๑. นกุลปิตุวคฺโค

๑. นกุลปิตุสุตฺตวณฺณนา

๑. ขนฺธิยวคฺคสฺส ปฐเม ภคฺเคสูติ เอวํนามเก ชนปเท. สุสุมารคิเรติ สุสุมารคิรนคเร. ตสฺมึ กิร มาปิยมาเน สุสุมาโร สทฺทมกาสิ, เตนสฺส ‘‘สุสุมารคิร’’นฺเตฺวว นามํ อกํสุ. เภสกฬาวเนติ เภสกฬาย นาม ยกฺขินิยา อธิวุตฺถตฺตา เอวํลทฺธนาเม วเน. ตเทว มิคคณสฺส อภยตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ. ภควา ตสฺมึ ชนปเท ตํ นครํ นิสฺสาย ตสฺมึ วนสณฺเฑ วิหรติ. นกุลปิตาติ นกุลสฺส นาม ทารกสฺส ปิตา.

ชิณฺโณติ ชราชิณฺโณ. วุฑฺโฒติ วโยวุฑฺโฒ. มหลฺลโกติ ชาติมหลฺลโก. อทฺธคโตติ ติยทฺธคโต. วโยอนุปฺปตฺโตติ เตสุ ตีสุ อทฺเธสุ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต. อาตุรกาโยติ คิลานกาโย. อิทญฺหิ สรีรํ สุวณฺณวณฺณมฺปิ นิจฺจปคฺฆรณฏฺเฐน อาตุรํเยว นาม. วิเสเสน ปนสฺส ชราตุรตา พฺยาธาตุรตา มรณาตุรตาติ ติสฺโส อาตุรตา โหนฺติ. ตาสุ กิญฺจาปิ เอโส มหลฺลกตฺตา ชราตุโรว, อภิณฺหโรคตาย ปนสฺส พฺยาธาตุรตา อิธ อธิปฺเปตา. อภิกฺขณาตงฺโกติ อภิณฺหโรโค นิรนฺตรโรโค. อนิจฺจทสฺสาวีติ ตาย อาตุรตาย อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ อาคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต กทาจิเทว ทฏฺฐุํ ลภามิ, น สพฺพกาลนฺติ อตฺโถ. มโนภาวนียานนฺติ มนวฑฺฒกานํ. เยสุ หิ ทิฏฺเฐสุ กุสลวเสน จิตฺตํ วฑฺฒติ, เต สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย มหาเถรา มโนภาวนียา นาม. อนุสาสตูติ ปุนปฺปุนํ สาสตุ. ปุริมญฺหิ วจนํ โอวาโท นาม, อปราปรํ อนุสาสนี นาม. โอติณฺเณ วา วตฺถุสฺมึ วจนํ โอวาโท นาม, อโนติณฺเณ ตนฺติวเสน วา ปเวณิวเสน วา วุตฺตํ อนุสาสนี นาม. อปิจ โอวาโทติ วา อนุสาสนีติ วา อตฺถโต เอกเมว, พฺยญฺชนมตฺตเมว นานํ.

อาตุโร หายนฺติ อาตุโร หิ อยํ, สุวณฺณวณฺโณ ปิยงฺคุสาโมปิ สมาโน นิจฺจปคฺฆรณฏฺเฐน อาตุโรเยว. อณฺฑภูโตติ อณฺฑํ วิย ภูโต ทุพฺพโล. ยถา กุกฺกุฏณฺฑํ วา มยูรณฺฑํ วา เคณฺฑุกํ วิย คเหตฺวา ขิปนฺเตน วา ปหรนฺเตน วา น สกฺกา กีฬิตุํ, ตาวเทว ภิชฺชติ, เอวมยมฺปิ กาโย กณฺฏเกปิ ขาณุเกปิ ปกฺขลิตสฺส ภิชฺชตีติ อณฺฑํ วิย ภูโตติ อณฺฑภูโต. ปริโยนทฺโธติ สุขุเมน ฉวิมตฺเตน ปริโยนทฺโธ. อณฺฑญฺหิ สารตเจน ปริโยนทฺธํ, เตน ฑํสมกสาทโย นิลียิตฺวาปิ ฉวึ ฉินฺทิตฺวา ยูสํ ปคฺฆราเปตุํ น สกฺโกนฺติ. อิมสฺมึ ปน ฉวึ ฉินฺทิตฺวา ยํ อิจฺฉนฺติ, ตํ กโรนฺติ. เอวํ สุขุมาย ฉวิยา ปริโยนทฺโธ. กิมญฺญตฺร พาลฺยาติ พาลภาวโต อญฺญํ กิมตฺถิ? พาโลเยว อยนฺติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา อยํ กาโย เอวรูโป, ตสฺมา.

