๑. ปฐมวคฺโค

๑. ติณกฏฺฐสุตฺตวณฺณนา

๑๒๔. อนมตคฺคสํยุตฺตสฺส ปฐเม อนมตคฺโคติ อนุ อมตคฺโค, วสฺสสตํ วสฺสสหสฺสํ ญาเณน อนุคนฺตฺวาปิ อมตคฺโค อวิทิตคฺโค, นาสฺส สกฺกา อิโต วา เอตฺโต วา อคฺคํ ชานิตุํ, อปริจฺฉินฺนปุพฺพาปรโกฏิโกติ อตฺโถ. สํสาโรติ ขนฺธาทีนํ อวิจฺฉินฺนปฺปวตฺตา ปฏิปาฏิ. ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายตีติ ปุริมมริยาทา น ทิสฺสติ. ยทคฺเคน จสฺส ปุริมา โกฏิ น ปญฺญายติ, ปจฺฉิมาปิ ตทคฺเคเนว น ปญฺญายติ, เวมชฺเฌเยว ปน สตฺตา สํสรนฺติ. ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยาติ อิทํ อุปมาย ขุทฺทกตฺตา วุตฺตํ. พาหิรสมยสฺมิญฺหิ อตฺโถ ปริตฺโต โหติ, อุปมา มหตี. ‘‘หตฺถี วิย อยํ โคโณ, โคโณ วิย สูกโร, สมุทฺโท วิย ตฬาก’’นฺติ หิ วุตฺเต น เตสํ ตาทิสํ ปมาณํ โหติ. พุทฺธสมเย ปน อุปมา ปริตฺตา, อตฺโถ มหา. ปาฬิยญฺหิ เอโก ชมฺพุทีโป คหิโต, เอวรูปานํ ปน ชมฺพุทีปานํ สเตปิ สหสฺเสปิ สตสหสฺเสปิ ติณาทีนิ เตน อุปกฺกเมน ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยุํ, น เตฺวว ปุริสสฺส มาตุ มาตโรติ. ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตนฺติ ตุเมฺหหิ ทุกฺขํ อนุภูตํ. ติพฺพนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. พฺยสนนฺติ ญาติพฺยสนาทิอเนกวิธํ. กฏสีติ สุสานํ, ปถวีเยว วา. สา หิ ปุนปฺปุนํ มรนฺเตหิ สรีรนิกฺเขเปน วฑฺฒิตา. อลเมวาติ ยุตฺตเมว. ปฐมํ.

๒. ปถวีสุตฺตวณฺณนา

๑๒๕. ทุติเย มหาปถวินฺติ จกฺกวาฬปริยนฺตํ มหาปถวึ. นิกฺขิเปยฺยาติ ตํ ปถวึ ภินฺทิตฺวา วุตฺตปฺปมาณํ คุฬิกํ กริตฺวา เอกมนฺตํ ฐเปยฺย. ทุติยํ.

๓. อสฺสุสุตฺตวณฺณนา

๑๒๖. ตติเย กนฺทนฺตานนฺติ สสทฺทํ รุทมานานํ. ปสฺสนฺนนฺติ สนฺทิตํ ปวตฺตํ. จตูสุ มหาสมุทฺเทสูติ สิเนรุรสฺมีหิ ปริจฺฉินฺเนสุ จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ. สิเนรุสฺส หิ ปาจีนปสฺสํ รชตมยํ, ทกฺขิณปสฺสํ มณิมยํ, ปจฺฉิมปสฺสํ ผลิกมยํ, อุตฺตรปสฺสํ สุวณฺณมยํ. ปุพฺพทกฺขิณปสฺเสหิ นิกฺขนฺตา รชตมณิรสฺมิโย เอกโต หุตฺวา มหาสมุทฺทปิฏฺเฐน คนฺตฺวา จกฺกวาฬปพฺพตํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ, ทกฺขิณปจฺฉิมปสฺเสหิ นิกฺขนฺตา มณิผลิกรสฺมิโย, ปจฺฉิมุตฺตรปสฺเสหิ นิกฺขนฺตา ผลิกสุวณฺณรสฺมิโย, อุตฺตรปาจีนปสฺเสหิ นิกฺขนฺตา สุวณฺณรชตรสฺมิโย เอกโต หุตฺวา มหาสมุทฺทปิฏฺเฐน คนฺตฺวา จกฺกวาฬปพฺพตํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ. ตาสํ รสฺมีนํ อนฺตเรสุ จตฺตาโร มหาสมุทฺทา โหนฺติ. เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตูสุ มหาสมุทฺเทสู’’ติ. ญาติพฺยสนนฺติอาทีสุ พฺยสนนฺติ วิอสนํ, วินาโสติ อตฺโถ. ญาตีนํ พฺยสนํ ญาติพฺยสนํ, โภคานํ พฺยสนํ โภคพฺยสนํ. โรโค ปน สยเมว อาโรคฺยํ วิยสติ วินาเสตีติ พฺยสนํ, โรโคว พฺยสนํ โรคพฺยสนํ. ตติยํ.

