๙. สุนฺทริกสุตฺตวณฺณนา
๑๙๕. นวเม สุนฺทริกภารทฺวาโชติ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร อคฺคิชุหเณน เอวํลทฺธนาโม. สุนฺทริกายาติ เอวํนามิกาย นทิยา. อคฺคึ ชุหตีติ อาหุตึ ปกฺขิปเนน ชาเลติ. อคฺคิหุตฺตํ ปริจรตีติ อคฺยายตนํ สมฺมชฺชนุปเลปนพลิกมฺมาทินา ปยิรุปาสติ. โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยาติ โส กิร พฺราหฺมโณ อคฺคิมฺหิ หุตาวเสสํ ปายาสํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อคฺคิมฺหิ ตาว ปกฺขิตฺตปายาโส มหาพฺรหฺมุนา ภุตฺโต, อยํ ปน อวเสโส อตฺถิ, ตํ ยทิ พฺรหฺมุโน มุขโต ชาตสฺส พฺราหฺมณสฺส ทเทยฺยํ, เอวํ เม ปิตรา สห ปุตฺโตปิ สนฺตปฺปิโต ภเวยฺย, สุวิโสธิโต จสฺส พฺรหฺมโลกคามิมคฺโค’’ติ. โส พฺราหฺมณสฺส ทสฺสนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ, ‘‘โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยา’’ติ?
รุกฺขมูเลติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ เชฏฺฐกรุกฺขสฺส มูเล. สสีสํ ปารุตํ นิสินฺนนฺติ สห สีเสน ปารุตกายํ นิสินฺนํ. กสฺมา ปน ภควา ตตฺถ นิสีทิ? ภควา กิร ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต อิมํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – อยํ พฺราหฺมโณ เอวรูปํ อคฺคปายาสํ คเหตฺวา ‘‘มหาพฺรหฺมานํ โภเชมี’’ติ อคฺคิมฺหิ ฌาเปนฺโต อผลํ กโรติ…เป… จตฺตาโร มคฺเค เจว จตฺตาริ จ ผลานิ เทมีติ. ตสฺมา กาลสฺเสว วุฏฺฐาย สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย คนฺตฺวา วุตฺตนเยน ตสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อถ กสฺมา สสีสํ ปารุปีติ? หิมปาตสฺส จ สีตวาตสฺส จ ปฏิพาหณตฺถํ, ปฏิพโลว เอตํ ตถาคโต อธิวาเสตุํ. สเจ ปน อปารุปิตฺวา นิสีเทยฺย, พฺราหฺมโณ ทูรโตว สญฺชานิตฺวา นิวตฺเตยฺย, เอวํ สติ กถา นปฺปวตฺเตยฺย. อิติ ภควา – ‘‘พฺราหฺมเณ อาคเต สีสํ วิวริสฺสามิ, อถ มํ โส ทิสฺวา กถํ ปวตฺเตสฺสติ, ตสฺสาหํ กถานุสาเรน ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ กถาปวตฺตนตฺถํ เอวมกาสิ.
อุปสงฺกมีติ พฺราหฺมโณ – ‘‘อยํ สสีสํ ปารุปิตฺวา สพฺพรตฺตึ ปธานมนุยุตฺโต. อิมสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา อิมํ หพฺยเสสํ ทสฺสามี’’ติ, พฺราหฺมณสญฺญี หุตฺวา อุปสงฺกมิ. มุณฺโฑ อยํ ภวํ, มุณฺฑโก อยํ ภวนฺติ สีเส วิวริตมตฺเต นีจเกสนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุณฺโฑ’’ติ อาห. ตโต สุฏฺฐุตรํ โอโลเกนฺโต ปวตฺตมตฺตมฺปิ สิขํ อทิสฺวา หีเฬนฺโต ‘‘มุณฺฑโก’’ติ อาห. ตโตวาติ ยตฺถ ฐิโต อทฺทส, ตมฺหาว ปเทสา. มุณฺฑาปิ หีติ เกนจิ การเณน มุณฺฑิตสีสาปิ โหนฺติ.