เตนุปสงฺกมีติ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา อนนฺตรํ ปริณายกรตนสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ราชปุริโส วิย, สทฺธมฺมจกฺกวตฺติสฺส ภควโต อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา, อนนฺตรํ ธมฺมเสนาปติสฺส อปจิตึ กาตุกาโม เยนายสฺมา สาริปุตฺโต, เตนุปสงฺกมิ. วิปฺปสนฺนานีติ สุฏฺฐุ ปสนฺนานิ. อินฺทฺริยานีติ มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ. ปริสุทฺโธติ นิทฺโทโส. ปริโยทาโตติ ตสฺเสว เววจนํ. นิรุปกฺกิเลสตาเยว หิ เอส ปริโยทาโตติ วุตฺโต, น เสตภาเวน. เอตสฺส จ ปริโยทาตตํ ทิสฺวาว อินฺทฺริยานํ วิปฺปสนฺนตํ อญฺญาสิ. นยคฺคาหปญฺญา กิเรสา เถรสฺส.

กถญฺหิ โน สิยาติ เกน การเณน น ลทฺธา ภวิสฺสติ? ลทฺธาเยวาติ อตฺโถ. อิมินา กึ ทีเปติ? สตฺถุวิสฺสาสิกภาวํ. อยํ กิร สตฺถุ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปิติเปมํ, อุปาสิกา จสฺส มาติเปมํ ปฏิลภติ. อุโภปิ ‘‘มม ปุตฺโต’’ติ สตฺถารํ วทนฺติ. ภวนฺตรคโต หิ เนสํ สิเนโห. สา กิร อุปาสิกา ปญฺจ ชาติสตานิ ตถาคตสฺส มาตาว, โส จ, คหปติ, ปิตาว อโหสิ. ปุน ปญฺจ ชาติสตานิ อุปาสิกา มหามาตา, อุปาสโก มหาปิตา, ตถา จูฬามาตา จูฬปิตาติ. เอวํ สตฺถา ทิยฑฺฒอตฺตภาวสหสฺสํ เตสํเยว หตฺเถ วฑฺฒิโต. เตเนว เต ยํ เนว ปุตฺตสฺส, น ปิตุ สนฺติเก กเถตุํ สกฺกา, ตํ สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺนา กเถนฺติ. อิมินาเยว จ การเณน ภควา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ อุปาสกานํ วิสฺสาสิกานํ ยทิทํ นกุลปิตา คหปติ, ยทิทํ นกุลมาตา คหปตานี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๕๗) เต เอตทคฺเค ฐเปสิ. อิติ โส อิมํ วิสฺสาสิกภาวํ ปกาเสนฺโต กถญฺหิ โน สิยาติ อาห. อมเตน อภิสิตฺโตติ นสฺสิธ อญฺญํ กิญฺจิ ฌานํ วา วิปสฺสนา วา มคฺโค วา ผลํ วา ‘‘อมตาภิเสโก’’ติ ทฏฺฐพฺโพ, มธุรธมฺมเทสนาเยว ปน ‘‘อมตาภิเสโก’’ติ เวทิตพฺโพ. ทูรโตปีติ ติโรรฏฺฐาปิ ติโรชนปทาปิ.

อสฺสุตวา ปุถุชฺชโนติ อิทํ วุตฺตตฺถเมว. อริยานํ อทสฺสาวีติอาทีสุ อริยาติ อารกตฺตา กิเลเสหิ, อนเย น อิริยนโต, อเย อิริยนโต, สเทวเกน จ โลเกน อรณียโต พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ วุจฺจนฺติ. พุทฺธา เอว วา อิธ อริยา. ยถาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… ตถาคโต อริโย’’ติ วุจฺจตีติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๘). สปฺปุริสานนฺติ เอตฺถ ปน ปจฺเจกพุทฺธา ตถาคตสาวกา จ สปฺปุริสาติ เวทิตพฺพา. เต หิ โลกุตฺตรคุณโยเคน โสภนา ปุริสาติ สปฺปุริสา. สพฺเพว วา เอเต เทฺวธาปิ วุตฺตา. พุทฺธาปิ หิ อริยา จ สปฺปุริสา จ, ปจฺเจกพุทฺธา พุทฺธสาวกาปิ. ยถาห –

‘‘โย เว กตญฺญู กตเวทิ ธีโร,

กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ;

ทุขิตสฺส สกฺกจฺจ กโรติ กิจฺจํ,

ตถาวิธํ สปฺปุริสํ วทนฺตี’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๘);

‘‘กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหตี’’ติ เอตฺตาวตา หิ พุทฺธสาวโก วุตฺโต, กตญฺญุตาทีหิ ปจฺเจกพุทฺธพุทฺธาติ. อิทานิ โย เตสํ อริยานํ อทสฺสนสีโล, น จ ทสฺสเน สาธุการี, โส ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เวทิตพฺโพ. โส จ จกฺขุนา อทสฺสาวี, ญาเณน อทสฺสาวีติ ทุวิโธ. เตสุ ญาเณน อทสฺสาวี อิธ อธิปฺเปโต. มํสจกฺขุนา หิ ทิพฺพจกฺขุนา วา อริยา ทิฏฺฐาปิ อทิฏฺฐาว โหนฺติ เตสํ จกฺขูนํ วณฺณมตฺตคฺคหณโต น อริยภาวโคจรโต. โสณสิงฺคาลาทโยปิ จกฺขุนา อริเย ปสฺสนฺติ, น เจเต อริยานํ ทสฺสาวิโน นาม.

