๘. วงฺคีสสํยุตฺตํ
๑. นิกฺขนฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๐๙. วงฺคีสสํยุตฺตสฺส ปฐเม อคฺคาฬเว เจติเยติ อาฬวิยํ อคฺคเจติเย. อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ อคฺคาฬวโคตมกาทีนิ ยกฺขนาคาทีนํ ภวนานิ, เจติยานิ อเหสุํ. อุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตานิ อปเนตฺวา มนุสฺสา วิหาเร กรึสุ. เตสํ ตาเนว นามานิ ชาตานิ. นิโคฺรธกปฺเปนาติ นิโคฺรธรุกฺขมูลวาสินา กปฺปตฺเถเรน. โอหิยฺยโกติ โอหีนโก. วิหารปาโลติ โส กิร ตทา อวสฺสิโก โหติ ปตฺตจีวรคฺคหเณ อโกวิโท. อถ นํ เถรา ภิกฺขู – ‘‘อาวุโส, อิมานิ ฉตฺตุปาหนกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ โอโลเกนฺโต นิสีทา’’ติ วิหารรกฺขกํ กตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิหารปาโล’’ติ. สมลงฺกริตฺวาติ อตฺตโน วิภวานุรูเปน อลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา. จิตฺตํ อนุทฺธํเสตีติ กุสลจิตฺตํ วิทฺธํเสติ วินาเสติ. ตํ กุเตตฺถ ลพฺภาติ เอตสฺมึ ราเค อุปฺปนฺเน ตํ การณํ กุโต ลพฺภา. ยํ เม ปโรติ เยน เม การเณน อญฺโญ ปุคฺคโล วา ธมฺโม วา อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อิทาเนว อภิรตึ อุปฺปาเทยฺย อาจริยุปชฺฌายาปิ มํ วิหาเร โอหาย คตา.
อคารสฺมาติ อคารโต นิกฺขนฺตํ. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ อุปคตนฺติ อตฺโถ. กณฺหโตติ กณฺหปกฺขโต มารปกฺขโต อาธาวนฺติ. อุคฺคปุตฺตาติ อุคฺคตานํ ปุตฺตา มเหสกฺขา ราชญฺญภูตา. ทฬฺหธมฺมิโนติ ทฬฺหธนุโน, อุตฺตมปฺปมาณํ อาจริยธนุํ ธารยมานา. สหสฺสํ อปลายินนฺติ เย เต สมนฺตา สเรหิ ปริกิเรยฺยุํ, เตสํ อปลายีนํ สงฺขํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สหสฺส’’นฺติ อาห. เอตโต ภิยฺโยติ เอตสฺมา สหสฺสา อติเรกตรา. เนว มํ พฺยาธยิสฺสนฺตีติ มํ จาเลตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ธมฺเม สมฺหิ ปติฏฺฐิตนฺติ อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อภิรตึ อุปฺปาทนสมตฺเถ สเก สาสนธมฺเม ปติฏฺฐิตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิสฺสาสสหสฺเส ตาว สมนฺตา สเรหิ ปริกิรนฺเต สิกฺขิโต ปุริโส ทณฺฑกํ คเหตฺวา สพฺเพ สเร สรีเร อปตมาเน อนฺตราว ปหริตฺวา ปาทมูเล ปาเตติ. ตตฺถ เอโกปิ อิสฺสาโส เทฺว สเร เอกโต น ขิปติ, อิมา ปน อิตฺถิโย รูปารมฺมณาทิวเสน ปญฺจ ปญฺจ สเร เอกโต ขิปนฺติ. เอวํ ขิปนฺติโย เอตา สเจปิ อติเรกสหสฺสา โหนฺติ, เนว มํ จาเลตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ.
สกฺขี หิ เม สุตํ เอตนฺติ มยา หิ สมฺมุขา เอตํ สุตํ. นิพฺพานคมนํ มคฺคนฺติ วิปสฺสนํ สนฺธายาห. โส หิ นิพฺพานสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, ลิงฺควิปลฺลาเสน ปน ‘‘มคฺค’’นฺติ อาห. ตตฺถ เมติ ตสฺมึ เม อตฺตโน ตรุณวิปสฺสนาสงฺขาเต นิพฺพานคมนมคฺเค มโน นิรโต. ปาปิมาติ กิเลสํ อาลปติ. มจฺจูติปิ ตเมว อาลปติ. น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสีติ ยถา เม ภวโยนิอาทีสุ คตมคฺคมฺปิ น ปสฺสสิ, ตถา กริสฺสามีติ. ปฐมํ.
๒. อรตีสุตฺตวณฺณนา
๒๑๐. ทุติเย นิกฺขมตีติ วิหารา นิกฺขมติ. อปรชฺชุ วา กาเลติ ทุติยทิวเส วา ภิกฺขาจารกาเล. วิหารครุโก กิเรส เถโร. อรติญฺจ รติญฺจาติ สาสเน อรตึ กามคุเณสุ จ รตึ. สพฺพโส เคหสิตญฺจ วิตกฺกนฺติ ปญฺจกามคุณเคหนิสฺสิตํ ปาปวิตกฺกญฺจ สพฺพากาเรน ปหาย. วนถนฺติ กิเลสมหาวนํ. กุหิญฺจีติ กิสฺมิญฺจิ อารมฺมเณ. นิพฺพนโถติ นิกฺกิเลสวโน. อรโตติ ตณฺหารติรหิโต.
ปถวิญฺจ เวหาสนฺติ ปถวิฏฺฐิตญฺจ อิตฺถิปุริสวตฺถาลงฺการาทิวณฺณํ, เวหาสฏฺฐกญฺจ จนฺทสูริโยภาสาทิ. รูปคตนฺติ รูปเมว. ชคโตคธนฺติ ชคติยา โอคธํ, อนฺโตปถวิยํ นาคภวนคตนฺติ อตฺโถ. ปริชียตีติ ปริชีรติ. สพฺพมนิจฺจนฺติ สพฺพํ ตํ อนิจฺจํ. อยํ เถรสฺส มหาวิปสฺสนาติ วทนฺติ. เอวํ สมจฺจาติ เอวํ สมาคนฺตฺวา. จรนฺติ มุตตฺตาติ วิญฺญาตตฺตภาวา วิหรนฺติ.
อุปธีสูติ ขนฺธกิเลสาภิสงฺขาเรสุ. คธิตาติ คิทฺธา. ทิฏฺฐสุเตติ จกฺขุนา ทิฏฺเฐ รูเป, โสเตน สุเต สทฺเท. ปฏิเฆ จ มุเต จาติ เอตฺถ ปฏิฆปเทน คนฺธรสา คหิตา, มุตปเทน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ. โย เอตฺถ น ลิมฺปตีติ โย เอเตสุ ปญฺจกามคุเณสุ ตณฺหาทิฏฺฐิเลเปหิ น ลิมฺปติ.
อถ สฏฺฐินิสฺสิตา สวิตกฺกา, ปุถู ชนตาย อธมฺมา นิวิฏฺฐาติ อถ ฉ อารมฺมณนิสฺสิตา ปุถู อธมฺมวิตกฺกา ชนตาย นิวิฏฺฐาติ อตฺโถ. น จ วคฺคคตสฺส กุหิญฺจีติ เตสํ วเสน น กตฺถจิ กิเลสวคฺคคโต ภเวยฺย. โน ปน ทุฏฺฐุลฺลภาณีติ ทุฏฺฐุลฺลวจนภาณีปิ น สิยา. ส ภิกฺขูติ โส เอวํวิโธ ภิกฺขุ นาม โหติ.
