๑. อฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา
๒๐๒. ลกฺขณสํยุตฺเต ยฺวายํ อายสฺมา จ ลกฺขโณติ ลกฺขณตฺเถโร วุตฺโต, เอส ชฏิลสหสฺสพฺภนฺตเร เอหิภิกฺขูปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺโน อาทิตฺตปริยายาวสาเน อรหตฺตํ ปตฺโต เอโก มหาสาวโกติ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปเนส ลกฺขณสมฺปนฺเนน สพฺพาการปริปูเรน พฺรหฺมสเมน อตฺตภาเวน สมนฺนาคโต, ตสฺมา ‘‘ลกฺขโณ’’ติ สงฺขํ คโต. มหาโมคฺคลฺลาโน ปน ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส อรหตฺตํ ปตฺโต ทุติโย อคฺคสาวโก.
สิตํ ปาตฺวากาสีติ มนฺทหสิตํ ปาตุอกาสิ, ปกาสยิ ทสฺเสสีติ วุตฺตํ โหติ. กึ ปน ทิสฺวา เถโร สิตํ ปาตฺวากาสีติ? อุปริ ปาฬิยํ อาคตํ อฏฺฐิกสงฺขลิกํ เอกํ เปตโลเก นิพฺพตฺตํ สตฺตํ ทิสฺวา. ตญฺจ โข ทิพฺเพน จกฺขุนา, น ปสาทจกฺขุนา. ปสาทจกฺขุสฺส หิ เอเต อตฺตภาวา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. เอวรูปํ ปน อตฺตภาวํ ทิสฺวา การุญฺเญ กตฺตพฺเพ กสฺมา สิตํ ปาตฺวากาสีติ? อตฺตโน จ พุทฺธญาณสฺส จ สมฺปตฺตึ สมนุสฺสรณโต. ตญฺหิ ทิสฺวา เถโร ‘‘อทิฏฺฐสจฺเจน นาม ปุคฺคเลน ปฏิลภิตพฺพา เอวรูปา อตฺตภาวา มุตฺโต อหํ, ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม’’ติ อตฺตโน จ สมฺปตฺตึ อนุสฺสริตฺวา – ‘‘อโห พุทฺธสฺส ภควโต ญาณสมฺปตฺติ, ‘โย กมฺมวิปาโก, ภิกฺขเว, อจินฺเตยฺโย น จินฺเตตพฺโพ’ติ เทเสสิ, ปจฺจกฺขํ วต กตฺวา พุทฺธา เทเสนฺติ, สุปฺปฏิวิทฺธา พุทฺธานํ ธมฺมธาตู’’ติ เอวํ พุทฺธญาณสมฺปตฺติญฺจ อนุสฺสริตฺวา สิตํ ปาตฺวากาสีติ.
อถ ลกฺขณตฺเถโร กสฺมา น อทฺทส, กิมสฺส ทิพฺพจกฺขุ นตฺถีติ? โน นตฺถิ, มหาโมคฺคลฺลาโน ปน อาวชฺเชนฺโต อทฺทส, อิตโร ปน อนาวชฺชเนน น อทฺทส. ยสฺมา ปน ขีณาสวา นาม น อการณา สิตํ กโรนฺติ, ตสฺมา ตํ ลกฺขณตฺเถโร ปุจฺฉิ โก นุ โข, อาวุโส โมคฺคลฺลาน, เหตุ, โก ปจฺจโย สิตสฺส ปาตุกมฺมายาติ? เถโร ปน ยสฺมา เยหิ อยํ อุปปตฺติ สามํ อทิฏฺฐา, เต ทุสฺสทฺธาปยา โหนฺติ, ตสฺมา ภควนฺตํ สกฺขึ กตฺวา พฺยากาตุกามตาย อกาโล โข, อาวุโสติอาทิมาห. ตโต ภควโต สนฺติเก ปุฏฺโฐ อิธาหํ, อาวุโสติอาทินา นเยน พฺยากาสิ.
ตตฺถ อฏฺฐิกสงฺขลิกนฺติ เสตํ นิมฺมํสโลหิตํ อฏฺฐิสงฺฆาตํ. คิชฺฌาปิ กากาปิ กุลลาปีติ เอเตปิ ยกฺขคิชฺฌา เจว ยกฺขกากา จ ยกฺขกุลลา จ ปจฺเจตพฺพา. ปากติกานํ ปน คิชฺฌาทีนํ อาปาถมฺปิ เอตํ รูปํ นาคจฺฉติ. อนุปติตฺวา อนุปติตฺวาติ อนุพนฺธิตฺวา อนุพนฺธิตฺวา. วิตุเทนฺตีติ อสิธารูปเมหิ ติขิเณหิ โลหตุณฺฑเกหิ วิชฺฌิตฺวา วิชฺฌิตฺวา อิโต จิโต จ จรนฺติ คจฺฉนฺติ. สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรตีติ เอตฺถ สุทนฺติ นิปาโต, สา อฏฺฐิกสงฺขลิกา อฏฺฏสฺสรํ อาตุรสฺสรํ กโรตีติ อตฺโถ. อกุสลวิปากานุภวนตฺถํ กิร โยชนปฺปมาณาปิ ตาทิสา อตฺตภาวา นิพฺพตฺตนฺติ, ปสาทุสฺสทา จ โหนฺติ ปกฺกคณฺฑสทิสา. ตสฺมา สา อฏฺฐิกสงฺขลิกา พลวเวทนาตุรา ตาทิสํ สทฺทมกาสีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ‘‘วฏฺฏคามิสตฺตา นาม เอวรูปา อตฺตภาวา น มุจฺจนฺตี’’ติ สตฺเตสุ การุญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ธมฺมสํเวคํ ทสฺเสนฺโต ตสฺส มยฺหํ, อาวุโส, เอตทโหสิ อจฺฉริยํ วต โภติอาทิมาห. ตโต ภควา เถรสฺส อานุภาวํ ปกาเสนฺโต จกฺขุภูตา วต, ภิกฺขเว, สาวกา วิหรนฺตีติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุ ภูตํ ชาตํ อุปฺปนฺนํ เอเตสนฺติ จกฺขุภูตา, ภูตจกฺขุกา อุปฺปนฺนจกฺขุกา จกฺขุํ อุปฺปาเทตฺวา วิหรนฺตีติ อตฺโถ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ยตฺร หิ นามาติ เอตฺถ ยตฺราติ การณวจนํ. ตตฺรายํ อตฺถโยชนา – ยสฺมา นาม สาวโกปิ เอวรูปํ ญสฺสติ วา ทกฺขติ วา สกฺขึ วา กริสฺสติ, ตสฺมา อโวจุมฺห – ‘‘จกฺขุภูตา วต, ภิกฺขเว, สาวกา วิหรนฺติ, ญาณภูตา วต, ภิกฺขเว, สาวกา วิหรนฺตี’’ติ. ปุพฺเพว เม โส, ภิกฺขเว, สตฺโต ทิฏฺโฐติ โพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิเวเธน อปฺปมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปฺปมาเณ สตฺตนิกาเย ภวคติโยนิฐิตินิวาเส จ ปจฺจกฺขํ กโรนฺเตน มยา ปุพฺเพว โส สตฺโต ทิฏฺโฐติ วทติ.
โคฆาตโกติ คาโว วธิตฺวา อฏฺฐิโต มํสํ โมเจตฺวา วิกฺกิณิตฺวา ชีวิกํ กปฺปนกสตฺโต. ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนาติ ตสฺส นานาเจตนาหิ อายูหิตสฺส อปราปริยกมฺมสฺส. ตตฺร หิ ยาย เจตนาย นรเก ปฏิสนฺธิ ชนิตา, ตสฺสา วิปาเก ปริกฺขีเณ อวเสสกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อารมฺมณํ กตฺวา ปุน เปตาทีสุ ปฏิสนฺธิ นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา สา ปฏิสนฺธิ กมฺมสภาคตาย อารมฺมณสภาคตาย วา ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสโส’’ติ วุจฺจติ. อยญฺจ สตฺโต เอวํ อุปฺปนฺโน. เตนาห – ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนา’’ติ. ตสฺส กิร นรกา จวนกาเล นิมฺมํสกตานํ คุนฺนํ อฏฺฐิราสิเยว นิมิตฺตํ อโหสิ. โส ปฏิจฺฉนฺนมฺปิ ตํ กมฺมํ วิญฺญูนํ ปากฏํ วิย กโรนฺโต อฏฺฐิสงฺขลิกเปโต ชาโต. ปฐมํ.