ตตฺริทํ วตฺถุ – จิตฺตลปพฺพตวาสิโน กิร ขีณาสวตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก วุฑฺฒปพฺพชิโต เอกทิวสํ เถเรน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวา, เถรสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา, ปิฏฺฐิโต อาคจฺฉนฺโต เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘อริยา นาม, ภนฺเต, กีทิสา’’ติ? เถโร อาห – ‘‘อิเธกจฺโจ มหลฺลโก อริยานํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา สหจรนฺโตปิ เนว อริเย ชานาติ, เอวํ ทุชฺชานาวุโส, อริยา’’ติ. เอวํ วุตฺเตปิ โส เนว อญฺญาสิ. ตสฺมา น จกฺขุนา ทสฺสนํ ทสฺสนํ, ญาเณน ทสฺสนเมว ทสฺสนํ. ยถาห – ‘‘กึ เต, วกฺกลิ, อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน? โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสติ. โย มํ ปสฺสติ, โส ธมฺมํ ปสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๘๗). ตสฺมา จกฺขุนา ปสฺสนฺโตปิ ญาเณน อริเยหิ ทิฏฺฐํ อนิจฺจาทิลกฺขณํ อปสฺสนฺโต, อริยาธิคตญฺจ ธมฺมํ อนธิคจฺฉนฺโต อริยกรธมฺมานํ อริยภาวสฺส จ อทิฏฺฐตฺตา ‘‘อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ เวทิตพฺโพ.

อริยธมฺมสฺส อโกวิโทติ, สติปฏฺฐานาทิเภเท อริยธมฺเม อกุสโล. อริยธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถ ปน –

‘‘ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;

อภาวโต ตสฺส อยํ, อวินีโตติ วุจฺจติ’’.

อยญฺหิ สํวรวินโย ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธปิ วินเย เอกเมโก วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปฺปหานํ, วิกฺขมฺภนปฺปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.

ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ สีลสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ อยํ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) สติสํวโร.

‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)

สติ เตสํ นิวารณํ;

โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ,

ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส.๔) –

อยํ ญาณสํวโร. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ ขนฺติสํวโร. ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) อยํ วีริยสํวโร. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต ‘‘สํวโร’’ วินยนโต ‘‘วินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว สํวรวินโย ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนาญาเณสุ ปฏิปกฺขภาวโต ทีปาโลเกเนว ตมสฺส, เตน เตน วิปสฺสนาญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ. เสยฺยถิทํ – นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเย อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสนาย อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกามตาย. อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ตทงฺคปฺปหานํ นาม.

ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส, เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา นเยน (ธ. ส. ๒๗๗; วิภ. ๖๒๘) วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน ปหานํ, อิทํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม.

ยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. ตํตํปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

เอวมยํ สงฺเขปโต ทุวิโธ, เภทโต จ ทสวิโธ วินโย ภินฺนสํวรตฺตา ปหาตพฺพสฺส จ อปฺปหีนตฺตา ยสฺมา เอตสฺส อสฺสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส นตฺถิ, ตสฺมา อภาวโต ตสฺส อยํ ‘‘อวินีโต’’ติ วุจฺจตีติ. เอส นโย สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโตติ เอตฺถาปิ. นินฺนานากรณญฺหิ เอตํ อตฺถโต. ยถาห –

‘‘เยว เต อริยา, เตว เต สปฺปุริสา. เยว เต สปฺปุริสา, เตว เต อริยา. โย เอว โส อริยานํ ธมฺโม, โส เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม. โย เอว โส สปฺปุริสานํ ธมฺโม, โส เอว โส อริยานํ ธมฺโม. เยว เต อริยวินยา, เตว เต สปฺปุริสวินยา. เยว เต สปฺปุริสวินยา, เตว เต อริยวินยา. อริเยติ วา สปฺปุริเสติ วา, อริยธมฺเมติ วา สปฺปุริสธมฺเมติ วา, อริยวินเยติ วา สปฺปุริสวินเยติ วา เอเสเส เอเก เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.

รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, ‘‘ยํ รูปํ, โส อหํ, โย อหํ, ตํ รูป’’นฺติ รูปญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เสยฺยถาปิ นาม เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยา อจฺจิ, โส วณฺโณ. โย วณฺโณ, สา อจฺจีติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ, เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ…เป… อทฺวยํ สมนุปสฺสตีติ เอวํ รูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ อรูปํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย ตํ รูปวนฺตํ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ อรูปเมว ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ อรูปเมว ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา กรณฺฑเก มณึ วิย ตํ อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. ปริยุฏฺฐฏฺฐายีติ ปริยุฏฺฐานากาเรน อภิภวนากาเรน ฐิโต, ‘‘อหํ รูปํ, มม รูป’’นฺติ เอวํ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คณฺหนโก นาม โหตีติ อตฺโถ. ตสฺส ตํ รูปนฺติ ตสฺส ตํ เอวํ คหิตํ รูปํ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ สุทฺธรูปเมว อตฺตาติ กถิตํ. ‘‘รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ, เวทนํ อตฺตโต…เป… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อรูปํ อตฺตาติ กถิตํ. ‘‘เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนํ, เวทนาย วา อตฺตาน’’นฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต. ตตฺถ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ, เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา, อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐีติ เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ, ตา สพฺพาปิ มคฺคาวรณา, น สคฺคาวรณา, ปฐมมคฺควชฺฌาติ เวทิตพฺพา.

เอวํ โข, คหปติ, อาตุรกาโย เจว โหติ อาตุรจิตฺโต จาติ กาโย นาม พุทฺธานมฺปิ อาตุโรเยว. จิตฺตํ ปน ราคโทสโมหานุคตํ อาตุรํ นาม, ตํ อิธ ทสฺสิตํ. โน จ อาตุรจิตฺโตติ อิธ นิกฺกิเลสตาย จิตฺตสฺส อนาตุรภาโว ทสฺสิโต. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต โลกิยมหาชโน อาตุรกาโย เจว อาตุรจิตฺโต จาติ ทสฺสิโต, ขีณาสวา อาตุรกายา อนาตุรจิตฺตา, สตฺต เสขา เนว อาตุรจิตฺตา, น อนาตุรจิตฺตาติ เวทิตพฺพา. ภชมานา ปน อนาตุรจิตฺตตํเยว ภชนฺตีติ. ปฐมํ.

๒. เทวทหสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเย เทวทหนฺติ เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน, เตสํ มงฺคลทโห, สยํชาโต วา โส ทโหติ, ตสฺมา ‘‘เทวทโห’’ติ วุตฺโต. ตสฺส อวิทูเร นิคโม เทวทหนฺเตฺวว นปุํสกลิงฺควเสน สงฺขํ คโต. ปจฺฉาภูมคมิกาติ ปจฺฉาภูมํ อปรทิสายํ นิวิฏฺฐํ ชนปทํ คนฺตุกามา. นิวาสนฺติ เตมาสํ วสฺสาวาสํ. อปโลกิโตติ อาปุจฺฉิโต. อปโลเกถาติ อาปุจฺฉถ. กสฺมา เถรํ อาปุจฺฉาเปติ? เต สภาเร กาตุกามตาย. โย หิ เอกวิหาเร วสนฺโตปิ สนฺติกํ น คจฺฉติ ปกฺกมนฺโต อนาปุจฺฉา ปกฺกมติ, อยํ นิพฺภาโร นาม. โย เอกวิหาเร วสนฺโตปิ อาคนฺตฺวา ปสฺสติ, ปกฺกมนฺโต อาปุจฺฉติ, อยํ สภาโร นาม. อิเมปิ ภิกฺขู ภควา ‘‘เอวมิเม สีลาทีหิ วฑฺฒิสฺสนฺตี’’ติ สภาเร กาตุกาโม อาปุจฺฉาเปติ.

ปณฺฑิโตติ ธาตุโกสลฺลาทินา จตุพฺพิเธน ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. อนุคฺคาหโกติ อามิสานุคฺคเหน จ ธมฺมานุคฺคเหน จาติ ทฺวีหิปิ อนุคฺคเหหิ อนุคฺคาหโก. เถโร กิร อญฺเญ ภิกฺขู วิย ปาโตว ปิณฺฑาย อคนฺตฺวา สพฺพภิกฺขูสุ คเตสุ สกลํ สงฺฆารามํ อนุวิจรนฺโต อสมฺมฏฺฐฏฺฐานํ สมฺมชฺชติ, อฉฑฺฑิตํ กจวรํ ฉฑฺเฑติ, สงฺฆาราเม ทุนฺนิกฺขิตฺตานิ มญฺจปีฐทารุภณฺฑมตฺติกาภณฺฑานิ ปฏิสาเมติ. กึ การณา? ‘‘มา อญฺญติตฺถิยา วิหารํ ปวิฏฺฐา ทิสฺวา ปริภวํ อกํสู’’ติ. ตโต คิลานสาลํ คนฺตฺวา คิลาเน อสฺสาเสตฺวา ‘‘เกนตฺโถ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เยน อตฺโถ โหติ, ตทตฺถํ เตสํ ทหรสามเณเร อาทาย ภิกฺขาจารวตฺเตน วา สภาคฏฺฐาเน วา เภสชฺชํ ปริเยสิตฺวา เตสํ ทตฺวา, ‘‘คิลานุปฏฺฐานํ นาม พุทฺธปจฺเจกพุทฺเธหิ วณฺณิตํ, คจฺฉถ สปฺปุริสา อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ เต เปเสตฺวา สยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา อุปฏฺฐากกุเล วา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา วิหารํ คจฺฉติ. อิทํ ตาวสฺส นิพทฺธวาสฏฺฐาเน อาจิณฺณํ.

ภควติ ปน จาริกํ จรมาเน ‘‘อหํ อคฺคสาวโก’’ติ อุปาหนํ อารุยฺห ฉตฺตํ คเหตฺวา ปุรโต ปุรโต น คจฺฉติ. เย ปน ตตฺถ มหลฺลกา วา อาพาธิกา วา อติทหรา วา, เตสํ รุชฺชนฏฺฐานานิ เตเลน มกฺขาเปตฺวา ปตฺตจีวรํ อตฺตโน ทหรสามเณเรหิ คาหาเปตฺวา ตํทิวสํ วา ทุติยทิวสํ วา เต คณฺหิตฺวาว คจฺฉติ. เอกทิวสญฺหิ ตญฺเญว อายสฺมนฺตํ อติวิกาเล สมฺปตฺตตฺตา เสนาสนํ อลภิตฺวา, จีวรกุฏิยํ นิสินฺนํ ทิสฺวา, สตฺถา ปุนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา, หตฺถิวานรติตฺติรวตฺถุํ กเถตฺวา, ‘‘ยถาวุฑฺฒํ เสนาสนํ ทาตพฺพ’’นฺติ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสิ. เอวํ ตาเวส อามิสานุคฺคเหน อนุคฺคณฺหาติ. โอวทนฺโต ปเนส สตวารมฺปิ สหสฺสวารมฺปิ ตาว โอวทติ, ยาว โส ปุคฺคโล โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาติ, อถ นํ วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺญํ โอวทติ. อิมินา นเยน โอวทโต จสฺส โอวาเท ฐตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา คณนปถํ อติกฺกนฺตา. เอวํ ธมฺมานุคฺคเหน อนุคฺคณฺหาติ.

ปจฺจสฺโสสุนฺติ เต ภิกฺขู ‘‘อมฺหากํ เนว อุปชฺฌาโย, น อาจริโย น สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺโต. กึ ตสฺส สนฺติเก กริสฺสามา’’ติ? ตุณฺหีภาวํ อนาปชฺชิตฺวา ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ. เอฬคลาคุมฺเพติ คจฺฉมณฺฑปเก. โส กิร เอฬคลาคุมฺโพ ธุวสลิลฏฺฐาเน ชาโต. อเถตฺถ จตูหิ ปาเทหิ มณฺฑปํ กตฺวา ตสฺส อุปริ ตํ คุมฺพํ อาโรเปสุํ, โส ตํ มณฺฑปํ ฉาเทสิ. อถสฺส เหฏฺฐา อิฏฺฐกาหิ ปริจินิตฺวา วาลิกํ โอกิริตฺวา อาสนํ ปญฺญาปยึสุ. สีตลํ ทิวาฏฺฐานํ อุทกวาโต วายติ. เถโร ตสฺมึ นิสีทิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เอฬคลาคุมฺเพ’’ติ.

นานาเวรชฺชคตนฺติ เอกสฺส รญฺโญ รชฺชโต นานาวิธํ รชฺชคตํ. วิรชฺชนฺติ อญฺญํ รชฺชํ. ยถา หิ สเทสโต อญฺโญ วิเทโส, เอวํ นิวุตฺถรชฺชโต อญฺญํ รชฺชํ วิรชฺชํ นาม, ตํ เวรชฺชนฺติ วุตฺตํ. ขตฺติยปณฺฑิตาติ พิมฺพิสารโกสลราชาทโย ปณฺฑิตราชาโน. พฺราหฺมณปณฺฑิตาติ จงฺกีตารุกฺขาทโย ปณฺฑิตพฺราหฺมณา. คหปติปณฺฑิตาติ จิตฺตสุทตฺตาทโย ปณฺฑิตคหปตโย. สมณปณฺฑิตาติ สภิยปิโลติกาทโย ปณฺฑิตปริพฺพาชกา. วีมํสกาติ อตฺถคเวสิโน. กึวาทีติ กึ อตฺตโน ทสฺสนํ วทติ, กึ ลทฺธิโกติ อตฺโถ. กิมกฺขายีติ กึ สาวกานํ โอวาทานุสาสนึ อาจิกฺขติ? ธมฺมสฺส จานุธมฺมนฺติ ภควตา วุตฺตพฺยากรณสฺส อนุพฺยากรณํ. สหธมฺมิโกติ สการโณ. วาทานุวาโทติ ภควตา วุตฺตวาทสฺส อนุวาโท. ‘‘วาทานุปาโต’’ติปิ ปาโฐ, สตฺถุ วาทสฺส อนุปาโต อนุปตนํ, อนุคมนนฺติ อตฺโถ. อิมินาปิ วาทํ อนุคโต วาโทเยว ทีปิโต โหติ.

