๓. ปฐมรูปารามสุตฺตวณฺณนา

๑๓๖. ตติเย รูปสมฺมุทิตาติ รูเป สมฺมุทิตา ปโมทิตา. ทุกฺขาติ ทุกฺขิตา. สุโขติ นิพฺพานสุเขน สุขิโต. เกวลาติ สกลา. ยาวตตฺถีติ วุจฺจตีติ ยตฺตกา อตฺถีติ วุจฺจติ. เอเต โวติ เอตฺถ โว-กาโร นิปาตมตฺตํ. ปจฺจนีกมิทํ โหติ, สพฺพโลเกน ปสฺสตนฺติ ยํ อิทํ ปสฺสนฺตานํ ปณฺฑิตานํ ทสฺสนํ, ตํ สพฺพโลเกน ปจฺจนีกํ โหติ วิรุทฺธํ. โลโก หิ ปญฺจกฺขนฺเธ นิจฺจา สุขา อตฺตา สุภาติ มญฺญติ, ปณฺฑิตา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตา อสุภาติ. สุขโต อาหูติ สุขนฺติ กเถนฺติ. สุขโต วิทูติ สุขนฺติ ชานนฺติ. สพฺพเมตํ นิพฺพานเมว สนฺธาย วุตฺตํ.

สมฺมูเฬฺหตฺถาติ เอตฺถ นิพฺพาเน สมฺมูฬฺหา. อวิทฺทสูติ พาลา. สพฺเพปิ หิ ฉนฺนวุติปาสณฺฑิโน ‘‘นิพฺพานํ ปาปุณิสฺสามา’’ติ สญฺญิโน โหนฺติ, เต ปน ‘‘นิพฺพานํ นาม อิท’’นฺติปิ น ชานนฺติ. นิวุตานนฺติ กิเลสนีวรเณน นิวุตานํ ปริโยนทฺธานํ. อนฺธกาโร อปสฺสตนฺติ อปสฺสนฺตานํ อนฺธกาโร โหติ. กึ ตํ เอวํ โหติ? นิพฺพานํ วา นิพฺพานทสฺสนํ วา อปสฺสนฺตานญฺหิ พาลานํ นิพฺพานมฺปิ นิพฺพานทสฺสนมฺปิ กาฬเมฆอวจฺฉาทิตํ วิย จนฺทมณฺฑลํ กฏาเหน ปฏิกุชฺชิตปตฺโต วิย จ นิจฺจกาลํ ตโม เจว อนฺธกาโร จ สมฺปชฺชติ.

สตญฺจ วิวฏํ โหติ, อาโลโก ปสฺสตามิวาติ สตญฺจ สปฺปุริสานํ ปญฺญาทสฺสเนน ปสฺสนฺตานํ นิพฺพานํ อาโลโก วิย วิวฏํ โหติ. สนฺติเก น วิชานนฺติ, มคา ธมฺมสฺส อโกวิทาติ ยํ อตฺตโน สรีเร เกเส วา โลมาทีสุ วา อญฺญตรโกฏฺฐาสํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา อนนฺตรเมว อธิคนฺตพฺพโต อตฺตโน วา ขนฺธานํ นิโรธมคฺคโต สนฺติเก นิพฺพานํ. ตํ เอวํ สนฺติเก สมานมฺปิ มคฺคภูตา ชนา มคฺคามคฺคธมฺมสฺส จตุสจฺจธมฺมสฺส วา อโกวิทา น ชานนฺติ.

มารเธยฺยานุปนฺเนหีติ เตภูมกวฏฺฏํ มารสฺส นิวาสฏฺฐานํ อนุปนฺเนหิ. โก นุ อญฺญตฺร อริเยภีติ ฐเปตฺวา อริเย โก นุ อญฺโญ นิพฺพานปทํ ชานิตุํ อรหติ. สมฺมทญฺญาย ปรินิพฺพนฺตีติ อรหตฺตปญฺญาย สมฺมา ชานิตฺวา อนนฺตรเมว อนาสวา หุตฺวา กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพนฺติ. อถ วา สมฺมทญฺญาย อนาสวา หุตฺวา อนฺเต ขนฺธปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายนฺติ.