๑. นิกฺขนฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๐๙. วงฺคีสสํยุตฺตสฺส ปฐเม อคฺคาฬเว เจติเยติ อาฬวิยํ อคฺคเจติเย. อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ อคฺคาฬวโคตมกาทีนิ ยกฺขนาคาทีนํ ภวนานิ, เจติยานิ อเหสุํ. อุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตานิ อปเนตฺวา มนุสฺสา วิหาเร กรึสุ. เตสํ ตาเนว นามานิ ชาตานิ. นิโคฺรธกปฺเปนาติ นิโคฺรธรุกฺขมูลวาสินา กปฺปตฺเถเรน. โอหิยฺยโกติ โอหีนโก. วิหารปาโลติ โส กิร ตทา อวสฺสิโก โหติ ปตฺตจีวรคฺคหเณ อโกวิโท. อถ นํ เถรา ภิกฺขู – ‘‘อาวุโส, อิมานิ ฉตฺตุปาหนกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ โอโลเกนฺโต นิสีทา’’ติ วิหารรกฺขกํ กตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิหารปาโล’’ติ. สมลงฺกริตฺวาติ อตฺตโน วิภวานุรูเปน อลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา. จิตฺตํ อนุทฺธํเสตีติ กุสลจิตฺตํ วิทฺธํเสติ วินาเสติ. ตํ กุเตตฺถ ลพฺภาติ เอตสฺมึ ราเค อุปฺปนฺเน ตํ การณํ กุโต ลพฺภา. ยํ เม ปโรติ เยน เม การเณน อญฺโญ ปุคฺคโล วา ธมฺโม วา อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อิทาเนว อภิรตึ อุปฺปาเทยฺย อาจริยุปชฺฌายาปิ มํ วิหาเร โอหาย คตา.

อคารสฺมาติ อคารโต นิกฺขนฺตํ. อนคาริยนฺติ ปพฺพชฺชํ อุปคตนฺติ อตฺโถ. กณฺหโตติ กณฺหปกฺขโต มารปกฺขโต อาธาวนฺติ. อุคฺคปุตฺตาติ อุคฺคตานํ ปุตฺตา มเหสกฺขา ราชญฺญภูตา. ทฬฺหธมฺมิโนติ ทฬฺหธนุโน, อุตฺตมปฺปมาณํ อาจริยธนุํ ธารยมานา. สหสฺสํ อปลายินนฺติ เย เต สมนฺตา สเรหิ ปริกิเรยฺยุํ, เตสํ อปลายีนํ สงฺขํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สหสฺส’’นฺติ อาห. เอตโต ภิยฺโยติ เอตสฺมา สหสฺสา อติเรกตรา. เนว มํ พฺยาธยิสฺสนฺตีติ มํ จาเลตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ธมฺเม สมฺหิ ปติฏฺฐิตนฺติ อนภิรตึ วิโนเทตฺวา อภิรตึ อุปฺปาทนสมตฺเถ สเก สาสนธมฺเม ปติฏฺฐิตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิสฺสาสสหสฺเส ตาว สมนฺตา สเรหิ ปริกิรนฺเต สิกฺขิโต ปุริโส ทณฺฑกํ คเหตฺวา สพฺเพ สเร สรีเร อปตมาเน อนฺตราว ปหริตฺวา ปาทมูเล ปาเตติ. ตตฺถ เอโกปิ อิสฺสาโส เทฺว สเร เอกโต น ขิปติ, อิมา ปน อิตฺถิโย รูปารมฺมณาทิวเสน ปญฺจ ปญฺจ สเร เอกโต ขิปนฺติ. เอวํ ขิปนฺติโย เอตา สเจปิ อติเรกสหสฺสา โหนฺติ, เนว มํ จาเลตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ.

สกฺขี หิ เม สุตํ เอตนฺติ มยา หิ สมฺมุขา เอตํ สุตํ. นิพฺพานคมนํ มคฺคนฺติ วิปสฺสนํ สนฺธายาห. โส หิ นิพฺพานสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, ลิงฺควิปลฺลาเสน ปน ‘‘มคฺค’’นฺติ อาห. ตตฺถ เมติ ตสฺมึ เม อตฺตโน ตรุณวิปสฺสนาสงฺขาเต นิพฺพานคมนมคฺเค มโน นิรโต. ปาปิมาติ กิเลสํ อาลปติ. มจฺจูติปิ ตเมว อาลปติ. น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสีติ ยถา เม ภวโยนิอาทีสุ คตมคฺคมฺปิ น ปสฺสสิ, ตถา กริสฺสามีติ. ปฐมํ.