๒. อุปาสกวคฺโค

๑. กสิภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา

๑๙๗. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม มคเธสูติ เอวํนามเก ชนปเท. ทกฺขิณาคิริสฺมินฺติ ราชคหํ ปริวาเรตฺวา ฐิตสฺส คิริโน ทกฺขิณภาเค ชนปโท อตฺถิ, ตสฺมึ ชนปเท, ตตฺถ วิหารสฺสาปิ ตเทว นามํ. เอกนาฬายํ พฺราหฺมณคาเมติ เอกนาฬาติ ตสฺส คามสฺส นามํ. พฺราหฺมณา ปเนตฺถ สมฺพหุลา ปฏิวสนฺติ, พฺราหฺมณโภโค เอว วา โส. ตสฺมา ‘‘พฺราหฺมณคาโม’’ติ วุจฺจติ.

เตน โข ปน สมเยนาติ ยํ สมยํ ภควา มคธรฏฺเฐ เอกนาฬํ พฺราหฺมณคามํ อุปนิสฺสาย ทกฺขิณคิริมหาวิหาเร พฺราหฺมณสฺส อินฺทฺริยปริปากํ อาคมยมาโน วิหรติ, เตน สมเยน. กสิภารทฺวาชสฺสาติ โส พฺราหฺมโณ กสึ นิสฺสาย ชีวติ, ภารทฺวาโชติ จสฺส โคตฺตํ. ปญฺจมตฺตานีติ ปญฺจ ปมาณานิ, อนูนานิ อนธิกานิ ปญฺจนงฺคลสตานีติ วุตฺตํ โหติ. ปยุตฺตานีติ โยชิตานิ, พลีพทฺทานํ ขนฺเธสุ ฐเปตฺวา ยุเค โยตฺเตหิ โยชิตานีติ อตฺโถ.

วปฺปกาเลติ วปฺปนกาเล พีชนิกฺเขปสมเย. ตตฺถ เทฺว วปฺปานิ กลลวปฺปญฺจ ปํสุวปฺปญฺจ. ปํสุวปฺปํ อิธ อธิปฺเปตํ, ตญฺจ โข ปฐมทิวเส มงฺคลวปฺปํ. ตตฺถายํ อุปกรณสมฺปทา – ตีณิ พลิพทฺทสหสฺสานิ อุปฏฺฐาปิตานิ โหนฺติ, สพฺเพสํ สุวณฺณมยานิ สิงฺคานิ ปฏิมุกฺกานิ, รชตมยา ขุรา, สพฺเพ เสตมาลาหิ เจว คนฺธปญฺจงฺคุลีหิ จ อลงฺกตา ปริปุณฺณปญฺจงฺคา สพฺพลกฺขณสมฺปนฺนา, เอกจฺเจ กาฬา อญฺชนวณฺณา, เอกจฺเจ เสตา ผลิกวณฺณา, เอกจฺเจ รตฺตา ปวาฬวณฺณา, เอกจฺเจ กมฺมาสา มสารคลฺลวณฺณา. เอวํ ปญฺจสตา กสฺสกา สพฺเพ อหตเสตวตฺถา คนฺธมาลาลงฺกตา ทกฺขิณอํสกูเฏสุ ปติฏฺฐิตปุปฺผจุมฺพฏกา หริตาลมโนสิลาลญฺชนุชฺชลคตฺตา ทส ทส นงฺคลา เอเกกคุมฺพา หุตฺวา คจฺฉนฺติ. นงฺคลานํ สีสญฺจ ยุคญฺจ ปโตทา จ สุวณฺณขจิตา. ปฐมนงฺคเล อฏฺฐ พลีพทฺทา ยุตฺตา, เสเสสุ จตฺตาโร จตฺตาโร, อวเสสา กิลนฺตปริวตฺตนตฺถํ อานีตา. เอเกกคุมฺเพ เอเกกพีชสกฏํ เอเกโก กสติ, เอเกโก วปฺปติ.

พฺราหฺมโณ ปน ปเคว มสฺสุกมฺมํ การาเปตฺวา นฺหายิตฺวา สุคนฺธคนฺเธหิ วิลิตฺโต ปญฺจสตคฺฆนกํ วตฺถํ นิวาเสตฺวา สหสฺสคฺฆนกํ เอกํสํ กริตฺวา เอเกกิสฺสา องฺคุลิยา เทฺว เทฺวติ วีสติ องฺคุลิมุทฺทิกาโย กณฺเณสุ สีหกุณฺฑลานิ สีเส พฺรหฺมเวฐนํ ปฏิมุญฺจิตฺวา สุวณฺณมาลํ กณฺเฐ กตฺวา พฺราหฺมณคณปริวุโต กมฺมนฺตํ โวสาสติ. อถสฺส พฺราหฺมณี อเนกสตภาชเนสุ ปายาสํ ปจาเปตฺวา มหาสกเฏสุ อาโรเปตฺวา คนฺโธทเกน นฺหายิตฺวา สพฺพาลงฺการวิภูสิตา พฺราหฺมณีคณปริวุตา กมฺมนฺตํ อคมาสิ. เคหมฺปิสฺส หริตุปลิตฺตํ วิปฺปกิณฺณลาชํ ปุณฺณฆฏกทลิธชปฏากาหิ อลงฺกตํ คนฺธปุปฺผาทีหิ สุกตพลิกมฺมํ, เขตฺตญฺจ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ สมุสฺสิตทฺธชปฏากํ อโหสิ. ปริชนกมฺมกาเรหิ สทฺธึ โอสฏปริสา อฑฺฒเตยฺยสหสฺสา อโหสิ, สพฺเพ อหตวตฺถา, สพฺเพสํ ปายาสโภชนเมว ปฏิยตฺตํ.

อถ พฺราหฺมโณ สุวณฺณปาตึ โธวาเปตฺวา ปายาสสฺส ปูเรตฺวา สปฺปิมธุผาณิเตหิ อภิสงฺขริตฺวา นงฺคลพลิกมฺมํ การาเปสิ. พฺราหฺมณี ปญฺจนฺนํ กสฺสกสตานํ สุวณฺณรชตกํสตมฺพโลหมยานิ ภาชนานิ ทาเปตฺวา สุวณฺณกฏจฺฉุํ คเหตฺวา ปายาเสน ปริวิสนฺตี คจฺฉติ. พฺราหฺมโณ ปน พลิกมฺมํ กาเรตฺวา รตฺตพนฺธิกาโย อุปาหนาโย อาโรหิตฺวา รตฺตสุวณฺณทณฺฑกํ คเหตฺวา, ‘‘อิธ ปายาสํ เทถ, อิธ สปฺปึ เทถ, อิธ สกฺขรํ เทถา’’ติ โวสาสมาโน วิจรติ. อยํ ตาว กมฺมนฺเต ปวตฺติ.

วิหาเร ปน ยตฺถ ยตฺถ พุทฺธา วสนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ เนสํ เทวสิกํ ปญฺจ กิจฺจานิ ภวนฺติ, เสยฺยถิทํ – ปุเรภตฺตกิจฺจํ ปจฺฉาภตฺตกิจฺจํ ปุริมยามกิจฺจํ มชฺฌิมยามกิจฺจํ ปจฺฉิมยามกิจฺจนฺติ.

ตตฺริทํ ปุเรภตฺตกิจฺจํ – ภควา หิ ปาโตว อุฏฺฐาย อุปฏฺฐากานุคฺคหตฺถํ สรีรผาสุกตฺถญฺจ มุขโธวนาทิปริกมฺมํ กตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา, ตาว วิวิตฺตาสเน วีตินาเมตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตมาทาย กทาจิ เอกโก กทาจิ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสติ กทาจิ ปกติยา, กทาจิ อเนเกหิ ปาฏิหาริเยหิ วตฺตมาเนหิ. เสยฺยถิทํ – ปิณฺฑาย ปวิสโต โลกนาถสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มุทุคติโย วาตา ปถวึ โสเธนฺติ, วลาหกา อุทกผุสิตานิ มุญฺจนฺตา มคฺเค เรณุํ วูปสเมตฺวา อุปริ วิตานํ หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ, อปเร วาตา ปุปฺผานิ อุปหริตฺวา มคฺเค โอกิรนฺติ. อุนฺนตา ภูมิปฺปเทสา โอนมนฺติ, โอนตา อุนฺนมนฺติ. ปาทนิกฺเขปสมเย สมาว ภูมิ โหติ, สุขสมฺผสฺสานิ ปทุมปุปฺผานิ วา ปาเท สมฺปฏิจฺฉนฺติ. อินฺทขีลสฺส อนฺโต ฐปิตมตฺเต ทกฺขิณปาเท สรีรา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณรสสิญฺจนานิ วิย จิตฺรปฏปริกฺขิตฺตานิ วิย จ ปาสาทกูฏาคาราทีนิ กโรนฺติโย อิโต จิโต จ วิธาวนฺติ. หตฺถิอสฺสวิหงฺคาทโย สกสกฏฺฐาเนสุ ฐิตาเยว มธุเรนากาเรน สทฺทํ กโรนฺติ, ตถา เภริวีณาทีนิ ตูริยานิ มนุสฺสานญฺจ กายูปคานิ อาภรณานิ. เตน สญฺญาเณน มนุสฺสา ชานนฺติ ‘‘อชฺช ภควา อิธ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ’’ติ. เต สุนิวตฺถา สุปารุตา คนฺธปุปฺผาทีนิ อาทาย ฆรา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรวีถึ ปฏิปชฺชิตฺวา ภควนฺตํ คนฺธปุปฺผาทีหิ สกฺกจฺจํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ทส ภิกฺขู, อมฺหากํ วีสติ, อมฺหากํ ภิกฺขุสตํ เทถา’’ติ ยาจิตฺวา ภควโตปิ ปตฺตํ คเหตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาเตน ปฏิมาเนนฺติ.

ภควา กตภตฺตกิจฺโจ เตสํ สนฺตานานิ โอโลเกตฺวา ตถา ธมฺมํ เทเสติ, ยถา เกจิ สรณคมเน ปติฏฺฐหนฺติ, เกจิ ปญฺจสุ สีเลสุ, เกจิ โสตาปตฺติสกทาคามิอนาคามิผลานํ อญฺญตรสฺมึ, เกจิ ปพฺพชิตฺวา อคฺคผเล อรหตฺเตติ. เอวํ มหาชนํ อนุคฺคเหตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ คจฺฉติ. ตตฺถ คนฺธมณฺฑลมาเฬ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทติ ภิกฺขูนํ ภตฺตกิจฺจปริโยสานํ อาคมยมาโน. ตโต ภิกฺขูนํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน อุปฏฺฐาโก ภควโต นิเวเทติ. อถ ภควา คนฺธกุฏึ ปวิสติ. อิทํ ตาว ปุเรภตฺตกิจฺจํ.

อถ ภควา เอวํ กตปุเรภตฺตกิจฺโจ คนฺธกุฏิยา อุปฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปาทปีเฐ ฐตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทติ – ‘‘ภิกฺขเว, อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ, ทุลฺลโภ พุทฺธุปฺปาโท โลกสฺมึ, ทุลฺลโภ มนุสฺสตฺตปฏิลาโภ, ทุลฺลภา สทฺธาสมฺปตฺติ, ทุลฺลภา ปพฺพชฺชา, ทุลฺลภํ สทฺธมฺมสฺสวน’’นฺติ. ตตฺถ เกจิ ภควนฺตํ กมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉนฺติ. ภควา เตสํ อตฺตโน จริยานุรูปํ กมฺมฏฺฐานํ เทติ. ตโต สพฺเพปิ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ คจฺฉนฺติ, เกจิ อรญฺญํ, เกจิ รุกฺขมูลํ, เกจิ ปพฺพตาทีนํ อญฺญตรํ, เกจิ จาตุมหาราชิกภวนํ…เป… เกจิ วสวตฺติภวนนฺติ. ตโต ภควา คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา สเจ อากงฺขติ, ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน มุหุตฺตํ สีหเสยฺยํ กปฺเปติ. อถ สมสฺสาสิตกาโย อุฏฺฐหิตฺวา ทุติยภาเค โลกํ โวโลเกติ. ตติยภาเค ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ, ตตฺถ มหาชโน ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ สุนิวตฺโถ สุปารุโต คนฺธปุปฺผาทีนิ อาทาย วิหาเร สนฺนิปตติ. ตโต ภควา สมฺปตฺตปริสาย อนุรูเปน ปาฏิหาริเยน คนฺตฺวา ธมฺมสภายํ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสชฺช ธมฺมํ เทเสติ กาลยุตฺตํ สมยยุตฺตํ. อถ กาลํ วิทิตฺวา ปริสํ อุยฺโยเชติ, มนุสฺสา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปกฺกมนฺติ. อิทํ ปจฺฉาภตฺตกิจฺจํ.

โส เอวํ นิฏฺฐิตปจฺฉาภตฺตกิจฺโจ สเจ คตฺตานิ โอสิญฺจิตุกาโม โหติ, พุทฺธาสนา วุฏฺฐาย นฺหานโกฏฺฐกํ ปวิสิตฺวา อุปฏฺฐาเกน ปฏิยาทิตอุทเกน คตฺตานิ อุตุํ คาหาเปติ. อุปฏฺฐาโกปิ พุทฺธาสนํ อาเนตฺวา ปปฺโผเฏตฺวา คนฺธกุฏิปริเวเณ ปญฺญาเปติ. ภควา สุรตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา ตตฺถ อาคนฺตฺวา นิสีทติ เอกโกว มุหุตฺตํ ปฏิสลฺลีโน. อถ ภิกฺขู ตโต ตโต อาคมฺม ภควโต อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ เอกจฺเจ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ กมฺมฏฺฐานํ, เอกจฺเจ ธมฺมสฺสวนํ ยาจนฺติ. ภควา เตสํ อธิปฺปายํ สมฺปาเทนฺโต ปุริมยามํ วีตินาเมติ. อิทํ ปุริมยามกิจฺจํ.

ปุริมยามกิจฺจปริโยสาเน ปน ภิกฺขูสุ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปกฺกมนฺเตสุ สกลทสสหสฺสิโลกธาตุเทวตาโย โอกาสํ ลภมานา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ ยถาภิสงฺขตํ อนฺตมโส จตุรกฺขรมฺปิ. ภควา ตาสํ ตาสํ เทวตานํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต มชฺฌิมยามํ วีตินาเมติ. อิทํ มชฺฌิมยามกิจฺจํ.

ปจฺฉิมยามํ ปน ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา ปุเรภตฺตโต ปฏฺฐาย นิสชฺชาปีฬิตสฺส สรีรสฺส กิลาสุภาวโมจนตฺถํ เอกํ โกฏฺฐาสํ จงฺกเมน วีตินาเมติ. ทุติยโกฏฺฐาเส คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ กปฺเปติ. ตติยโกฏฺฐาเส ปจฺจุฏฺฐาย นิสีทิตฺวา ปุริมพุทฺธานํ สนฺติเก ทานสีลาทิวเสน กตาธิการปุคฺคลทสฺสนตฺถํ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โอโลเกติ. อิทํ ปจฺฉิมยามกิจฺจํ.

ตทาปิ เอวํ โอโลเกนฺโต กสิภารทฺวาชํ พฺราหฺมณํ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ ทิสฺวา – ‘‘ตตฺถ มยิ คเต กถา ปวตฺติสฺสติ, กถาวสาเน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เอโส พฺราหฺมโณ สปุตฺตทาโร ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย อสีติโกฏิธนํ มม สาสเน วิปฺปกิริตฺวา อปรภาเค นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควาติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, ปุพฺพณฺหสมเยติ อตฺโถ. นิวาเสตฺวาติ ปริทหิตฺวา. วิหารจีวรปริวตฺตนวเสเนตํ วุตฺตํ. ปตฺตจีวรมาทายาติ ปตฺตํ หตฺเถหิ, จีวรํ กาเยน อาทิยิตฺวา, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ธาเรตฺวาติ อตฺโถ. ภควโต กิร ปิณฺฑาย ปวิสิตุกามสฺส ภมโร วิย วิกสิตปทุมทฺวยมชฺฌํ, อินฺทนีลมณิวณฺณเสลมยปตฺโต หตฺถทฺวยมชฺฌํ อาคจฺฉติ. ตํ เอวมาคตํ ปตฺตํ หตฺเถหิ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา จีวรญฺจ ปริมณฺฑลํ ปารุตํ กาเยน ธาเรตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เตนุปสงฺกมีติ เยน มคฺเคน กมฺมนฺโต คนฺตพฺโพ, เตน เอกโกว อุปสงฺกมิ. กสฺมา ปน นํ ภิกฺขู นานุพนฺธึสูติ? ยทา หิ ภควา เอกโกว กตฺถจิ คนฺตุกาโม โหติ, ยาว ภิกฺขาจารเวลา ทฺวารํ ปิทหิตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํ นิสีทติ. ภิกฺขู ตาย สญฺญาย ชานนฺติ ‘‘อชฺช ภควา เอกโกว ปิณฺฑาย จริตุกาโม, อทฺธา กญฺจิ เอว วิเนตพฺพปุคฺคลํ อทฺทสา’’ติ. เต อตฺตโน ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา คนฺธกุฏึ ปทกฺขิณํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺติ. ตทา จ ภควา เอวมกาสิ, ตสฺมา ภิกฺขู นานุพนฺธึสูติ.

ปริเวสนา วตฺตตีติ เตสํ สุวณฺณภาชนาทีนิ คเหตฺวา นิสินฺนานํ ปญฺจสตานํ กสฺสกานํ ปริวิสนา วิปฺปกตา โหติ. เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ ยตฺถ ฐิตํ พฺราหฺมโณ ปสฺสติ, ตถารูเป ทสฺสนูปจาเร กถาสวนผาสุเก อุจฺจฏฺฐาเน อฏฺฐาสิ. ฐตฺวา จ รชตสุวณฺณรสปิญฺชรํ จนฺทิมสูริยานํ ปภํ อติโรจมานํ สมนฺตโต สรีรปฺปภํ มุญฺจิ, ยาย อชฺโฌตฺถฏตฺตา พฺราหฺมณสฺส กมฺมนฺตสาลาภิตฺติรุกฺขกสิตมตฺติกปิณฺฑาทโย สุวณฺณมยา วิย อเหสุํ. อถ มนุสฺสา ภุญฺชนฺตา จ กสนฺตา จ สพฺพกิจฺจานิ ปหาย อสีติอนุพฺยญฺชนปริวารํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ สรีรํ พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิภูสิตํ พาหุยุคลํ ชงฺคมํ วิย ปทุมสรํ, รสฺมิชาลสมุชฺชลิตตาราคณมิว คคนตลํ, วิชฺชุลตาวินทฺธมิว จ กนกสิขรํ สิริยา ชลมานํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ เอกมนฺตํ ฐิตํ ทิสฺวา หตฺถปาเท โธวิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห สมฺปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. เอวํ เตหิ สมฺปริวาริตํ อทฺทสา โข กสิภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ปิณฺฑาย ฐิตํ, ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ – อหํ โข, สมณ, กสามิ จ วปามิ จาติ.

กสฺมา ปนายํ เอวมาห, กึ สมนฺตปาสาทิเก ปสาทนีเย อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺเตปิ ตถาคเต อปฺปสาเทน, อุทาหุ อฑฺฒติยานํ ชนสหสฺสานํ ปายาสํ ปฏิยาเทตฺวาปิ กฏจฺฉุภิกฺขาย มจฺเฉเรนาติ? อุภยถาปิ โน, ภควโต ปนสฺส ทสฺสเนน อติตฺตํ นิกฺขิตฺตกมฺมนฺตํ ชนํ ทิสฺวา ‘‘กมฺมภงฺคํ เม กาตุํ อาคโต’’ติ อนตฺตมนตา อโหสิ, ตสฺมา เอวมาห. ภควโต จ ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา – ‘‘สจายํ กมฺมนฺเต อปฺปโยชยิสฺส, สกลชมฺพุทีเป มนุสฺสานํ สีเส จูฬามณิ วิย อภวิสฺส, โก นามสฺส อตฺโถ น สมฺปชฺชิสฺสติ, เอวเมวํ อลสตาย กมฺมนฺเต อปฺปโยเชตฺวา วปฺปมงฺคลาทีสุ ปิณฺฑาย จรตี’’ติปิสฺส อนตฺตมนตา อโหสิ. เตนาห – ‘‘อหํ โข, สมณ, กสามิ จ วปามิ จ, กสิตฺวา จ วปิตฺวา จ ภุญฺชามี’’ติ.