อวิคตราคสฺสาติอาทีสุ ตณฺหาวเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตณฺหา หิ รชฺชนโต ราโค, ฉนฺทิยนโต ฉนฺโท, ปิยายนฏฺเฐน เปมํ, ปิวิตุกามฏฺเฐน ปิปาสา, อนุทหนฏฺเฐน ปริฬาโหติ วุจฺจติ. อกุสเล จาวุโส, ธมฺเมติอาทิ กสฺมา อารทฺธํ? ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อวีตราคสฺส อาทีนวํ, วีตราคสฺส จ อานิสํสํ ทสฺเสตุํ. ตตฺร อวิฆาโตติ นิทฺทุกฺโข. อนุปายาโสติ นิรุปตาโป. อปริฬาโหติ นิทฺทาโห. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุติยํ.

๓. หาลิทฺทิกานิสุตฺตวณฺณนา

๓. ตติเย อวนฺตีสูติ อวนฺติทกฺขิณาปถสงฺขาเต อวนฺติรฏฺเฐ. กุรรฆเรติ เอวํนามเก นคเร. ปปาเตติ เอกโต ปปาเต. ตสฺส กิร ปพฺพตสฺส เอกํ ปสฺสํ ฉินฺทิตฺวา ปาติตํ วิย อโหสิ. ‘‘ปวตฺเต’’ติปิ ปาโฐ, นานาติตฺถิยานํ ลทฺธิปวตฺตฏฺฐาเนติ อตฺโถ. อิติ เถโร ตสฺมึ รฏฺเฐ ตํ นครํ นิสฺสาย ตสฺมึ ปพฺพเต วิหรติ. หาลิทฺทิกานีติ เอวํนามโก. อฏฺฐกวคฺคิเย มาคณฺฑิยปเญฺหติ อฏฺฐกวคฺคิกมฺหิ มาคณฺฑิยปโญฺห นาม อตฺถิ, ตสฺมึ ปเญฺห. รูปธาตูติ รูปกฺขนฺโธ อธิปฺเปโต. รูปธาตุราควินิพทฺธนฺติ รูปธาตุมฺหิ ราเคน วินิพทฺธํ. วิญฺญาณนฺติ กมฺมวิญฺญาณํ. โอกสารีติ เคหสารี อาลยสารี.

กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘วิญฺญาณธาตุ โข, คหปตี’’ติ น วุตฺตนฺติ? สมฺโมหวิฆาตตฺถํ. ‘‘โอโก’’ติ หิ อตฺถโต ปจฺจโย วุจฺจติ, ปุเรชาตญฺจ กมฺมวิญฺญาณํ ปจฺฉาชาตสฺส กมฺมวิญฺญาณสฺสปิ วิปากวิญฺญาณสฺสปิ วิปากวิญฺญาณญฺจ วิปากวิญฺญาณสฺสปิ กมฺมวิญฺญาณสฺสปิ ปจฺจโย โหติ, ตสฺมา ‘‘กตรํ นุ โข อิธ วิญฺญาณ’’นฺติ? สมฺโมโห ภเวยฺย, ตสฺส วิฆาตตฺถํ ตํ อคเหตฺวา อสมฺภินฺนาว เทสนา กตา. อปิจ อารมฺมณวเสน จตสฺโส อภิสงฺขารวิญฺญาณฏฺฐิติโย วุตฺตาติ ตา ทสฺเสตุมฺปิ อิธ วิญฺญาณํ น คหิตํ.

อุปยุปาทานาติ ตณฺหูปยทิฏฺฐูปยวเสน เทฺว อุปยา, กามุปาทานาทีนิ จตฺตาริ อุปาทานานิ จ. เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยาติ อกุสลจิตฺตสฺส อธิฏฺฐานภูตา เจว อภินิเวสภูตา จ อนุสยภูตา จ. ตถาคตสฺสาติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. สพฺเพสมฺปิ หิ ขีณาสวานํ เอเต ปหีนาว, สตฺถุ ปน ขีณาสวภาโว โลเก อติปากโฏติ อุปริมโกฏิยา เอวํ วุตฺตํ. วิญฺญาณธาตุยาติ อิธ วิญฺญาณํ กสฺมา คหิตํ? กิเลสปฺปหานทสฺสนตฺถํ. กิเลสา หิ น เกวลํ จตูสุเยว ขนฺเธสุ ปหีนา ปหียนฺติ, ปญฺจสุปิ ปหียนฺติเยวาติ กิเลสปฺปหานทสฺสนตฺถํ คหิตํ. เอวํ โข, คหปติ, อโนกสารี โหตีติ เอวํ กมฺมวิญฺญาเณน โอกํ อสรนฺเตน อโนกสารี นาม โหติ.

รูปนิมิตฺตนิเกตวิสารวินิพนฺธาติ รูปเมว กิเลสานํ ปจฺจยฏฺเฐน นิมิตฺตํ, อารมฺมณกิริยสงฺขาตนิวาสนฏฺฐานฏฺเฐน นิเกตนฺติ รูปนิมิตฺตนิเกตํ. วิสาโร จ วินิพนฺโธ จ วิสารวินิพนฺธา. อุภเยนปิ หิ กิเลสานํ ปตฺถฏภาโว จ วินิพนฺธนภาโว จ วุตฺโต, รูปนิมิตฺตนิเกเต วิสารวินิพนฺธาติ รูปนิมิตฺตนิเกตวิสารวินิพนฺธา, ตสฺมา รูปนิมิตฺตนิเกตมฺหิ อุปฺปนฺเนน กิเลสวิสาเรน เจว กิเลสพนฺธเนน จาติ อตฺโถ. นิเกตสารีติ วุจฺจตีติ อารมฺมณกรณวเสน นิวาสนฏฺฐานํ สารีติ วุจฺจติ. ปหีนาติ เต รูปนิมิตฺตนิเกตกิเลสวิสารวินิพนฺธา ปหีนา.

