๒. เทวทหสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเย เทวทหนฺติ เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน, เตสํ มงฺคลทโห, สยํชาโต วา โส ทโหติ, ตสฺมา ‘‘เทวทโห’’ติ วุตฺโต. ตสฺส อวิทูเร นิคโม เทวทหนฺเตฺวว นปุํสกลิงฺควเสน สงฺขํ คโต. ปจฺฉาภูมคมิกาติ ปจฺฉาภูมํ อปรทิสายํ นิวิฏฺฐํ ชนปทํ คนฺตุกามา. นิวาสนฺติ เตมาสํ วสฺสาวาสํ. อปโลกิโตติ อาปุจฺฉิโต. อปโลเกถาติ อาปุจฺฉถ. กสฺมา เถรํ อาปุจฺฉาเปติ? เต สภาเร กาตุกามตาย. โย หิ เอกวิหาเร วสนฺโตปิ สนฺติกํ น คจฺฉติ ปกฺกมนฺโต อนาปุจฺฉา ปกฺกมติ, อยํ นิพฺภาโร นาม. โย เอกวิหาเร วสนฺโตปิ อาคนฺตฺวา ปสฺสติ, ปกฺกมนฺโต อาปุจฺฉติ, อยํ สภาโร นาม. อิเมปิ ภิกฺขู ภควา ‘‘เอวมิเม สีลาทีหิ วฑฺฒิสฺสนฺตี’’ติ สภาเร กาตุกาโม อาปุจฺฉาเปติ.

ปณฺฑิโตติ ธาตุโกสลฺลาทินา จตุพฺพิเธน ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. อนุคฺคาหโกติ อามิสานุคฺคเหน จ ธมฺมานุคฺคเหน จาติ ทฺวีหิปิ อนุคฺคเหหิ อนุคฺคาหโก. เถโร กิร อญฺเญ ภิกฺขู วิย ปาโตว ปิณฺฑาย อคนฺตฺวา สพฺพภิกฺขูสุ คเตสุ สกลํ สงฺฆารามํ อนุวิจรนฺโต อสมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สมฺมชฺชติ, อฉฑฺฑิตํ กจวรํ ฉฑฺเฑติ, สงฺฆาราเม ทุนฺนิกฺขิตฺตานิ มญฺจปีฐทารุภณฺฑมตฺติกาภณฺฑานิ ปฏิสาเมติ. กึ การณา? ‘‘มา อญฺญติตฺถิยา วิหารํ ปวิฏฺฐา ทิสฺวา ปริภวํ อกํสู’’ติ. ตโต คิลานสาลํ คนฺตฺวา คิลาเน อสฺสาเสตฺวา ‘‘เกนตฺโถ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เยน อตฺโถ โหติ, ตทตฺถํ เตสํ ทหรสามเณเร อาทาย ภิกฺขาจารวตฺเตน วา สภาคฏฺฐาเน วา เภสชฺชํ ปริเยสิตฺวา เตสํ ทตฺวา, ‘‘คิลานุปฏฺฐานํ นาม พุทฺธปจฺเจกพุทฺเธหิ วณฺณิตํ, คจฺฉถ สปฺปุริสา อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ เต เปเสตฺวา สยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา อุปฏฺฐากกุเล วา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ คจฺฉติ. อิทํ ตาวสฺส นิพทฺธวาสฏฺฐาเน อาจิณฺณํ.

ภควติ ปน จาริกํ จรมาเน ‘‘อหํ อคฺคสาวโก’’ติ อุปาหนํ อารุยฺห ฉตฺตํ คเหตฺวา ปุรโต ปุรโต น คจฺฉติ. เย ปน ตตฺถ มหลฺลกา วา อาพาธิกา วา อติทหรา วา, เตสํ รุชฺชนฏฺฐานานิ เตเลน มกฺขาเปตฺวา ปตฺตจีวรํ อตฺตโน ทหรสามเณเรหิ คาหาเปตฺวา ตํทิวสํ วา ทุติยทิวสํ วา เต คณฺหิตฺวาว คจฺฉติ. เอกทิวสญฺหิ ตญฺเญว อายสฺมนฺตํ อติวิกาเล สมฺปตฺตตฺตา เสนาสนํ อลภิตฺวา, จีวรกุฏิยํ นิสินฺนํ ทิสฺวา, สตฺถา ปุนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา, หตฺถิวานรติตฺติรวตฺถุํ กเถตฺวา, ‘‘ยถาวุฑฺฒํ เสนาสนํ ทาตพฺพ’’นฺติ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสิ. เอวํ ตาเวส อามิสานุคฺคเหน อนุคฺคณฺหาติ. โอวทนฺโต ปเนส สตวารมฺปิ สหสฺสวารมฺปิ ตาว โอวทติ, ยาว โส ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาติ, อถ นํ วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺญํ โอวทติ. อิมินา นเยน โอวทโต จสฺส โอวาเท ฐตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา คณนปถํ อติกฺกนฺตา. เอวํ ธมฺมานุคฺคเหน อนุคฺคณฺหาติ.

ปจฺจสฺโสสุนฺติ เต ภิกฺขู ‘‘อมฺหากํ เนว อุปชฺฌาโย, น อาจริโย น สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺโต. กึ ตสฺส สนฺติเก กริสฺสามา’’ติ? ตุณฺหีภาวํ อนาปชฺชิตฺวา ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ. เอฬคลาคุมฺเพติ คจฺฉมณฺฑปเก. โส กิร เอฬคลาคุมฺโพ ธุวสลิลฏฺฐาเน ชาโต. อเถตฺถ จตูหิ ปาเทหิ มณฺฑปํ กตฺวา ตสฺส อุปริ ตํ คุมฺพํ อาโรเปสุํ, โส ตํ มณฺฑปํ ฉาเทสิ. อถสฺส เหฏฺฐา อิฏฺฐกาหิ ปริจินิตฺวา วาลิกํ โอกิริตฺวา อาสนํ ปญฺญาปยึสุ. สีตลํ ทิวาฏฺฐานํ อุทกวาโต วายติ. เถโร ตสฺมึ นิสีทิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เอฬคลาคุมฺเพ’’ติ.

นานาเวรชฺชคตนฺติ เอกสฺส รญฺโญ รชฺชโต นานาวิธํ รชฺชคตํ. วิรชฺชนฺติ อญฺญํ รชฺชํ. ยถา หิ สเทสโต อญฺโญ วิเทโส, เอวํ นิวุตฺถรชฺชโต อญฺญํ รชฺชํ วิรชฺชํ นาม, ตํ เวรชฺชนฺติ วุตฺตํ. ขตฺติยปณฺฑิตาติ พิมฺพิสารโกสลราชาทโย ปณฺฑิตราชาโน. พฺราหฺมณปณฺฑิตาติ จงฺกีตารุกฺขาทโย ปณฺฑิตพฺราหฺมณา. คหปติปณฺฑิตาติ จิตฺตสุทตฺตาทโย ปณฺฑิตคหปตโย. สมณปณฺฑิตาติ สภิยปิโลติกาทโย ปณฺฑิตปริพฺพาชกา. วีมํสกาติ อตฺถคเวสิโน. กึวาทีติ กึ อตฺตโน ทสฺสนํ วทติ, กึ ลทฺธิโกติ อตฺโถ. กิมกฺขายีติ กึ สาวกานํ โอวาทานุสาสนึ อาจิกฺขติ? ธมฺมสฺส จานุธมฺมนฺติ ภควตา วุตฺตพฺยากรณสฺส อนุพฺยากรณํ. สหธมฺมิโกติ สการโณ. วาทานุวาโทติ ภควตา วุตฺตวาทสฺส อนุวาโท. ‘‘วาทานุปาโต’’ติปิ ปาโฐ, สตฺถุ วาทสฺส อนุปาโต อนุปตนํ, อนุคมนนฺติ อตฺโถ. อิมินาปิ วาทํ อนุคโต วาโทเยว ทีปิโต โหติ.

อวิคตราคสฺสาติอาทีสุ ตณฺหาวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตณฺหา หิ รชฺชนโต ราโค, ฉนฺทิยนโต ฉนฺโท, ปิยายนฏฺเฐน เปมํ, ปิวิตุกามฏฺเฐน ปิปาสา, อนุทหนฏฺเฐน ปริฬาโหติ วุจฺจติ. อกุสเล จาวุโส, ธมฺเมติอาทิ กสฺมา อารทฺธํ? ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อวีตราคสฺส อาทีนวํ, วีตราคสฺส จ อานิสํสํ ทสฺเสตุํ. ตตฺร อวิฆาโตติ นิทฺทุกฺโข. อนุปายาโสติ นิรุปตาโป. อปริฬาโหติ นิทฺทาโห. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุติยํ.