๒. ตาลปุฏสุตฺตวณฺณนา

๓๕๔. ทุติเย ตาลปุโฏติ เอวํนามโก. ตสฺส กิร พนฺธนา ปมุตฺตตาลปกฺกวณฺโณ วิย มุขวณฺโณ วิปฺปสนฺโน อโหสิ, เตนสฺส ตาลปุโฏติ นามํ อกํสุ. สฺวายํ อภินีหารสมฺปนฺโน ปจฺฉิมภวิกปุคฺคโล. ยสฺมา ปน ปฏิสนฺธิ นาม อนิยตา อากาเส ขิตฺตทณฺฑสทิสา, ตสฺมา เอส นฏกุเล นิพฺพตฺติ. วุฑฺฒิปฺปตฺโต ปน นฏสิปฺเป อคฺโค หุตฺวา สกลชมฺพุทีเป ปากโฏ ชาโต. ตสฺส ปญฺจ สกฏสตานิ ปญฺจ มาตุคามสตานิ ปริวาโร, ภริยายปิสฺส ตาวตกาวาติ มาตุคามสหสฺเสน เจว สกฏสหสฺเสน จ สทฺธึ ยํ ยํ นครํ วา นิคมํ วา ปวิสติ, ตตฺถสฺส ปุเรตรเมว สตสหสฺสํ เทนฺติ. สมชฺชเวสํ คณฺหิตฺวา ปน มาตุคามสหสฺเสน สทฺธึ กีฬํ กโรนฺตสฺส ยํ หตฺถูปคปาทูปคาทิอาภรณชาตํ ขิปนฺติ, ตสฺส ปริยนฺโต นตฺถิ. โส ตํทิวสํ มาตุคามสหสฺสปริวาริโต ราชคเห กีฬํ กตฺวา ปริปกฺกญาณตฺตา สปริวาโรว เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

สจฺจาลิเกนาติ สจฺเจน จ อลิเกน จ. ติฏฺฐเตตนฺติ ติฏฺฐตุ เอตํ. รชนียาติ ราคปฺปจฺจยา มุขโต ปญฺจวณฺณสุตฺตนีหรณวาตวุฏฺฐิทสฺสนาทโย อญฺเญ จ กามสฺสาทสํยุตฺตาการทสฺสนกา อภินยา. ภิยฺโยโสมตฺตายาติ อธิกปฺปมาณตฺตาย. โทสนียาติ โทสปฺปจฺจยา หตฺถปาทจฺเฉทาทิทสฺสนาการา. โมหนียาติ โมหปฺปจฺจยา อุทกํ คเหตฺวา เตลกรณํ, เตลํ คเหตฺวา อุทกกรณนฺติ เอวมาทโย มายาปเภทา.

ปหาโส นาม นิรโยติ วิสุํ ปหาสนามโก นิรโย นาม นตฺถิ, อวีจิสฺเสว ปน เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส นจฺจนฺตา วิย คายนฺตา วิย จ นฏเวสํ คเหตฺวาว ปจฺจนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. นาหํ, ภนฺเต, เอตํ โรทามีติ อหํ, ภนฺเต, เอตํ ภควโต พฺยากรณํ น โรทามีติ เอวํ สกมฺมกวเสเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, น อสฺสุวิโมจนมตฺเตน. ‘‘มตํ วา อมฺมโรทนฺตี’’ติอาทโย เจตฺถ อญฺเญปิ โวหารา เวทิตพฺพา.