ทพฺโพติ ทพฺพชาติโก ปณฺฑิโต. จิรรตฺตสมาหิโตติ ทีฆรตฺตํ สมาหิตจิตฺโต. นิปโกติ เนปกฺเกน สมนฺนาคโต ปริณตปญฺโญ. อปิหาลูติ นิตฺตโณฺห. สนฺตํ ปทนฺติ นิพฺพานํ. อชฺฌคมา มุนีติ อธิคโต มุนิ. ปฏิจฺจ ปรินิพฺพุโต กงฺขติ กาลนฺติ นิพฺพานํ ปฏิจฺจ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต ปรินิพฺพานกาลํ อาคเมติ. ทุติยํ.
๓. เปสลสุตฺตวณฺณนา
๒๑๑. ตติเย อติมญฺญตีติ ‘‘กึ อิเม มหลฺลกา? น เอเตสํ ปาฬิ, น อฏฺฐกถา, น ปทพฺยญฺชนมธุรตา, อมฺหากํ ปน ปาฬิปิ อฏฺฐกถาปิ นยสเตน นยสหสฺเสน อุปฏฺฐาตี’’ติ อติกฺกมิตฺวา มญฺญติ. โคตมาติ โคตมพุทฺธสาวกตฺตา อตฺตานํ อาลปติ. มานปถนฺติ มานารมฺมณญฺเจว มานสหภุโน จ ธมฺเม. วิปฺปฏิสารีหุวาติ วิปฺปฏิสารี อหุวา, อโหสีติ อตฺโถ. มคฺคชิโนติ มคฺเคน ชิตกิเลโส. กิตฺติญฺจ สุขญฺจาติ วณฺณภณนญฺจ กายิกเจตสิกสุขญฺจ. อขิโลธ ปธานวาติ อขิโล อิธ ปธานวา วีริยสมฺปนฺโน. วิสุทฺโธติ วิสุทฺโธ ภเวยฺย. อเสสนฺติ นิสฺเสสํ นววิธํ. วิชฺชายนฺตกโรติ วิชฺชาย กิเลสานํ อนฺตกโร. สมิตาวีติ ราคาทีนํ สมิตตาย สมิตาวี. ตติยํ.
๔. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา
๒๑๒. จตุตฺเถ ราโคติ อายสฺมา อานนฺโท มหาปุญฺโญ สมฺภาวิโต, ตํ ราชราชมหามตฺตาทโย นิมนฺเตตฺวา อนฺโตนิเวสเน นิสีทาเปนฺติ. สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตาปิ อิตฺถิโย เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตาลวณฺเฏน พีเชนฺติ, อุปนิสีทิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ ธมฺมํ สุณนฺติ. ตตฺถ อายสฺมโต วงฺคีสสฺส นวปพฺพชิตสฺส อารมฺมณํ ปริคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺตสฺส อิตฺถิรูปารมฺมเณ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ. โส สทฺธาปพฺพชิตตฺตา อุชุชาติโก กุลปุตฺโต ‘‘อยํ เม ราโค วฑฺฒิตฺวา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ อตฺถํ นาเสยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา อนนฺตรํ นิสินฺโนว เถรสฺส อตฺตานํ อาวิกโรนฺโต กามราเคนาติอาทิมาห.
ตตฺถ นิพฺพาปนนฺติ ราคนิพฺพานการณํ. วิปริเยสาติ วิปลฺลาเสน. สุภํ ราคูปสญฺหิตนฺติ ราคฏฺฐานิยํ อิฏฺฐารมฺมณํ. ปรโต ปสฺสาติ อนิจฺจโต ปสฺส. มา จ อตฺตโตติ อตฺตโต มา ปสฺส. กายคตา ตฺยตฺถูติ กายคตา เต อตฺถุ. อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหีติ นิจฺจาทีนํ นิมิตฺตานํ อุคฺฆาฏิตตฺตา วิปสฺสนา อนิมิตฺตา นาม, ตํ ภาเวหีติ วทติ. มานาภิสมยาติ มานสฺส ทสฺสนาภิสมยา เจว ปหานาภิสมยา จ. อุปสนฺโตติ ราคาทิสนฺตตาย อุปสนฺโต. จตุตฺถํ.
๕. สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา
๒๑๓. ปญฺจเม องฺเคหีติ การเณหิ, อวยเวหิ วา. มุสาวาทาเวรมณิอาทีนิ หิ จตฺตาริ สุภาสิตวาจาย การณานิ, สจฺจวจนาทโย จตฺตาโร อวยวา. การณตฺเถ จ องฺคสทฺเท ‘‘จตูหี’’ติ นิสฺสกฺกวจนํ โหติ, อวยวตฺเถ กรณวจนํ. สมนฺนาคตาติ สมนุอาคตา ปวตฺตา ยุตฺตา จ. วาจาติ สมุลฺลปนวาจา, ยา ‘‘วาจา คิรา พฺยปฺปโถ’’ติ (ธ. ส. ๖๓๖) จ, ‘‘เนลา กณฺณสุขา’’ติ (ที. นิ. ๑.๙) จ อาคตา. ‘‘ยา ปน วาจาย เจ กตํ กมฺม’’นฺติ เอวํ วิญฺญตฺติ จ ‘‘ยา จตูหิ วจีทุจฺจริเตหิ อารติ…เป… อยํ วุจฺจติ สมฺมาวาจา’’ติ (วิภ. ๒๐๖) เอวํ วิรติ จ, ‘‘ผรุสวาจา, ภิกฺขเว, อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา นิรยสํวตฺตนิกา โหตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๔๐) เอวํ เจตนา จ วาจาติ อาคตา, น สา อิธ อธิปฺเปตา. กสฺมา? อภาสิตพฺพโต. สุภาสิตาติ สุฏฺฐุ ภาสิตา. เตนสฺสา อตฺถาวหตํ ทีเปติ. โน ทุพฺภาสิตาติ น ทุฏฺฐุ ภาสิตา. เตนสฺสา อนตฺถาวหนปหานตํ ทีเปติ. อนวชฺชาติ ราคาทิวชฺชรหิตา. อิมินาสฺสา การณสุทฺธึ จตุโทสาภาวญฺจ ทีเปติ. อนนุวชฺชาติ อนุวาทวิมุตฺตา. อิมินาสฺสา สพฺพาการสมฺปตฺตึ ทีเปติ. วิญฺญูนนฺติ ปณฺฑิตานํ. เตน นินฺทาปสํสาสุ พาลา อปฺปมาณาติ ทีเปติ.
