๑. อชฺฌตฺตานิจฺจสุตฺตวณฺณนา
๑. สฬายตนวคฺคสฺส ปฐเม จกฺขุนฺติ เทฺว จกฺขูนิ – ญาณจกฺขุ เจว มํสจกฺขุ จ. ตตฺถ ญาณจกฺขุ ปญฺจวิธํ – พุทฺธจกฺขุ, ธมฺมจกฺขุ, สมนฺตจกฺขุ, ทิพฺพจกฺขุ, ปญฺญาจกฺขูติ. เตสุ พุทฺธจกฺขุ นาม อาสยานุสยญาณญฺเจว อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณญฺจ, ยํ – ‘‘พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต’’ติ (มหาว. ๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๘) อาคตํ. ธมฺมจกฺขุ นาม เหฏฺฐิมา ตโย มคฺคา ตีณิ จ ผลานิ, ยํ – ‘‘วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาที’’ติ (มหาว. ๑๖; ม. นิ. ๒.๓๙๕) อาคตํ. สมนฺตจกฺขุ นาม สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ยํ – ‘‘ปาสาทมารุยฺห สมนฺตจกฺขู’’ติ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๒; ๒.๓๓๘) อาคตํ. ทิพฺพจกฺขุ นาม อาโลกผรเณน อุปฺปนฺนํ ญาณํ, ยํ – ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธนา’’ติ (ปารา. ๑๓; ม. นิ. ๒.๓๔๑) อาคตํ. ปญฺญาจกฺขุ นาม จตุสจฺจปริจฺเฉทกญาณํ, ยํ – ‘‘จกฺขุํ อุทปาที’’ติ (ส. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕) อาคตํ.
มํสจกฺขุปิ ทุวิธํ – สสมฺภารจกฺขุ, ปสาทจกฺขูติ. เตสุ ยฺวายํ อกฺขิกูปเก อกฺขิปฏเลหิ ปริวาริโต มํสปิณฺโฑ, ยตฺถ จตสฺโส ธาตุโย วณฺณคนฺธรโสชา สมฺภโว ชีวิตํ ภาโว จกฺขุปสาโท กายปสาโทติ สงฺเขปโต เตรส สมฺภารา โหนฺติ. วิตฺถารโต ปน จตสฺโส ธาตุโย วณฺณคนฺธรโสชา สมฺภโวติ อิเม นว จตุสมุฏฺฐานวเสน ฉตฺตึส, ชีวิตํ ภาโว จกฺขุปสาโท กายปสาโทติ อิเม กมฺมสมุฏฺฐานา ตาว จตฺตาโรติ จตฺตารีส สมฺภารา โหนฺติ. อิทํ สสมฺภารจกฺขุ นาม. ยํ ปเนตฺถ เสตมณฺฑลปริจฺฉินฺเนน กณฺหมณฺฑเลน ปริวาริเต ทิฏฺฐิมณฺฑเล สนฺนิวิฏฺฐํ รูปทสฺสนสมตฺถํ ปสาทมตฺตํ, อิทํ ปสาทจกฺขุ นาม. ตสฺส ตโต ปเรสญฺจ โสตาทีนํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาว.
ตตฺถ ยทิทํ ปสาทจกฺขุ, ตํ คเหตฺวา ภควา – จกฺขุํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจนฺติอาทิมาห. ตตฺถ – ‘‘จตูหิ การเณหิ อนิจฺจํ อุทยพฺพยวนฺตตายา’’ติอาทินา นเยน วิตฺถารกถา เหฏฺฐา ปกาสิตาเยว. โสตมฺปิ ปสาทโสตเมว อธิปฺเปตํ, ตถา ฆานชิวฺหากายา. มโนติ เตภูมกสมฺมสนจารจิตฺตํ. อิติ อิทํ สุตฺตํ ฉสุ อชฺฌตฺติกายตเนสุ ตีณิ ลกฺขณานิ ทสฺเสตฺวา กถิเต พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ.