต ปพฺพชฺชา อนุปพฺพชฺชา นาม น โหติ.

เอวํ ปพฺพชิเตสุ ปน มหากสฺสปตฺเถรสฺส ตาว อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา สตสหสฺสมตฺตา อเหสุํ, ตถา เถรสฺเสว สทฺธิวิหาริกสฺส จ จนฺทคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส สูริยคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส อสฺสคุตฺตตฺเถรสฺส, ตสฺสาปิ สทฺธิวิหาริกสฺส โยนกธมฺมรกฺขิตตฺเถรสฺส, ตสฺส ปน สทฺธิวิหาริโก อโสกรญฺโญ กนิฏฺฐภาตา ติสฺสตฺเถโร นาม อโหสิ, ตสฺส อนุปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา อฑฺฒเตยฺยโกฏิสงฺขา อเหสุํ. มหินฺทตฺเถรสฺส อนุปพฺพชิตานํ คณนปริจฺเฉโท นตฺถิ. ยาวชฺชทิวสา ลงฺกาทีเป สตฺถริ ปสาเทน ปพฺพชนฺตา มหินฺทตฺเถรสฺเสว ปพฺพชฺชํ อนุปพฺพชนฺติ นาม.

ตํ ธมฺมนฺติ ตํ เตสํ โอวาทานุสาสนีธมฺมํ. อนุสฺสรตีติ สรติ. อนุวิตกฺเกตีติ วิตกฺกาหตํ กโรติ. อารทฺโธ โหตีติ ปริปุณฺโณ โหติ. ปวิจินตีติอาทิ สพฺพํ ตตฺถ ญาณจารวเสเนว วุตฺตํ. อถ วา ปวิจินตีติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ลกฺขณํ วิจินติ. ปวิจรตีติ ตตฺถ ญาณํ จราเปติ. ปริวีมํสมาปชฺชตีติ วีมํสนํ โอโลกนํ คเวสนํ อาปชฺชติ.

สตฺต ผลา สตฺตานิสํสาติ อุภยมฺเปตํ อตฺถโต เอกํ. ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปฏิกจฺจ อญฺญํ อาราเธตีติ อรหตฺตํ อาราเธนฺโต อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อาราเธติ, ตญฺจ โข ปฏิกจฺจ, อสมฺปตฺเตเยว มรณกาเลติ อตฺโถ. อถ มรณกาเลติ อถ มรณสฺส อาสนฺนกาเล.

อนฺตราปรินิพฺพายีติ โย อายุเวมชฺฌํ อนติกฺกมิตฺวา ปรินิพฺพายติ, โส ติวิโธ โหติ. กปฺปสหสฺสายุเกสุ ตาว อวิเหสุ นิพฺพตฺติตฺวา เอโก นิพฺพตฺตทิวเสเยว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. โน เจ นิพฺพตฺตทิวเส ปาปุณาติ, ปฐมสฺส ปน กปฺปสตสฺส มตฺถเก ปาปุณาติ. อยเมโก อนฺตราปรินิพฺพายี. อปโร เอวํ อสกฺโกนฺโต ทฺวินฺนํ กปฺปสตานํ มตฺถเก ปาปุณาติ, อยํ ทุติโย. อปโร เอวมฺปิ อสกฺโกนฺโต จตุนฺนํ กปฺปสตานํ มตฺถเก ปาปุณาติ, อยํ ตติโย อนฺตราปรินิพฺพายี.

ปญฺจมํ ปน กปฺปสตํ อติกฺกมิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต อุปหจฺจปรินิพฺพายี นาม โหติ. อตปฺปาทีสุปิ เอเสว นโย. ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺโน ปน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน อรหตฺตํ ปตฺโต สสงฺขารปรินิพฺพายี นาม, อสงฺขาเรน อปฺปโยเคน ปตฺโต อสงฺขารปรินิพฺพายี นาม. อวิหาทีสุปิ นิพฺพตฺโต ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา อุปรูปริ นิพฺพตฺติตฺวา อกนิฏฺฐํ ปตฺโต อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม.

อิมสฺมึ ปน ฐาเน อฏฺฐจตฺตารีส อนาคามิโน กเถตพฺพา. อวิเหสุ หิ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายี, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี, เอโก อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ปญฺจ โหนฺติ. เต อสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจ, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจาติ ทส โหนฺติ, ตถา อตปฺปาทีสุ. อกนิฏฺเฐสุ ปน อุทฺธํโสโต นตฺถิ, ตสฺมา ตตฺถ จตฺตาโร สสงฺขารปรินิพฺพายี, จตฺตาโร อสงฺขารปรินิพฺพายีติ อฏฺฐาติ เอวํ อฏฺฐจตฺตาลีส โหนฺติ. เตสํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี สพฺพเชฏฺโฐ เจว โหติ สพฺพกนิฏฺโฐ จ. กถํ? โส หิ โสฬสกปฺปสหสฺสายุกตฺตา อายุนา สพฺเพสํ เชฏฺโฐ, สพฺพปจฺฉา อรหตฺตํ ปาปุณีติ สพฺเพสํ กนิฏฺโฐ. อิมสฺมึ สุตฺเต อปุพฺพํ อจริมํ เอกจิตฺตกฺขณิกา นานาลกฺขณา อรหตฺตมคฺคสฺส ปุพฺพภาควิปสฺสนา โพชฺฌงฺคา กถิตา.

๔. วตฺถสุตฺตวณฺณนา

๑๘๕. จตุตฺเถ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ เอวํ เจ มยฺหํ โหติ. อปฺปมาโณติ เม โหตีติ อปฺปมาโณติ เอวํ เม โหติ. สุสมารทฺโธติ สุปริปุณฺโณ. ติฏฺฐตีติ เอตฺถ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ – อุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตา อนุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ, ปวตฺตํ, อปฺปวตฺตํ, นิมิตฺตํ, อนิมิตฺตํ สงฺขาเร อนาวชฺชิตตฺตา, วิสงฺขารํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐตีติ. อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ ติฏฺฐตีติ เถโร ชานาติ, วุตฺตาการวิปรีเตเหว อฏฺฐหากาเรหิ จวนฺตํ จวตีติ ปชานาติ. เสสโพชฺฌงฺเคสุปิ เอเสว นโย.

อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต เถรสฺส ผลโพชฺฌงฺคา กถิตา. ยทา หิ เถโร สติสมฺโพชฺฌงฺคํ สีสํ กตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตทา อิตเร ฉ ตทนฺวยา โหนฺติ. ยทา ธมฺมวิจยาทีสุ อญฺญตรํ, ตทาปิ เสสา ตทนฺวยา โหนฺตีติ เอวํ ผลสมาปตฺติยํ อตฺตโน จิณฺณวสิตํ ทสฺเสนฺโต เถโร อิมํ สุตฺตํ กเถสีติ.

๕. ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา

๑๘๖. ปญฺจเม โพธาย สํวตฺตนฺตีติ พุชฺฌนตฺถาย สํวตฺตนฺติ. กึ พุชฺฌนตฺถาย? มคฺเคน อสงฺขตํ นิพฺพานํ, ปจฺจเวกฺขณาย กตกิจฺจตํ, มคฺเคน วา กิเลสนิทฺทาโต ปพุชฺฌนตฺถาย, ผเลน ปพุชฺฌนภาวตฺถายาติปิ วุตฺตํ โหติ. เตเนเวตฺถ นิพฺพานสจฺฉิกิริยา กิเลสปหานปจฺจเวกฺขณาติ สพฺพํ ทสฺสิตํ.

๖-๗. กุณฺฑลิยสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๘๗-๑๘๘. ฉฏฺเฐ อารามนิสฺสยีติ อารามํ นิสฺสาย วสนภาเวน อารามนิสฺสยี. ปริสาวจโรติ ปริสาย อวจโร. ปริสํ นาม พาลาปิ, ปณฺฑิตาปิ โอสรนฺติ, โย ปน ปรปฺปวาทํ มทฺทิตฺวา อตฺตโน วาทํ ทีเปตุํ สกฺโกติ, อยํ ปริสาวจโร นาม. อาราเมน อารามนฺติ อาราเมเนว อารามํ อนุจงฺกมามิ, น พาหิเรนาติ อตฺโถ. อุยฺยาเนน อุยฺยานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อญฺเญน วา อาราเมน ปวิสิตฺวา อญฺญํ อารามํ, อญฺเญน อุยฺยาเนน อญฺญํ อุยฺยานนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิติวาทปฺปโมกฺขานิสํสนฺติ ‘‘เอวํ ปุจฺฉา โหติ, เอวํ วิสฺสชฺชนํ, เอวํ คหณํ, เอวํ นิพฺเพฐน’’นฺติ อิมินา นเยน อิติวาโท โหติ อิติวาทปฺปโมกฺโขติ เอตํ อานิสํสํ. อุปารมฺภานิสํสนฺติ ‘‘อยํ ปุจฺฉาย โทโส, อยํ วิสฺสชฺชเน’’ติ เอวํ วาทโทสานิสํสํ.

กถํ ภาวิโต จ, กุณฺฑลิย, อินฺทฺริยสํวโรติ สตฺถา ‘‘เอตฺตกํ ฐานํ ปริพฺพาชเกน ปุจฺฉิตํ, อิทานิ ปุจฺฉิตุํ น สกฺโกตี’’ติ ญตฺวา ‘‘น ตาว อยํ เทสนา ยถานุสนฺธึ คตา. อิทานิ นํ ยถานุสนฺธึ ปาเปสฺสามี’’ติ สยเมว ปุจฺฉนฺโต อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ มนาปํ นาภิชฺฌตีติ อิฏฺฐารมฺมณํ นาภิชฺฌายติ. นาภิหํสตีติ น สามิสาย ตุฏฺฐิยา อภิหํสติ. ตสฺส ฐิโต จ กาโย โหติ, ฐิตํ จิตฺตํ อชฺฌตฺตนฺติ ตสฺส นามกาโย จ จิตฺตญฺจ โคจรชฺฌตฺเต ฐิตํ โหติ. สุสณฺฐิตนฺติ กมฺมฏฺฐานวเสน สุฏฺฐุ สณฺฐิตํ. สุวิมุตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยา สุวิมุตฺตํ. อมนาปนฺติ อนิฏฺฐารมฺมณํ. น มงฺกุ โหตีติ ตสฺมึ น มงฺกุ โหติ. อปฺปติฏฺฐิตจิตฺโตติ กิเลสวเสน อฏฺฐิตจิตฺโต. อทีนมานโสติ โทมนสฺสวเสน อทีนจิตฺโต. อพฺยาปนฺนเจตโสติ โทสวเสน อปูติจิตฺโต.

เอวํ ภาวิโต โข, กุณฺฑลิย, อินฺทฺริยสํวโร เอวํ พหุลีกโต ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรตีติ เอตฺถ เอวํ สุจริตปูรณํ เวทิตพฺพํ – อิเมสุ ตาว ฉสุ ทฺวาเรสุ อฏฺฐารส ทุจฺจริตานิ โหนฺติ. กถํ? จกฺขุทฺวาเร ตาว อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา ตสฺมึ อารมฺมเณ โลภํ อุปฺปาเทนฺตสฺส มโนทุจฺจริตํ โหติ. โลภสหคเตน จิตฺเตน ‘‘อโห วติทํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาป’’นฺติ ภณนฺตสฺส วจีทุจฺจริตํ, ตเทว หตฺเถน ปรามสนฺตสฺส กายทุจฺจริตํ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.

อยํ ปน วิเสโส – โสตทฺวารสฺมิญฺหิ สทฺทารมฺมณสฺส วตฺถุภูตํ สงฺขปณวาทิตูริยภณฺฑํ อนามาสํ อามสนฺตสฺส, ฆานทฺวาเร คนฺธารมฺมณสฺส วตฺถุภูตํ คนฺธมาลาทึ, ชิวฺหาทฺวาเร รสารมฺมณสฺส วตฺถุภูตํ มจฺฉมํสาทึ, กายทฺวาเร โผฏฺฐพฺพารมฺมณสฺส วตฺถุภูตํ วตฺถตูลกปาวาราทึ, มโนทฺวาเร ปญฺญตฺติวเสน ธมฺมารมฺมณภูตํ สปฺปิเตลมธุผาณิตาทึ อามสนฺตสฺส กายทุจฺจริตํ เวทิตพฺพํ. สงฺเขปโต ปเนตฺถ ฉสุ ทฺวาเรสุ กายวีติกฺกโม กายทุจฺจริตํ, วจีวีติกฺกโม วจีทุจฺจริตํ, มโนวีติกฺกโม มโนทุจฺจริตนฺติ ตีเณว ทุจฺจริตานิ โหนฺติ.

อยํ ปน ภิกฺขุ อตฺตโน ภาวนาปฏิสงฺขาเน ฐิโต อิมานิ ทุจฺจริตานิ สุจริตํ กตฺวา วิปริณาเมติ. กถํ? จกฺขุทฺวาเร ตาว อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต กายงฺควาจงฺคานิ อจาเลตฺวา รูปารมฺมณํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐาปยโต มโนสุจริตํ โหติ, วิปสฺสนาสหคเตน จิตฺเตน ขยธมฺมํ วยธมฺมนฺติ ภณนฺตสฺส วจีสุจริตํ, ‘‘อนามาสภณฺฑํ เอต’’นฺติ อนามสนฺตสฺส กายสุจริตํ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. เอวํ อิมานิ วิตฺถารโต อฏฺฐารส สุจริตานิ โหนฺติ. สงฺเขปโต ปเนตฺถาปิ ฉสุ ทฺวาเรสุ กายสํวโร กายสุจริตํ, วจีสํวโร วจีสุจริตํ, มโนสํวโร มโนสุจริตนฺติ ตีเณว สุจริตานิ โหนฺติ. เอวํ อินฺทฺริยสํวโร ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรตีติ เวทิตพฺโพ. เอตฺตาวตา สีลานุรกฺขิตํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ กถิตํ.

กายทุจฺจริตํ ปหายาติอาทีสุ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ, จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ, ติวิธํ มโนทุจฺจริตํ. ตสฺส ปฏิปกฺขวเสน กายสุจริตาทีนิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺตาวตา กายสํวรวจีสํวเรหิ ปาติโมกฺขสีลํ, มโนสํวเรน ตีณิ สีลานีติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ กถิตํ โหติ. สกเล ปน อิมสฺมึ สุตฺเต สุจริตมูลกา สติปฏฺฐานา โลกุตฺตรมิสฺสกา, สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ มูลภูตา สติปฏฺฐานา ปุพฺพภาคา, เตปิ สติปฏฺฐานมูลกา โพชฺฌงฺคา ปุพฺพภาคาว. วิชฺชาวิมุตฺติมูลกา ปน โลกุตฺตราว กถิตาติ เวทิตพฺพา. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.

๘. อุปวานสุตฺตวณฺณนา

๑๘๙. อฏฺฐเม ปจฺจตฺตนฺติ อตฺตนาว. โยนิโสมนสิการาติ โยนิโส มนสิกาเรน. อารพฺภมาโนวาติ กุรุมาโนเยว. สุวิมุตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยา สุฏฺฐุ วิมุตฺตํ. อฏฺฐึกตฺวาติ อตฺถํ กริตฺวา, อตฺถิโก หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.

๙. ปฐมอุปฺปนฺนสุตฺตวณฺณนา

๑๙๐. นวเม นาญฺญตฺร ตถาคตสฺส ปาตุภาวาติ ตถาคตสฺส ปาตุภาวํ วินา น อญฺญสฺมึ กาเล อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

๑๐. ทุติยอุปฺปนฺนสุตฺตวณฺณนา

๑๙๑. ทสเม นาญฺญตฺร สุคตวินยาติ สุคโตวาทํ วินา น อุปฺปชฺชนฺตีติ.

ปพฺพตวคฺโค.

๒. คิลานวคฺโค

๑-๓. ปาณสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๙๒-๑๙๔. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม จตฺตาโร อิริยาปเถ กปฺเปนฺตีติ เยสํ จตฺตาโร อิริยาปถา อตฺถิ, เตสํเยว วเสเนตํ วุตฺตํ. สีลํ นิสฺสายาติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ นิสฺสยํ กตฺวา. สตฺต โพชฺฌงฺเคติ สหวิปสฺสนเก มคฺคโพชฺฌงฺเค. ทุติยตติยานิ อุตฺตานตฺถาเนว.

๔-๑๐. ปฐมคิลานสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๙๕-๒๐๑. จตุตฺเถ ตถา ปหีโน จายสฺมโต มหากสฺสปสฺส โส อาพาโธ อโหสีติ เถรสฺส กิร อิมํ โพชฺฌงฺคภาวนํ สาธุกํ สุณนฺตสฺส เอตทโหสิ ‘‘มยฺหํ ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส อิเม โพชฺฌงฺคา ปาตุภูตา’’ติ. อถสฺส ‘‘นิยฺยานิกํ วต สตฺถุสาสน’’นฺติ จินฺตยโต โลหิตํ ปสีทิ, อุปาทารูปํ วิสุทฺธํ อโหสิ, โปกฺขรปตฺเต ปติตอุทกพินฺทุ วิย สรีรโต โรโค วินิวตฺติตฺวา คโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ตถา ปหีโน จายสฺมโต มหากสฺสปสฺส โส อาพาโธ อโหสี’’ติ. ปญฺจมฉฏฺเฐสุปิ เอเสว นโย. อิเมสํ ปน ติณฺณมฺปิ ชนานํ ปพฺพตปาเท ปุปฺผิตวิสรุกฺขวาตสมฺผสฺเสน อุปฺปนฺโน มนฺทสีตชโร อาพาโธติ เวทิตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

คิลานวคฺโค.

๓. อุทายิวคฺโค

๑-๒. โพธายสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๐๒-๒๐๓. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต, โพชฺฌงฺคาติ วุจฺจนฺตีติ ภนฺเต, กิตฺตเกน นุ โข พุชฺฌนกองฺคา นาม วุจฺจนฺตีติ ปุจฺฉติ. โพธาย สํวตฺตนฺตีติ พุชฺฌนตฺถาย สํวตฺตนฺติ. อิมสฺมึ สุตฺเต มิสฺสกโพชฺฌงฺคา กถิตา. ทุติเย ธมฺมปริจฺเฉโท กถิโต.

๓-๕. ฐานิยสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๐๔-๒๐๖. ตติเย กามราคฏฺฐานิยานนฺติ กามราคสฺส การณภูตานํ อารมฺมณธมฺมานํ. พฺยาปาทฏฺฐานิยาทีสุปิ เอเสว นโย. สกลญฺหิ อิทํ สุตฺตํ อารมฺมเณเนว กถิตํ. ปฐมวคฺคสฺส ทุติยสุตฺเต วุตฺตปริจฺเฉโทเปตฺถ ลพฺภเตว. จตุตฺเถ มิสฺสกโพชฺฌงฺคา กถิตา. ปญฺจเม อปริหานิเย ธมฺเมติ อปริหานิกเร สภาวธมฺเม.

๖-๗. ตณฺหกฺขยสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๐๗-๒๐๘. ฉฏฺเฐ เอตทโวจาติ ‘‘อิมิสฺสํ ปริสติ นิสินฺโน อุทายิตฺเถโร นาม อนุสนฺธิกุสโล ภิกฺขุ อตฺถิ, โส มํ ปุจฺฉิสฺสตีติ ภควตา โอสาปิตเทสนํ ญตฺวา เทสนานุสนฺธึ ฆเฏสฺสามี’’ติ ปุจฺฉนฺโต เอตํ อโวจ. วิปุลนฺติอาทิ สพฺพํ สุภาวิตตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สุภาวิโต หิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค วิปุโล จ มหคฺคโต จ อปฺปมาโณ จ อพฺยาปชฺโช จ นาม โหติ. โส หิ ปตฺถฏตฺตา วิปุโล, มหนฺตภาวํ คตตฺตา มหคฺคโต, วฑฺฒิปมาณตฺตา อปฺปมาโณ, นีวรณานํ ทูรีภาเวน พฺยาปาทรหิตตฺตา อพฺยาปชฺโฌ นาม โหติ. ตณฺหาย ปหานา กมฺมํ ปหียตีติ ยํ ตณฺหามูลกํ กมฺมํ อุปฺปชฺเชยฺย, ตํ ตณฺหาปหาเนน ปหียติ. กมฺมสฺส ปหานา ทุกฺขนฺติ ยมฺปิ กมฺมมูลกํ วฏฺฏทุกฺขํ อุปฺปชฺเชยฺย, ตํ กมฺมปหาเนน ปหียติ. ตณฺหกฺขยาทโย ตณฺหาทีนํเยว ขยา, อตฺถโต ปเนเตหิ นิพฺพานํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.

๘. นิพฺเพธภาคิยสุตฺตวณฺณนา

๒๐๙. อฏฺฐเม นิพฺเพธภาคิยนฺติ นิพฺพิชฺฌนโกฏฺฐาสิยํ. สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาวิเตนาติ สติสมฺโพชฺฌงฺเคน ภาวิเตน, สติสมฺโพชฺฌงฺคํ วา ภาเวตฺวา ฐิเตน, เอวเมตฺถ มคฺคโพชฺฌงฺคา มิสฺสกา. เตหิ ภาวิตํ, เต วา ภาเวตฺวา ฐิตํ จิตฺตํ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรเมว. ตมฺปิ ปน มคฺคนิสฺสิตํ กตฺวา มิสฺสกเมว กเถตุํ วฏฺฏติ.

๙. เอกธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๒๑๐. นวเม สํโยชนวินิพนฺธาติ สํโยชนสงฺขาตา วินิพนฺธา. อชฺโฌสานาติ ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหณา.

๑๐. อุทายิสุตฺตวณฺณนา

๒๑๑. ทสเม อพหุกโตติ อกตพหุมาโน. อุกฺกุชฺชาวกุชฺชนฺติ เอตฺถ อุกฺกุชฺชํ วุจฺจติ อุทโย, อวกุชฺชํ วโยติ อุทยพฺพยวเสน ปริวตฺเตนฺโต สมฺมสนฺโตติ ทีเปติ. ธมฺโม จ เม, ภนฺเต, อภิสมิโตติ วิปสฺสนาธมฺโม อภิสมาคโต. มคฺโคติ วิปสฺสนามคฺโคว. สเจ หิ เถโร ตสฺมึ สมเย โสตาปนฺโน, อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ อตฺถาย, สเจ อนาคามี, อรหตฺตมคฺคสฺส อตฺถาย อยํ วิปสฺสนา เวทิตพฺพา. ตถา ตถา วิหรนฺตนฺติ เตน เตนากาเรน วิหรนฺตํ. ตถตฺตายาติ ตถาภาวาย. ขีณา ชาตีติอาทีหิ ตถตฺตายาติ อธิปฺเปตํ ตถาภาวํ ทสฺเสติ. ปจฺจเวกฺขณตฺถาย อุปนียตีติ หิ เอตฺถ อธิปฺปาโย, ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

อุทายิวคฺโค.

๔. นีวรณวคฺโค

๓-๔. อุปกฺกิเลสสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๑๔-๒๑๕. จตุตฺถวคฺคสฺส ตติเย น จ ปภสฺสรนฺติ น จ ปภาวนฺตํ. ปภงฺคุ จาติ ปภิชฺชนสภาวํ. อโยติ กาฬโลหํ. ฐเปตฺวา อิธ วุตฺตานิ จตฺตาริ อวเสสํ โลหํ นาม. สชฺฌูติ รชตํ. จิตฺตสฺสาติ จตุภูมกจิตฺตสฺส. โลกิยสฺส ตาว อุปกฺกิเลโส โหตุ, โลกุตฺตรสฺส กถํ โหตีติ? อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนน. ยทคฺเคน หิ อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ, ตทคฺเคเนว เต โลกิยสฺสาปิ โลกุตฺตรสฺสาปิ อุปกฺกิเลสา นาม โหนฺติ. ปภงฺคุ จาติ อารมฺมเณ จุณฺณวิจุณฺณภาวูปคมเนน ภิชฺชนสภาวํ. อนาวรณา อนีวรณาติ กุสลธมฺเม น อาวรนฺตีติ อนาวรณา, น นีวรนฺติ น ปฏิจฺฉาเทนฺตีติ อนีวรณา. เจตโส อนุปกฺกิเลสาติ จตุภูมกจิตฺตสฺส อนุปกฺกิเลสา.

๘. อาวรณนีวรณสุตฺตวณฺณนา

๒๑๙. อฏฺฐเม ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณาติ ปญฺญาย มนฺทภาวกรา. นีวรณานญฺหิ อภิณฺหุปฺปาเท สติ อนฺตรนฺตรา อุปฺปชฺชมานา ปญฺญา ทุพฺพลา โหติ มนฺทา อวิสทา.

ปญฺจ นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺติ. สตฺตโพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตีติ อริยสาวกสฺส หิ สปฺปายธมฺมสฺสวนํ สุณนฺตสฺส ปญฺจ นีวรณา ทูเร โหนฺติ. โส สเจ ตสฺมึเยว ฐาเน วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกติ, เอวมสฺส สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. โน เจ สกฺโกติ, ตโต วุฏฺฐาย รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานํ คโต ตเมว ปีตึ อวิชหนฺโต ปญฺจ นีวรเณ วิกฺขมฺเภตฺวา วิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสติ. ตตฺถ อสกฺโกนฺโตปิ ยาว สตฺตทิวสพฺภนฺตรา ตเมว ปีตึ อวิชหนฺโต นีวรเณ วิกฺขมฺเภตฺวา วิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสตีติ อิทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ธมฺมสฺสวนวเสน สกึ ปีติปาโมชฺชปกฺขิยา ปฏิลทฺธโพชฺฌงฺคา หิ กมฺมารามตาทีนิ อาคมฺม นสฺสนฺติ, ตถารูปํ ปน อุตุสปฺปายาทึ ลภิตฺวา ปุน อุปฺปชฺชนฺตาปิ ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ อิจฺเจว วุจฺจติ.

๙. รุกฺขสุตฺตวณฺณนา

๒๒๐. นวเม อชฺฌารุหาติ อภิรุหนกา. กจฺฉโกติ อฏฺฐิกจฺฉโก. กปิตฺถโนติ มกฺกฏถนสทิสผโล วิชาตปิลกฺโข.

๑๐. นีวรณสุตฺตวณฺณนา

๒๒๑. ทสเม อนฺธกรณาติ อนฺธภาวกรณา. อจกฺขุกรณาติ ปญฺญาจกฺขุสฺส อกรณา. ปญฺญานิโรธิกาติ ปญฺญาย นิโรธนา. วิฆาตปกฺขิยาติ ทุกฺขปกฺขิกา. อนิพฺพานสํวตฺตนิกาติ นิพฺพานตฺถาย อสํวตฺตนิกา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. สกเลปิ อิมสฺมึ วคฺเค มิสฺสกโพชฺฌงฺคาว กถิตาติ.

นีวรณวคฺโค.

๕. จกฺกวตฺติวคฺโค

๑. วิธาสุตฺตวณฺณนา

๒๒๒. ปญฺจมวคฺคสฺส ปฐเม ติสฺโส วิธาติ ตโย มานโกฏฺฐาสา, มาโนเยว วา. ตถา ตถา วิทหนโต หิ มาโนว วิธาติ วุจฺจติ.

๒. จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา

๒๒๓. ทุติเย รญฺโญ, ภิกฺขเว, จกฺกวตฺติสฺสาติ เอตฺถ อตฺตโน สิริสมฺปตฺติยา ราชติ, จตูหิ วา สงฺคหวตฺถูหิ โลกํ รญฺเชตีติ ราชา, ตสฺส รญฺโญ. ‘‘ปวตฺตตุ ภวํ จกฺกรตน’’นฺติ ปุญฺญานุภาเวน อพฺภุคฺคตาย วาจาย โจเทนฺโต จกฺกํ วตฺเตตีติ จกฺกวตฺตี, ตสฺส จกฺกวตฺติสฺส. ปาตุภาวาติ ปาตุภาเวน. สตฺตนฺนนฺติ คณนปริจฺเฉโท. รตนานนฺติ ปริจฺฉินฺนอตฺถทสฺสนํ. วจนตฺโถ ปเนตฺถ รติชนนฏฺเฐน รตนํ. อปิจ –

‘‘จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ, อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ;

อโนมสตฺตปริโภคํ, รตนํ เตน วุจฺจตี’’ติ.

จกฺกรตนสฺส จ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย อญฺญํ เทวฏฺฐานํ นาม น โหติ, สพฺเพว คนฺธปุปฺผาทีหิ ตสฺเสว ปูชญฺจ อภิวาทนาทีนิ จ กโรนฺตีติ จิตฺตีกตฏฺเฐน รตนํ. จกฺกรตนสฺส จ ‘‘เอตฺตกํ นาม ธนํ อคฺฆตี’’ติ อคฺโฆ นตฺถิ, อิติ มหคฺฆฏฺเฐนาปิ รตนํ. จกฺกรตนญฺจ อญฺเญหิ โลเก วิชฺชมานรตเนหิ อสทิสนฺติ อตุลฏฺเฐน รตนํ. ยสฺมา ปน ยสฺมึ กปฺเป พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมึเยว จกฺกวตฺติโน, พุทฺธา จ กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา ทุลฺลภทสฺสนฏฺเฐน รตนํ. ตเทตํ ชาติรูปกุลอิสฺสริยาทีหิ อโนมสฺส อุฬารสตฺตสฺเสว อุปฺปชฺชติ, น อญฺญสฺสาติ อโนมสตฺตปริโภคฏฺเฐนาปิ รตนํ. ยถา จ จกฺกรตนํ, เอวํ เสสานิปีติ. เตน วุตฺตํ –

‘‘จิตฺตีกตํ มหคฺฆญฺจ, อตุลํ ทุลฺลภทสฺสนํ;

อโนมสตฺตปริโภคํ, รตนํ เตน วุจฺจตี’’ติ.

ปาตุภาโว โหตีติ นิพฺพตฺติ โหติ. ตตฺรายํ โยชนา – จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโวติ อยุตฺตํ. อุปฺปนฺนญฺหิ จกฺกํ วตฺเตตฺวา โส จกฺกวตฺตี นาม โหตีติ นายุตฺตํ. กสฺมา? จกฺกวตฺตนนิยมาเปกฺขตาย. โย หิ นิยเมน จกฺกํ วตฺเตสฺสติ, โส ปฏิสนฺธิโต ปภุติ ‘‘จกฺกวตฺติ ปาตุภูโต’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ลทฺธนามสฺส จ ปุริสสฺส มูลุปฺปตฺติวจนโตปิ ยุตฺตเมเวตํ. โย หิ เอส จกฺกวตฺตีติ ลทฺธนาโม สตฺตวิเสโส, ตสฺส ปฏิสนฺธิสงฺขาโต ปาตุภาโวติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตสฺส หิ ปาตุภาวา รตนานิ ปาตุภวนฺติ. ปาตุภูเตหิ ปน เตหิ สทฺธึ ปริปกฺเก ปุญฺญสมฺภาเร โส สํยุชฺชติ, ตทา โลกสฺส เตสุ ปาตุภาวจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. พหุลวจนโต จาปิ ยุตฺตเมเวตํ. ยทา หิ โลกสฺส เตสุ ปาตุภาวสญฺญา อุปฺปชฺชติ, ตทา เอกเมว ปฐมํ, ปจฺฉา อิตรานิ ฉ ปาตุภวนฺตีติ พหุลวจนโต จาปิ เอตํ ยุตฺตํ. ปาตุภาวสฺส จ อตฺถเภทโตปิ ยุตฺตเมเวตํ. น เกวลญฺหิ ปาตุภูตเมว ปาตุภาโว, ปาตุภาวยตีติ ปาตุภาโว. อยํ ปาตุภาวสฺส อตฺถเภโท. ยสฺมา โย โส ปุญฺญสมฺภาโร ราชานํ จกฺกวตฺตึ ปฏิสนฺธิวเสน ปาตุภาวยติ, ตสฺมา รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา. น เกวลญฺหิ จกฺกวตฺติเยว, อิมานิ ปน สตฺต รตนานิปิ ปาตุภวนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ยเถว หิ โส ปุญฺญสมฺภาโร รญฺโญ ชนกเหตุ, เอวํ รตนานมฺปิ ปริยาเยน อุปนิสฺสยเหตูติ ยุตฺตเมเวตํ ‘‘รญฺโญ, ภิกฺขเว, จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหตี’’ติ.

อิทานิ เตสํ รตนานํ สรูปวเสน ทสฺสนตฺถํ กตเมสํ สตฺตนฺนํ จกฺกรตนสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺกรตนสฺสาติอาทีสุ อยํ สงฺเขปาธิปฺปาโย – ทฺวิสหสฺสทีปปริวารานํ จตุนฺนํ มหาทีปานํ สิริวิภวํ คเหตฺวา ทาตุํ สมตฺถสฺส จกฺกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ, ตถา ปุเรภตฺตเมว สาครปริยนฺตํ ปถวึ อนุปริยายนสมตฺถสฺส เวหาสงฺคมสฺส หตฺถิรตนสฺส, ตาทิสสฺเสว อสฺสรตนสฺส, จตุรงฺคสมนฺนาคเตปิ อนฺธกาเร โยชนปฺปมาณํ อนฺธการํ วิธมิตฺวา อาโลกทสฺสนสมตฺถสฺส มณิรตนสฺส, ฉพฺพิธํ โทสํ วิวชฺเชตฺวา มนาปจาริโน อิตฺถิรตนสฺส, โยชนปฺปมาเณ ปเทเส อนฺโตปถวิคตานํ นิธีนํ ทสฺสนสมตฺถสฺส คหปติรตนสฺส, อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติตฺวา สกลรชฺชานุสาสนสมตฺถสฺส เชฏฺฐปุตฺตสงฺขาตสฺส ปริณายกรตนสฺส จ ปาตุภาโว โหตีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน เตสํ จกฺกรตนาทีนํ ปาตุภาววิธานํ มหาสุทสฺสนาทีสุ สุตฺเตสุ อาคตเมว. อตฺโถปิสฺส เตสํ วณฺณนาย สํวณฺณิโตเยว.

สติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺสาติอาทีสุ สริกฺขกตา เอวํ เวทิตพฺพา – ยเถว หิ จกฺกวตฺติโน จกฺกรตนํ สพฺพรตนานํ ปุเรจรํ, เอวํ สติสมฺโพชฺฌงฺครตนํ สพฺเพสํ จตุภูมกธมฺมานํ ปุเรจรนฺติ, ปุเรจรณฏฺเฐน จกฺกวตฺติรญฺโญ จกฺกรตนสทิสํ โหติ. จกฺกวตฺติโน จ รตเนสุ มหากายูปปนฺนํ อจฺจุคฺคตํ วิปุลํ มหนฺตํ หตฺถิรตนํ, อิทมฺปิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺครตนํ มหนฺตํ ธมฺมกายูปปนฺนํ อจฺจุคฺคตํ วิปุลํ มหนฺตนฺติ หตฺถิรตนสทิสํ โหติ. จกฺกวตฺติโน อสฺสรตนํ สีฆํ ลหุ ชวํ, อิทมฺปิ วีริยสมฺโพชฺฌงฺครตนํ สีฆํ ลหุ ชวนฺติ อิมาย สีฆลหุชวตาย อสฺสรตนสทิสํ โหติ. จกฺกวตฺติโน มณิรตนํ อนฺธการํ วิธมติ, อาโลกํ ทสฺเสติ, อิทมฺปิ ปีติสมฺโพชฺฌงฺครตนํ ตาย เอกนฺตกุสลตฺตา กิเลสนฺธการํ วิธมติ, สหชาตปจฺจยาทิวเสน ญาณาโลกํ ทสฺเสตีติ อิมินา อนฺธการวิธมนอาโลกทสฺสนภาเวน มณิรตนสทิสํ โหติ.

จกฺกวตฺติโน อิตฺถิรตนํ กายจิตฺตทรถํ ปฏิปสฺสมฺเภติ, ปริฬาหํ วูปสเมติ. อิทมฺปิ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺครตนํ กายจิตฺตทรถํ ปฏิปสฺสมฺเภติ, ปริฬาหํ วูปสเมตีติ อิตฺถิรตนสทิสํ โหติ. จกฺกวตฺติโน คหปติรตนํ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ธนทาเนน วิกฺเขปํ ปจฺฉินฺทิตฺวา จิตฺตํ เอกคฺคํ กโรติ, อิทมฺปิ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺครตนํ ยถิจฺฉิตาทิวเสน อปฺปนํ สมฺปาเทติ, วิกฺเขปํ ปจฺฉินฺทิตฺวา จิตฺตํ เอกคฺคํ กโรตีติ คหปติรตนสทิสํ โหติ. จกฺกวตฺติโน จ ปริณายกรตนํ สพฺพตฺถกิจฺจสมฺปาทเนน อปฺโปสฺสุกฺกตํ กโรติ. อิทมฺปิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺครตนํ จิตฺตุปฺปาทํ ลีนุทฺธจฺจโต โมเจตฺวา ปโยคมชฺฌตฺเต ฐปยมานํ อปฺโปสฺสุกฺกตํ กโรตีติ ปริณายกรตนสทิสํ โหติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต จตุภูมโก สพฺพสงฺคาหิกธมฺมปริจฺเฉโท กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

๔-๑๐. ทุปฺปญฺญสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๒๕-๒๓๑. จตุตฺเถ เอฬมูโคติ มุเขน วาจํ นิจฺฉาเรตุํ สกฺโกนฺโตปิ โทเสหิ มูโค อสมฺปนฺนวจโน. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

จกฺกวตฺติวคฺโค.

๖. สากจฺฉวคฺโค

๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา

๒๓๒. ฉฏฺฐวคฺคสฺส ปฐเม อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทายาติอาทีสุ อยํ ปุริมนยโต วิเสโส. น เกวลญฺหิ สติสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ เอเต วุตฺตปฺปการาว อุปฺปาทาย, อุปฺปนฺนานํ วา ภาวนาย ปาริปูริยา ปจฺจยา โหนฺติ, อญฺเญปิ ปน เอวํ เวทิตพฺพา. อปเรปิ หิ จตฺตาโร ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ สติสมฺปชญฺญํ มุฏฺฐสฺสติปุคฺคลปริวชฺชนตา อุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคลเสวนตา ตทธิมุตฺตตาติ. อภิกฺกนฺตาทีสุ หิ สตฺตสุ ฐาเนสุ สติสมฺปชญฺเญน, ภตฺตนิกฺขิตฺตกากสทิเส มุฏฺฐสฺสติปุคฺคเล ปริวชฺชเนน, ติสฺสทตฺตตฺเถรอภยตฺเถราทิสทิเส อุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคเล เสวเนน, ฐานนิสชฺชาทีสุ สติสมุฏฺฐาปนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตาย จ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ. เอวํ จตูหิ การเณหิ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

สตฺต ธมฺมา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – ปริปุจฺฉกตา วตฺถุวิสทกิริยา อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ ปริปุจฺฉกตาติ ขนฺธธาตุอายตนอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺคสมถวิปสฺสนานํ อตฺถสนฺนิสฺสิตปริปุจฺฉาพหุลตา.

วตฺถุวิสทกิริยาติ อชฺฌตฺติกพาหิรานํ วตฺถูนํ วิสทภาวกรณํ. ยทา หิสฺส เกสนขโลมานิ ทีฆานิ โหนฺติ, สรีรํ วา อุสฺสนฺนโทสญฺเจว เสทมลมกฺขิตญฺจ, ตทา อชฺฌตฺติกวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. ยทา ปน จีวรํ ชิณฺณํ กิลิฏฺฐํ ทุคฺคนฺธํ โหติ, เสนาสนํ วา อุกฺลาปํ, ตทา พาหิรวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. ตสฺมา เกสาทิเฉทเนน อุทฺธํวิเรจนอโธวิเรจนาทีหิ สรีรสลฺลหุกภาวกรเณน อุจฺฉาทนนหาปเนน จ อชฺฌตฺติกวตฺถุ วิสทํ กาตพฺพํ. สูจิกมฺมโธวนรชนปริภณฺฑกรณาทีหิ พาหิรวตฺถุ วิสทํ กาตพฺพํ. เอตสฺมิญฺหิ อชฺฌตฺติกพาหิเร วตฺถุมฺหิ อวิสเท อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ อวิสทํ อปริสุทฺธํ โหติ อปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. วิสเท ปน อชฺฌตฺติกพาหิเร วตฺถุมฺหิ อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ วิสทํ โหติ ปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. เตน วุตฺตํ – ‘‘วตฺถุวิสทกิริยา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตตี’’ติ.

อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา นาม สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ สมภาวกรณํ. สเจ หิสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, อิตรานิ มนฺทานิ, ตโต วีริยินฺทฺริยํ ปคฺคหกิจฺจํ, สตินฺทฺริยํ อุปฏฺฐานกิจฺจํ, สมาธินฺทฺริยํ อวิกฺเขปกิจฺจํ, ปญฺญินฺทฺริยํ ทสฺสนกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน วา, ยถา วา มนสิกโรโต พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกรเณน หาเปตพฺพํ. วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. สเจ ปน วีริยินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, อถ เนว สทฺธินฺทฺริยํ อธิโมกฺขกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกติ, น อิตรานิ อิตรกิจฺจเภทํ. ตสฺมา ตํ ปสฺสทฺธาทิภาวนาย หาเปตพฺพํ. ตตฺถาปิ โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพํ. เอวํ เสเสสุปิ เอกสฺส พลวภาเว สติ อิตเรสํ อตฺตโน กิจฺเจสุ อสมตฺถตา เวทิตพฺพา.

วิเสสโต ปเนตฺถ สทฺธาปญฺญานํ สมาธิวีริยานญฺจ สมตํ ปสํสนฺติ. พลวสทฺโธ หิ มนฺทปญฺโญ มุธปฺปสนฺโน โหติ, อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ. พลวปญฺโญ ปน มนฺทสทฺโธ เกราฏิกปกฺขํ ภชติ, เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหติ. จิตฺตุปฺปาทมตฺเตเนว กุสลํ โหตีติ อติธาวิตฺวา ทานาทีนิ อกโรนฺโต นิรเย อุปฺปชฺชติ. อุภินฺนํ สมตาย วตฺถุสฺมึเยว ปสีทติ. พลวสมาธึ ปน มนฺทวีริยํ สมาธิสฺส โกสชฺชปกฺขตฺตา โกสชฺชํ อภิภวติ. พลววีริยํ มนฺทสมาธึ วีริยสฺส อุทฺธจฺจปกฺขตฺตา อุทฺธจฺจํ อภิภวติ. สมาธิ ปน วีริเยน สํโยชิโต โกสชฺเช ปติตุํ น ลภติ, วีริยํ สมาธินา สํโยชิตํ อุทฺธจฺเจ ปติตุํ น ลภติ. ตสฺมา ตทุภยํ สมํ กาตพฺพํ. อุภยสมตาย หิ อปฺปนา โหติ.

อปิ จ สมาธิกมฺมิกสฺส พลวตีปิ สทฺธา วฏฺฏติ. เอวํ สทฺทหนฺโต โอกปฺเปนฺโต อปฺปนํ ปาปุณิสฺสติ. สมาธิปญฺญาสุ ปน สมาธิกมฺมิกสฺส เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส อปฺปนํ ปาปุณาติ. วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ปญฺญา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส ลกฺขณปฏิเวธํ ปาปุณาติ. อุภินฺนํ ปน สมตายปิ อปฺปนา โหติเยว. สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏติ. สติ หิ จิตฺตํ อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สทฺธาวีริยปญฺญานํ วเสน อุทฺธจฺจปาตโต, โกสชฺชปกฺขิเกน จ สมาธินา โกสชฺชปาตโต รกฺขติ. ตสฺมา สา โลณธูปนํ วิย สพฺพพฺยญฺชเนสุ, สพฺพกมฺมิกอมจฺโจ วิย จ สพฺพราชกิจฺเจสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพา. เตนาห ‘‘สติ จ ปน สพฺพตฺถิกา วุตฺตา ภควตา. กึ การณา? จิตฺตญฺหิ สติปฏิสรณํ, อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา จ สติ, น วินา สติยา จิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคโห โหตี’’ติ.

ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา นาม ขนฺธาทิเภเท อโนคาฬฺหปญฺญานํ ทุมฺเมธปุคฺคลานํ อารกา ปริวชฺชนํ. ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา นาม สมปญฺญาสลกฺขณปริคฺคาหิกาย อุทยพฺพยปญฺญาย สมนฺนาคตปุคฺคลเสวนา. คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา นาม คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย คมฺภีรปญฺญาย ปเภทปจฺจเวกฺขณา. ตทธิมุตฺตตา นาม ฐานนิสชฺชาทีสุ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตา. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

เอกาทส ธมฺมา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – อปายภยปจฺจเวกฺขณตา, อานิสํสทสฺสาวิตา, คมนวีถิปจฺจเวกฺขณตา, ปิณฺฑปาตาปจายนตา, ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, สตฺถุมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, สพฺรหฺมจาริมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนตา, อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

ตตฺถ ‘‘นิรเยสุ ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณโต ปฏฺฐาย มหาทุกฺขํ อนุภวนกาเลปิ, ติรจฺฉานโยนิยํ ชาลขิปนกุมีนาทีหิ คหิตกาเลปิ, ปาชนกณฺฏกาทิปฺปหารตุนฺนสฺส ปน สกฏวหนาทิกาเลปิ, เปตฺติวิสเย อเนกานิปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกํ พุทฺธนฺตรมฺปิ ขุปฺปิปาสาหิ อาตุรีภูตกาเลปิ, กาลกญฺจิกอสุเรสุ สฏฺฐิหตฺถอสีติหตฺถปฺปมาเณน อฏฺฐิจมฺมมตฺเตเนว อตฺตภาเวน วาตาตปาทิทุกฺขานุภวนกาเลปิ น สกฺกา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคํ อุปฺปาเทตุํ. อยเมว เต ภิกฺขุ กาโล’’ติ เอวํ อปายภยํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ.

‘‘น สกฺกา กุสีเตน นวโลกุตฺตรธมฺมํ ลทฺธุํ, อารทฺธวีริเยเนว สกฺกา อยมานิสํโส วีริยสฺสา’’ติ เอวํ อานิสํสทสฺสาวิโนปิ อุปฺปชฺชติ. ‘‘สพฺพพุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-มหาสาวเกเหว คตมคฺโค เต คนฺตพฺโพ. โส จ น สกฺกา กุสีเตน คนฺตุ’’นฺติ เอวํ คมนวีถึ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ.