อยํ กิรสฺส อธิปฺปาโย – มยฺหมฺปิ ตาว กมฺมนฺตา น พฺยาปชฺชนฺติ, น จมฺหิ ยถา ตฺวํ เอวํ ลกฺขณสมฺปนฺโน, ตฺวมฺปิ กสิตฺวา จ วปิตฺวา จ ภุญฺชสฺสุ, โก เต อตฺโถ น สมฺปชฺเชยฺย เอวํ ลกฺขณสมฺปนฺนสฺสาติ. อปิจายํ อสฺโสสิ – ‘‘สกฺยราชกุเล กิร กุมาโร อุปฺปนฺโน, โส จกฺกวตฺติรชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต’’ติ. ตสฺมา อิทานิ ‘‘อยํ โส’’ติ ญตฺวา ‘‘จกฺกวตฺติรชฺชํ ปหาย กิลนฺโตสี’’ติ อุปารมฺภํ อาโรเปนฺโต เอวมาห. อปิจ ติกฺขปญฺโญ เอส พฺราหฺมโณ, น ภควนฺตํ อปสาเทนฺโต ภณติ, ภควโต ปน รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ปุญฺญสมฺปตฺตึ สมฺภาวยมาโน กถาปวตฺตนตฺถมฺปิ เอวมาห. อถ ภควา เวเนยฺยวเสน สเทวเก โลเก อคฺคกสฺสกวปฺปกภาวํ อตฺตโน ทสฺเสนฺโต อหมฺปิ โข พฺราหฺมโณติอาทิมาห.

อถ พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สมโณ’’ ‘อหมฺปิ กสามิ จ วปามิ จา’ติ ภณติ. น จสฺส โอฬาริกานิ ยุคนงฺคลาทีนิ กสิภณฺฑานิ ปสฺสามิ, กึ นุ โข มุสา ภณตี’’ติ? ภควนฺตํ ปาทตลโต ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา โอโลกยมาโน, องฺควิชฺชาย กตาธิการตฺตา ทฺวตฺตึสวรลกฺขณสมฺปตฺติมสฺส ญตฺวา, ‘‘อฏฺฐานเมตํ ยํ เอวรูโป มุสา ภเณยฺยา’’ติ สญฺชาตพหุมาโน ภควติ สมณวาทํ ปหาย โคตฺเตน ภควนฺตํ สมุทาจรมาโน น โข ปน มยํ ปสฺสาม โภโต โคตมสฺสาติอาทิมาห. ภควา ปน ยสฺมา ปุพฺพธมฺมสภาคตาย กถนํ นาม พุทฺธานํ อานุภาโว, ตสฺมา พุทฺธานุภาวํ ทีเปนฺโต สทฺธา พีชนฺติอาทิมาห.

กา ปเนตฺถ ปุพฺพธมฺมสภาคตา? นนุ พฺราหฺมเณน ภควา นงฺคลาทิกสิสมฺภารสมาโยคํ ปุฏฺโฐ อปุจฺฉิตสฺส พีชสฺส สภาคตาย อาห ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติ, เอวญฺจ สติ กถาปิ อนนุสนฺธิกา โหติ? น หิ พุทฺธานํ อนนุสนฺธิกกถา นาม อตฺถิ, นปิ ปุพฺพธมฺมสฺส อสภาคตาย กเถนฺติ. เอวํ ปเนตฺถ อนุสนฺธิ เวทิตพฺพา – พฺราหฺมเณน หิ ภควา ยุคนงฺคลาทิกสิสมฺภารวเสน กสึ ปุจฺฉิโต. โส ตสฺส อนุกมฺปาย ‘‘อิทํ อปุจฺฉิต’’นฺติ อปริหาเปตฺวา สมูลํ สอุปการํ สสมฺภารํ สผลํ กสึ ปญฺญาเปตุํ มูลโต ปฏฺฐาย ทสฺเสนฺโต ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ พีชํ กสิยา มูลํ, ตสฺมึ สติ กตฺตพฺพโต, อสติ อกตฺตพฺพโต, ตปฺปมาเณน จ กตฺตพฺพโต. พีเช หิ สติ กสึ กโรนฺติ, น อสติ. พีชปฺปมาเณน จ กุสลา กสฺสกา เขตฺตํ กสนฺติ, น อูนํ ‘‘มา โน สสฺสํ ปริหายี’’ติ, น อธิกํ ‘‘มา โน โมโฆ วายาโม อโหสี’’ติ. ยสฺมา จ พีชเมว มูลํ, ตสฺมา ภควา มูลโต ปฏฺฐาย กสิสมฺภารํ ทสฺเสนฺโต ตสฺส พฺราหฺมณสฺส กสิยา ปุพฺพธมฺมสฺส พีชสฺส สภาคตาย อตฺตโน กสิยา ปุพฺพธมฺมํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติ. เอวเมตฺถ ปุพฺพธมฺมสภาคตาปิ เวทิตพฺพา.

ปุจฺฉิตํเยว วตฺวา อปุจฺฉิตํ ปจฺฉา กึ น วุตฺตนฺติ เจ? ตสฺส อุปการภาวโต จ ธมฺมสมฺพนฺธสมตฺถภาวโต จ. อยํ หิ พฺราหฺมโณ ปญฺญวา, มิจฺฉาทิฏฺฐิกุเล ปน ชาตตฺตา สทฺธารหิโต, สทฺธารหิโต จ ปญฺญวา ปเรสํ สทฺธาย อตฺตโน อวิสเย อปฏิปชฺชมาโน วิเสสํ นาธิคจฺฉติ, กิเลสกาลุสฺสิยปรามฏฺฐาปิ จสฺส ทุพฺพลา สทฺธา พลวติยา ปญฺญาย สหสา วตฺตมานา อตฺถสิทฺธึ น กโรติ หตฺถินา สทฺธึ เอกธุเร ยุตฺโต โคโณ วิย. อิติสฺส สทฺธา อุปการิกาติ ตํ พฺราหฺมณํ สทฺธาย ปติฏฺฐาเปนฺเตน ปจฺฉาปิ วตฺตพฺโพ อยมตฺโถ เทสนากุสลตาย ปุพฺเพ วุตฺโต. พีชสฺส จ อุปการิกา วุฏฺฐิ, สา ตทนนฺตรํเยว วุจฺจมานา สมตฺถา โหติ. เอวํ ธมฺมสมฺพนฺธสมตฺถภาวโต ปจฺฉาปิ วตฺตพฺโพ อยมตฺโถ, อญฺโญ จ เอวรูโป อีสาโยตฺตาทิ ปุพฺเพ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ สมฺปสาทลกฺขณา สทฺธา, โอกปฺปนลกฺขณา วา. พีชนฺติ ปญฺจวิธํ พีชํ มูลพีชํ ขนฺธพีชํ ผลุพีชํ อคฺคพีชํ พีชพีชเมว ปญฺจมนฺติ. ตํ สพฺพมฺปิ วิรุหณฏฺเฐน พีชนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ.

ตตฺถ ยถา พฺราหฺมณสฺส กสิยา มูลภูตํ พีชํ เทฺว กิจฺจานิ กโรติ, เหฏฺฐา มูเลน ปติฏฺฐาติ, อุปริ องฺกุรํ อุฏฺฐาเปติ, เอวํ ภควโต กสิยา มูลภูตา สทฺธา เหฏฺฐา สีลมูเลน ปติฏฺฐาติ, อุปริ สมถวิปสฺสนงฺกุรํ อุฏฺฐาเปติ. ยถา จ ตํ มูเลน ปถวิรสํ อาโปรสํ คเหตฺวา นาเฬน ธญฺญปริปากคหณตฺถํ วฑฺฒติ, เอวมยํ สีลมูเลน สมถวิปสฺสนารสํ คเหตฺวา อริยมคฺคนาเฬน อริยผลธญฺญปริปากคหณตฺถํ วฑฺฒติ. ยถา จ ตํ สุภูมิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา มูลงฺกุรปณฺณนาฬกณฺฑปสเวหิ วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปตฺวา ขีรํ ชเนตฺวา อเนกสาลิผลภริตํ สาลิสีสํ นิปฺผาเทติ, เอวเมสา จิตฺตสนฺตาเน ปติฏฺฐหิตฺวา ฉหิ วิสุทฺธีหิ วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปตฺวา ญาณทสฺสนวิสุทฺธิขีรํ ชเนตฺวา อเนกปฏิสมฺภิทาภิญฺญาภริตํ อรหตฺตผลํ นิปฺผาเทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติ.

กสฺมา ปน อญฺเญสุ ปโรปญฺญาสาย กุสลธมฺเมสุ เอกโต อุปฺปชฺชมาเนสุ สทฺธาว ‘‘พีช’’นฺติ วุตฺตาติ เจ? พีชกิจฺจกรณโต. ยถา หิ เตสุ วิญฺญาณํเยว วิชานนกิจฺจํ กโรติ, เอวํ สทฺธา พีชกิจฺจํ. สา จ สพฺพกุสลานํ มูลภูตา. ยถาห – ‘‘สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสติ…เป… ปญฺญาย จ นํ อติวิชฺฌ ปสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๓).

อกุสลธมฺเม เจว กายญฺจ ตปตีติ ตโป. อินฺทฺริยสํวรวีริยธุตงฺคทุกฺกรการิกานํ เอตํ อธิวจนํ, อิธ ปน อินฺทฺริยสํวโร อธิปฺเปโต. วุฏฺฐีติ วสฺสวุฏฺฐิ วาตวุฏฺฐีติอาทิ อเนกวิธา, อิธ วสฺสวุฏฺฐิ อธิปฺเปตา. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส วสฺสวุฏฺฐิสมนุคฺคหิตํ พีชํ พีชมูลกญฺจ สสฺสํ วิรุหติ น มิลายติ นิปฺผตฺตึ คจฺฉติ, เอวํ ภควโต อินฺทฺริยสํวรสมนุคฺคหิตา สทฺธา, สทฺธามูลา จ สีลาทโย ธมฺมา วิรุหนฺติ, น มิลายนฺติ นิปฺผตฺตึ คจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘ตโป วุฏฺฐี’’ติ.

ปญฺญา เมติ เอตฺถ วุตฺโต เม-สทฺโท ปุริมปเทสุปิ โยเชตพฺโพ ‘‘สทฺธา เม พีชํ, ตโป เม วุฏฺฐี’’ติ เตน กึ ทีเปติ? ยถา, พฺราหฺมณ, ตยา วปิเต เขตฺเต สเจ วุฏฺฐิ อตฺถิ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อตฺถิ, อุทกมฺปิ ตาว ทาตพฺพํ โหติ. ตถา มยา หิริอีเส ปญฺญายุคนงฺคเล มโนโยตฺเตน เอกาพทฺเธ กเต วีริยพลีพทฺเท โยเชตฺวา สติปาจเนน วิชฺฌิตฺวา อตฺตโน จิตฺตสนฺตานเขตฺตมฺหิ สทฺธาพีเช วปิเต วุฏฺฐิยา อภาโว นาม นตฺถิ, อยํ ปน เม นิจฺจกาลํ อินฺทฺริยสํวรตโป วุฏฺฐีติ.

