๗. ขชฺชนียสุตฺตวณฺณนา

๗๙. สตฺตเม ปุพฺเพนิวาสนฺติ น อิทํ อภิญฺญาวเสน อนุสฺสรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, วิปสฺสนาวเสน ปน ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺเต สมณพฺราหฺมเณ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘สพฺเพเต ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อนุสฺสรนฺติ, เอเตสํ วา อญฺญตร’’นฺติ. อภิญฺญาวเสน หิ สมนุสฺสรนฺตสฺส ขนฺธาปิ อุปาทานกฺขนฺธาปิ ขนฺธปฏิพทฺธาปิ ปณฺณตฺติปิ อารมฺมณํ โหติเยว. รูปํเยว อนุสฺสรตีติ เอวญฺหิ อนุสฺสรนฺโต น อญฺญํ กิญฺจิ สตฺตํ วา ปุคฺคลํ วา อนุสฺสรติ, อตีเต ปน นิรุทฺธํ รูปกฺขนฺธเมว อนุสฺสรติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโยติ. สุญฺญตาปพฺพํ นิฏฺฐิตํ.

อิทานิ สุญฺญตาย ลกฺขณํ ทสฺเสตุํ กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถาติอาทิมาห. ยถา หิ นฏฺฐํ โคณํ ปริเยสมาโน ปุริโส โคคเณ จรมาเน รตฺตํ วา กาฬํ วา พลีพทฺทํ ทิสฺวาปิ น เอตฺตเกเนว ‘‘อยํ มยฺหํ โคโณ’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กาตุํ สกฺโกติ. กสฺมา? อญฺเญสมฺปิ ตาทิสานํ อตฺถิตาย. สรีรปเทเส ปนสฺส สตฺติสูลาทิลกฺขณํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ สนฺตโก’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ โหติ, เอวเมว สุญฺญตาย กถิตายปิ ยาว สุญฺญตาลกฺขณํ น กถียติ, ตาว สา อกถิตาว โหติ, ลกฺขเณ ปน กถิเต กถิตา นาม โหติ. โคโณ วิย หิ สุญฺญตา, โคณลกฺขณํ วิย สุญฺญตาลกฺขณํ. ยถา โคณลกฺขเณ อสลฺลกฺขิเต โคโณ น สุฏฺฐุ สลฺลกฺขิโต โหติ, ตสฺมึ ปน สลฺลกฺขิเต โส สลฺลกฺขิโต นาม โหติ, เอวเมว สุญฺญตาลกฺขเณ อกถิเต สุญฺญตา อกถิตาว โหติ, ตสฺมึ ปน กถิเต สา กถิตา นาม โหตีติ สุญฺญตาลกฺขณํ ทสฺเสตุํ กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถาติอาทิมาห.

ตตฺถ กิญฺจาติ การณปุจฺฉา, เกน การเณน รูปํ วเทถ, เกน การเณเนตํ รูปํ นามาติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ โขติ เอตฺถ อิตีติ การณุทฺเทโส, ยสฺมา รุปฺปติ, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬียติ, ภิชฺชตีติ อตฺโถ. สีเตนปิ รุปฺปตีติอาทีสุ สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. ติณฺณํ ติณฺณญฺหิ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร เอเกโก โลกนฺตริกนิรโย นาม โหติ อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาโณ. ยสฺส เนว เหฏฺฐา ปถวี อตฺถิ, น อุปริ จนฺทิมสูริยทีปมณิอาโลโก, นิจฺจนฺธกาโร. ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ติคาวุโต อตฺตภาโว โหติ, เต วคฺคุลิโย วิย ปพฺพตปาเท ทีฆปุถุเลหิ นเขหิ ลคฺคิตฺวา อวํสิรา โอลมฺพนฺติ. ยทา สํสปฺปนฺตา อญฺญมญฺญสฺส หตฺถปาสาคตา โหนฺติ, อถ ‘‘ภกฺโข โน ลทฺโธ’’ติ? มญฺญมานา ตตฺถ พฺยาวฏา วิปริวตฺติตฺวา โลกสนฺธารเก อุทเก ปตนฺติ, วาเต ปหรนฺเตปิ มธุกผลานิ วิย ฉิชฺชิตฺวา อุทเก ปตนฺติ, ปติตมตฺตาว อจฺจนฺตขาเร อุทเก ตตฺตเตเล ปติตปิฏฺฐปิณฺฑิ วิย ปฏปฏายมานา วิลียนฺติ. เอวํ สีเตน รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีตเลสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.

อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ปากฏํ โหติ. ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. ปิปาสาย รุปฺปนํ กาลกญฺชิกาทีสุ ปากฏํ. เอโก กิร กาลกญฺชิกอสุโร ปิปาสํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต โยชนคมฺภีรวิตฺถารํ มหาคงฺคํ โอตริ, ตสฺส คตคตฏฺฐาเน อุทกํ ฉิชฺชติ, ธูโม อุคฺคจฺฉติ, ตตฺเต ปิฏฺฐิปาสาเณ จงฺกมนกาโล วิย โหติ. ตสฺส อุทกสทฺทํ สุตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺตสฺเสว รตฺติ วิภายิ. อถ นํ ปาโตว ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา ตึสมตฺตา ปิณฺฑจาริกภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘โก นาม ตฺวํ สปฺปุริสา’’ติ? ปุจฺฉึสุ. ‘‘เปโตหมสฺมิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปริเยสสี’’ติ? ‘‘ปานียํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยํ คงฺคา ปริปุณฺณา, กึ ตฺวํ น ปสฺสสี’’ติ? ‘‘น อุปกปฺปติ, ภนฺเต’’ติ. เตน หิ คงฺคาปิฏฺเฐ นิปชฺช, มุเข เต ปานียํ อาสิญฺจิสฺสามา’’ติ. โส วาลิกาปุฬิเน อุตฺตาโน นิปชฺชิ. ภิกฺขู ตึสมตฺเต ปตฺเต นีหริตฺวา อุทกํ อาหริตฺวา ตสฺส มุเข อาสิญฺจึสุ. เตสํ ตถา กโรนฺตานํเยว เวลา อุปกฏฺฐา ชาตา. ตโต ‘‘ภิกฺขาจารกาโล อมฺหากํ สปฺปุริส, กจฺจิ เต อสฺสาทมตฺตา ลทฺธา’’ติ อาหํสุ. เปโต ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ตึสมตฺตานํ อยฺยานํ ตึสปตฺเตหิ อาสิตฺตอุทกโต อฑฺฒปสตมตฺตมฺปิ ปรคลํ คตํ, เปตตฺตภาวโต โมกฺโข มา โหตู’’ติ อาห. เอวํ ปิปาสาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย ปากฏํ.

ฑํสาทีหิ รุปฺปนํ ฑํสมกฺขิกาทิพหุเลสุ ปเทเสสุ ปากฏํ. เอตฺถ จ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา. มกสาติ มกสาว. วาตาติ กุจฺฉิวาตปิฏฺฐิวาตาทิวเสน เวทิตพฺพา. สรีรสฺมิญฺหิ วาตโรโค อุปฺปชฺชิตฺวา หตฺถปาทปิฏฺฐิอาทีนิ ภินฺทติ, กาณํ กโรติ, ขุชฺชํ กโรติ, ปีฐสปฺปึ กโรติ. อาตโปติ สูริยาตโป. เตน รุปฺปนํ มรุกนฺตาราทีสุ ปากฏํ. เอกา กิร อิตฺถี มรุกนฺตาเร รตฺตึ สตฺถโต โอหีนา ทิวา สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต วาลิกาย ตปฺปมานาย ปาเท ฐเปตุํ อสกฺโกนฺตี สีสโต ปจฺฉึ โอตาเรตฺวา อกฺกมิ. กเมน ปจฺฉิยา อุณฺหาภิตตฺตาย ฐาตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺสา อุปริ สาฏกํ ฐเปตฺวา อกฺกมิ. ตสฺมิมฺปิ สนฺตตฺเต อตฺตโน องฺเกน คหิตปุตฺตกํ อโธมุขํ นิปชฺชาเปตฺวา กนฺทนฺตํเยว อกฺกมิตฺวา สทฺธึ เตน ตสฺมึเยว ฐาเน อุณฺหาภิตตฺตา กาลมกาสิ.