‘‘เย ตํ ปิณฺฑปาตาทีหิ อุปฏฺฐหนฺติ, อิเม เต มนุสฺสา เนว ญาตกา, น ทาสกมฺมกรา, นาปิ ‘ตํ นิสฺสาย ชีวิสฺสามา’ติ เต ปณีตานิ ปิณฺฑปาตาทีนิ เทนฺติ. อถ โข อตฺตโน การานํ มหปฺผลตํ ปจฺจาสีสมานา เทนฺติ. สตฺถาราปิ ‘‘อยํ อิเม ปจฺจเย ปริภุญฺชิตฺวา กายทฬฺหิพหุโล สุขํ วิหริสฺสตี’’ติ น เอวํ สมฺปสฺสตา ตุยฺหํ ปจฺจยา อนุญฺญาตา, อถ โข ‘‘อยํ อิเม ปริภุญฺชมาโนว สมณธมฺมํ กตฺวา วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิสฺสตี’ติ เต ปจฺจยา อนุญฺญาตา, โส ทานิ ตฺวํ กุสีโต วิหรนฺโต น ตํ ปิณฺฑํ อปจายิสฺสสิ, อารทฺธวีริยสฺเสว หิ ปิณฺฑปาตาปจายนํ นาม โหตี’’ติ เอวํ ปิณฺฑปาตาปจายนํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ มหามิตฺตตฺเถรสฺส วิย.

เถโร กิร กสฺสกเลเณ นาม ปฏิวสติ. ตสฺเสว โคจรคาเม เอกา มหาอุปาสิกา เถรํ ปุตฺตํ กตฺวา ปฏิชคฺคติ. สา เอกทิวสํ อรญฺญํ คจฺฉนฺตี ธีตรํ อาห – ‘‘อมฺม, อสุกสฺมึ ฐาเน ปุราณตณฺฑุลา, อสุกสฺมึ ขีรํ, อสุกสฺมึ สปฺปิ, อสุกสฺมึ ผาณิตํ, ตว ภาติกสฺส อยฺยมิตฺตสฺส อาคตกาเล ภตฺตํ ปจิตฺวา ขีรสปฺปิผาณิเตหิ สทฺธึ เทหิ, ตฺวญฺจ ภุญฺเชยฺยาสิ, อหํ ปน หิยฺโย ปกฺกํ ปาริวาสิกภตฺตํ กญฺชิเยน ภุตฺตามฺหี’’ติ. ‘‘ทิวา กึ ภุญฺชิสฺสสิ, อมฺมา’’ติ? ‘‘สากปณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา กณตณฺฑุเลหิ อมฺพิลยาคุํ ปจิตฺวา ฐเปหิ, อมฺมา’’ติ.

เถโร จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ นีหรนฺโตว ตํ สทฺทํ สุตฺวา อตฺตานํ โอวทิ ‘‘มหาอุปาสิกา กิร กญฺชิเยน ปาริวาสิกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ทิวาปิ กณปณฺณมฺพิลยาคุํ ภุญฺชิสฺสติ, ตุยฺหํ อตฺถาย ปน ปุราณตณฺฑุลาทีนิ อาจิกฺขติ, ตํ นิสฺสาย โข ปเนสา เนว เขตฺตํ น วตฺถุํ น ภตฺตํ น วตฺถํ ปจฺจาสีสติ, ติสฺโส ปน สมฺปตฺติโย ปตฺถยมานา เทติ, ตฺวํ เอติสฺสา ตา สมฺปตฺติโย ทาตุํ สกฺขิสฺสสิ, น สกฺขิสฺสสีติ, อยํ โข ปน ปิณฺฑปาโต ตยา สราเคน สโทเสน สโมเหน น สกฺกา คณฺหิตุ’’นฺติ ปตฺตํ ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา คณฺฐิกํ มุญฺจิตฺวา นิวตฺติตฺวา กสฺสกเลณเมว คนฺตฺวา ปตฺตํ เหฏฺฐามญฺเจ, จีวรํ จีวรวํเส ฐเปตฺวา ‘‘อรหตฺตํ อปาปุณิตฺวา น นิกฺขมิสฺสามี’’ติ วีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา นิสีทิ. ทีฆรตฺตํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา นิวุตฺถภิกฺขุ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปุเรภตฺตเมว อรหตฺตํ ปตฺวา วิกสมานมิว ปทุมํ มหาขีณาสโว สิตํ กโรนฺโตว นิกฺขมิ. เลณทฺวาเร รุกฺขมฺหิ อธิวตฺถา เทวตา –

‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;

ยสฺส เต อาสวา ขีณา, ทกฺขิเณยฺโยสิ มาริสา’’ติ. –

อุทานํ อุทาเนตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ ตุมฺหาทิสานํ อรหนฺตานํ ภิกฺขํ ทตฺวา มหลฺลกิตฺถิโย ทุกฺขา มุจฺจิสฺสนฺตี’’ติ อาห. เถโร อุฏฺฐหิตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา กาลํ โอโลเกนฺโต ‘‘ปาโตเยวา’’ติ ญตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย คามํ ปาวิสิ.

ทาริกาปิ ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา ‘‘อิทานิ เม ภาตา อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี’’ติ ทฺวารํ โอโลกยมานา นิสีทิ. สา เถเร ฆรทฺวารํ สมฺปตฺเต ปตฺตํ คเหตฺวา สปฺปิผาณิตโยชิตสฺส ขีรปิณฺฑปาตสฺส ปูเรตฺวา หตฺเถ ฐเปสิ. เถโร ‘‘สุขํ โหตู’’ติ อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สาปิ ตํ โอโลกยมานาว อฏฺฐาสิ. เถรสฺส หิ ตทา อติวิย ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ อโหสิ, วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ, มุขํ พนฺธนา มุตฺตตาลปกฺกํ วิย อติวิย วิโรจิตฺถ.

มหาอุปาสิกา อรญฺญโต อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, อมฺม, ภาติโก เต อาคโต’’ติ ปุจฺฉิ. สา สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. อุปาสิกา ‘‘อชฺช เม ปุตฺตสฺส ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺต’’นฺติ ญตฺวา ‘‘อภิรมติ เต, อมฺม, ภาตา พุทฺธสาสเน, น อุกฺกณฺฐตี’’ติ อาห.

‘‘มหนฺตํ โข ปเนตํ สตฺถุทายชฺชํ, ยทิทํ สตฺต อริยธนานิ นาม, ตํ น สกฺกา กุสีเตน คเหตุํ. ยถา หิ วิปฺปฏิปนฺนํ ปุตฺตํ มาตาปิตโร ‘อยํ อมฺหากํ อปุตฺโต’ติ ปริพาหิรํ กโรนฺติ, โส เตสํ อจฺจเยน ทายชฺชํ น ลภติ, เอวํ กุสีโตปิ อิทํ อริยธนทายชฺชํ น ลภติ, อารทฺธวีริโยว ลภตี’’ติ ทายชฺชมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.

‘‘มหา โข ปน เต สตฺถา, สตฺถุโน หิ เต มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเลปิ อภินิกฺขมเนปิ อภิสมฺโพธิยมฺปิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตน-ยมกปาฏิหาริย-เทโวโรหน-อายุสงฺขารโวสฺสชฺชเนสุปิ ปรินิพฺพานกาเลปิ ทสสหสฺสิโลกธาตุ อกมฺปิตฺถ. ยุตฺตํ นุ โข เต เอวรูปสฺส สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิตฺวา กุสีเตน ภวิตุ’’นฺติ เอวํ สตฺถุมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.

‘‘ชาติยาปิ ตฺวํ อิทานิ น ลามกชาติโก, อสมฺภินฺนาย มหาสมฺมตปเวณิยา อาคตอุกฺกากราชวํเส ชาโตสิ, สุทฺโธทนมหาราชสฺส จ มหามายาเทวิยา จ นตฺตา, ราหุลภทฺทสฺส กนิฏฺโฐ, ตยา นาม เอวรูเปน ชินปุตฺเตน หุตฺวา น ยุตฺตํ กุสีเตน วิหริตุ’’นฺติ เอวํ ชาติมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.

‘‘สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา เจว อสีติ มหาสาวกา จ วีริเยเนว โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌึสุ. ตฺวํ ปน เอเตสํ สพฺรหฺมจารีนํ มคฺคํ ปฏิปชฺชสิ, น ปฏิปชฺชสี’’ติ เอวํ สพฺรหฺมจาริมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.

กุจฺฉึ ปูเรตฺวา ฐิตอชครสทิเส วิสฺสฏฺฐกายิกเจตสิกวีริเย กุสีตปุคฺคเล ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, อารทฺธวีริเย ปหิตตฺเต ปุคฺคเล เสวนฺตสฺสาปิ ฐานนิสชฺชาทีสุ วีริยุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

เอกาทส ธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – พุทฺธานุสฺสติ ธมฺโม, สงฺโฆ, สีลํ, จาโค, เทวตานุสฺสติ, อุปสมานุสฺสติ, ลูขปุคฺคลปริวชฺชนตา, สินิทฺธปุคฺคลเสวนตา, ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

พุทฺธคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ หิ ยาว อุปจารา สกลสรีรํ ผรมาโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ, ธมฺมสงฺฆคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ, ทีฆรตฺตํ อขณฺฑํ กตฺวา รกฺขิตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, คิหิโน ทสสีลปญฺจสีลานิ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, ทุพฺภิกฺขภยาทีสุ ปณีตํ โภชนํ สพฺรหฺมจารีนํ ทตฺวา ‘‘เอวํ นาม อทมฺหา’’ติ จาคํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, คิหิโนปิ เอวรูเป กาเล สีลวนฺตานํ ทินฺนทานํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, เยหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา เทวตฺตํ ปตฺตา, ตถารูปานํ อตฺตนิ อตฺถิตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตา กิเลสา สฏฺฐิปิ สตฺตติปิ วสฺสานิ น สมุทาจรนฺตีติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, เจติยทสฺสนโพธิทสฺสนเถรทสฺสเนสุ อสกฺกจฺจกิริยาย สํสูจิตลูขภาเว พุทฺธาทีสุ ปสาทสิเนหาภาเวน คทฺรภปิฏฺฐรชสทิเส ลูขปุคฺคเล ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, พุทฺธาทีสุ ปสาทพหุเล มุทุจิตฺเต สินิทฺธปุคฺคเล เสวนฺตสฺสาปิ, รตนตฺตยคุณปริทีปเก ปสาทนีเย สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ปีติอุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

สตฺต ธมฺมา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – ปณีตโภชนเสวนตา, อุตุสุขเสวนตา, อิริยาปถสุขเสวนตา, มชฺฌตฺตปโยคตา, สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนตา, ปสฺสทฺธกาย-ปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ.

ปณีตญฺหิ สินิทฺธํ โภชนํ ภุญฺชนฺตสฺสาปิ, สีตุเณฺหสุ อุตูสุ ฐานาทีสุ จ อิริยาปเถสุ สปฺปายํ อุตุญฺจ อิริยาปถญฺจ เสวนฺตสฺสาปิ ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ. โย ปน มหาปุริสชาติโก สพฺพอุตุอิริยาปถกฺขโมว โหติ, น ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยสฺส สภาควิสภาคตา อตฺถิ, ตสฺเสว วิสภาเค อุตุอิริยาปเถ วชฺเชตฺวา สภาเค เสวนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ. มชฺฌตฺตปโยโค วุจฺจติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ กมฺมสฺสกตปจฺจเวกฺขณา. อิมินา มชฺฌตฺตปโยเคน อุปฺปชฺชติ. โย เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปรํ วิเหฐยมาโนว วิจรติ, เอวรูปํ สารทฺธกายปุคฺคลํ ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, สํยตปาทปาณึ ปสฺสทฺธกายํ ปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ปสฺสทฺธิอุปฺปาทนตฺถาย นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

ทส ธมฺมา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – วตฺถุวิสทกิริยตา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา, นิมิตฺตกุสลตา, สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนตา, สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคณฺหนตา, สมเย สมฺปหํสนตา, สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา, สมาหิตปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ วตฺถุวิสทกิริยตา จ อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

นิมิตฺตกุสลตา นาม กสิณนิมิตฺตสฺส อุคฺคหณกุสลตา. สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนตาติ ยสฺมึ สมเย อติสิถิลวีริยตาทีหิ ลีนํ จิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยวีริยปีติสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปเนน ตสฺส ปคฺคณฺหนํ. สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคณฺหนตาติ ยสฺมึ สมเย อจฺจารทฺธวีริยตาทีหิ อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปเนน ตสฺส นิคฺคณฺหนํ. สมเย สมฺปหํสนตาติ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปญฺญาปโยคมนฺทตาย วา อุปสมสุขานํ วิคเมน วา นิรสฺสาทํ โหติ, ตสฺมึ สมเย อฏฺฐสํเวควตฺถุปจฺจเวกฺขเณน สํเวเชติ. อฏฺฐ สํเวควตฺถูนิ นาม ชาติชราพฺยาธิมรณานิ จตฺตาริ, อปายทุกฺขํ ปญฺจมํ, อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกํ ทุกฺขนฺติ. รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จ ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ‘‘สมเย สมฺปหํสนตา’’ติ.

สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา นาม ยสฺมึ สมเย สมฺมาปฏิปตฺตึ อาคมฺม อลีนํ อนุทฺธตํ อนิรสฺสาทํ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ สมถวีถิปฏิปนฺนํ จิตฺตํ โหติ, ตทาสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ น พฺยาปารํ อาปชฺชติ สารถิ วิย สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ. อยํ วุจฺจติ ‘‘สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา’’ติ. อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา นาม อุปจารํ วา อปฺปนํ วา อปฺปตฺตานํ วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ ปุคฺคลานํ อารกา ปริวชฺชนํ. สมาหิตปุคฺคลเสวนตา นาม อุปจาเรน วา อปฺปนาย วา สมาหิตจิตฺตานํ เสวนา ภชนา ปยิรุปาสนา. ตทธิมุตฺตตา นาม ฐานนิสชฺชาทีสุ สมาธิอุปฺปาทนตฺถเมว นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตา. เอวญฺหิ ปฏิปชฺชโต เอส อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

ปญฺจ ธมฺมา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – สตฺตมชฺฌตฺตตา, สงฺขารมชฺฌตฺตตา, สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ สตฺตมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐาเปติ – ‘‘ตฺวํ อตฺตโนว กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโนว กมฺเมน คมิสฺสสิ, เอโสปิ อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโนว กมฺเมน คมิสฺสติ, ตฺวํ กํ เกลายสี’’ติ เอวํ กมฺมสฺสกตปจฺจเวกฺขเณน จ – ‘‘ปรมตฺถโต สตฺโตเยว นตฺถิ, โส ตฺวํ กํ เกลายสี’’ติ เอวํ นิสฺสตฺตปจฺจเวกฺขเณน จ. ทฺวีเหวากาเรหิ สงฺขารมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐาเปติ – ‘‘อิทํ จีวรํ อนุปุพฺเพน วณฺณวิการตญฺเจว ชิณฺณภาวญฺจ อุปคนฺตฺวา ปาทปุญฺฉนโจฬกํ หุตฺวา ยฏฺฐิโกฏิยา ฉฑฺฑนียํ ภวิสฺสติ, สเจ ปนสฺส สามิโก ภเวยฺย, นายํ เอวํ วินสฺสิตุํ ทเทยฺยา’’ติ เอวํ อสฺสามิกภาวปจฺจเวกฺขเณน จ, ‘‘อนทฺธนิยํ อิทํ ตาวกาลิก’’นฺติ เอวํ ตาวกาลิกภาวปจฺจเวกฺขเณน จ. ยถา จ จีวเร, เอวํ ปตฺตาทีสุปิ โยชนา กาตพฺพา.

สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตาติ เอตฺถ โย ปุคฺคโล คิหิ วา อตฺตโน ปุตฺตธีตาทิเก, ปพฺพชิโต วา อตฺตโน อนฺเตวาสิกสมานุปชฺฌายกาทิเก มมายติ, สหตฺถาว เนสํ เกสจฺเฉทน-สูจิกมฺม-จีวรโธวน-รชน-ปตฺตปจนาทีนิ กโรติ, มุหุตฺตมฺปิ อปสฺสนฺโต ‘‘อสุโก สามเณโร กุหึ, อสุโก ทหโร กุหิ’’นฺติ ภนฺตมิโค วิย อิโต จิโต จ อาโลเกติ, อญฺเญน เกสจฺเฉทนาทีนํ อตฺถาย ‘‘มุหุตฺตํ ตาว อสุกํ เปเสถา’’ติ ยาจิยมาโนปิ ‘‘อเมฺหปิ ตํ อตฺตโน กมฺมํ น กาเรม, ตุเมฺห นํ คเหตฺวา กิลเมสฺสถา’’ติ น เทติ, อยํ สตฺตเกลายโน นาม. โย ปน จีวรปตฺตถาลกกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ มมายติ, อญฺญสฺส หตฺเถน ปรามสิตุมฺปิ น เทติ, ตาวกาลิกํ ยาจิโตปิ ‘‘มยมฺปิ อิมํ ธนายนฺตา น ปริภุญฺชาม, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามา’’ติ วทติ, อยํ สงฺขารเกลายโน นาม. โย ปน เตสุ ทฺวีสุปิ วตฺถูสุ มชฺฌตฺโต อุทาสิโน, อยํ สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺโต นาม. อิติ อยํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เอวรูปํ สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลํ อารกา ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ตทุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.

อสุภนิมิตฺตนฺติ อุทฺธุมาตกาทิเภทา ทส อสุภารมฺมณา ธมฺมา. โยนิโสมนสิการพหุลีกาโรติ เอตฺถ ปน โยนิโสมนสิกาโร นาม อุปายมนสิกาโร, ปถมนสิกาโร, อุปฺปาทกมนสิกาโร. อปิจ ฉ ธมฺมา กามจฺฉนฺทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, อสุภภาวนานุโยโค, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.

ทสวิธญฺหิ อสุภนิมิตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ กามจฺฉนฺโท ปหียติ, ภาเวนฺตสฺสาปิ, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารสฺสาปิ, จตุนฺนํ ปญฺจนฺนํ อาโลปานํ โอกาเส สติ อุทกํ ปิวิตฺวา ยาปนสีลตาย โภชเน มตฺตญฺญุโนปิ. เตเนตํ วุตฺตํ –

‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);

อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถรสทิเส อสุภภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ กามจฺฉนฺโท ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ทสอสุภนิมิตฺตาย-สปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา กามจฺฉนฺทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อรหตฺตมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.

เมตฺตา เจโตวิมุตฺตีติ เอตฺถ เมตฺตาติ วุตฺเต อปฺปนาปิ อุปจาโรปิ วฏฺฏติ, เจโตวิมุตฺตีติ อปฺปนาเยว. โยนิโสมนสิกาโร วุตฺตลกฺขโณว. อปิจ ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, เมตฺตาภาวนานุโยโค, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณตา, ปฏิสงฺขานพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.

โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณานญฺหิ อญฺญตรวเสน เมตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ พฺยาปาโท ปหียติ, ตถา โอธิโสอโนธิโสทิสาผรณวเสน เมตฺตํ ภาเวนฺตสฺสาปิ. ‘‘ตฺวํ เอตสฺส กุทฺโธ กึ กริสฺสสิ? กิมสฺส สีลาทีนิ นาเสตุํ สกฺขิสฺสสิ? นนุ ตฺวํ อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสสิ? ปรสฺส กุชฺฌนํ นาม วีตจฺจิกงฺคารตตฺตอยสลากคูถาทีนิ คเหตฺวา ปรํ ปหริตุกามตาสทิสํ โหติ. เอโสปิ ตว กุทฺโธ กึ กริสฺสติ? กึ เต สีลาทีนิ วินาเสตุํ สกฺขิสฺสติ? เอส อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสติ? อปฺปฏิจฺฉิตปเหณกํ วิย ปฏิวาตํ ขิตฺตรโชมุฏฺฐิ วิย จ เอตสฺเสเวส โกโธ มตฺถเก ปติสฺสตี’’ติ เอวํ อตฺตโน จ ปรสฺส จ กมฺมสฺสกตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ, อุภยกมฺมสฺสกตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิสงฺขาเน ฐิตสฺสาปิ, อสฺสคุตฺตตฺเถรสทิเส เมตฺตาภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ พฺยาปาโท ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ เมตฺตานิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส พฺยาปาทสฺส อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.

อตฺถิ ภิกฺขเว อรตีติอาทิ วุตฺตตฺถเมว. อปิ จ ฉ ธมฺมา ถินมิทฺธสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโห, อิริยาปถสมฺปริวตฺตนตา, อาโลกสญฺญามนสิกาโร, อพฺโภกาสวาโส, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.

อาหรหตฺถกํ, ภุตฺตวมิตกํ, ตตฺรวฏฺฏกํ, อลํสาฏกํ, กากมาสกโภชนํ ภุญฺชิตฺวา รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนสฺส หิ สมณธมฺมํ กโรโต ถินมิทฺธํ มหาหตฺถี วิย โอตฺถรนฺตํ อาคจฺฉติ, จตุปญฺจอาโลปโอกาสํ ปน ฐเปตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา ยาปนสีลสฺส ภิกฺขุโน ตํ น โหตีติ เอวํ อติโภชเน นิมิตฺตํ คณฺหนฺตสฺสปิ ถินมิทฺธํ ปหียติ. ยสฺมึ อิริยาปเถ ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, ตโต อญฺญํ ปริวตฺเตนฺตสฺสาปิ, รตฺตึ จนฺทาโลกทีปาโลกอุกฺกาโลเก ทิวา สูริยาโลกํ มนสิกโรนฺตสฺสาปิ, อพฺโภกาเส วสนฺตสฺสาปิ, มหากสฺสปตฺเถรสทิเส ปหีนถินมิทฺเธ กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ ถินมิทฺธํ ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ธุตงฺคนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา ถินมิทฺธสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส ถินมิทฺธสฺส อรหตฺตมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.

อตฺถิ ภิกฺขเว เจตโส วูปสโมติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อปิจ ฉ ธมฺมา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, วุทฺธเสวิตตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.

พาหุสจฺเจนปิ หิ เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา จตฺตาโร วา ปญฺจ วา นิกาเย ปาฬิวเสน จ อตฺถวเสน จ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, กปฺปิยากปฺปิยปริปุจฺฉาพหุลสฺสาปิ, วินยปญฺญตฺติยํ จิณฺณวสีภาวตาย ปกตญฺญุโนปิ, วุทฺเธ มหลฺลกตฺเถเร อุปสงฺกมนฺตสฺสาปิ, อุปาลิตฺเถรสทิเส วินยธเร กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ กปฺปิยากปฺปิยนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีเน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจ อุทฺธจฺจสฺส อรหตฺตมคฺเคน, กุกฺกุจฺจสฺส อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหตีติ.

กุสลากุสลา ธมฺมาติอาทีนิปิ วุตฺตตฺถาเนว. อปิจ ฉ ธมฺมา วิจิกิจฺฉาย ปหานาย สํวตฺตนฺติ – พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, อธิโมกฺขพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.

พาหุสจฺเจนปิ หิ เอกํ วา…เป… ปญฺจ วา นิกาเย ปาฬิวเสน จ อตฺถวเสน จ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ตีณิ รตนานิ อารพฺภ ปริปุจฺฉาพหุลสฺสาปิ, วินเย จิณฺณวสีภาวสฺสาปิ, ตีสุ รตเนสุ โอกปฺปนิยสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺขพหุลสฺสาปิ, สทฺธาธิมุตฺเต วกฺกลิตฺเถรสทิเส กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ติณฺณํ รตนานํ คุณนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา วิจิกิจฺฉาย ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนาย วิจิกิจฺฉาย โสตาปตฺติมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เทสนํ ตีหิ ภเวหิ นิวตฺเตตฺวา อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

๒. ปริยายสุตฺตวณฺณนา

๒๓๓. ทุติเย สมฺพหุลาติ วินยปริยาเยน ตโย ชนา สมฺพหุลาติ วุจฺจนฺติ, ตโต ปรํ สงฺโฆ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ตโย ตโย เอว, ตโต อุทฺธํ สมฺพหุลา. อิธ สุตฺตนฺตปริยาเยน สมฺพหุลาติ เวทิตพฺพา. ปิณฺฑาย ปวิสึสูติ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐา. เต ปน น ตาว ปวิฏฺฐา, ‘‘ปวิสิสฺสามา’’ติ นิกฺขนฺตตฺตา ปน ปวิสึสูติ วุตฺตา. ยถา กึ? ยถา ‘‘คามํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺตปุริโส ตํ คามํ อปตฺโตปิ ‘‘กหํ อิตฺถนฺนาโม’’ติ วุตฺเต ‘‘คามํ คโต’’ติ วุจฺจติ, เอวํ. ปริพฺพาชกานํ อาราโมติ เชตวนสฺส อวิทูเร อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ อาราโม อตฺถิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สมโณ อาวุโสติ อาวุโส ตุมฺหากํ สตฺถา สมโณ โคตโม.

มยมฺปิ โข อาวุโส สาวกานํ เอวํ ธมฺมํ เทเสมาติ ติตฺถิยานํ สมเย ‘‘ปญฺจ นีวรณา ปหาตพฺพา, สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา’’ติ เอตํ นตฺถิ. เต ปน อารามํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐตฺวา อญฺญํ โอโลเกนฺโต วิย อญฺญวิหิตกา วิย หุตฺวา ภควโต ธมฺมเทสนํ สุณนฺติ. ตโต ‘‘สมโณ โคตโม ‘อิทํ ปชหถ อิทํ ภาเวถา’ติ วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อตฺตโน อารามํ คนฺตฺวา อารามมชฺเฌ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อุปฏฺฐายกอุปฏฺฐายิกาหิ ปริวุตา สีสํ อุกฺขิปิตฺวา กายํ อุนฺนาเมตฺวา อตฺตโน สยมฺภูญาเณน ปฏิวิทฺธาการํ ทสฺเสนฺตา – ‘‘ปญฺจ นีวรณา นาม ปหาตพฺพา, สตฺต โพชฺฌงฺคา นาม ภาเวตพฺพา’’ติ กเถนฺติ.

อิธ โน อาวุโสติ เอตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ ปญฺญาปเน. โก วิเสโสติ กึ อธิกํ? โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปฺปโยโค? กึ นานากรณนฺติ กึ นานตฺตํ? ธมฺมเทสนาย วา ธมฺมเทสนนฺติ ยทิทํ สมณสฺส วา โคตมสฺส ธมฺมเทสนาย สทฺธึ อมฺหากํ ธมฺมเทสนํ, อมฺหากํ วา ธมฺมเทสนาย สทฺธึ สมณสฺส โคตมสฺส ธมฺมเทสนํ อารพฺภ นานากรณํ วุจฺเจยฺย, ตํ กินฺนามาติ วทนฺติ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย.

เนว อภินนฺทึสูติ ‘‘เอวเมว’’นฺติ น สมฺปฏิจฺฉึสุ. นปฺปฏิกฺโกสึสูติ ‘‘นยิทํ เอว’’นฺติ น ปฏิเสธึสุ. กึ ปน เต ปโหนฺตา เอวํ อกํสุ, อุทาหุ อปฺปโหนฺตาติ? ปโหนฺตา. น หิ เต เอตฺตกํ กถํ กเถตุํ น สกฺโกนฺติ ‘‘อาวุโส ตุมฺหากํ สมเย ปญฺจ นีวรณา ปหาตพฺพา นาม นตฺถิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา นาม นตฺถี’’ติ. เอวํ ปน เตสํ อโหสิ – ‘‘อตฺถิ โน เอตํ กถาปาภตํ, มยํ เอตํ สตฺถุ อาโรเจสฺสาม, อถ โน สตฺถา มธุรธมฺมเทสนํ เทเสสฺสตี’’ติ.