๘. กลิงฺครสุตฺตวณฺณนา

๒๓๐. อฏฺฐเม กลิงฺครูปธานาติ กลิงฺครฆฏิกํ สีสูปธานญฺเจว ปาทูปธานญฺจ กตฺวา. อปฺปมตฺตาติ สิปฺปุคฺคหเณ อปฺปมตฺตา. อาตาปิโนติ อุฏฺฐานวีริยาตาเปน ยุตฺตา. อุปาสนสฺมินฺติ สิปฺปานํ อภิโยเค อาจริยานญฺจ ปยิรุปาสเน. เต กิร ตทา ปาโตว อุฏฺฐาย สิปฺปสาลํ คจฺฉนฺติ, ตตฺถ สิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา สชฺฌายาทีหิ อภิโยคํ กตฺวา มุขํ โธวิตฺวา ยาคุปานาย คจฺฉนฺติ. ยาคุํ ปิวิตฺวา ปุน สิปฺปสาลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ คณฺหิตฺวา สชฺฌายํ กโรนฺตา ปาตราสาย คจฺฉนฺติ. กตปาตราสา สมานา ‘‘มา ปมาเทน จิรํ นิทฺโทกฺกมนํ อโหสี’’ติ ขทิรฆฏิกาสุ สีเส จ ปาเท จ อุปทหิตฺวา โถกํ นิปชฺชิตฺวา ปุน สิปฺปสาลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ คเหตฺวา สชฺฌายนฺติ. สายํ สชฺฌายํ กโรนฺตา จ เคหํ คนฺตฺวา ภุตฺตสายมาสา ปฐมยามํ สชฺฌายํ กตฺวา สยนกาเล ตเถว กลิงฺครํ อุปธานํ กตฺวา สยนฺติ. เอวํ เต อกฺขณเวธิโน วาลเวธิโน จ อเหสุํ. อิทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

โอตารนฺติ วิวรํ. อารมฺมณนฺติ ปจฺจยํ. ปธานสฺมินฺติ ปธานภูมิยํ วีริยํ กุรุมานา. ปฐมโพธิยํ กิร ภิกฺขู ภตฺตกิจฺจํ กตฺวาว กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺติ. เตสํ มนสิกโรนฺตานํเยว สูริโย อตฺถํ คจฺฉติ. เต นฺหายิตฺวา ปุน จงฺกมํ โอตริตฺวา ปฐมยามํ จงฺกมนฺติ. ตโต ‘‘มา จิรํ นิทฺทายิมฺหา’’ติ สรีรทรถวิโนทนตฺถํ นิปชฺชนฺตา กฏฺฐขณฺฑํ อุปทหิตฺวา นิปชฺชนฺติ, เต ปุน ปจฺฉิมยาเม วุฏฺฐาย จงฺกมํ โอตรนฺติ. เต สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. อยมฺปิ ทีโป ติณฺณํ ราชูนํ กาเล เอกฆณฺฑินิคฺโฆโส เอกปธานภูมิ อโหสิ. นานามุเข ปหฏฆณฺฑิ ปิลิจฺฉิโกฬิยํ โอสรติ, กลฺยาณิยํ ปหฏฆณฺฑิ นาคทีเป โอสรติ. ‘‘อยํ ภิกฺขุ ปุถุชฺชโน, อยํ ปุถุชฺชโน’’ติ องฺคุลึ ปสาเรตฺวา ทสฺเสตพฺโพ อโหสิ. เอกทิวสํ สพฺเพ อรหนฺโตว อเหสุํ. ตสฺมาติ ยสฺมา กลิงฺครูปธานานํ มาโร อารมฺมณํ น ลภติ, ตสฺมา. อฏฺฐมํ.