๙. โกณฺฑญฺญสุตฺตวณฺณนา

๒๑๗. นวเม อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ ปฐมํ ธมฺมสฺส อญฺญาตตฺตา เอวํ คหิตนาโม เถโร. สุจิรสฺเสวาติ กีวจิรสฺส? ทฺวาทสนฺนํ สํวจฺฉรานํ. เอตฺตกํ กาลํ กตฺถ วิหาสีติ. ฉทฺทนฺตภวเน มนฺทากินิโปกฺขรณิยา ตีเร ปจฺเจกพุทฺธานํ วสนฏฺฐาเน. กสฺมา? วิหารครุตาย. โส หิ ปญฺญวา มหาสาวโก. ยเถว ภควโต, เอวมสฺส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวมนุสฺสานํ อพฺภนฺตเร คุณา ปตฺถฏาว. เทวมนุสฺสา ตถาคตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กตฺวา ‘‘อคฺคธมฺมํ ปฏิวิทฺธสาวโก’’ติ อนนฺตรํ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปูเชนฺติ. สนฺติกํ อาคตานญฺจ นาม ตถารูปา ธมฺมกถา วา ปฏิสนฺถาโร วา กาตพฺโพ โหติ. เถโร จ วิหารครุโก, เตนสฺส โส ปปญฺโจ วิย อุปฏฺฐาติ. อิติ วิหารครุตาย ตตฺถ คนฺตฺวา วิหาสิ.

อปรมฺปิ การณํ – ภิกฺขาจารเวลายํ ตาว สพฺพสาวกา วสฺสคฺเคน คจฺฉนฺติ. ธมฺมเทสนากาเล ปน มชฺฌฏฺฐาเน อลงฺกตพุทฺธาสนมฺหิ สตฺถริ นิสินฺเน ทกฺขิณหตฺถปสฺเส ธมฺมเสนาปติ, วามหตฺถปสฺเส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร นิสีทติ, เตสํ ปิฏฺฐิภาเค อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส อาสนํ ปญฺญาเปนฺติ. เสสา ภิกฺขู ตํ ปริวาเรตฺวา นิสีทนฺติ. เทฺว อคฺคสาวกา อคฺคธมฺมปฏิวิทฺธตฺตา จ มหลฺลกตฺตา จ เถเร สคารวา เถรํ มหาพฺรหฺมํ วิย อคฺคิกฺขนฺธํ วิย อาสีวิสํ วิย จ มญฺญมานา ธุราสเน นิสีทนฺตา โอตฺตปฺปนฺติ หรายนฺติ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อิเมหิ ธุราสนตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปารมิโย ปูริตา, เต อิทานิ ธุราสเน นิสีทนฺตา มม โอตฺตปฺปนฺติ หรายนฺติ, ผาสุวิหารํ เนสํ กริสฺสามี’’ติ. โส ปติรูเป กาเล ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, ชนปเท วสิตุ’’นฺติ อาห, สตฺถา อนุชานิ.

เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ฉทฺทนฺตภวเน มนฺทากินิตีรํ คโต. ปุพฺเพ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปาริจริยาย กตปริจยา อฏฺฐสหสฺสา หตฺถินาคา เถรํ ทิสฺวาว ‘‘อมฺหากํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อาคต’’นฺติ นเขหิ จงฺกมนํ นิตฺติณํ กตฺวา อาวรณสาขา หริตฺวา เถรสฺส วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคิตฺวา วตฺตํ กตฺวา สพฺเพ สนฺนิปติตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘สเจ หิ มยํ ‘อยํ เถรสฺส กตฺตพฺพํ กริสฺสติ, อยํ กริสฺสตี’ติ ปฏิปชฺชิสฺสาม, เถโร พหุญาติกคามํ คโต วิย ยถาโธเตเนว ปตฺเตน คมิสฺสติ, วาเรน นํ ปฏิชคฺคิสฺสาม, เอกสฺส ปน วาเร ปตฺเต เสเสหิปิ นปฺปมชฺชิตพฺพ’’นฺติ วารํ ฐปยึสุ. วาริกนาโค ปาโตว เถรสฺส มุโขทกญฺจ ทนฺตกฏฺฐญฺจ ฐเปติ, วตฺตํ กโรติ.