ปญฺญาติ กามาวจราทิเภทโต อเนกวิธา. อิธ ปน สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญา อธิปฺเปตา. ยุคนงฺคลนฺติ ยุคญฺจ นงฺคลญฺจ ยุคนงฺคลํ. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส ยุคนงฺคลํ, เอวํ ภควโต ทุวิธาปิ วิปสฺสนา ปญฺญา จ. ตตฺถ ยถา ยุคํ อีสาย อุปนิสฺสยํ โหติ, ปุรโต จ อีสาพทฺธํ โหติ, โยตฺตานํ นิสฺสยํ โหติ, พลีพทฺทานํ เอกโต คมนํ ธาเรติ, เอวํ ปญฺญา หิริปฺปมุขานํ ธมฺมานํ อุปนิสฺสยา โหติ. ยถาห – ‘‘ปญฺญุตฺตรา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา’’ติ (อ. นิ. ๘.๘๓; ๑๐.๕๘) จ, ‘‘ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ, นกฺขตฺตราชาริว ตารกาน’’นฺติ (ชา. ๒.๑๗.๘๑) จ. กุสลานํ ธมฺมานํ ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน ปุรโต จ โหติ. ยถาห – ‘‘สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม, อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺตี’’ติ หิริวิปฺปโยเคน อนุปฺปตฺติโต ปน อีสาพทฺโธ โหติ. มโนสงฺขาตสฺส สมาธิโยตฺตสฺส นิสฺสยปจฺจยโต โยตฺตานํ นิสฺสโย โหติ. อจฺจารทฺธาติลีนภาวปฏิเสธนโต วีริยพลีพทฺทานํ เอกโต คมนํ ธาเรติ, ยถา จ นงฺคลํ ผาลยุตฺตํ กสนกาเล ปถวิฆนํ ภินฺทติ, มูลสนฺตานกานิ ปทาเลติ, เอวํ สติยุตฺตา ปญฺญา วิปสฺสนากาเล ธมฺมานํ สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนํ ภินฺทติ, สพฺพกิเลสมูลสนฺตานกานิ ปทาเลติ. สา จ โข โลกุตฺตราว, อิตรา ปน โลกิกาปิ สิยา. เตนาห ‘‘ปญฺญา เม ยุคนงฺคล’’นฺติ.

หิรียติ ปาปเกหิ ธมฺเมหีติ หิรี. ตคฺคหเณน ตาย อวิปฺปยุตฺตํ โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตเมว โหติ. อีสาติ ยุคนงฺคลสนฺธาริกา รุกฺขลฏฺฐิ. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส อีสา ยุคนงฺคลํ ธาเรติ, เอวํ ภควโตปิ หิรี โลกิยโลกุตฺตรปญฺญาสงฺขาตํ ยุคนงฺคลํ ธาเรติ หิริอภาเว ปญฺญาย อภาวโต. ยถา จ อีสาปฏิพทฺธยุคนงฺคลํ กิจฺจกรํ โหติ อจลํ อสิถิลํ, เอวํ หิริปฏิพทฺธา จ ปญฺญา กิจฺจการี โหติ อจลา อสิถิลา อพฺโพกิณฺณา อหิริเกน. เตนาห ‘‘หิรี อีสา’’ติ. มุนาตีติ มโน, จิตฺตสฺเสตํ นามํ. อิธ ปน มโนสีเสน ตํสมฺปยุตฺโต สมาธิ อธิปฺเปโต. โยตฺตนฺติ รชฺชุพนฺธนํ. ตํ ติวิธํ อีสาย สห ยุคสฺส พนฺธนํ, ยุเคน สห พลีพทฺทานํ พนฺธนํ, สารถินา สห พลีพทฺทานํ เอกาพนฺธนนฺติ. ตตฺถ ยถา พฺราหฺมณสฺส โยตฺตํ อีสายุคพลีพทฺเท เอกาพทฺเธ กตฺวา สกกิจฺเจ ปฏิปาเทติ, เอวํ ภควโต สมาธิ สพฺเพว เต หิริปญฺญาวีริยธมฺเม เอการมฺมเณ อวิกฺเขปสภาเวน พนฺธิตฺวา สกกิจฺเจ ปฏิปาเทติ. เตนาห ‘‘มโน โยตฺต’’นฺติ.

จิรกตาทิมตฺถํ สรตีติ สติ. ผาเลตีติ ผาโล. ปาเชนฺติ เอเตนาติ ปาชนํ. ตํ อิธ ‘‘ปาจน’’นฺติ วุตฺตํ. ปโตทสฺเสตํ นามํ. ผาโล จ ปาจนญฺจ ผาลปาจนํ. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส ผาลปาจนํ, เอวํ ภควโต วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา มคฺคสมฺปยุตฺตา จ สติ. ตตฺถ ยถา ผาโล นงฺคลํ อนุรกฺขติ, ปุรโต จสฺส คจฺฉติ, เอวํ สติ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา อารมฺมเณ วา อุปฏฺฐาปยมานา ปญฺญานงฺคลํ รกฺขติ. เตเนเวสา ‘‘สตารกฺเขน เจตสา วิหรตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑๐.๒๐) วิย อารกฺขาติ วุตฺตา. อปฺปมุสฺสนวเสน จสฺสา ปุรโต โหติ. สติปริจิเต หิ ธมฺเม ปญฺญา ปชานาติ, โน ปมุฏฺเฐ. ยถา จ ปาจนํ พลีพทฺทานํ วิชฺฌนภยํ ทสฺเสนฺตํ สํสีทิตุํ น เทติ, อุปฺปถคมนํ วาเรติ, เอวํ สติ วีริยพลีพทฺทานํ อปายภยํ ทสฺเสนฺตี โกสชฺชสํสีทนํ น เทติ, กามคุณสงฺขาเต อโคจเร จารํ นิวาเรตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยเชนฺตี อุปฺปถคมนํ วาเรติ. เตนาห ‘‘สติ เม ผาลปาจน’’นฺติ.

กายคุตฺโตติ ติวิเธน กายสุจริเตน คุตฺโต. วจีคุตฺโตติ จตุพฺพิเธน วจีสุจริเตน คุตฺโต. เอตฺตาวตา ปาติโมกฺขสํวรสีลํ วุตฺตํ. อาหาเร อุทเร ยโตติ เอตฺถ อาหารมุเขน สพฺพปจฺจยานํ คหิตตฺตา จตุพฺพิเธปิ ปจฺจเย ยโต สํยโต นิรุปกฺกิเลโสติ อตฺโถ. อิมินา อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ วุตฺตํ. อุทเร ยโตติ อุทเร ยโต สํยโต มิตโภชี, อาหาเร มตฺตญฺญูติ วุตฺตํ โหติ. อิมินา โภชเน มตฺตญฺญุตามุเขน ปจฺจยปฏิเสวนสีลํ วุตฺตํ. เตน กึ ทีเปติ? ยถา ตฺวํ, พฺราหฺมณ, พีชํ วปิตฺวา สสฺสปริปาลนตฺถํ กณฺฏกวตึ วา รุกฺขวตึ วา ปาการปริกฺเขปํ วา กโรสิ, เตน เต โคมหึสมิคคณา ปเวสํ อลภนฺตา สสฺสํ น วิลุมฺปนฺติ, เอวมหมฺปิ ตํ สทฺธาพีชํ วปิตฺวา นานปฺปการกุสลสสฺสปริปาลนตฺถํ กายวจีอาหารคุตฺติมยํ ติวิธํ ปริกฺเขปํ กโรมิ, เตน เม ราคาทิอกุสลธมฺมโคมหึสมิคคณา ปเวสํ อลภนฺตา นานปฺปการกํ กุสลสสฺสํ น วิลุมฺปนฺตีติ.

สจฺจํ กโรมิ นิทฺทานนฺติ เอตฺถ ทฺวีหากาเรหิ อวิสํวาทนํ สจฺจํ. นิทฺทานนฺติ เฉทนํ ลุนนํ อุปฺปาฏนํ. กรณตฺเถ เจตํ อุปโยควจนํ เวทิตพฺพํ. อยํ เหตฺถ อตฺโถ ‘‘สจฺเจน กโรมิ นิทฺทาน’’นฺติ. กึ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยถา ตฺวํ พาหิรํ กสึ กตฺวา สสฺสทูสกานํ ติณานํ หตฺเถน วา อสิเตน วา นิทฺทานํ กโรสิ, เอวํ อหมฺปิ อชฺฌตฺติกํ กสึ กตฺวา กุสลสสฺสทูสกานํ วิสํวาทนติณานํ สจฺเจน นิทฺทานํ กโรมี’’ติ. ยถาภูตญาณํ วา เอตฺถ สจฺจนฺติ เวทิตพฺพํ. เตน อตฺตสญฺญาทีนํ ติณานํ นิทฺทานํ กโรมีติ ทสฺเสติ. อถ วา นิทฺทานนฺติ เฉทกํ ลาวกํ อุปฺปาฏกนฺติ อตฺโถ. ยถา ตฺวํ ทาสํ วา กมฺมกรํ วา นิทฺทานํ กโรสิ, ‘‘นิทฺเทหิ ติณานี’’ติ ติณานํ เฉทกํ ลาวกํ อุปฺปาฏกํ กโรสิ, เอวมหํ สจฺจํ กโรมีติ ทสฺเสติ, อถ วา สจฺจนฺติ ทิฏฺฐิสจฺจํ. ตมหํ นิทฺทานํ กโรมิ, ฉินฺทิตพฺพํ ลุนิตพฺพํ อุปฺปาเฏตพฺพํ กโรมีติ. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ วิกปฺเปสุ อุปโยเคเนวตฺโถ ยุชฺชติ.