สุภาสิตํเยว ภาสตีติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย จตูสุ วาจงฺเคสุ อญฺญตรนิทฺโทสวจนเมตํ. โน ทุพฺภาสิตนฺติ ตสฺเสว วาจงฺคสฺส ปฏิปกฺขภาสนนิวารณํ. โน ทุพฺภาสิตนฺติ อิมินา มิจฺฉาวาจปฺปหานํ ทีเปติ. สุภาสิตนฺติ อิมินา ปหีนมิจฺฉาวาเจน ภาสิตพฺพวจนลกฺขณํ. องฺคปริทีปนตฺถํ ปเนตฺถ อภาสิตพฺพํ ปุพฺเพ อวตฺวา ภาสิตพฺพเมวาห. เอส นโย ธมฺมํเยวาติอาทีสุปิ. เอตฺถ จ ปฐเมน ปิสุณโทสรหิตํ สมคฺคกรณํ วจนํ วุตฺตํ, ทุติเยน สมฺผปฺปลาปโทสรหิตํ ธมฺมโต อนเปตํ มนฺตาวจนํ, อิตเรหิ ทฺวีหิ ผรุสาลิกรหิตานิ ปิยสจฺจวจนานิ. อิเมหิ โขติ อาทินา ตานิ องฺคานิ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต ตํ วาจํ นิคเมติ. ยญฺจ อญฺเญ ปฏิญฺญาทีหิ อวยเวหิ, นามาทีหิ ปเทหิ, ลิงฺควจนวิภตฺติกาลการกสมฺปตฺตีหิ จ สมนฺนาคตํ มุสาวาทาทิวาจมฺปิ สุภาสิตนฺติ มญฺญนฺติ, ตํ ปฏิเสเธติ. อวยวาทิสมนฺนาคตาปิ หิ ตถารูปี วาจา ทุพฺภาสิตาว โหติ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อนตฺถาวหตฺตา. อิเมหิ ปน จตูหงฺเคหิ สมนฺนาคตา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนาปิ โหติ, ตถาปิ สุภาสิตาว โลกิยโลกุตฺตรหิตสุขาวหตฺตา. ตถา หิ มคฺคปสฺเส สสฺสํ รกฺขนฺติยา สีหฬเจฏิกาย สีหฬเกเนว ชาติชรามรณยุตฺตํ คีติกํ คายนฺติยา สทฺทํ สุตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺตา สฏฺฐิมตฺตา วิปสฺสกา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. ตถา ติสฺโส นาม อารทฺธวิปสฺสโก ภิกฺขุ ปทุมสรสมีเปน คจฺฉนฺโต ปทุมสเร ปทุมานิ ภญฺชิตฺวา –
‘‘ปาโตว ผุลฺลิตโกกนทํ, สูริยาโลเกน ภิชฺชิยเต;
เอวํ มนุสฺสตฺตํ คตา สตฺตา, ชราภิเวเคน มทฺทิยนฺตี’’ติ. –
อิมํ คีติกํ คายนฺติยา เจฏิกาย สุตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต.
พุทฺธนฺตเรปิ อญฺญตโร ปุริโส สตฺตหิ ปุตฺเตหิ สทฺธึ อฏวิโต อาคมฺม อญฺญตราย อิตฺถิยา มุสเลน ตณฺฑุเล โกฏฺเฏนฺติยา –
‘‘ชราย ปริมทฺทิตํ เอตํ, มิลาตฉวิจมฺมนิสฺสิตํ;
มรเณน ภิชฺชติ เอตํ, มจฺจุสฺส ฆาสมามิสํ.
‘‘กิมีนํ อาลยํ เอตํ, นานากุณเปน ปูริตํ;
อสุจิสฺส ภาชนํ เอตํ, กทลิกฺขนฺธสมํ อิท’’นฺติ. –
อิมํ คีติกํ สุตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺโต สห ปุตฺเตหิ ปจฺเจกโพธึ ปตฺโต. เอวํ อิเมหิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา วาจา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนาปิ โหติ, ตถาปิ สุภาสิตาติ เวทิตพฺพา. สุภาสิตตฺตา เอว จ อนวชฺชา จ อนนุวชฺชา จ วิญฺญูนํ อตฺถตฺถิกานํ อตฺถปฏิสรณานํ, โน พฺยญฺชนปฏิสรณานนฺติ.
สารุปฺปาหีติ อนุจฺฉวิกาหิ. อภิตฺถวีติ ปสํสิ. น ตาปเยติ วิปฺปฏิสาเรน น ตาเปยฺย น วิพาเธยฺย. ปเรติ ปเรหิ ภินฺทนฺโต นาภิภเวยฺย น พาเธยฺย. อิติ อิมาย คาถาย อปิสุณวาจาวเสน ภควนฺตํ โถเมติ. ปฏินนฺทิตาติ ปิยายิตา. ยํ อนาทายาติ ยํ วาจํ ภาสนฺโต ปเรสํ ปาปานิ อปฺปิยานิ ผรุสวจนานิ อนาทาย อตฺถพฺยญฺชนมธุรํ ปิยเมว ภาสติ, ตํ วาจํ ภาเสยฺยาติ ปิยวาจาวเสน อภิตฺถวิ.
อมตาติ สาธุภาเวน อมตสทิสา. วุตฺตมฺปิ เหตํ – ‘‘สจฺจํ หเว สาทุตรํ รสาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๔๖) นิพฺพานามตปจฺจยตฺตา วา อมตา. เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ ยา อยํ สจฺจวาจา นาม, เอส โปราโณ ธมฺโม จริยา ปเวณี. อิทเมว หิ โปราณานํ อาจิณฺณํ, น เต อลิกํ ภาสึสุ. เตเนวาห – สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อาหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตาติ.
ตตฺถ สจฺเจ ปติฏฺฐิตตฺตาว อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อตฺเถ ปติฏฺฐิตา, อตฺเถ ปติฏฺฐิตตฺตา เอว ธมฺเม ปติฏฺฐิตา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. สจฺจวิเสสนเมว วา เอตํ. อิทํ หิ วุตฺตํ โหติ – สจฺเจ ปติฏฺฐิตา, กีทิเส? อตฺเถ จ ธมฺเม จ, ยํ ปเรสํ อตฺถโต อนเปตตฺตา อตฺถํ อนุปโรธกรํ, ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมํ ธมฺมิกเมว อตฺถํ สาเธตีติ. อิติ อิมาย คาถาย สจฺจวจนวเสน อภิตฺถวิ.
เขมนฺติ อภยํ นิรุปทฺทวํ. เกน การเณนาติ เจ. นิพฺพานปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย, ยสฺมา กิเลสนิพฺพานํ ปาเปติ, วฏฺฏทุกฺขสฺส จ อนฺตกิริยาย สํวตฺตตีติ อตฺโถ. อถ วา ยํ พุทฺโธ นิพฺพานปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยายาติ ทฺวินฺนํ นิพฺพานธาตูนํ อตฺถาย เขมมคฺคปฺปกาสนโต เขมํ วาจํ ภาสติ, สา เว วาจานมุตฺตมาติ สา วาจา สพฺพวาจานํ เสฏฺฐาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิติ อิมาย คาถาย มนฺตาวจนวเสน ภควนฺตํ อภิตฺถวนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ. ปญฺจมํ.
๖. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๑๔. ฉฏฺเฐ โปริยาติ อกฺขราทิปริปุณฺณาย. วิสฺสฏฺฐายาติ อวิพทฺธาย อปลิพุทฺธาย. ธมฺมเสนาปติสฺส หิ กเถนฺตสฺส ปิตฺตาทีนํ วเสน อปลิพุทฺธวจนํ โหติ, อยทณฺเฑน ปหตกํสตาลโต สทฺโท วิย นิจฺฉรติ. อเนลคลายาติ อเนลาย อคลาย นิทฺโทสาย เจว อกฺขลิตปทพฺยญฺชนาย จ. เถรสฺส หิ กถยโต ปทํ วา พฺยญฺชนํ วา น ปริหายติ. อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยาติ อตฺถสฺส วิญฺญาปนสมตฺถาย. ภิกฺขุนนฺติ ภิกฺขูนํ.