กสฺมา ปเนตฺถ ปญฺจกฺขนฺธา ‘‘โอกา’’ติ วุตฺตา, ฉ อารมฺมณานิ ‘‘นิเกต’’นฺติ? ฉนฺทราคสฺส พลวทุพฺพลตาย. สมาเนปิ หิ เอเตสํ อาลยฏฺเฐน วิสยภาเว โอโกติ นิจฺจนิวาสนฏฺฐานเคหเมว วุจฺจติ, นิเกตนฺติ ‘‘อชฺช อสุกฏฺฐาเน กีฬิสฺสามา’’ติ กตสงฺเกตฏฺฐานํ นิวาสฏฺฐานํ อุยฺยานาทิ. ตตฺถ ยถา ปุตฺตทารธนธญฺญปุณฺณเคเห ฉนฺทราโค พลวา โหติ, เอวํ อชฺฌตฺติเกสุ ขนฺเธสุ. ยถา ปน อุยฺยานฏฺฐานาทีสุ ตโต ทุพฺพลตโร โหติ, เอวํ พาหิเรสุ ฉสุ อารมฺมเณสูติ ฉนฺทราคสฺส พลวทุพฺพลตาย เอวํ เทสนา กตาติ เวทิตพฺโพ.

สุขิเตสุ สุขิโตติ อุปฏฺฐาเกสุ ธนธญฺญลาภาทิวเสน สุขิเตสุ ‘‘อิทานาหํ มนาปํ โภชนํ ลภิสฺสามี’’ติ เคหสิตสุเขน สุขิโต โหติ, เตหิ ปตฺตสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน วิย จรติ. ทุกฺขิเตสุ ทุกฺขิโตติ เตสํ เกนจิเทว การเณน ทุกฺเข อุปฺปนฺเน สยํ ทฺวิคุเณน ทุกฺเขน ทุกฺขิโต โหติ. กิจฺจกรณีเยสูติ กิจฺจสงฺขาเตสุ กรณีเยสุ. เตสุ โยคํ อาปชฺชตีติ อุปโยคํ สยํ เตสํ กิจฺจานํ กตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. กาเมสูติ วตฺถุกาเมสุ. เอวํ โข, คหปติ, กาเมหิ อริตฺโต โหตีติ เอวํ กิเลสกาเมหิ อริตฺโต โหติ อนฺโต กามานํ ภาเวน อตุจฺโฉ. สุกฺกปกฺโข เตสํ อภาเวน ริตฺโต ตุจฺโฉติ เวทิตพฺโพ.

ปุรกฺขราโนติ วฏฺฏํ ปุรโต กุรุมาโน. เอวํรูโป สิยนฺติอาทีสุ ทีฆรสฺสกาโฬทาตาทีสุ รูเปสุ ‘‘เอวํรูโป นาม ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺเถติ. สุขาทีสุ เวทนาสุ เอวํเวทโน นาม; นีลสญฺญาทีสุ สญฺญาสุ เอวํ สญฺโญ นาม; ปุญฺญาภิสงฺขาราทีสุ สงฺขาเรสุ เอวํสงฺขาโร นาม; จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ วิญฺญาเณสุ ‘‘เอวํ วิญฺญาโณ นาม ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺเถติ.

อปุรกฺขราโนติ วฏฺฏํ ปุรโต อกุรุมาโน. สหิตํ เม, อสหิตํ เตติ ตุยฺหํ วจนํ อสหิตํ อสิลิฏฺฐํ, มยฺหํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ มธุรปานสทิสํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตุยฺหํ ทีเฆน กาเลน ปริจิตํ สุปฺปคุณํ, ตํ มม วาทํ อาคมฺม สพฺพํ ขเณน วิปราวตฺตํ นิวตฺตํ. อาโรปิโต เต วาโทติ ตุยฺหํ โทโส มยา อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ ตํ ตํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา อุตฺตริ ปริเยสนฺโต อิมสฺส วาทสฺส โมกฺขาย จร อาหิณฺฑาหิ. นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสีติ อถ สยเมว ปโหสิ, อิเธว นิพฺเพเฐหีติ. ตติยํ.

๔. ทุติยหาลิทฺทิกานิสุตฺตวณฺณนา

๔. จตุตฺเถ สกฺกปเญฺหติ จูฬสกฺกปเญฺห, มหาสกฺกปเญฺหเปตํ วุตฺตเมว. ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตาติ ตณฺหาสงฺขเย นิพฺพาเน ตทารมฺมณาย ผลวิมุตฺติยา วิมุตฺตา. อจฺจนฺตนิฏฺฐาติ อนฺตํ อติกฺกนฺตนิฏฺฐา สตตนิฏฺฐา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. จตุตฺถํ.