สรีสปาติ เย เกจิ ทีฆชาติกา สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ สมฺผสฺเสน รุปฺปนํ อาสีวิสทฏฺฐกาทีนํ วเสน เวทิตพฺพํ. อิติ ภควตา ยานิ อิมานิ สามญฺญปจฺจตฺตวเสน ธมฺมานํ เทฺว ลกฺขณานิ, เตสุ รูปกฺขนฺธสฺส ตาว ปจฺจตฺตลกฺขณํ ทสฺสิตํ. รูปกฺขนฺธสฺเสว หิ เอตํ, น เวทนาทีนํ, ตสฺมา ปจฺจตฺตลกฺขณนฺติ วุจฺจติ. อนิจฺจทุกฺขานตฺตลกฺขณํ ปน เวทนาทีนมฺปิ โหติ, ตสฺมา ตํ สามญฺญลกฺขณนฺติ วุจฺจติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, เวทนํ วเทถาติอาทีสุ ปุริมสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ ปน ปุริเมน อสทิสํ, ตสฺสายํ วิภาวนา – สุขมฺปิ เวทยตีติ สุขํ อารมฺมณํ เวเทติ อนุภวติ. ปรโต ปททฺวเยปิ เอเสว นโย. กถํ ปเนตํ อารมฺมณํ สุขํ ทุกฺขํ อทุกฺขมสุขํ นาม ชาตนฺติ? สุขาทีนํ ปจฺจยโต. สฺวายมตฺโถ ‘‘ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺต’’นฺติ อิมสฺมึ มหาลิสุตฺเต (สํ. นิ. ๓.๖๐) อาคโตเยว. เวทยตีติ เอตฺถ จ เวทนาว เวทยติ, น อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา. เวทนา หิ เวทยิตลกฺขณา, ตสฺมา วตฺถารมฺมณํ ปฏิจฺจ เวทนาว เวทยตีติ. เอวมิธ ภควา เวทนายปิ ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

นีลมฺปิ สญฺชานาตีติ นีลปุปฺเผ วา วตฺเถ วา ปริกมฺมํ กตฺวา อุปจารํ วา อปฺปนํ วา ปาเปนฺโต สญฺชานาติ. อยญฺหิ สญฺญา นาม ปริกมฺมสญฺญาปิ อุปจารสญฺญาปิ อปฺปนาสญฺญาปิ วฏฺฏติ, นีลํ นีลนฺติ อุปฺปชฺชนสญฺญาปิ วฏฺฏติเยว. ปีตกาทีสุปิ เอเสว นโย. อิธาปิ ภควา สญฺชานนลกฺขณาย สญฺญาย ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

รูปํ รูปตฺตาย สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ ยถา ยาคุเมว ยาคุตฺตาย, ปูวเมว ปูวตฺตาย ปจติ นาม, เอวํ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตภาเวน สงฺขตนฺติ ลทฺธนามํ รูปเมว รูปตฺตาย ยถา อภิสงฺขตํ รูปํ นาม โหติ, ตถตฺตาย รูปภาวาย อภิสงฺขโรติ อายูหติ สมฺปิณฺเฑติ, นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – อตฺตนา สห ชายมานํ รูปํ สมฺปยุตฺเต จ เวทนาทโย ธมฺเม อภิสงฺขโรติ นิพฺพตฺเตตีติ. อิธาปิ ภควา เจตยิตลกฺขณสฺส สงฺขารสฺส ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

อมฺพิลมฺปิ วิชานาตีติ อมฺพอมฺพาฏกมาตุลุงฺคาทิอมฺพิลํ ‘‘อมฺพิล’’นฺติ วิชานาติ. เอเสว นโย สพฺพปเทสุ. อปิ เจตฺถ ติตฺตกนฺติ นิมฺพปโฏลาทินานปฺปการํ กฏุกนฺติ ปิปฺปลิมริจาทินานปฺปการํ. มธุรนฺติ สปฺปิผาณิตาทินานปฺปการํ. ขาริกนฺติ วาติงฺคณนาฬิเกร จตุรสฺสวลฺลิเวตฺตงฺกุราทินานปฺปการํ. อขาริกนฺติ ยํ วา ตํ วา ผลชาตํ การปณฺณาทิมิสฺสกปณฺณํ. โลณิกนฺติ โลณยาคุโลณมจฺฉโลณภตฺตาทินานปฺปการํ. อโลณิกนฺติอโลณยาคุอโลณมจฺฉอโลณภตฺตาทินานปฺปการํ. ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตีติ ยสฺมา อิมํ อมฺพิลาทิเภทํ อญฺญมญฺญวิสิฏฺเฐน อมฺพิลาทิภาเวน ชานาติ, ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตีติ. เอวมิธาปิ ภควา วิชานนลกฺขณสฺส วิญฺญาณสฺส ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

ยสฺมา ปน อารมฺมณสฺส อาการสณฺฐานคหณวเสน สญฺญา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สา จกฺขุทฺวาเร วิภตฺตา. ยสฺมา วินาปิ อาการสณฺฐานา อารมฺมณสฺส ปจฺจตฺตเภทคหณวเสน วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ, ตสฺมา ตํ ชิวฺหาทฺวาเร วิภตฺตํ. อิเมสํ ปน สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ อสมฺโมหโต สภาวสลฺลกฺขณตฺถํ สญฺชานาติ, วิชานาติ, ปชานาตีติ เอตฺถ วิเสสา เวทิตพฺพา. ตตฺถ อุปสคฺคมตฺตเมว วิเสโส, ชานาตีติ ปทํ ปน อวิเสโส. ตสฺสปิ ชานนฏฺเฐน วิเสโส เวทิตพฺโพ. สญฺญา หิ นีลาทิวเสน อารมฺมณสญฺชานนมตฺตเมว, อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาณํ นีลาทิวเสน อารมฺมณญฺเจว ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา ปน มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. ปญฺญา นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.

ยถา หิ เหรญฺญิกผลเก กหาปณราสิมฺหิ กเต อชาตพุทฺธิทารโก คามิกปุริโส มหาเหรญฺญิโกติ ตีสุ ชเนสุ โอโลเกตฺวา ฐิเตสุ อชาตพุทฺธิทารโก กหาปณานํ จิตฺตวิจิตฺตจตุรสฺสมณฺฑลาทิภาวเมว ชานาติ, ‘‘อิทํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ รตนสมฺมต’’นฺติ น ชานาติ. คามิกปุริโส จิตฺตาทิภาวญฺจ ชานาติ, มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภครตนสมฺมตภาวญฺจ, ‘‘อยํ กูโฏ, อยํ เฉโก, อยํ กรโฏ, อยํ สโณฺห’’ติ น ชานาติ. มหาเหรญฺญิโก จิตฺตาทิภาวมฺปิ รตนสมฺมตภาวมฺปิ กูฏาทิภาวมฺปิ ชานาติ. ชานนฺโต จ ปน รูปํ ทิสฺวาปิ สทฺทํ สุตฺวาปิ คนฺธํ ฆายิตฺวาปิ รสํ สายิตฺวาปิ หตฺเถน ครุลหุภาวํ อุปธาเรตฺวาปิ ‘‘อสุกคาเม กโต’’ติปิ ชานาติ, ‘‘อสุกนิคเม อสุกนคเร อสุกปพฺพตจฺฉายาย อสุกนทีตีเร กโต’’ติปิ, ‘‘อสุกาจริเยน กโต’’ติปิ ชานาติ. เอวเมว สญฺญา อชาตพุทฺธิทารกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมตฺตเมว ชานาติ. วิญฺญาณํ คามิกปุริสสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ. ปญฺญา มหาเหรญฺญิกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.

โส ปน เนสํ วิเสโส ทุปฺปฏิวิชฺโฌ. เตนาห อายสฺมา นาคเสโน –

‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตนฺติ. กึ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ทุกฺกรํ กตนฺติ? ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตํ, อิเมสํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ ‘อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๗.๑๖).

ยถา หิ ติลเตลํ สาสปเตลํ มธุกเตลํ เอรณฺฑกเตลํ วสาเตลนฺติ อิมานิ ปญฺจ เตลานิ เอกจาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา ทิวสํ ยมกมนฺเถ หิ มนฺเถตฺวา ตโต ‘‘อิทํ ติลเตลํ, อิทํ สาสปเตล’’นฺติ เอเกกสฺส ปาฏิเยกฺกํ อุทฺธรณํ นาม ทุกฺกรํ, อิทํ ตโต ทุกฺกรตรํ. ภควา ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา ธมฺมิสฺสโร ธมฺมราชา อิเมสํ อรูปีนํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกาสิ. ปญฺจนฺนํ มหานทีนํ สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเน ‘‘อิทํ คงฺคาย อุทกํ, อิทํ ยมุนายา’’ติ เอวํ ปาฏิเยกฺกํ อุทกุทฺธรเณนาปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อิติ ปฐมปพฺเพน สุญฺญตํ, ทุติเยน สุญฺญตาลกฺขณนฺติ ทฺวีหิ ปพฺเพหิ อนตฺตลกฺขณํ กเถตฺวา อิทานิ ทุกฺขลกฺขณํ ทสฺเสตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ขชฺชามีติ น รูปํ สุนโข วิย มํสํ ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวา ขาทติ, ยถา ปน กิลิฏฺฐวตฺถนิวตฺโถ ตโตนิทานํ ปีฬํ สนฺธาย ‘‘ขาทติ มํ วตฺถ’’นฺติ ภณติ, เอวมิทมฺปิ ปีฬํ อุปฺปาเทนฺตํ ขาทติ นามาติ เวทิตพฺพํ. ปฏิปนฺโน โหตีติ สีลํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโน โหติ. โย ปเนตฺถ พลวญาโณ ติกฺขพุทฺธิ ญาณุตฺตโร โยคาวจโร ปธานภูมิยํ วายมนฺโต ขาณุนา วา กณฺฏเกน วา วิทฺโธ อาวุเธน วา ปหโฏ พฺยคฺฆาทีหิ วา คเหตฺวา ขชฺชมาโน ตํ เวทนํ อพฺโพหาริกํ กตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺโต อรหตฺตเมว คณฺหาติ, อยํ เวทนาย นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน นาม วุจฺจติ ปีตมลฺลตฺเถโร วิย กุฏุมฺพิยปุตฺตมหาติสฺสตฺเถโร วิย วตฺตนิอฏวิยํ ตึสมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อญฺญตโร พฺยคฺฆมุเข นิปนฺนภิกฺขุ วิย กณฺฏเกน วิทฺธตฺเถโร วิย จ.

ทฺวาทสสุ กิร ภิกฺขูสุ ฆณฺฏึ ปหริตฺวา อรญฺเญ ปธานมนุยุญฺชนฺเตสุ เอโก สูริเย อตฺถงฺคตมตฺเตเยว ฆณฺฏึ ปหริตฺวา จงฺกมํ โอรุยฺห จงฺกมนฺโต ติริยํ นิมฺมเถนฺโต ติณปฏิจฺฉนฺนํ กณฺฏกํ อกฺกมิ. กณฺฏโก ปิฏฺฐิปาเทน นิกฺขนฺโต. ตตฺตผาเลน วินิวิทฺธกาโล วิย เวทนา วตฺตติ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘กึ อิมํ กณฺฏกํ อุทฺธรามิ, อุทาหุ ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏก’’นฺติ? ตสฺส เอวมโหสิ – ‘‘อิมินา กณฺฏเกน วิทฺธตฺตา นิรยาทีสุ ภยํ นาม นตฺถิ, ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏกํเยวา’’ติ. โส ตํ เวทนํ อพฺโพหาริกํ กตฺวา สพฺพรตฺตึ จงฺกมิตฺวา วิภาตาย รตฺติยา อญฺญสฺส สญฺญํ อทาสิ. โส อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิ? ‘‘กณฺฏเกนมฺหิ, อาวุโส, วิทฺโธ’’ติ. ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สายเมว, อาวุโส’’ติ. ‘‘กสฺมา น อเมฺห ปกฺโกสิตฺถ, กณฺฏกํ อุทฺธริตฺวา ตตฺถ เตลมฺปิ สิญฺเจยฺยามา’’ติ? ‘‘ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏกเมว อุทฺธริตุํ วายมิมฺหา, อาวุโส’’ติ. ‘‘สกฺกุณิตฺถ, ภนฺเต, อุทฺธริตุ’’นฺติ. ‘‘เอกเทสมตฺเตน เม, อาวุโส, อุทฺธโฏ’’ติ. เสสวตฺถูนิ ทีฆมชฺฌิมฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) สติปฏฺฐานสุตฺตนิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว.

ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารทฺธํ? อิมสฺมึ ปพฺเพ ทุกฺขลกฺขณเมว กถิตํ, น อนิจฺจลกฺขณํ. ตํ ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธํ. ตีณิ ลกฺขณานิ สโมธาเนตฺวา ทสฺเสตุมฺปิ อารทฺธเมว. อปจินาติ โน อาจินาตีติ วฏฺฏํ วินาเสติ, เนว จินาติ. ปชหติ น อุปาทิยตีติ ตเทว วิสฺสชฺเชติ, น คณฺหาติ. วิสิเนติ น อุสฺสิเนตีติ วิกิรติ น สมฺปิณฺเฑติ. วิธูเปติ น สนฺธูเปตีติ นิพฺพาเปติ น ชาลาเปติ.

เอวํ ปสฺสํ, ภิกฺขเวติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? วฏฺฏํ วินาเสตฺวา ฐิตํ มหาขีณาสวํ ทสฺเสสฺสามีติ อารทฺธํ. เอตฺตเกน วา ฐาเนน วิปสฺสนา กถิตา, อิทานิ สห วิปสฺสนาย จตฺตาโร มคฺเค ทสฺเสตุํ อิทํ อารทฺธํ. อถ วา เอตฺตเกน ฐาเนน ปฐมมคฺโค กถิโต, อิทานิ สห วิปสฺสนาย ตโย มคฺเค ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธํ. เอตฺตเกน วา ฐาเนน ตีณิ มคฺคานิ กถิตานิ, อิทานิ สห วิปสฺสนาย อรหตฺตมคฺคํ ทสฺเสตุมฺปิ อิทํ อารทฺธเมว.

สปชาปติกาติ สทฺธึ ปชาปตินา เทวราเชน. อารกาว นมสฺสนฺตีติ ทูรโตว นมสฺสนฺติ, ทูเรปิ ฐิตํ นมสฺสนฺติเยว อายสฺมนฺตํ นีตตฺเถรํ วิย.

เถโร กิร ปุปฺผจฺฉฑฺฑกกุลโต นิกฺขมฺม ปพฺพชิโต, ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อชฺเชว ปพฺพชิโต อชฺเชว เม ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺตํ, จตุปจฺจยสนฺโตสภาวนารามมณฺฑิตํ มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรสฺสามี’’ติ. โส ปํสุกูลตฺถาย สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา โจฬกํ ปริเยสนฺโต วิจริ. อเถโก มหาพฺรหฺมา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย มนุสฺสปถํ โอโลเกนฺโต เถรํ ทิสฺวา – ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิตฺวา อชฺเชว ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺวา มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรตุํ โจฬกํ ปริเยสตี’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. ตมญฺโญ มหาพฺรหฺมา ทิสฺวา ‘‘กํ นมสฺสสี’’ติ? ปุจฺฉิ. นีตตฺเถรํ นมสฺสามีติ. กึ การณาติ? อชฺเชว ปพฺพชิตฺวา อชฺเชว ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺวา มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรตุํ โจฬกํ ปริเยสตีติ. โสปิ นํ นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. อถญฺโญ, อถญฺโญติ สตฺตสตา มหาพฺรหฺมาโน นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ. เตน วุตฺตํ –

‘‘ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา,

พฺรหฺมา วิมานา อภินิกฺขมิตฺวา;

นีตํ นมสฺสนฺติ ปสนฺนจิตฺตา,

‘ขีณาสโว คณฺหติ ปํสุกูลํ’’’.

‘‘ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา,

พฺรหฺมา วิมานา อภินิกฺขมิตฺวา;

นีตํ นมสฺสนฺติ ปสนฺนจิตฺตา,

‘ขีณาสโว กยิรติ ปํสุกูลํ’’’.

‘‘‘ขีณาสโว โธวติ ปํสุกูลํ’;

‘ขีณาสโว รชติ ปํสุกูลํ’;

‘ขีณาสโว ปารุปติ ปํสกูล’’’นฺติ.

อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เทสนํ ตีหิ ภเวหิ วินิวตฺเตตฺวา อรหตฺตสฺส กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สตฺตมํ.