มนฺทากินิโปกฺขรณี นาม เจสา ปณฺณาสโยชนา โหติ. ตสฺสา ปญฺจวีสติโยชนมตฺเต ฐาเน เสวาโล วา ปณกํ วา นตฺถิ, ผลิกวณฺณํ อุทกเมว โหติ. ตโต ปรํ ปน กฏิปฺปมาเณ อุทเก อฑฺฒโยชนวิตฺถตํ เสสปทุมวนํ ปณฺณาสโยชนํ สรํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตํ. ตทนนฺตรํ ตาว มหนฺตเมว รตฺตปทุมวนํ, ตทนนฺตรํ รตฺตกุมุทวนํ, ตทนนฺตรํ เสตกุมุทวนํ, ตทนนฺตรํ นีลุปฺปลวนํ, ตทนนฺตรํ รตฺตุปฺปลวนํ, ตทนนฺตรํ สุคนฺธรตฺตสาลิวนํ, ตทนนฺตรํ เอฬาลุกลาพุกุมฺภณฺฑาทีนิ มธุรรสานิ วลฺลิผลานิ, ตทนนฺตรํ อฑฺฒโยชนวิตฺถารเมว อุจฺฉุวนํ, ตตฺถ ปูครุกฺขกฺขนฺธปฺปมาณา อุจฺฉู, ตทนนฺตรํ กทลิวนํ, ยโต ทุเว ปกฺกานิ ขาทนฺตา กิลมนฺติ, ตทนนฺตรํ จาฏิปฺปมาณผลํ ปนสวนํ, ตทนนฺตรํ ชมฺพุวนํ, ตทนนฺตรํ อมฺพวนํ, ตทนนฺตรํ กปิตฺถวนนฺติ. สงฺเขปโต ตสฺมึ ทเห ขาทิตพฺพยุตฺตกํ ผลํ นาม นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ. กุสุมานํ ปุปฺผนสมเย วาโต เรณุวฏฺฏึ อุฏฺฐาเปตฺวา ปทุมินิปตฺเตสุ ฐเปติ, ตตฺถ อุทกผุสิตานิ ปตนฺติ. ตโต อาทิจฺจปาเกน ปจฺจิตฺวา ปกฺกปโยฆนิกา วิย ติฏฺฐติ, เอตํ โปกฺขรมธุ นาม, ตํ เถรสฺส อาหริตฺวา เทนฺติ. มุฬาลํ นงฺคลสีสมตฺตํ โหติ, ตมฺปิ อาหริตฺวา เทนฺติ. ภิสํ มหาเภริโปกฺขรปฺปมาณํ โหติ, ตสฺส เอกสฺมึ ปพฺเพ ปาทฆฏกปฺปมาณํ ขีรํ โหติ, ตํ อาหริตฺวา เทนฺติ. โปกฺขรฏฺฐีนิ มธุสกฺขราย โยเชตฺวา เทนฺติ. อุจฺฉุํ ปาสาณปิฏฺเฐ ฐเปตฺวา ปาเทน อกฺกมนฺติ. ตโต รโส ปคฺฆริตฺวา โสณฺฑิอาวาเฏ ปูเรตฺวา, อาทิจฺจปาเกน ปจฺจิตฺวา ขีรปาสาณปิณฺโฑ วิย ติฏฺฐติ, ตํ อาหริตฺวา เทนฺติ. ปนสกทลิอมฺพปกฺกาทีสุ กถาว นตฺถิ.