สํขิตฺเตนปีติ ‘‘จตฺตาริมานิ, อาวุโส, อริยสจฺจานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ทุกฺขํ อริยสจฺจํ…เป… อิมานิ โข, อาวุโส, จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, ตสฺมาติห, อาวุโส, อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ โยโค กรณีโย’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๖-๑๐๙๘) เอวํ สํขิตฺเตนปิ เทเสติ. วิตฺถาเรนปีติ ‘‘กตมํ, อาวุโส, ทุกฺขํ อริยสจฺจ’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๗๓) นเยน ตาเนว วิภชนฺโต วิตฺถาเรนปิ ภาสติ. ขนฺธาทิเทสนาสุปิ เอเสว นโย. สาฬิกายิว นิคฺโฆโสติ ยถา มธุรํ อมฺพปกฺกํ สายิตฺวา ปกฺเขหิ วาตํ ทตฺวา มธุรสฺสรํ นิจฺฉาเรนฺติยา สาฬิกสกุณิยา นิคฺโฆโส, เอวํ เถรสฺส ธมฺมํ กเถนฺตสฺส มธุโร นิคฺโฆโส โหติ. ปฏิภานํ อุทีรยีติ สมุทฺทโต อูมิโย วิย อนนฺตํ ปฏิภานํ อุฏฺฐหติ. โอเธนฺตีติ โอทหนฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ปวารณาสุตฺตวณฺณนา
๒๑๕. สตฺตเม ตทหูติ ตสฺมึ อหุ, ตสฺมึ ทิวเสติ อตฺโถ. อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ. อุปวสนฺตีติ จ สีเลน วา อนสเนน วา อุเปตา หุตฺวา วสนฺตีติ อตฺโถ. โส ปเนส อุโปสถทิวโส อฏฺฐมีจาตุทฺทสีปนฺนรสีเภเทน ติวิโธ, ตสฺมา เสสทฺวยนิวารณตฺถํ ปนฺนรเสติ วุตฺตํ. ปวารณายาติ วสฺสํ-วุฏฺฐ-ปวารณาย. วิสุทฺธิปวารณาติปิ เอติสฺสาว นามํ. นิสินฺโน โหตีติ สายนฺหสมเย สมฺปตฺตปริสาย กาลยุตฺตํ ธมฺมํ เทเสตฺวา อุทกโกฏฺฐเก คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา นิวตฺถนิวาสโน เอกํสํ สุคตมหาจีวรํ กตฺวา มชฺฌิมตฺถมฺภํ นิสฺสาย ปญฺญตฺเต วรพุทฺธาสเน ปุรตฺถิมทิสาย อุฏฺฐหโต จนฺทมณฺฑลสฺส สิรึ สิริยา อภิภวมาโน นิสินฺโน โหติ. ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยโต ยโต อนุวิโลเกติ, ตโต ตโต ตุณฺหีภูตเมว. ตตฺถ หิ เอกภิกฺขุสฺสาปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา นตฺถิ, สพฺเพ นิรวา สนฺเตน อิริยาปเถน นิสีทึสุ. อนุวิโลเกตฺวาติ ทิสฺสมานปญฺจปสาเทหิ เนตฺเตหิ อนุวิโลเกตฺวา. หนฺทาติ โวสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. น จ เม กิญฺจิ ครหถาติ เอตฺถ น จ กิญฺจีติ ปุจฺฉนตฺเถ น-กาโร. กึ เม กิญฺจิ ครหถ? ยทิ ครหถ, วทถ, อิจฺฉาเปมิ โว วตฺตุนฺติ อตฺโถ. กายิกํ วา วาจสิกํ วาติ อิมินา กายวจีทฺวาราเนว ปวาเรติ, น มโนทฺวารํ. กสฺมา? อปากฏตฺตา. กายวจีทฺวาเรสุ หิ โทโส ปากโฏ โหติ, น มโนทฺวาเร. ‘‘เอกมญฺเจ สยโตปิ หิ กึ จินฺเตสี’’ติ? ปุจฺฉิตฺวา จิตฺตาจารํ ชานาติ. อิติ มโนทฺวารํ อปากฏตฺตา น ปวาเรติ, โน อปริสุทฺธตฺตา. โพธิสตฺตภูตสฺสาปิ หิ ตสฺส ภูริทตฺตฉทฺทนฺตสงฺขปาลธมฺมปาลาทิกาเล มโนทฺวารํ ปริสุทฺธํ, อิทาเนตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
เอตทโวจาติ ธมฺมเสนาปติฏฺฐาเน ฐิตตฺตา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ภารํ วหนฺโต เอตํ อโวจ. น โข มยํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, มยํ ภควโต น กิญฺจิ ครหาม. กายิกํ วา วาจสิกํ วาติ อิทํ จตุนฺนํ อรกฺขิยตํ สนฺธาย เถโร อาห. ภควโต หิ จตฺตาริ อรกฺขิยานิ. ยถาห –
‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส อรกฺขิยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ปริสุทฺธกายสมาจาโร, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ. ปริสุทฺธวจีสมาจาโร, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส วจีทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย, ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ. ปริสุทฺธมโนสมาจาโร, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส มโนทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย, ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ. ปริสุทฺธาชีโว, ภิกฺขเว, ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส มิจฺฉาอาชีโว, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’’ติ (อ. นิ. ๗.๕๘).
อิทานิ ภควโต ยถาภูตคุเณ กเถนฺโต ภควา หิ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ อนุปฺปนฺนสฺสาติ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธโต ปฏฺฐาย อญฺเญน สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา อนุปฺปาทิตปุพฺพสฺส. อสญฺชาตสฺสาติ อิทํ อนุปฺปนฺนเววจนเมว. อนกฺขาตสฺสาติ อญฺเญน อเทสิตสฺส. ปจฺฉา สมนฺนาคตาติ ปฐมคตสฺส ภควโต ปจฺฉา สมนุอาคตา. อิติ เถโร ยสฺมา สพฺเพปิ ภควโต สีลาทโย คุณา อรหตฺตมคฺคเมว นิสฺสาย อาคตา, ตสฺมา อรหตฺตมคฺคเมว นิสฺสาย คุณํ กเถสิ. เตน สพฺพคุณา กถิตาว โหนฺติ. อหญฺจ โข, ภนฺเตติ อิทํ เถโร สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส อตฺตโน เจว สงฺฆสฺส จ กายิกวาจสิกํ ปวาเรนฺโต อาห.