๕. สมาธิสุตฺตวณฺณนา

๕. ปญฺจเม สมาธินฺติ อิทํ ภควา เต ภิกฺขู จิตฺเตกคฺคตาย ปริหายนฺเต ทิสฺวา, ‘‘จิตฺเตกคฺคตํ ลภนฺตานํ อิเมสํ กมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อาห. อภินนฺทตีติ ปตฺเถติ. อภิวทตีติ ตาย อภินนฺทนาย ‘‘อโห ปิยํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาป’’นฺติ วทติ. วาจํ อภินนฺทนฺโตปิ จ ตํ อารมฺมณํ นิสฺสาย เอวํ โลภํ อุปฺปาเทนฺโต อภิวทติเยว นาม. อชฺโฌสาย ติฏฺฐตีติ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คณฺหาติ. ยา รูเป นนฺทีติ ยา สา รูเป พลวปตฺถนาสงฺขาตา นนฺที. ตทุปาทานนฺติ ตํ คหณฏฺเฐน อุปาทานํ. นาภินนฺทตีติ น ปตฺเถติ. นาภิวทตีติ ปตฺถนาวเสน น ‘‘อิฏฺฐํ กนฺต’’นฺติ วทติ. วิปสฺสนาจิตฺเตน เจตสา ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺข’’นฺติ วจีเภทํ กโรนฺโตปิ นาภิวทติเยว. ปญฺจมํ.

๖. ปฏิสลฺลาณสุตฺตวณฺณนา

๖. ฉฏฺเฐ ปฏิสลฺลาเณติ อิทํ ภควา เต ภิกฺขู กายวิเวเกน ปริหายนฺเต ทิสฺวา ‘‘กายวิเวกํ ลภนฺตานํ อิเมสํ กมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อาห. ฉฏฺฐํ.

๗. อุปาทาปริตสฺสนาสุตฺตวณฺณนา

๗. สตฺตเม อุปาทาปริตสฺสนนฺติ คหเณน อุปฺปนฺนํ ปริตสฺสนํ. อนุปาทาอปริตสฺสนนฺติ อคฺคหเณน อปริตสฺสนํ. รูปวิปริณามานุปริวตฺติวิญฺญาณํ โหตีติ ‘‘มม รูปํ วิปริณต’’นฺติ วา ‘‘อหุ วต เมตํ, ทานิ วต เม นตฺถี’’ติ วา อาทินา นเยน กมฺมวิญฺญาณํ รูปสฺส เภทานุปริวตฺติ โหติ. วิปริณามานุปริวตฺติชาติ วิปริณามสฺส อนุปริวตฺติโต วิปริณามารมฺมณจิตฺตโต ชาตา. ปริตสฺสนา ธมฺมสมุปฺปาทาติ ตณฺหาปริตสฺสนา จ อกุสลธมฺมสมุปฺปาทา จ. จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺตํ. ปริยาทาย ติฏฺฐนฺตีติ ปริยาทิยิตฺวา ติฏฺฐนฺติ. อุตฺตาสวาติ สอุตฺตาโส. วิฆาตวาติ สวิฆาโต สทุกฺโข. อเปกฺขวาติ สาลโย. อุปาทาย จ ปริตสฺสตีติ คณฺหิตฺวา ปริตสฺสโก นาม โหติ. น รูปวิปริณามานุปริวตฺตีติ ขีณาสวสฺส กมฺมวิญฺญาณเมว นตฺถิ, ตสฺมา รูปเภทานุปริวตฺติ น โหตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. สตฺตมํ.

๘. ทุติยอุปาทาปริตสฺสนาสุตฺตวณฺณนา

๘. อฏฺฐเม ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน เทสนา กตา. อิติ ปฏิปาฏิยา จตูสุ สุตฺเตสุ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ. อฏฺฐมํ.

๙. กาลตฺตยอนิจฺจสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม โก ปน วาโท ปจฺจุปฺปนฺนสฺสาติ ปจฺจุปฺปนฺนมฺหิ กถาว กา, อนิจฺจเมว ตํ. เต กิร ภิกฺขู อตีตานาคตํ อนิจฺจนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา ปจฺจุปฺปนฺเน กิลมึสุ, อถ เนสํ อิโต อตีตานาคเตปิ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจ’’นฺติ วุจฺจมาเน พุชฺฌิสฺสนฺตีติ อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา สตฺถา ปุคฺคลชฺฌาสเยน อิมํ เทสนํ เทเสสิ. นวมํ.

๑๐-๑๑. กาลตฺตยทุกฺขสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๐-๑๑. ทสเมกาทสมานิ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ปเทหิ วิเสเสตฺวา ตถารูเปเนว ปุคฺคลชฺฌาสเยน กถิตานีติ. ทสเมกาทสมานิ.

นกุลปิตุวคฺโค ปฐโม.