๖. ธนุคฺคหสุตฺตวณฺณนา

๒๒๘. ฉฏฺเฐ ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคหาติ ทฬฺหธนุโน อิสฺสาสา. ทฬฺหธนุ นาม ทฺวิสหสฺสถามํ วุจฺจติ, ทฺวิสหสฺสถามํ นาม ยสฺส อาโรปิตสฺส ชิยาพทฺโธ โลหสีสาทีนํ ภาโร ทณฺเฑ คเหตฺวา ยาว กณฺฑปฺปมาณา อุกฺขิตฺตสฺส ปถวิโต มุจฺจติ. สุสิกฺขิตาติ ทสทฺวาทสวสฺสานิ อาจริยกุเล อุคฺคหิตสิปฺปา. กตหตฺถาติ โย สิปฺปเมว อุคฺคณฺหาติ, โส กตหตฺโถ น โหติ, อิเม ปน กตหตฺถา จิณฺณวสีภาวา. กตูปาสนาติ ราชกุลาทีสุ ทสฺสิตสิปฺปา.

ตสฺส ปุริสสฺส ชโวติ เอวรูโป อญฺโญ ปุริโส นาม น ภูตปุพฺโพ, โพธิสตฺตสฺเสว ปน ชวนหํสกาโล นาม อาสิ. ตทา โพธิสตฺโต จตฺตาริ กณฺฑานิ อาหริ. ตทา กิรสฺส กนิฏฺฐภาตโร ‘‘มยํ, ภาติก, สูริเยน สทฺธึ ชวิสฺสามา’’ติ อาโรเจสุํ. โพธิสตฺโต อาห – ‘‘สูริโย สีฆชโว, น สกฺขิสฺสถ ตุเมฺห เตน สทฺธึ ชวิตุ’’นฺติ. เต ทุติยํ ตติยมฺปิ ตเถว วตฺวา เอกทิวสํ ‘‘คจฺฉามา’’ติ ยุคนฺธรปพฺพตํ อารุหิตฺวา นิสีทึสุ. โพธิสตฺโต ‘‘กหํ เม ภาตโร’’ติ? ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘สูริเยน สทฺธึ ชวิตุํ คตา’’ติ วุตฺเต, ‘‘วินสฺสิสฺสนฺติ ตปสฺสิโน’’ติ เต อนุกมฺปมาโน สยมฺปิ คนฺตฺวา เตสํ สนฺติเก นิสีทิ. อถ สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต เทฺวปิ ภาตโร สูริเยน สทฺธึเยว อากาสํ ปกฺขนฺตา, โพธิสตฺโตปิ เตหิ สทฺธึเยว ปกฺขนฺโต. เตสุ เอกสฺส อปตฺเตเยว อนฺตรภตฺตสมเย ปกฺขนฺตเรสุ อคฺคิ อุฏฺฐหิ, โส ภาตรํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘น สกฺโกมี’’ติ อาห. ตเมนํ โพธิสตฺโต ‘‘มา ภายี’’ติ สมสฺสาเสตฺวา ปกฺขปญฺชเรน ปลิเวเฐตฺวา ทรถํ วิโนเทตฺวา ‘‘คจฺฉา’’ติ เปเสสิ.

ทุติโย ยาว อนฺตรภตฺตา ชวิตฺวา ปกฺขนฺตเรสุ อคฺคิมฺหิ อุฏฺฐหิเต ตเถวาห. ตมฺปิ โส ตเถว กตฺวา ‘‘คจฺฉา’’ติ เปเสสิ. สยํ ปน ยาว มชฺฌนฺหิกา ชวิตฺวา, ‘‘เอเต พาลาติ มยาปิ พาเลน น ภวิตพฺพ’’นฺติ นิวตฺติตฺวา – ‘‘อทิฏฺฐสหายกํ พาราณสิราชํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ พาราณสึ อคมาสิ. ตสฺมึ นครมตฺถเก ปริพฺภมนฺเต ทฺวาทสโยชนํ นครํ ปตฺตกฏาเหน โอตฺถฏปตฺโต วิย อโหสิ. อถ ปริพฺภมนฺตสฺส ปริพฺภมนฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ ฉิทฺทานิ ปญฺญายึสุ. สยมฺปิ อเนกหํสสหสฺสสทิโส ปญฺญายิ. โส เวคํ ปฏิสํหริตฺวา ราชเคหาภิมุโข อโหสิ. ราชา โอโลเกตฺวา – ‘‘อาคโต กิร เม ปิยสหาโย ชวนหํโส’’ติ วาตปานํ วิวริตฺวา รตนปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. โพธิสตฺโต รตนปีเฐ นิสีทิ.