ปิตรา ปวตฺติตนฺติ จกฺกวตฺติมฺหิ กาลงฺกเต วา ปพฺพชิเต วา สตฺตาหจฺจเยน จกฺกํ อนฺตรธายติ, ตโต ทสวิธํ ทฺวาทสวิธํ จกฺกวตฺติวตฺตํ ปูเรตฺวา นิสินฺนสฺส ปุตฺตสฺส อญฺญํ ปาตุภวติ, ตํ โส ปวตฺเตติ. รตนมยตฺตา ปน สทิสฏฺเฐน ตเทว วตฺตํ กตฺวา ‘‘ปิตรา ปวตฺติต’’นฺติ วุตฺตํ. ยสฺมา วา โส ‘‘อปฺโปสฺสุกฺโก ตฺวํ, เทว, โหหิ, อหมนุสาสิสฺสามี’’ติ อาห, ตสฺมา ปิตรา ปวตฺติตํ อาณาจกฺกํ อนุปฺปวตฺเตติ นาม. สมฺมเทว อนุปฺปวตฺเตสีติ สมฺมา นเยน เหตุนา การเณเนว อนุปฺปวตฺเตสิ. ภควา หิ จตุสจฺจธมฺมํ กเถติ, เถโร ตเมว อนุกเถติ, ตสฺมา เอวมาห. อุภโตภาควิมุตฺตาติ ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺตา, อรูปาวจรสมาปตฺติยา รูปกายโต วิมุตฺตา, อคฺคมคฺเคน นามกายโตติ. ปญฺญาวิมุตฺตาติ ปญฺญาย วิมุตฺตา เตวิชฺชาทิภาวํ อปฺปตฺตา ขีณาสวา.
วิสุทฺธิยาติ วิสุทฺธตฺถาย. สํโยชนพนฺธนจฺฉิทาติ สํโยชนสงฺขาเต เจว พนฺธนสงฺขาเต จ กิเลเส ฉินฺทิตฺวา ฐิตา. วิชิตสงฺคามนฺติ วิชิตราคโทสโมหสงฺคามํ, มารพลสฺส วิชิตตฺตาปิ วิชิตสงฺคามํ. สตฺถวาหนฺติ อฏฺฐงฺคิกมคฺครเถ อาโรเปตฺวา เวเนยฺยสตฺถํ วาเหติ สํสารกนฺตารํ อุตฺตาเรตีติ ภควา สตฺถวาโห, ตํ สตฺถวาหํ. ปลาโปติ อนฺโตตุจฺโฉ ทุสฺสีโล. อาทิจฺจพนฺธุนนฺติ อาทิจฺจพนฺธุํ สตฺถารํ ทสพลํ วนฺทามีติ วทติ. สตฺตมํ.
๘. ปโรสหสฺสสุตฺตวณฺณนา
๒๑๖. อฏฺฐเม ปโรสหสฺสนฺติ อติเรกสหสฺสํ. อกุโตภยนฺติ นิพฺพาเน กุโตจิ ภยํ นตฺถิ, นิพฺพานปฺปตฺตสฺส วา กุโตจิ ภยํ นตฺถีติ นิพฺพานํ อกุโตภยํ นาม. อิสีนํ อิสิสตฺตโมติ วิปสฺสิโต ปฏฺฐาย อิสีนํ สตฺตมโก อิสิ.
กึ นุ เต วงฺคีสาติ อิทํ ภควา อตฺถุปฺปตฺติวเสน อาห. สงฺฆมชฺเฌ กิร กถา อุทปาทิ ‘‘วงฺคีสตฺเถโร วิสฺสฏฺฐวตฺโต, เนว อุทฺเทเส, น ปริปุจฺฉาย, น โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรติ, คาถา พนฺธนฺโต จุณฺณิยปทานิ กโรนฺโต วิจรตี’’ติ. อถ ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู วงฺคีสสฺส ปฏิภานสมฺปตฺตึ น ชานนฺติ, จินฺเตตฺวา จินฺเตตฺวา วทตีติ มญฺญนฺติ, ปฏิภานสมฺปตฺติมสฺส ชานาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘กึ นุ เต วงฺคีสา’’ติอาทิมาห.
อุมฺมคฺคปถนฺติ อเนกานิ กิเลสุมฺมุชฺชนสตานิ, วฏฺฏปถตฺตา ปน ปถนฺติ วุตฺตํ. ปภิชฺช ขิลานีติ ราคขิลาทีนิ ปญฺจ ภินฺทิตฺวา จรสิ. ตํ ปสฺสถาติ ตํ เอวํ อภิภุยฺย ภินฺทิตฺวา จรนฺตํ พุทฺธํ ปสฺสถ. พนฺธปมุญฺจกรนฺติ พนฺธนโมจนกรํ. อสิตนฺติ อนิสฺสิตํ. ภาคโส ปวิภชนฺติ สติปฏฺฐานาทิโกฏฺฐาสวเสน ธมฺมํ วิภชนฺตํ. ปวิภชฺชาติ วา ปาโฐ, องฺคปจฺจงฺคโกฏฺฐาสวเสน วิภชิตฺวา วิภชิตฺวา ปสฺสถาติ อตฺโถ.
โอฆสฺสาติ จตุโรฆสฺส. อเนกวิหิตนฺติ สติปฏฺฐานาทิวเสน อเนกวิธํ. ตสฺมึ จ อมเต อกฺขาเตติ ตสฺมึ เตน อกฺขาเต อมเต. ธมฺมทฺทสาติ ธมฺมสฺส ปสฺสิตาโร. ฐิตา อสํหีราติ อสํหาริยา หุตฺวา ปติฏฺฐิตา.
อติวิชฺฌาติ อติวิชฺฌิตฺวา. สพฺพฏฺฐิตีนนฺติ สพฺเพสํ ทิฏฺฐิฏฺฐานานํ วิญฺญาณฏฺฐิตีนํ วา. อติกฺกมมทฺทสาติ อติกฺกมภูตํ นิพฺพานมทฺทส. อคฺคนฺติ อุตฺตมธมฺมํ. อคฺเคติ วา ปาโฐ, ปฐมตรนฺติ อตฺโถ. ทสทฺธานนฺติ ปญฺจนฺนํ, อคฺคธมฺมํ ปญฺจวคฺคิยานํ, อคฺเค วา ปญฺจวคฺคิยานํ ธมฺมํ เทเสสีติ อตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอส ธมฺโม สุเทสิโตติ ชานนฺเตน จ ปมาโท น กาตพฺโพ, ตสฺมา. อนุสิกฺเขติ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺเขยฺย. อฏฺฐมํ.
๙. โกณฺฑญฺญสุตฺตวณฺณนา
๒๑๗. นวเม อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ ปฐมํ ธมฺมสฺส อญฺญาตตฺตา เอวํ คหิตนาโม เถโร. สุจิรสฺเสวาติ กีวจิรสฺส? ทฺวาทสนฺนํ สํวจฺฉรานํ. เอตฺตกํ กาลํ กตฺถ วิหาสีติ. ฉทฺทนฺตภวเน มนฺทากินิโปกฺขรณิยา ตีเร ปจฺเจกพุทฺธานํ วสนฏฺฐาเน. กสฺมา? วิหารครุตาย. โส หิ ปญฺญวา มหาสาวโก. ยเถว ภควโต, เอวมสฺส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวมนุสฺสานํ อพฺภนฺตเร คุณา ปตฺถฏาว. เทวมนุสฺสา ตถาคตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กตฺวา ‘‘อคฺคธมฺมํ ปฏิวิทฺธสาวโก’’ติ อนนฺตรํ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปูเชนฺติ. สนฺติกํ อาคตานญฺจ นาม ตถารูปา ธมฺมกถา วา ปฏิสนฺถาโร วา กาตพฺโพ โหติ. เถโร จ วิหารครุโก, เตนสฺส โส ปปญฺโจ วิย อุปฏฺฐาติ. อิติ วิหารครุตาย ตตฺถ คนฺตฺวา วิหาสิ.