เกลาสปพฺพเต นาคทตฺโต นาม เทวปุตฺโต วสติ. เถโร กาเลน กาลํ ตสฺส วิมานทฺวารํ คจฺฉติ. โส นวสปฺปิโปกฺขรมธุจุณฺณยุตฺตสฺส นิรุทกปายาสสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา เทติ. โส กิร กสฺสปพุทฺธกาเล วีสติวสฺสสหสฺสานิ สุคนฺธสปฺปินา ขีรสลากํ อทาสิ. เตนสฺเสตํ โภชนํ อุปฺปชฺชติ. เอวํ เถโร ทฺวาทส วสฺสานิ วสิตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกนฺโต ปริกฺขีณภาวํ ญตฺวา ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘หตฺถินาเคหิ มํ ทฺวาทส วสฺสานิ อุปฏฺฐหนฺเตหิ ทุกฺกรํ กตํ, สตฺถารํ อนุชานาเปตฺวา เอเตสํเยว สนฺติเก ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ อากาเสน ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สุจิรสฺเสว เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติ.

นามญฺจาติ กสฺมา นามํ สาเวติ? เถรญฺหิ เกจิ สญฺชานนฺติ, เกจิ น สญฺชานนฺติ. ตตฺถ เถโร จินฺเตสิ – ‘‘เย มํ อชานนฺตา ‘โก เอส ปณฺฑรสีโส โอภคฺโค โคปานสิวงฺโก มหลฺลโก สตฺถารา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรตี’ติ จิตฺตํ ปทูเสสฺสนฺติ, เต อปายปูรกา ภวิสฺสนฺติ. เย ปน มํ ชานนฺตา – ‘ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ สตฺถา วิย ปญฺญาโต ปากโฏ มหาสาวโก’ติ จิตฺตํ ปสาเทสฺสนฺติ, เต สคฺคูปคา ภวิสฺสนฺตี’’ติ, สตฺตานํ อปายมคฺคํ ปิทหิตฺวา สคฺคมคฺคํ วิวรนฺโต นามํ สาเวติ.

พุทฺธานุพุทฺโธติ ปฐมํ สตฺถา จตฺตาริ สจฺจานิ พุชฺฌิ, ปจฺฉา เถโร, ตสฺมา พุทฺธานุพุทฺโธติ, วุจฺจติ. ติพฺพนิกฺกโมติ พาฬฺหวีริโย. วิเวกานนฺติ ติณฺณํ วิเวกานํ. เตวิชฺโช, เจโตปริยายโกวิโทติ ฉสุ อภิญฺญาสุ จตสฺโส วทติ. อิตรา เทฺว กิญฺจาปิ น วุตฺตา, เถโร ปน ฉฬภิญฺโญว. อิมิสฺสา จ คาถาย ปริโยสาเน ปริสา สนฺนิสีทิ. ปริสาย สนฺนิสินฺนภาวํ ญตฺวา เถโร สตฺถารา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘ปริกฺขีณา เม, ภนฺเต, อายุสงฺขารา, ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ, ปรินิพฺพานกาลํ อนุชานาเปสิ. กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ โกณฺฑญฺญาติ? อุปฏฺฐาเกหิ เม, ภนฺเต, หตฺถินาเคหิ ทุกฺกรํ กตํ, เตสํ สนฺติเกติ. สตฺถา อนุชานิ.