อถสฺส ราชา สหสฺสปาเกน เตเลน ปกฺขนฺตรานิ มกฺเขตฺวา, มธุลาเช เจว มธุรปานกญฺจ อทาสิ. ตโต นํ กตปริโภคํ ‘‘สมฺม, กหํ อคมาสี’’ติ? ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘อถาหํ, มหาราช, ยาว มชฺฌนฺหิกา ชวิตฺวา – ‘นตฺถิ ชวิเตน อตฺโถ’ติ นิวตฺโต’’ติ อาจิกฺขิ. อถ ราชา อาห – ‘‘อหํ, สามิ, ตุมฺหากํ สูริเยน สทฺธึ ชวนเวคํ ปสฺสิตุกาโม’’ติ. ทุกฺกรํ, มหาราช, น สกฺกา ตยา ปสฺสิตุนฺติ. เตน หิ, สามิ, สริกฺขกมตฺตมฺปิ ทสฺเสหีติ. อาม, มหาราช, ธนุคฺคเห สนฺนิปาเตหีติ. ราชา สนฺนิปาเตสิ. หํโส ตโต จตฺตาโร คเหตฺวา นครมชฺเฌ โตรณํ กาเรตฺวา อตฺตโน คีวาย ฆณฺฑํ ปิฬนฺธาเปตฺวา โตรณสฺส อุปริ นิสีทิตฺวา – ‘‘จตฺตาโร ชนา โตรณํ นิสฺสาย จตุทิสาภิมุขา เอเกกํ กณฺฑํ ขิปนฺตู’’ติ วตฺวา, สยํ ปฐมกณฺเฑเนว สทฺธึ อุปฺปติตฺวา, ตํ กณฺฑํ อคฺคเหตฺวาว, ทกฺขิณาภิมุขํ คตกณฺฑํ ธนุโต รตนมตฺตาปคตํ คณฺหิ. ทุติยํ ทฺวิรตนมตฺตาปคตํ, ตติยํ ติรตนมตฺตาปคตํ, จตุตฺถํ ภูมึ อปฺปตฺตเมว คณฺหิ. อถ นํ จตฺตาริ กณฺฑานิ คเหตฺวา โตรเณ นิสินฺนกาเลเยว อทฺทสํสุ. โส ราชานํ อาห – ‘‘ปสฺส, มหาราช, เอวํสีโฆ อมฺหากํ ชโว’’ติ. เอวํ โพธิสตฺเตเนว ชวนหํสกาเล ตานิ กณฺฑานิ อาหริตานีติ เวทิตพฺพานิ.

ปุรโต ธาวนฺตีติ อคฺคโต ชวนฺติ. น ปเนตา สพฺพกาลํ ปุรโตว โหนฺติ, กทาจิ ปุรโต, กทาจิ ปจฺฉโต โหนฺติ. อากาสฏฺฐกวิมาเนสุ หิ อุยฺยานานิปิ โหนฺติ โปกฺขรณิโยปิ, ตา ตตฺถ นหายนฺติ, อุทกกีฬํ กีฬมานา ปจฺฉโตปิ โหนฺติ, เวเคน ปน คนฺตฺวา ปุน ปุรโตว ธาวนฺติ. อายุสงฺขาราติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ ตโต สีฆตรํ ขียติ. อรูปธมฺมานํ ปน เภโท น สกฺกา ปญฺญาเปตุํ. ฉฏฺฐํ.