อปรมฺปิ การณํ – ภิกฺขาจารเวลายํ ตาว สพฺพสาวกา วสฺสคฺเคน คจฺฉนฺติ. ธมฺมเทสนากาเล ปน มชฺฌฏฺฐาเน อลงฺกตพุทฺธาสนมฺหิ สตฺถริ นิสินฺเน ทกฺขิณหตฺถปสฺเส ธมฺมเสนาปติ, วามหตฺถปสฺเส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร นิสีทติ, เตสํ ปิฏฺฐิภาเค อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส อาสนํ ปญฺญาเปนฺติ. เสสา ภิกฺขู ตํ ปริวาเรตฺวา นิสีทนฺติ. เทฺว อคฺคสาวกา อคฺคธมฺมปฏิวิทฺธตฺตา จ มหลฺลกตฺตา จ เถเร สคารวา เถรํ มหาพฺรหฺมํ วิย อคฺคิกฺขนฺธํ วิย อาสีวิสํ วิย จ มญฺญมานา ธุราสเน นิสีทนฺตา โอตฺตปฺปนฺติ หรายนฺติ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อิเมหิ ธุราสนตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปารมิโย ปูริตา, เต อิทานิ ธุราสเน นิสีทนฺตา มม โอตฺตปฺปนฺติ หรายนฺติ, ผาสุวิหารํ เนสํ กริสฺสามี’’ติ. โส ปติรูเป กาเล ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, ชนปเท วสิตุ’’นฺติ อาห, สตฺถา อนุชานิ.
เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ฉทฺทนฺตภวเน มนฺทากินิตีรํ คโต. ปุพฺเพ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปาริจริยาย กตปริจยา อฏฺฐสหสฺสา หตฺถินาคา เถรํ ทิสฺวาว ‘‘อมฺหากํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อาคต’’นฺติ นเขหิ จงฺกมนํ นิตฺติณํ กตฺวา อาวรณสาขา หริตฺวา เถรสฺส วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคิตฺวา วตฺตํ กตฺวา สพฺเพ สนฺนิปติตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘สเจ หิ มยํ ‘อยํ เถรสฺส กตฺตพฺพํ กริสฺสติ, อยํ กริสฺสตี’ติ ปฏิปชฺชิสฺสาม, เถโร พหุญาติกคามํ คโต วิย ยถาโธเตเนว ปตฺเตน คมิสฺสติ, วาเรน นํ ปฏิชคฺคิสฺสาม, เอกสฺส ปน วาเร ปตฺเต เสเสหิปิ นปฺปมชฺชิตพฺพ’’นฺติ วารํ ฐปยึสุ. วาริกนาโค ปาโตว เถรสฺส มุโขทกญฺจ ทนฺตกฏฺฐญฺจ ฐเปติ, วตฺตํ กโรติ.
มนฺทากินิโปกฺขรณี นาม เจสา ปณฺณาสโยชนา โหติ. ตสฺสา ปญฺจวีสติโยชนมตฺเต ฐาเน เสวาโล วา ปณกํ วา นตฺถิ, ผลิกวณฺณํ อุทกเมว โหติ. ตโต ปรํ ปน กฏิปฺปมาเณ อุทเก อฑฺฒโยชนวิตฺถตํ เสสปทุมวนํ ปณฺณาสโยชนํ สรํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตํ. ตทนนฺตรํ ตาว มหนฺตเมว รตฺตปทุมวนํ, ตทนนฺตรํ รตฺตกุมุทวนํ, ตทนนฺตรํ เสตกุมุทวนํ, ตทนนฺตรํ นีลุปฺปลวนํ, ตทนนฺตรํ รตฺตุปฺปลวนํ, ตทนนฺตรํ สุคนฺธรตฺตสาลิวนํ, ตทนนฺตรํ เอฬาลุกลาพุกุมฺภณฺฑาทีนิ มธุรรสานิ วลฺลิผลานิ, ตทนนฺตรํ อฑฺฒโยชนวิตฺถารเมว อุจฺฉุวนํ, ตตฺถ ปูครุกฺขกฺขนฺธปฺปมาณา อุจฺฉู, ตทนนฺตรํ กทลิวนํ, ยโต ทุเว ปกฺกานิ ขาทนฺตา กิลมนฺติ, ตทนนฺตรํ จาฏิปฺปมาณผลํ ปนสวนํ, ตทนนฺตรํ ชมฺพุวนํ, ตทนนฺตรํ อมฺพวนํ, ตทนนฺตรํ กปิตฺถวนนฺติ. สงฺเขปโต ตสฺมึ ทเห ขาทิตพฺพยุตฺตกํ ผลํ นาม นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ. กุสุมานํ ปุปฺผนสมเย วาโต เรณุวฏฺฏึ อุฏฺฐาเปตฺวา ปทุมินิปตฺเตสุ ฐเปติ, ตตฺถ อุทกผุสิตานิ ปตนฺติ. ตโต อาทิจฺจปาเกน ปจฺจิตฺวา ปกฺกปโยฆนิกา วิย ติฏฺฐติ, เอตํ โปกฺขรมธุ นาม, ตํ เถรสฺส อาหริตฺวา เทนฺติ. มุฬาลํ นงฺคลสีสมตฺตํ โหติ, ตมฺปิ อาหริตฺวา เทนฺติ. ภิสํ มหาเภริโปกฺขรปฺปมาณํ โหติ, ตสฺส เอกสฺมึ ปพฺเพ ปาทฆฏกปฺปมาณํ ขีรํ โหติ, ตํ อาหริตฺวา เทนฺติ. โปกฺขรฏฺฐีนิ มธุสกฺขราย โยเชตฺวา เทนฺติ. อุจฺฉุํ ปาสาณปิฏฺเฐ ฐเปตฺวา ปาเทน อกฺกมนฺติ. ตโต รโส ปคฺฆริตฺวา โสณฺฑิอาวาเฏ ปูเรตฺวา, อาทิจฺจปาเกน ปจฺจิตฺวา ขีรปาสาณปิณฺโฑ วิย ติฏฺฐติ, ตํ อาหริตฺวา เทนฺติ. ปนสกทลิอมฺพปกฺกาทีสุ กถาว นตฺถิ.
เกลาสปพฺพเต นาคทตฺโต นาม เทวปุตฺโต วสติ. เถโร กาเลน กาลํ ตสฺส วิมานทฺวารํ คจฺฉติ. โส นวสปฺปิโปกฺขรมธุจุณฺณยุตฺตสฺส นิรุทกปายาสสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา เทติ. โส กิร กสฺสปพุทฺธกาเล วีสติวสฺสสหสฺสานิ สุคนฺธสปฺปินา ขีรสลากํ อทาสิ. เตนสฺเสตํ โภชนํ อุปฺปชฺชติ. เอวํ เถโร ทฺวาทส วสฺสานิ วสิตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกนฺโต ปริกฺขีณภาวํ ญตฺวา ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘หตฺถินาเคหิ มํ ทฺวาทส วสฺสานิ อุปฏฺฐหนฺเตหิ ทุกฺกรํ กตํ, สตฺถารํ อนุชานาเปตฺวา เอเตสํเยว สนฺติเก ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ อากาเสน ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สุจิรสฺเสว เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติ.
นามญฺจาติ กสฺมา นามํ สาเวติ? เถรญฺหิ เกจิ สญฺชานนฺติ, เกจิ น สญฺชานนฺติ. ตตฺถ เถโร จินฺเตสิ – ‘‘เย มํ อชานนฺตา ‘โก เอส ปณฺฑรสีโส โอภคฺโค โคปานสิวงฺโก มหลฺลโก สตฺถารา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรตี’ติ จิตฺตํ ปทูเสสฺสนฺติ, เต อปายปูรกา ภวิสฺสนฺติ. เย ปน มํ ชานนฺตา – ‘ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ สตฺถา วิย ปญฺญาโต ปากโฏ มหาสาวโก’ติ จิตฺตํ ปสาเทสฺสนฺติ, เต สคฺคูปคา ภวิสฺสนฺตี’’ติ, สตฺตานํ อปายมคฺคํ ปิทหิตฺวา สคฺคมคฺคํ วิวรนฺโต นามํ สาเวติ.
พุทฺธานุพุทฺโธติ ปฐมํ สตฺถา จตฺตาริ สจฺจานิ พุชฺฌิ, ปจฺฉา เถโร, ตสฺมา พุทฺธานุพุทฺโธติ, วุจฺจติ. ติพฺพนิกฺกโมติ พาฬฺหวีริโย. วิเวกานนฺติ ติณฺณํ วิเวกานํ. เตวิชฺโช, เจโตปริยายโกวิโทติ ฉสุ อภิญฺญาสุ จตสฺโส วทติ. อิตรา เทฺว กิญฺจาปิ น วุตฺตา, เถโร ปน ฉฬภิญฺโญว. อิมิสฺสา จ คาถาย ปริโยสาเน ปริสา สนฺนิสีทิ. ปริสาย สนฺนิสินฺนภาวํ ญตฺวา เถโร สตฺถารา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘ปริกฺขีณา เม, ภนฺเต, อายุสงฺขารา, ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ, ปรินิพฺพานกาลํ อนุชานาเปสิ. กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ โกณฺฑญฺญาติ? อุปฏฺฐาเกหิ เม, ภนฺเต, หตฺถินาเคหิ ทุกฺกรํ กตํ, เตสํ สนฺติเกติ. สตฺถา อนุชานิ.
เถโร ทสพลํ ปทกฺขิณํ กตฺวา – ‘‘ปุพฺพํ ตํ เม, ภนฺเต, ปฐมทสฺสนํ, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสน’’นฺติ ปริเทวนฺเต มหาชเน สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา, ทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต – ‘‘มา โสจิตฺถ, มา ปริเทวิตฺถ, พุทฺธา วา โหนฺตุ พุทฺธสาวกา วา, อุปฺปนฺนา สงฺขารา อภิชฺชนกา นาม นตฺถี’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส เวหาสํ อพฺภุคฺคมฺม มนฺทากินิตีเร โอตริตฺวา โปกฺขรณิยํ นฺหตฺวา นิวตฺถนิวาสโน กตุตฺตราสงฺโค เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ผลสมาปตฺติยา ตโย ยาเม วีตินาเมตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิ. เถรสฺส สหปรินิพฺพานา หิมวติ สพฺพรุกฺขา ปุปฺเผหิ จ ผเลหิ จ โอนตวินตา อเหสุํ. วาริกนาโค เถรสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ อชานนฺโต ปาโตว มุโขทกทนฺตกฏฺฐานิ อุปฏฺฐเปตฺวา วตฺตํ กตฺวา ขาทนียผลานิ อาหริตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ อฏฺฐาสิ. โส ยาว สูริยุคฺคมนา เถรสฺส นิกฺขมนํ อปสฺสนฺโต ‘‘กึ นุ โข เอตํ? ปุพฺเพ อยฺโย ปาโตว จงฺกมติ, มุขํ โธวติ. อชฺช ปน ปณฺณสาลโตปิ น นิกฺขมตี’’ติ กุฏิทฺวารํ กมฺเปตฺวา โอโลเกนฺโต เถรํ นิสินฺนกเมว ทิสฺวา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ปรามสิตฺวา อสฺสาสปสฺสาเส ปริเยสนฺโต เตสํ อปฺปวตฺติภาวํ ญตฺวา – ‘‘ปรินิพฺพุโต เถโร’’ติ โสณฺฑํ มุเข ปกฺขิปิตฺวา มหารวํ วิรวิ. สกลหิมวนฺโต เอกนินฺนาโท อโหสิ. อฏฺฐนาคสหสฺสานิ สนฺนิปติตฺวา เถรํ เชฏฺฐกนาคสฺส กุมฺเภ นิสีทาเปตฺวา สุปุปฺผิตรุกฺขสาขา คเหตฺวา ปริวาเรตฺวา สกลหิมวนฺตํ อนุวิจริตฺวา สกฏฺฐานเมว อาคตา.
สกฺโก วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาต, อมฺหากํ เชฏฺฐภาตา ปรินิพฺพุโต, สกฺการํ กริสฺสาม, นวโยชนิกํ สพฺพรตนมยํ กูฏาคารํ มาเปหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา เถรํ ตตฺถ นิปชฺชาเปตฺวา หตฺถินาคานํ อทาสิ. เต กูฏาคารํ อุกฺขิปิตฺวา ติโยชนสหสฺสํ หิมวนฺตํ ปุนปฺปุนํ อาวิชฺฌึสุ. เตสํ หตฺถโต อากาสฏฺฐกา เทวา คเหตฺวา สาธุกีฬิตํ กีฬึสุ. ตโต วสฺสวลาหกา สีตวลาหกา อุณฺหวลาหกา จาตุมหาราชิกา ตาวตึสาติ เอเตนุปาเยน ยาว พฺรหฺมโลกา กูฏาคารํ อคมาสิ, ปุน พฺรหฺมาโน เทวานนฺติ อนุปุพฺเพน หตฺถินาคานํเยว กูฏาคารํ อทํสุ. เอเกกา เทวตา จตุรงฺคุลมตฺตํ จนฺทนฆฏิกํ อาหริ, จิตโก นวโยชนิโก อโหสิ. กูฏาคารํ จิตกํ อาโรปยึสุ. ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อากาเสนาคนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ สชฺฌายมกํสุ. อนุรุทฺธตฺเถโร ธมฺมํ กเถสิ, พหูนํ เทวตานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ปุนทิวเส อรุณุคฺคมนเวลายเมว จิตกํ นิพฺพาเปตฺวา สุมนมกุฬวณฺณานํ ธาตูนํ ปริสาวนํ ปูเรตฺวา ภควติ นิกฺขมิตฺวา เวฬุวนวิหารโกฏฺฐกํ สมฺปตฺเต อาหริตฺวา สตฺถุ หตฺเถ ฐปยึสุ. สตฺถา ธาตุปริสาวนํ คเหตฺวา ปถวิยา หตฺถํ ปสาเรสิ, มหาปถวึ ภินฺทิตฺวา รชตพุพฺพุฬสทิสํ เจติยํ นิกฺขมิ. สตฺถา สหตฺเถน เจติเย ธาตุโย นิเธสิ. อชฺชาปิ กิร ตํ เจติยํ ธรติเยวาติ. นวมํ.