โสรจฺจํ เม ปโมจนนฺติ เอตฺถ ยํ ตํ ‘‘กายิโก อวีติกฺกโม วาจสิโก อวีติกฺกโม’’ติ สีลเมว ‘‘โสรจฺจ’’นฺติ วุตฺตํ, น ตํ อธิปฺเปตํ. ‘‘กายคุตฺโต’’ติอาทินา หิ ตํ วุตฺตเมว. อรหตฺตผลํ ปน อธิปฺเปตํ. ตํ หิ สุนฺทเร นิพฺพาเน รตตฺตา ‘‘โสรจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. ปโมจนนฺติ โยควิสฺสชฺชนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ตว ปโมจนํ ปุนปิ สายเนฺห วา ทุติยทิวเส วา อนาคตสํวจฺฉเร วา โยเชตพฺพโต อปฺปโมจนเมว โหติ, น มม เอวํ. น หิ มม อนฺตรา โมจนํ นาม อตฺถิ. อหํ หิ ทีปงฺกรทสพลกาลโต ปฏฺฐาย ปญฺญานงฺคเล วีริยพลีพทฺเท โยเชตฺวา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ มหากสึ กสนฺโต ตาว น มุญฺจึ, ยาว น สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌึ. ยทา จ เม สพฺพํ ตํ กาลํ เขเปตฺวา โพธิมูเล อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส สพฺพคุณปริวารํ อรหตฺตผลํ อุทปาทิ, ตทา มยา ตํ สพฺพุสฺสุกฺกปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ปมุตฺตํ, น ทานิ ปุน โยเชตพฺพํ ภวิสฺสตีติ. เอตมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘โสรจฺจํ เม ปโมจน’’นฺติ.

วีริยํ เม ธุรโธรยฺหนฺติ เอตฺถ วีริยนฺติ กายิกเจตสิโก วีริยารมฺโภ. ธุรโธรยฺหนฺติ ธุรายํ โธรยฺหํ, ธุราวหนฺติ อตฺโถ. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส ธุรายํ โธรยฺหากฑฺฒิตํ นงฺคลํ ภูมิฆนํ ภินฺทติ, มูลสนฺตานกานิ จ ปทาเลติ, เอวํ ภควโต วีริยากฑฺฒิตํ ปญฺญานงฺคลํ ยถา วุตฺตํ ฆนํ ภินฺทติ, กิเลสสนฺตานกานิ จ ปทาเลติ. เตนาห ‘‘วีริยํ เม ธุรโธรยฺห’’นฺติ. อถ วา ปุริมธุราวหตฺตา ธุรา, มูลธุราวหตฺตา โธรยฺหา, ธุรา จ โธรยฺหา จ ธุรโธรยฺหา. อิติ ยถา พฺราหฺมณสฺส เอเกกสฺมึ นงฺคเล จตุพลีพทฺทปเภทํ ธุรโธรยฺหํ วหนฺตํ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนํ ติณมูลฆาตญฺเจว สสฺสสมฺปตฺติญฺจ สาเธติ, เอวํ ภควโต จตุสมฺมปฺปธานวีริยเภทํ ธุรโธรยฺหํ วหนฺตํ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนํ อกุสลฆาตญฺเจว กุสลสมฺปตฺติญฺจ สาเธติ. เตนาห ‘‘วีริยํ เม ธุรโธรยฺห’’นฺติ.

โยคกฺเขมาธิวาหนนฺติ เอตฺถ โยเคหิ เขมตฺตา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ นาม, ตํ อธิกิจฺจ วาหียติ, อภิมุขํ วา วาหียตีติ อธิวาหนํ, โยคกฺเขมสฺส อธิวาหนํ โยคกฺเขมาธิวาหนนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ตว ธุรโธรยฺหํ ปุรตฺถิมาทีสุ อญฺญตรทิสาภิมุขํ วาหียติ, ตถา มม ธุรโธรยฺหํ นิพฺพานาภิมุขํ วาหียตีติ. เอวํ วาหียมานํว คจฺฉติ อนิวตฺตนฺตํ. ยถา ตว นงฺคลํ วหนฺตํ ธุรโธรยฺหํ เขตฺตโกฏึ ปตฺวา ปุน นิวตฺตติ, เอวํ อนิวตฺตนฺตํ ทีปงฺกรกาลโต ปฏฺฐาย คจฺฉเตว. ยสฺมา วา เตน เตน มคฺเคน ปหีนา กิเลสา น ปุนปฺปุนํ ปหาตพฺพา โหนฺติ, ยถา ตว นงฺคเลน ฉินฺนานิ ติณานิ ปุน อปรสฺมึ สมเย ฉินฺทิตพฺพานิ โหนฺติ, ตสฺมาปิ เอวํ ปฐมมคฺควเสน ทิฏฺเฐกฏฺเฐ กิเลเส, ทุติยวเสน โอฬาริเก, ตติยวเสน อณุสหคเต, จตุตฺถวเสน สพฺพกิเลเส ปชหนฺตํ คจฺฉติ อนิวตฺตนฺตํ. อถ วา คจฺฉติ อนิวตฺตนฺติ นิวตฺตนรหิตํ หุตฺวา คจฺฉตีติ อตฺโถ. ตนฺติ ตํ ธุรโธรยฺหํ. เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ คจฺฉนฺตญฺจ ยถา ตว ธุรโธรยฺหํ น ตํ ฐานํ คจฺฉติ, ยตฺถ คนฺตฺวา กสฺสโก อโสโก วิรโช หุตฺวา น โสจติ. เอตํ ปน ตํ ฐานํ คจฺฉติ ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจติ. ยตฺถ สติปาจเนน เอตํ วีริยธุรโธรยฺหํ โจเทนฺโต คนฺตฺวา มาทิโส กสฺสโก อโสโก วิรโช หุตฺวา น โสจติ, ตํ สพฺพโสกสลฺลสมุคฺฆาตภูตํ นิพฺพานํ นาม อสงฺขตํ ฐานํ คจฺฉตีติ.

อิทานิ นิคมนํ กโรนฺโต เอวเมสา กสีติ คาถมาห. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺส, พฺราหฺมณ, เอสา สทฺธาพีชา ตโปวุฏฺฐิยา อนุคฺคหิตา กสี ปญฺญามยํ ยุคนงฺคลํ หิริมยญฺจ อีสํ มโนมเยน โยตฺเตน เอกาพทฺธํ กตฺวา ปญฺญานงฺคเลน สติผาลํ อาโกเฏตฺวา สติปาจนํ คเหตฺวา กายวจีอาหารคุตฺติยา โคเปตฺวา สจฺจํ นิทฺทานํ กตฺวา โสรจฺจปโมจนํ วีริยธุรโธรยฺหํ โยคกฺเขมาภิมุขํ อนิวตฺตนฺตํ วาหนฺเตน กฏฺฐา กสี กมฺมปริโยสานํ จตุพฺพิธํ สามญฺญผลํ ปาปิตา, สา โหติ อมตปฺผลา, สา เอสา กสี อมตปฺผลา โหติ. อมตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ, นิพฺพานานิสํสา โหตีติ อตฺโถ. สา โข ปเนสา กสี น มเมเวกสฺส อมตปฺผลา โหติ, อถ โข โย โกจิ ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโท วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา เอตํ กสึ กสติ, โส สพฺโพปิ เอตํ กสิตฺวาน สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ.

เอวํ ภควา พฺราหฺมณสฺส อรหตฺตนิกูเฏน นิพฺพานปริโยสานํ กตฺวา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. ตโต พฺราหฺมโณ คมฺภีรตฺถํ เทสนํ สุตฺวา – ‘‘มม กสิผลํ ภุญฺชิตฺวา ปุนปิ ทิวเสเยว ฉาโต โหติ, อิมสฺส ปน กสี อมตปฺผลา, ตสฺส ผลํ ภุญฺชิตฺวา สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ ญตฺวา ปสนฺโน ปสนฺนาการํ กโรนฺโต ภุญฺชตุ ภวํ โคตโมติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ ตโต ปรญฺจ วุตฺตตฺถเมวาติ. ปฐมํ.

๒. อุทยสุตฺตวณฺณนา

๑๙๘. ทุติเย โอทเนน ปูเรสีติ อตฺตโน อตฺถาย สมฺปาทิเตน สูปพฺยญฺชเนน โอทเนน ปูเรตฺวา อทาสิ. ภควา กิร ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโตว ตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา, ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา, คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา, ทฺวารํ ปิธาย, นิสินฺโน ตสฺส โภชนํ อุปสํหริยมานํ ทิสฺวา, เอกโกว ปตฺตํ อํสกูเฏ ลคฺเคตฺวา, คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม, นครทฺวาเร ปตฺตํ นีหริตฺวา, อนฺโตนครํ ปวิสิตฺวา, ปฏิปาฏิยา คจฺฉนฺโต พฺราหฺมณสฺส ทฺวารโกฏฺฐเก อฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ทิสฺวา, อตฺตโน สชฺชิตํ โภชนํ อทาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทุติยมฺปีติ ทุติยทิวเสปิ. ตติยมฺปีติ ตติยทิวเสปิ. ตานิ กิร ตีณิ ทิวสานิ นิรนฺตรํ พฺราหฺมณสฺส ฆรทฺวารํ คจฺฉนฺตสฺส ภควโต อนฺตรา อญฺโญ โกจิ อุฏฺฐาย ปตฺตํ คเหตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ, มหาชโน โอโลเกนฺโตว อฏฺฐาสิ.

เอตทโวจาติ พฺราหฺมโณ ตีณิ ทิวสานิ ปตฺตํ ปูเรตฺวา เทนฺโตปิ น สทฺธาย อทาสิ, ‘‘ฆรทฺวารํ อาคนฺตฺวา ฐิตสฺส ปพฺพชิตสฺส ภิกฺขามตฺตมฺปิ อทตฺวา ภุญฺชตี’’ติ อุปารมฺภภเยน อทาสิ. ททนฺโต จ เทฺว ทิวสานิ ทตฺวา กิญฺจิ อวตฺวาว นิวตฺโต. ภควาปิ กิญฺจิ อวตฺวาว ปกฺกนฺโต. ตติยทิวเส ปน อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต เอตํ ‘‘ปกฏฺฐโก’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ภควาปิ เอตํ วจนํ นิจฺฉาราปนตฺถเมว ยาว ตติยมคมาสิ. ตตฺถ ปกฏฺฐโกติ รสคิทฺโธ.

ปุนปฺปุนํ เจว วปนฺติ พีชนฺติ สตฺถา พฺราหฺมณสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘พฺราหฺมณ, ตฺวํ ตีณิ ทิวสานิ ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา โอสกฺกสิ, ปุนปฺปุนํ กาตพฺพา นาม โลกสฺมึ โสฬส ธมฺมา’’ติ วตฺวา เต ธมฺเม ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ ปุนปฺปุนํ เจว วปนฺตีติ เอกสฺมึ สสฺสวาเร วุตฺตํ ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ อโนสกฺกิตฺวา อปราปเรสุปิ สสฺสวาเรสุ จ วปนฺติเยว. ปุนปฺปุนํ วสฺสตีติ น เอกทิวสํ วสฺสิตฺวา ติฏฺฐติ, ปุนปฺปุนทิวเสสุปิ ปุนปฺปุนสํวจฺฉเรสุปิ วสฺสติเยว, เอวํ ชนปทา อิทฺธา โหนฺติ. เอเตนุปาเยน สพฺพตฺถ นโย เวทิตพฺโพ.

ยาจกาติ อิมสฺมึ ปเท สตฺถา เทสนากุสลตาย อตฺตานมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสติ. ขีรนิกาติ ขีรการกา โคโทหกา. น หิ เต เอกวารเมว ถนํ อญฺฉนฺติ, ปุนปฺปุนํ อญฺฉนฺตา เธนุํ ทุหนฺตีติ อตฺโถ. กิลมติ ผนฺทติ จาติ อยํ สตฺโต เตน อิริยาปเถน กิลมติ เจว ผนฺทติ จ. คพฺภนฺติ โสณสิงฺคาลาทีนมฺปิ ติรจฺฉานคตานํ กุจฺฉึ. สิวถิกนฺติ สุสานํ, มตํ มตํ สตฺตํ ตตฺถ ปุนปฺปุนํ หรนฺตีติ อตฺโถ. มคฺคญฺจ ลทฺธา อปุนพฺภวายาติ อปุนพฺภวาย มคฺโค นาม นิพฺพานํ, ตํ ลภิตฺวาติ อตฺโถ.

เอวํ วุตฺเตติ เอวํ ภควตา อนฺตรวีถิยํ ฐตฺวาว โสฬส ปุนปฺปุนธมฺเม เทเสนฺเตน วุตฺเต. เอตทโวจาติ เทสนาปริโยสาเน ปสนฺโน สทฺธึ ปุตฺตทารมิตฺตญาติวคฺเคน ภควโต ปาเท วนฺทิตฺวา เอตํ ‘‘อภิกฺกนฺตํ โภ’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ทุติยํ.

๓. เทวหิตสุตฺตวณฺณนา

๑๙๙. ตติเย วาเตหีติ อุทรวาเตหิ. ภควโต กิร ฉพฺพสฺสานิ ทุกฺกรการิกํ กโรนฺตสฺส ปสตมุคฺคยูสาทีนิ อาหารยโต ทุพฺโภชเนน เจว ทุกฺขเสยฺยาย จ อุทรวาโต กุปฺปิ. อปรภาเค สมฺโพธึ ปตฺวา ปณีตโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺสาปิ อนฺตรนฺตรา โส อาพาโธ อตฺตานํ ทสฺเสติเยว. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อุปฏฺฐาโก โหตีติ ปฐมโพธิยํ อนิพทฺธุปฏฺฐากกาเล อุปฏฺฐาโก โหติ. ตสฺมึ กิร กาเล สตฺถุอสีติมหาเถเรสุ อุปฏฺฐาโก อภูตปุพฺโพ นาม นตฺถิ. นาคสมาโล อุปวาโน สุนกฺขตฺโต จุนฺโท สมณุทฺเทโส สาคโต โพธิ เมฆิโยติ อิเม ปน ปาฬิยํ อาคตุปฏฺฐากา. อิมสฺมึ ปน กาเล อุปวานตฺเถโร ปาโตว อุฏฺฐาย ปริเวณสมฺมชฺชนํ ทนฺตกฏฺฐทานํ นฺหาโนทกปริยาทนํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อนุคมนนฺติ สพฺพํ ภควโต อุปฏฺฐานมกาสิ. อุปสงฺกมีติ ปฐมโพธิยํ กิร วีสติ วสฺสานิ นิทฺธูมํ อรญฺญเมว โหติ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุทกตาปนมฺปิ น ภควตา อนุญฺญาตํ. โส จ พฺราหฺมโณ อุทฺธนปาฬึ พนฺธาเปตฺวา มหาจาฏิโย อุทฺธนมาโรเปตฺวา อุโณฺหทกํ กาเรตฺวา, นฺหานียจุณฺณาทีหิ สทฺธึ ตํ วิกฺกิณนฺโต ชีวิกํ กปฺเปติ. นฺหายิตุกามา ตตฺถ คนฺตฺวา มูลํ ทตฺวา นฺหายิตฺวา คนฺเธ วิลิมฺปิตฺวา มาลํ ปิฬนฺธิตฺวา ปกฺกมนฺติ. ตสฺมา เถโร ตตฺถ อุปสงฺกมิ.

กึ ปตฺถยาโนติ กึ อิจฺฉนฺโต. กึ เอสนฺติ กึ คเวสนฺโต. ปูชิโต ปูชเนยฺยานนฺติ อิทํ เถโร ทสพลสฺส วณฺณํ กเถตุมารภิ. คิลานเภสชฺชตฺถํ คเตน กิร คิลานสฺส วณฺโณ กเถตพฺโพติ วตฺตเมตํ. วณฺณํ หิ สุตฺวา มนุสฺสา สกฺกจฺจํ เภสชฺชํ ทาตพฺพํ มญฺญนฺติ. สปฺปายเภสชฺชํ ลทฺธา คิลาโน ขิปฺปเมว วุฏฺฐาติ. กเถนฺเตน จ ฌานวิโมกฺขสมาปตฺติมคฺคผลานิ อารพฺภ กเถตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘สีลวา ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก พหุสฺสุโต อาคมธโร วํสานุรกฺขโก’’ติ เอวํ ปน อาคมนียปฏิปทํเยว กเถตุํ วฏฺฏติ. ปูชเนยฺยานนฺติ อสีติมหาเถรา สเทวเกน โลเกน ปูเชตพฺพาติ ปูชเนยฺยา. เตเยว สกฺกาตพฺพาติ สกฺกเรยฺยา. เตสํเยว อปจิติ กตฺตพฺพาติ อปเจยฺยา. ภควา เตสํ ปูชิโต สกฺกโต อปจิโต จ, อิจฺจสฺส ตํ คุณํ ปกาเสนฺโต เถโร เอวมาห. หาตเวติ หริตุํ.

ผาณิตสฺส จ ปุฏนฺติ มหนฺตํ นิจฺฉาริกํ คุฬปิณฺฑํ. โส กิร ‘‘กึ สมณสฺส โคตมสฺส อผาสุก’’นฺติ? ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อุทรวาโต’’ติ สุตฺวา, ‘‘เตน หิ มยเมตฺถ เภสชฺชํ ชานาม, อิโต โถเกน อุทเกน อิทํ ผาณิตํ อาโลเฬตฺวา นฺหานปริโยสาเน ปาตุํ เทถ, อิติ อุโณฺหทเกน พหิ ปริเสโท ภวิสฺสติ, อิมินา อนฺโตติ เอวํ สมณสฺส โคตมสฺส ผาสุกํ ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา เถรสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา อทาสิ.

อุปสงฺกมีติ ตสฺมึ กิร อาพาเธ ปฏิปฺปสฺสทฺเธ ‘‘เทวหิเตน ตถาคตสฺส เภสชฺชํ ทินฺนํ, เตเนว โรโค วูปสนฺโต, อโห ทานํ ปรมทานํ พฺราหฺมณสฺสา’’ติ กถา วิตฺถาริตา ชาตา. ตํ สุตฺวา กิตฺติกาโม พฺราหฺมโณ ‘‘เอตฺตเกนปิ ตาว เม อยํ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต’’ติ โสมนสฺสชาโต อตฺตนา กตภาวํ ชานาเปตุกาโม ตาวตเกเนว ทสพเล วิสฺสาสํ อาปชฺชิตฺวา อุปสงฺกมิ.

ทชฺชาติ ทเทยฺย. กถํ หิ ยชมานสฺสาติ เกน การเณน ยชนฺตสฺส. อิชฺฌตีติ สมิชฺฌติ มหปฺผโล โหติ. โยเวทีติ โย อเวทิ อญฺญาสิ, วิทิตํ ปากฏมกาสิ ‘‘โยเวตี’’ติปิ ปาโฐ, โย อเวติ ชานาตีติ อตฺโถ. ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุนา ปสฺสติ. ชาติกฺขยนฺติ อรหตฺตํ. อภิญฺญาโวสิโตติ ชานิตฺวา โวสิโต โวสานํ กตกิจฺจตํ ปตฺโต. เอวํ หิ ยชมานสฺสาติ อิมินา ขีณาสเว ยชนากาเรน ยชนฺตสฺส. ตติยํ.

๔. มหาสาลสุตฺตวณฺณนา

๒๐๐. จตุตฺเถ ลูโข ลูขปาวุรโณติ ชิณฺโณ ชิณฺณปาวุรโณ. อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? ตสฺส กิร ฆเร อฏฺฐสตสหสฺสธนํ อโหสิ. โส จตุนฺนํ ปุตฺตานํ อาวาหํ กตฺวา จตฺตาริ สตสหสฺสานิ อทาสิ. อถสฺส พฺราหฺมณิยา กาลงฺกตาย ปุตฺตา สมฺมนฺตยึสุ – ‘‘สเจ อญฺญํ พฺราหฺมณึ อาเนสฺสติ, ตสฺสา กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตวเสน กุลํ ภิชฺชิสฺสติ. หนฺท นํ มยํ สงฺคณฺหามา’’ติ. เต จตฺตาโรปิ ปณีเตหิ ฆาสจฺฉาทนาทีหิ อุปฏฺฐหนฺตา หตฺถปาทสมฺพาหนาทีนิ กโรนฺตา สงฺคณฺหิตฺวา เอกทิวสํ ทิวา นิทฺทายิตฺวา วุฏฺฐิตสฺส หตฺถปาเท สมฺพาหมานา ปาฏิเยกฺกํ ฆราวาเส อาทีนวํ วตฺวา – ‘‘มยํ ตุเมฺห อิมินา นีหาเรน ยาวชีวํ อุปฏฺฐหิสฺสาม, เสสธนมฺปิ โน เทถา’’ติ ยาจึสุ. พฺราหฺมโณ ปุน เอเกกสฺส สตสหสฺสํ สตสหสฺสํ ทตฺวา อตฺตโน นิวตฺถปารุปนมตฺตํ ฐเปตฺวา สพฺพํ อุปโภคปริโภคํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา นิยฺยาเทสิ. ตํ เชฏฺฐปุตฺโต กติปาหํ อุปฏฺฐหิ.

อถ นํ เอกทิวสํ นฺหตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา สุณฺหา เอวมาห – ‘‘กึ ตยา เชฏฺฐปุตฺตสฺส สตํ วา สหสฺสํ วา อติเรกํ ทินฺนมตฺถิ? นนุ สพฺเพสํ เทฺว เทฺว สตสหสฺสานิ ทินฺนานิ, กึ เสสปุตฺตานํ ฆรสฺส มคฺคํ น ชานาสี’’ติ? โส ‘‘นสฺส วสลี’’ติ กุชฺฌิตฺวา อญฺญสฺส ฆรํ อคมาสิ, ตโตปิ กติปาหจฺจเยน อิมินาว อุปาเยน ปลาปิโต อญฺญสฺสาติ เอวํ เอกฆเรปิ ปเวสนํ อลภมาโน ปณฺฑรงฺคปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ภิกฺขาย จรนฺโต กาลานมจฺจเยน ชราชิณฺโณ ทุพฺโภชนทุกฺขเสยฺยาหิ มิลาตสรีโร ภิกฺขาจารโต อาคมฺม, ปีฐกาย นิปนฺโน นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา วุฏฺฐาย นิสินฺโน อตฺตานํ โอโลเกตฺวา ปุตฺเตสุ ปติฏฺฐํ อปสฺสนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ กิร โคตโม อพฺภากุฏิโก อุตฺตานมุโข สุขสมฺภาโส ปฏิสนฺถารกุสโล, สกฺกา สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตฺวา ปฏิสนฺถารํ ลภิตุ’’นฺติ นิวาสนปาวุรณํ สณฺฐเปตฺวา ภิกฺขาภาชนมาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

ทาเรหิ สํปุจฺฉ ฆรา นิกฺขาเมนฺตีติ สพฺพํ มม สนฺตกํ คเหตฺวา มยฺหํ นิทฺธนภาวํ ญตฺวา อตฺตโน ภริยาหิ สทฺธึ มนฺตยิตฺวา มํ ฆรา นิกฺกฑฺฒาเปนฺติ.

นนฺทิสฺสนฺติ นนฺทิชาโต ตุฏฺโฐ ปมุทิโต อโหสึ. ภวมิจฺฉิสนฺติ วุฑฺฒึ ปตฺถยึ. สาว วาเรนฺติ สูกรนฺติ ยถา สุนขา วคฺควคฺคา หุตฺวา ภุสฺสนฺตา ภุสฺสนฺตา สูกรํ วาเรนฺติ, ปุนปฺปุนํ มหารวํ รวาเปนฺติ, เอวํ ทาเรหิ สทฺธึ มํ พหุํ วตฺวา วิรวนฺตํ ปลาเปนฺตีติ อตฺโถ.

อสนฺตาติ อสปฺปุริสา. ชมฺมาติ ลามกา. ภาสเรติ ภาสนฺติ. ปุตฺตรูเปนาติ ปุตฺตเวเสน. วโยคตนฺติ ตโย วเย คตํ อติกฺกนฺตํ ปจฺฉิมวเย ฐิตํ มํ. ชหนฺตีติ ปริจฺจชนฺติ.

นิพฺโภโคติ นิปฺปริโภโค. ขาทนา อปนียตีติ อสฺโส หิ ยาวเทว ตรุโณ โหติ ชวสมฺปนฺโน, ตาวสฺส นานารสํ ขาทนํ ททนฺติ, ชิณฺณํ นิพฺโภคํ ตโต อปเนนฺติ, อนฺติมวเย ตํ วตฺตํ น ลภติ, คาวีหิ สทฺธึ อฏวิยํ สุกฺขติณานิ ขาทนฺโต จรติ. ยถา โส อสฺโส, เอวํ ชิณฺณกาเล วิลุตฺตสพฺพธนตฺตา นิพฺโภโค มาทิโสปิ พาลกานํ ปิตา เถโร ปรฆเรสุ ภิกฺขติ.

ยญฺเจติ นิปาโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เย มม ปุตฺตา อนสฺสวา อปฺปติสฺสา อวสวตฺติโน, เตหิ ทณฺโฑว กิร เสยฺโย สุนฺทรตโรติ. อิทานิสฺส เสยฺยภาวํ ทสฺเสตุํ จณฺฑมฺปิ โคณนฺติอาทิ วุตฺตํ.

ปุเร โหตีติ อคฺคโต โหติ, ตํ ปุรโต กตฺวา คนฺตุํ สุขํ โหตีติ อตฺโถ. คาธเมธตีติ อุทกํ โอตรณกาเล คมฺภีเร อุทเก ปติฏฺฐํ ลภติ.

ปริยาปุณิตฺวาติ อุคฺคณฺหิตฺวา วา วาจุคฺคตา กตฺวา. สนฺนิสินฺเนสูติ ตถารูเป พฺราหฺมณานํ สมาคมทิวเส สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิเตสุ ปุตฺเตสุ ตํ สภํ โอคาเหตฺวา พฺราหฺมณานํ มชฺเฌ มหารเห อาสเน นิสินฺเนสุ. อภาสีติ ‘อยํ เม กาโล’ติ สภาย มชฺเฌ ปวิสิตฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา, ‘‘โภ อหํ ตุมฺหากํ คาถา ภาสิตุกาโม, ภาสิเต สุณิสฺสถา’’ติ วตฺวา – ‘‘ภาส, พฺราหฺมณ, สุโณมา’’ติ วุตฺโต ฐิตโกว อภาสิ. ‘‘เตน จ สมเยน มนุสฺสานํ วตฺตํ โหติ โย มาตาปิตูนํ สนฺตกํ ขาทนฺโต มาตาปิตโร น โปเสติ, โส มาเรตพฺโพ’’ติ. ตสฺมา เต พฺราหฺมณปุตฺตา ปิตุปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘ชีวิตํ โน ตาต, เทหี’’ติ ยาจึสุ. โส ปิตุหทยสฺส ปุตฺตานํ มุทุตฺตา ‘‘มา เม, โภ, พาลเก วินาสยิตฺถ, โปสิสฺสนฺติ ม’’นฺติ อาห.

อถสฺส ปุตฺเต มนุสฺสา อาหํสุ – ‘‘สเจ, โภ, อชฺช ปฏฺฐาย ปิตรํ น สมฺมา ปฏิชคฺคิสฺสถ, ฆาเตสฺสาม โว’’ติ. เต ภีตา ฆรํ เนตฺวา ปฏิชคฺคึสุ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข นํ พฺราหฺมณมหาสาลนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เนตฺวาติ ปีเฐ นิสีทาเปตฺวา สยํ อุกฺขิปิตฺวา นยึสุ. นฺหาเปตฺวาติ สรีรํ เตเลน อพฺภญฺชิตฺวา อุพฺพฏฺเฏตฺวา คนฺธจุณฺณาทีหิ นฺหาเปสุํ. พฺราหฺมณิโยปิ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อชฺช ปฏฺฐาย อมฺหากํ ปิตรํ สมฺมา ปฏิชคฺคถ. สเจ ปมาทํ อาปชฺชิสฺสถ, ฆรโต โว นิกฺกฑฺฒิสฺสามา’’ติ วตฺวา, ปณีตโภชนํ โภเชสุํ.

พฺราหฺมโณ สุโภชนญฺจ สุขเสยฺยญฺจ อาคมฺม กติปาหจฺจเยน สญฺชาตพโล ปีณิตินฺทฺริโย อตฺตภาวํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อยํ เม สมฺปตฺติ สมณํ โคตมํ นิสฺสาย ลทฺธา’’ติ ปณฺณาการํ อาทาย ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข โสติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอตทโวจาติ ทุสฺสยุคํ ปาทมูเล ฐเปตฺวา เอตํ อโวจ. สรณคมนาวสาเน จาปิ ภควนฺตํ เอวมาห – ‘‘โภ โคตม, มยฺหํ ปุตฺเตหิ จตฺตาริ ธุรภตฺตานิ ทินฺนานิ, ตโต อหํ เทฺว ตุมฺหากํ ทมฺมิ, เทฺว สยํ ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ. กลฺยาณํ, พฺราหฺมณ, ปาฏิเยกฺกํ ปน มา นิยฺยาเทหิ, อมฺหากํ รุจฺจนฏฺฐานเมว คมิสฺสามาติ. ‘‘เอวํ, โภ’’ติ โข พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ฆรํ คนฺตฺวา ปุตฺเต อามนฺเตสิ ‘‘ตาตา, สมโณ โคตโม มยฺหํ สหาโย, ตสฺส เทฺว ธุรภตฺตานิ ทินฺนานิ, ตุเมฺห ตสฺมึ สมฺปตฺเต มา ปมชฺชถา’’ติ. สาธุ, ตาตาติ. ปุนทิวเส ภควา ปุพฺพณฺหสมเย ปตฺตจีวรํ อาทาย เชฏฺฐปุตฺตสฺส นิเวสนทฺวารํ คโต. โส สตฺถารํ ทิสฺวาว หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา ฆรํ ปเวเสตฺวา มหารเห ปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา ปณีตโภชนมทาสิ. สตฺถา ปุนทิวเส อิตรสฺส, ปุนทิวเส อิตรสฺสาติ ปฏิปาฏิยา สพฺเพสํ ฆรานิ อคมาสิ. สพฺเพ ตเถว สกฺการํ อกํสุ.

อเถกทิวสํ เชฏฺฐปุตฺตสฺส ฆเร มงฺคลํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ. โส ปิตรํ อาห – ‘‘ตาต, กสฺส มงฺคลํ เทมา’’ติ. อเมฺห อญฺญํ น ชานาม? นนุ สมโณ โคตโม มยฺหํ สหาโยติ? เตน หิ ตุเมฺห ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ สฺวาตนาย สมณํ โคตมํ นิมนฺเตถาติ. พฺราหฺมโณ ตถา อกาสิ. ภควา อธิวาเสตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ. โส หริตุปลิตฺตํ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ เคหํ สตฺถารํ ปเวเสตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสีทาเปตฺวา อปฺโปทกปายาสญฺเจว ขชฺชกวิกติญฺจ อทาสิ. อนฺตรภตฺตสฺมึเยว พฺราหฺมณสฺส จตฺตาโรปิ ปุตฺตา สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิตฺวา อาหํสุ – ‘‘โภ โคตม, มยํ อมฺหากํ ปิตรํ ปฏิชคฺคาม นปฺปมชฺชาม, ปสฺสถสฺส อตฺตภาว’’นฺติ. สตฺถา ‘‘กลฺยาณํ โว กตํ, มาตาปิตุโปสกํ นาม โปราณกปณฺฑิตานํ อาจิณฺณเมวา’’ติ วตฺวา มหานาคชาตกํ (ชา. ๑.๑๑.๑ อาทโย; จริยา. ๒.๑ อาทโย) นาม กเถตฺวา, จตฺตาริ สจฺจานิ ทีเปตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ สทฺธึ จตูหิ ปุตฺเตหิ จตูหิ จ สุณฺหาหิ เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต. ตโต ปฏฺฐาย สตฺถา น สพฺพกาลํ เตสํ เคหํ อคมาสีติ. จตุตฺถํ.