๔. ขีรสุตฺตวณฺณนา

๑๒๗. จตุตฺเถ มาตุถญฺญนฺติ เอกนามิกาย มนุสฺสมาตุ ขีรํ. อิเมสญฺหิ สตฺตานํ คณฺฑุปฺปาทกิปิลฺลิกาทีสุ วา มจฺฉกจฺฉปาทีสุ วา ปกฺขิชาเตสุ วา นิพฺพตฺตกาเล มาตุขีรเมว นตฺถิ, อชปสุมหึสาทีสุ นิพฺพตฺตกาเล ขีรํ อตฺถิ, ตถา มนุสฺเสสุ. ตตฺถ อชาทิกาเล จ มนุสฺเสสุ จาปิ ‘‘เทวี สุมนา ติสฺสา’’ติ เอวํ นานานามิกานํ กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตกาเล อคฺคเหตฺวา ติสฺสาติ เอกนามิกาย เอว มาตุ กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตกาเล ปีตํ ถญฺญํ จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกโต พหุตรนฺติ เวทิตพฺพํ. จตุตฺถํ.

๕. ปพฺพตสุตฺตวณฺณนา

๑๒๘. ปญฺจเม สกฺกา ปน, ภนฺเตติ โส กิร ภิกฺขุ จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา อนมตคฺคสฺส สํสารสฺส ทีฆตมตฺตา ‘น สุกรํ น สุกร’นฺติ กเถติเยว, กถํ นจฺฉินฺทติ, สกฺกา นุ โข อุปมํ การาเปตุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวมาห. กาสิเกนาติ ตโย กปฺปาสํสู เอกโต คเหตฺวา กนฺติตสุตฺตมเยน อติสุขุมวตฺเถน. เตน ปน ปริมฏฺเฐ กิตฺตกํ ขีเยยฺยาติ. สาสปมตฺตํ. ปญฺจมํ.

๖. สาสปสุตฺตวณฺณนา

๑๒๙. ฉฏฺเฐ อายสํ นครนฺติ อายเสน ปากาเรน ปริกฺขิตฺตํ นครํ, น ปน อนฺโต อายเสหิ เอกภูมิกาทิปาสาเทหิ อากิณฺณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ฉฏฺฐํ.

๗. สาวกสุตฺตวณฺณนา

๑๓๐. สตฺตเม อนุสฺสเรยฺยุนฺติ เอเกน กปฺปสตสหสฺเส อนุสฺสริเต อปโร ตสฺส ฐิตฏฺฐานโต อญฺญํ สตสหสฺสํ, อญฺโญปิ อญฺญนฺติ เอวํ จตฺตาโรปิ จตฺตาริสตสหสฺสานิ อนุสฺสเรยฺยุํ. สตฺตมํ.

๘-๙. คงฺคาสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๓๑-๑๓๒. อฏฺฐเม ยา เอตสฺมึ อนฺตเร วาลิกาติ ยา เอตสฺมึ อายามโต ปญฺจโยชนสติเก อนฺตเร วาลิกา. นวเม วตฺตพฺพํ นตฺถิ. อฏฺฐมนวมานิ.

๑๐. ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา

๑๓๓. ทสเม อฏฺฐิกงฺกโลติอาทีนิ ตีณิปิ ราสิเววจนาเนว. อิเมสํ ปน สตฺตานํ สอฏฺฐิกาลโต อนฏฺฐิกาโลว พหุตโร. คณฺฑุปฺปาทกาทิปาณภูตานญฺหิ เอเตสํ อฏฺฐิเมว นตฺถิ, มจฺฉกจฺฉปาทิภูตานํ ปน อฏฺฐิเมว พหุตรํ, ตสฺมา อนฏฺฐิกาลญฺจ พหุอฏฺฐิกาลญฺจ อคฺคเหตฺวา สมฏฺฐิกาโลว คเหตพฺโพ. อุตฺตโร คิชฺฌกูฏสฺสาติ คิชฺฌกูฏสฺส อุตฺตรปสฺเส ฐิโต. มคธานํ คิริพฺพเชติ มคธรฏฺฐสฺส คิริพฺพเช, คิริปริกฺเขเป ฐิโตติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ทสมํ.

ปฐโม วคฺโค.