๑๐. โมคฺคลฺลานสุตฺตวณฺณนา
๒๑๘. ทสเม สมนฺเนสตีติ ปริเยสติ ปจฺจเวกฺขติ. นคสฺสาติ ปพฺพตสฺส. มุนินฺติ พุทฺธมุนึ. ทุกฺขสฺส ปารคุนฺติ ทุกฺขปารํ คตํ. สมนฺเนสนฺติ สมนฺเนสนฺโต. เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนนฺติ เอวํ สพฺพคุณสมฺปนฺนํ. อเนกาการสมฺปนฺนนฺติ อเนเกหิ คุเณหิ สมนฺนาคตํ. ทสมํ.
๑๑. คคฺคราสุตฺตวณฺณนา
๒๑๙. เอกาทสเม ตฺยาสฺสุทนฺติ เต อสฺสุทํ. อสฺสุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. วณฺเณนาติ สรีรวณฺเณน. ยสสาติ ปริวาเรน. วิคตมโลว ภาณุมาติ วิคตมโล อาทิจฺโจ วิย. เอกาทสมํ.
๑๒. วงฺคีสสุตฺตวณฺณนา
๒๒๐. ทฺวาทสเม อายสฺมาติ ปิยวจนํ. วงฺคีโสติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. โส กิร ปุพฺเพ ปทุมุตฺตรกาเล ปฏิภานสมฺปนฺนํ สาวกํ ทิสฺวา ทานํ ทตฺวา ปตฺถนํ กตฺวา กปฺปสตสหสฺสํ ปารมิโย ปูเรตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล สกลชมฺพุทีเป วาทกามตาย ชมฺพุสาขํ ปริหริตฺวา เอเกน ปริพฺพาชเกน สทฺธึ วาทํ กตฺวา วาเท ชยปราชยานุภาเวน เตเนว ปริพฺพาชเกน สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตฺวา วสมานาย เอกิสฺสา ปริพฺพาชิกาย กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต วยํ อาคมฺม มาติโต ปญฺจวาทสตานิ, ปิติโต ปญฺจวาทสตานีติ วาทสหสฺสํ อุคฺคณฺหิตฺวา วิจรติ. เอกญฺจ วิชฺชํ ชานาติ, ยํ วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา มตานํ สีสํ องฺคุลิยา ปหริตฺวา – ‘‘อสุกฏฺฐาเน นิพฺพตฺโต’’ติ ชานาติ. โส อนุปุพฺเพน คามนิคมาทีสุ วิจรนฺโต ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ สาวตฺถึ อนุปฺปตฺโต นครทฺวาเร สาลาย นิสีทติ.
ตทา จ นครวาสิโน ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ สุทฺธุตฺตราสงฺคา คนฺธมาลาทิหตฺถา ธมฺมสฺสวนาย วิหารํ คจฺฉนฺติ. มาณโว ทิสฺวา, ‘‘กหํ คจฺฉถา’’ติ? ปุจฺฉิ. เต ‘‘ทสพลสฺส สนฺติกํ ธมฺมสฺสวนายา’’ติ อาหํสุ. โสปิ สปริวาโร เตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ ภควา อาห – ‘‘วงฺคีส, ภทฺทกํ กิร สิปฺปํ ชานาสี’’ติ. ‘‘โภ โคตม, อหํ พหุสิปฺปํ ชานามิ. ตุเมฺห กตรํ สนฺธาย วทถา’’ติ? ฉวทูสกสิปฺปนฺติ. อาม, โภ โคตมาติ. อถสฺส ภควา อตฺตโน อานุภาเวน นิรเย นิพฺพตฺตสฺส สีสํ ทสฺเสตฺวา, ‘‘วงฺคีส, อยํ กหํ นิพฺพตฺโต’’ติ ปุจฺฉิ. โส มนฺตํ ชปฺปิตฺวา องฺคุลิยา ปหริตฺวา ‘‘นิรเย’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, วงฺคีส, สุกถิต’’นฺติ เทวโลเก นิพฺพตฺตสฺส สีสํ ทสฺเสสิ. ตมฺปิ โส ตเถว พฺยากาสิ. อถสฺส ขีณาสวสฺส สีสํ ทสฺเสสิ. โส ปุนปฺปุนํ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวาปิ องฺคุลิยา ปหริตฺวาปิ นิพฺพตฺตฏฺฐานํ น ปสฺสติ.
อถ นํ ภควา ‘‘กิลมสิ, วงฺคีสา’’ติ อาห? อาม โภ, โคตมาติ. ปุนปฺปุนํ อุปธาเรหีติ. ตถา กโรนฺโตปิ อทิสฺวา, ‘‘ตุเมฺห, โภ โคตม, ชานาถา’’ติ อาห. อาม, วงฺคีส, มํ นิสฺสาย เจส คโต, อหมสฺส คตึ ชานามีติ. มนฺเตน ชานาสิ, โภ โคตมาติ? อาม, วงฺคีส, เอเกน มนฺเตเนว ชานามีติ. โภ โคตม, มยฺหํ มนฺเตน อิมํ มนฺตํ เทถาติ. อมูลิโก, วงฺคีส, มยฺหํ มนฺโตติ. เทถ, โภ โคตมาติ. น สกฺกา มยฺหํ สนฺติเก อปพฺพชิตสฺส ทาตุนฺติ. โส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา สมโณ โคตโม อติเรกสิปฺปํ ชานาติ, อหํ อิมสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา สิปฺปํ คณฺหามิ, ตโต สกลชมฺพุทีเป อเมฺหหิ พหุตรํ ชานนฺโต นาม น ภวิสฺสติ. ตุเมฺห ยาว อหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อนุกฺกณฺฐิตฺวา วิจรถา’’ติ เต อุยฺโยเชตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ ม’’นฺติ อาห. สตฺถา นิโคฺรธกปฺปสฺส ปฏิปาเทสิ. เถโร ตํ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส ปพฺพชิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคมฺม วนฺทิตฺวา ฐิโต ‘‘สิปฺปํ เทถา’’ติ ยาจิ. วงฺคีส, ตุเมฺห สิปฺปํ คณฺหนฺตา อโลณโภชนถณฺฑิลเสยฺยาทีหิ ปริกมฺมํ กตฺวา คณฺหถ, อิมสฺสาปิ สิปฺปสฺส ปริกมฺมํ อตฺถิ, ตํ ตาว กโรหีติ. สาธุ, ภนฺเตติ. อถสฺส สตฺถา ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส ตํ อนุโลมปฏิโลมํ มนสิกโรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนุกฺกเมน อรหตฺตํ ปาปุณิ.
วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวทีติ เอวํ อรหตฺตํ ปตฺวา วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโต. กาเวยฺยมตฺตาติ กาเวยฺเยน กพฺพกรเณน มตฺตา. ขนฺธายตนธาตุโยติ อิมานิ ขนฺธาทีนิ ปกาเสนฺโต ธมฺมํ เทเสสิ. เย นิยามคตทฺทสาติ เย นิยามคตา เจว นิยามทสฺสาติ จ. สฺวาคตนฺติ สุอาคมนํ. อิทฺธิปตฺโตมฺหีติ อิมินา อิทฺธิวิธญาณํ คหิตํ. เจโตปริยายโกวิโทติ อิมินา เจโตปริยญาณํ. ทิพฺพโสตํ ปน อวุตฺตมฺปิ คหิตเมว โหติ. เอวํ ฉ อภิญฺญาปตฺโต เอโส มหาสาวโกติ เวทิตพฺโพ. ทฺวาทสมํ.
อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา
สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
วงฺคีสสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.