๕. มานตฺถทฺธสุตฺตวณฺณนา

๒๐๑. ปญฺจเม มานตฺถทฺโธติ วาตภริตภสฺตา วิย มาเนน ถทฺโธ. อาจริยนฺติ สิปฺปุคฺคหณกาเล อาจริโย อนภิวาเทนฺตสฺส สิปฺปํ น เทติ, อญฺญสฺมึ ปน กาเล ตํ น อภิวาเทติ, อตฺถิภาวมฺปิสฺส น ชานาติ. นายํ สมโณติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ยสฺมา อยํ สมโณ มาทิเส ชาติสมฺปนฺนพฺราหฺมเณ สมฺปตฺเต ปฏิสนฺถารมตฺตมฺปิ น กโรติ, ตสฺมา น กิญฺจิ ชานาตี’’ติ.

อพฺภุตวิตฺตชาตาติ อภูตปุพฺพาย ตุฏฺฐิยา สมนฺนาคตา. เกสุ จสฺสาติ เกสุ ภเวยฺย. กฺยสฺสาติ เก อสฺส ปุคฺคลสฺส. อปจิตา อสฺสูติ อปจิตึ ทสฺเสตุํ ยุตฺตา ภเวยฺยุํ. อรหนฺเตติ อิมาย คาถาย เทสนากุสลตฺตา อตฺตานํ อนฺโตกตฺวา ปูชเนยฺยํ ทสฺเสติ. ปญฺจมํ.

๖. ปจฺจนีกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๒. ฉฏฺเฐ ‘‘สพฺพํ เสต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘สพฺพํ กณฺห’’นฺติอาทินา นเยน ปจฺจนีกํ กโรนฺตสฺเสวสฺส สาตํ สุขํ โหตีติ ปจฺจนีกสาโต. โย จ วิเนยฺย สารมฺภนฺติ โย กรณุตฺตริยลกฺขณํ สารมฺภํ วิเนตฺวา สุณาตีติ อตฺโถ. ฉฏฺฐํ.

๗. นวกมฺมิกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๓. สตฺตเม นวกมฺมิกภารทฺวาโชติ โส กิร อรญฺเญ รุกฺขํ ฉินฺทาเปตฺวา ตตฺเถว ปาสาทกูฏาคาราทีนิ โยเชตฺวา นครํ อาหริตฺวา วิกฺกิณาติ, อิติ นวกมฺมํ นิสฺสาย ชีวตีติ นวกมฺมิโก, โคตฺเตน ภารทฺวาโชติ นวกมฺมิกภารทฺวาโช. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสีติ ฉพฺพณฺณรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสินฺนํ ภควนฺตํ ทิสฺวาน อสฺส เอตํ อโหสิ. วนสฺมินฺติ อิมสฺมึ วนสณฺเฑ. อุจฺฉินฺนมูลํ เม วนนฺติ มยฺหํ กิเลสวนํ อุจฺฉินฺนมูลํ. นิพฺพนโถติ นิกฺกิเลสวโน. เอโก รเมติ เอกโก อภิรมามิ. อรตึ วิปฺปหายาติ ปนฺตเสนาสเนสุ เจว ภาวนาย จ อุกฺกณฺฐิตํ ชหิตฺวา. สตฺตมํ.

๘. กฏฺฐหารสุตฺตวณฺณนา

๒๐๔. อฏฺฐเม อนฺเตวาสิกาติ เวยฺยาวจฺจํ กตฺวา สิปฺปุคฺคณฺหนกา ธมฺมนฺเตวาสิกา. นิสินฺนนฺติ ฉพฺพณฺณรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสินฺนํ. คมฺภีรรูเปติ คมฺภีรสภาเว.

พหุเภรเวติ ตตฺรฏฺฐกสวิญฺญาณกอวิญฺญาณกเภรเวหิ พหุเภรเว. วิคาหิยาติ อนุปวิสิตฺวา. อนิญฺชมาเนนาติอาทีนิ กายวิเสสนานิ, เอวรูเปน กาเยนาติ อตฺโถ. สุจารุรูปํ วตาติ อติสุนฺทรํ วต ฌานํ ฌายสีติ วทติ.

วนวสฺสิโต มุนีติ วนํ อวสฺสิโต พุทฺธมุนิ. อิทนฺติ อิทํ ตุมฺหากํ เอวํ วเน นิสินฺนการณํ มยฺหํ อจฺเฉรรูปํ ปฏิภาติ. ปีติมโนติ ตุฏฺฐจิตฺโต. วเน วเสติ วนมฺหิ วสิ.

มญฺญามหนฺติ มญฺญามิ อหํ. โลกาธิปติสหพฺยตนฺติ โลกาธิปติมหาพฺรหฺมุนา สหภาวํ. อากงฺขมาโนติ อิจฺฉมาโน. ติทิวํ อนุตฺตรนฺติ อิทํ พฺรหฺมโลกเมว สนฺธายาห. กสฺมา ภวํ วิชนมรญฺญมสฺสิโตติ อหํ ตาว พฺรหฺมโลกํ อากงฺขมาโนติ มญฺญามิ. ยทิ เอวํ น โหติ, อถ เม อาจิกฺข, กสฺมา ภวนฺติ? ปุจฺฉติ. พฺรหฺมปตฺติยาติ เสฏฺฐปตฺติยา. อิธ อิทํ ตโป กสฺมา กโรสีติ อปเรนปิ อากาเรน ปุจฺฉติ.

กงฺขาติ ตณฺหา. อภินนฺทนาติ อภินนฺทนวเสน ตณฺหาว วุตฺตา. อเนกธาตูสูติ อเนกสภาเวสุ อารมฺมเณสุ. ปุถูติ นานปฺปการา ตณฺหา เสสกิเลสา วา. สทาสิตาติ นิจฺจกาลํ อวสฺสิตา. อญฺญาณมูลปฺปภวาติ อวิชฺชามูลา หุตฺวา ชาตา. ปชปฺปิตาติ ตณฺหาว ‘‘อิทมฺปิ มยฺหํ, อิทมฺปิ มยฺห’’นฺติ ปชปฺปาปนวเสน ปชปฺปิตา นามาติ วุตฺตา. สพฺพา มยา พฺยนฺติกตาติ สพฺพา ตณฺหา มยา อคฺคมคฺเคน วิคตนฺตา นิรนฺตา กตา. สมูลิกาติ สทฺธึ อญฺญาณมูเลน.

อนูปโยติ อนุปคมโน. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธทสฺสโนติ อิมินา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ทีเปติ. สมฺโพธิมนุตฺตรนฺติ อรหตฺตํ สนฺธายาห. สิวนฺติ เสฏฺฐํ. ฌายามีติ ทฺวีหิ ฌาเนหิ ฌายามิ. วิสารโทติ วิคตสารชฺโช. อฏฺฐมํ.

๙. มาตุโปสกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๕. นวเม เปจฺจาติ อิโต ปฏิคนฺตฺวา. นวมํ.

๑๐. ภิกฺขกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๖. ทสเม อิธาติ อิมสฺมึ ภิกฺขุภาเว. วิสฺสํ ธมฺมนฺติ ทุคฺคนฺธํ อกุสลธมฺมํ. พาหิตฺวาติ อคฺคมคฺเคน ชหิตฺวา. สงฺขายาติ ญาเณน. ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจตีติ โส เว ภินฺนกิเลสตฺตา ภิกฺขุ นาม วุจฺจติ. ทสมํ.

๑๑. สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา

๒๐๗. เอกาทสเม ปจฺเจตีติ อิจฺฉติ ปตฺเถติ. สาธุ, ภนฺเตติ อายาจมาโน อาห. เถรสฺส กิเรส คิหิสหาโย, ตสฺมา เถโร ‘‘อยํ วราโก มํ สหายํ ลภิตฺวาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐึ คเหตฺวา มา อปายปูรโก อโหสี’’ติ อายาจติ. อปิเจส มหาปริวาโร, ตสฺมึ ปสนฺเน ปญฺจกุลสตานิ อนุวตฺติสฺสนฺตีติ มญฺญมาโนปิ อายาจติ. อตฺถวสนฺติ อตฺถานิสํสํ อตฺถการณํ. ปาปนฺติ ปาณาติปาตาทิอกุสลํ. ปวาเหมีติ คลปฺปมาณํ อุทกํ โอตริตฺวา ปวาเหมิ ปลาเปมิ. ธมฺโมติ คาถา วุตฺตตฺถาว. เอกาทสมํ.

๑๒. โขมทุสฺสสุตฺตวณฺณนา

๒๐๘. ทฺวาทสเม โขมทุสฺสํ นามาติ โขมทุสฺสานํ อุสฺสนฺนตฺตา เอวํลทฺธนามํ. สภายนฺติ สาลายํ. ผุสายตีติ ผุสิตานิ มุญฺจติ วสฺสติ. สตฺถา กิร ตํ สภํ อุปสงฺกมิตุกาโม – ‘‘มยิ เอวเมวํ อุปสงฺกมนฺเต อผาสุกธาตุกํ โหติ, เอกํ การณํ ปฏิจฺจ อุปสงฺกมิสฺสามี’’ติ อธิฏฺฐานวเสน วุฏฺฐึ อุปฺปาเทสิ. สภาธมฺมนฺติ สุขนิสินฺเน กิร อสญฺจาเลตฺวา เอกปสฺเสน ปวิสนํ เตสํ สภาธมฺโม นาม, น มหาชนํ จาเลตฺวา อุชุกเมว ปวิสนํ. ภควา จ อุชุกเมว อาคจฺฉติ, เตน เต กุปิตา ภควนฺตํ หีเฬนฺตา ‘‘เก จ มุณฺฑกา สมณกา, เก จ สภาธมฺมํ ชานิสฺสนฺตี’’ติ อาหํสุ. สนฺโตติ ปณฺฑิตา สปฺปุริสา. ปหายาติ เอเต ราคาทโย ชหิตฺวา ราคาทิวินยาย ธมฺมํ ภณนฺติ, ตสฺมา เต สนฺโต นามาติ. ทฺวาทสมํ.

อุปาสกวคฺโค ทุติโย.

อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา

สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย

พฺราหฺมณสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.