เถโร ทสพลํ ปทกฺขิณํ กตฺวา – ‘‘ปุพฺพํ ตํ เม, ภนฺเต, ปฐมทสฺสนํ, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสน’’นฺติ ปริเทวนฺเต มหาชเน สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา, ทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต – ‘‘มา โสจิตฺถ, มา ปริเทวิตฺถ, พุทฺธา วา โหนฺตุ พุทฺธสาวกา วา, อุปฺปนฺนา สงฺขารา อภิชฺชนกา นาม นตฺถี’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส เวหาสํ อพฺภุคฺคมฺม มนฺทากินิตีเร โอตริตฺวา โปกฺขรณิยํ นฺหตฺวา นิวตฺถนิวาสโน กตุตฺตราสงฺโค เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ผลสมาปตฺติยา ตโย ยาเม วีตินาเมตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิ. เถรสฺส สหปรินิพฺพานา หิมวติ สพฺพรุกฺขา ปุปฺเผหิ จ ผเลหิ จ โอนตวินตา อเหสุํ. วาริกนาโค เถรสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อชานนฺโต ปาโตว มุโขทกทนฺตกฏฺฐานิ อุปฏฺฐเปตฺวา วตฺตํ กตฺวา ขาทนียผลานิ อาหริตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ อฏฺฐาสิ. โส ยาว สูริยุคฺคมนา เถรสฺส นิกฺขมนํ อปสฺสนฺโต ‘‘กึ นุ โข เอตํ? ปุพฺเพ อยฺโย ปาโตว จงฺกมติ, มุขํ โธวติ. อชฺช ปน ปณฺณสาลโตปิ น นิกฺขมตี’’ติ กุฏิทฺวารํ กมฺเปตฺวา โอโลเกนฺโต เถรํ นิสินฺนกเมว ทิสฺวา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ปรามสิตฺวา อสฺสาสปสฺสาเส ปริเยสนฺโต เตสํ อปฺปวตฺติภาวํ ญตฺวา – ‘‘ปรินิพฺพุโต เถโร’’ติ โสณฺฑํ มุเข ปกฺขิปิตฺวา มหารวํ วิรวิ. สกลหิมวนฺโต เอกนินฺนาโท อโหสิ. อฏฺฐนาคสหสฺสานิ สนฺนิปติตฺวา เถรํ เชฏฺฐกนาคสฺส กุมฺเภ นิสีทาเปตฺวา สุปุปฺผิตรุกฺขสาขา คเหตฺวา ปริวาเรตฺวา สกลหิมวนฺตํ อนุวิจริตฺวา สกฏฺฐานเมว อาคตา.

สกฺโก วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาต, อมฺหากํ เชฏฺฐภาตา ปรินิพฺพุโต, สกฺการํ กริสฺสาม, นวโยชนิกํ สพฺพรตนมยํ กูฏาคารํ มาเปหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา เถรํ ตตฺถ นิปชฺชาเปตฺวา หตฺถินาคานํ อทาสิ. เต กูฏาคารํ อุกฺขิปิตฺวา ติโยชนสหสฺสํ หิมวนฺตํ ปุนปฺปุนํ อาวิชฺฌึสุ. เตสํ หตฺถโต อากาสฏฺฐกา เทวา คเหตฺวา สาธุกีฬิตํ กีฬึสุ. ตโต วสฺสวลาหกา สีตวลาหกา อุณฺหวลาหกา จาตุมหาราชิกา ตาวตึสาติ เอเตนุปาเยน ยาว พฺรหฺมโลกา กูฏาคารํ อคมาสิ, ปุน พฺรหฺมาโน เทวานนฺติ อนุปุพฺเพน หตฺถินาคานํเยว กูฏาคารํ อทํสุ. เอเกกา เทวตา จตุรงฺคุลมตฺตํ จนฺทนฆฏิกํ อาหริ, จิตโก นวโยชนิโก อโหสิ. กูฏาคารํ จิตกํ อาโรปยึสุ. ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อากาเสนาคนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ สชฺฌายมกํสุ. อนุรุทฺธตฺเถโร ธมฺมํ กเถสิ, พหูนํ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ปุนทิวเส อรุณุคฺคมนเวลายเมว จิตกํ นิพฺพาเปตฺวา สุมนมกุฬวณฺณานํ ธาตูนํ ปริสาวนํ ปูเรตฺวา ภควติ นิกฺขมิตฺวา เวฬุวนวิหารโกฏฺฐกํ สมฺปตฺเต อาหริตฺวา สตฺถุ หตฺเถ ฐปยึสุ. สตฺถา ธาตุปริสาวนํ คเหตฺวา ปถวิยา หตฺถํ ปสาเรสิ, มหาปถวึ ภินฺทิตฺวา รชตพุพฺพุฬสทิสํ เจติยํ นิกฺขมิ. สตฺถา สหตฺเถน เจติเย ธาตุโย นิเธสิ. อชฺชาปิ กิร ตํ เจติยํ ธรติเยวาติ. นวมํ.