มา ชาตึ ปุจฺฉาติ ยทิ ทานสฺส มหปฺผลตํ ปจฺจาสีสสิ, ชาตึ มา ปุจฺฉ. อการณํ หิ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส ชาติ. จรณญฺจ ปุจฺฉาติ อปิจ โข สีลาทิคุณเภทํ จรณํ ปุจฺฉ. เอตํ หิ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส การณํ. อิทานิสฺส ตมตฺถํ วิภาเวนฺโต กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโทติอาทิมาห. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – อิธ กฏฺฐา อคฺคิ ชายติ, น จ โส สาลาทิกฏฺฐา ชาโตว อคฺคิกิจฺจํ กโรติ, สาปาน-โทณิอาทิกฏฺฐา ชาโต น กโรติ, อตฺตโน ปน อจฺจิยาทิคุณสมฺปตฺติยา ยโต วา ตโต วา ชาโต กโรติเยว. เอวํ น พฺราหฺมณกุลาทีสุ ชาโตว ทกฺขิเณยฺโย โหติ, จณฺฑาลกุลาทีสุ ชาโต น โหติ, อปิจ โข นีจกุลิโนปิ อุจฺจกุลิโนปิ ขีณาสว-มุนิ ธิติมา หิรีนิเสโธ อาชานีโย โหติ. อิมาย ธิติหิริปโมกฺขาย คุณสมฺปตฺติยา ชาติมา อุตฺตมทกฺขิเณยฺโย โหติ. โส หิ ธิติยา คุเณ ธาเรติ, หิริยา โทเส นิเสเธตีติ. อปิเจตฺถ มุนีติ โมนธมฺเมน สมนฺนาคโต. ธิติมาติ วีริยวา. อาชานีโยติ การณาการณชานนโก. หิรีนิเสโธติ หิริยา ปาปานิ นิเสเธตฺวา ฐิโต.
สจฺเจน ทนฺโตติ ปรมตฺถสจฺเจน ทนฺโต. ทมสา อุเปโตติ อินฺทฺริยทเมน อุเปโต. เวทนฺตคูติ จตุนฺนํ มคฺคเวทานํ อนฺตํ, จตูหิ วา มคฺคเวเทหิ กิเลสานํ อนฺตํ คโต. วุสิตพฺรหฺมจริโยติ มคฺคพฺรหฺมจริยวาสํ วุตฺโถ. ยญฺโญปนีโตติ อุปนีตยญฺโญ ปฏิยาทิตยญฺโญ จ. ตมุปวฺหเยถาติ เยน ยญฺโญ ปฏิยาทิโต, โส ตํ ปรมตฺถพฺราหฺมณํ อวฺหเยยฺย. ‘‘อินฺทมวฺหยาม, โสมมวฺหยาม, วรุณมวฺหยาม, อีสานมวฺหยาม, ยามมวฺหยามา’’ติ อิทํ ปน อวฺหานํ นิรตฺถกํ. กาเลนาติ อวฺหยนฺโต จ ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ อนฺโตมชฺฌนฺหิกกาเลเยว ตํ อุปวฺหเยยฺย. โส ชุหติ ทกฺขิเณยฺเยติ โย เอวํ กาเล ขีณาสวํ อามนฺเตตฺวา ตตฺถ จตุปจฺจยทกฺขิณํ ปติฏฺฐเปติ, โส ทกฺขิเณยฺเย ชุหติ นาม, น อเจตเน อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปนฺโต.
อิติ พฺราหฺมโณ ภควโต กถํ สุณนฺโต ปสีทิตฺวา อิทานิ อตฺตโน ปสาทํ อาวิกโรนฺโต อทฺธา สุยิฏฺฐนฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – อทฺธา มม ยิทํ อิทานิ สุยิฏฺฐญฺจ สุหุตญฺจ ภวิสฺสติ, ปุพฺเพ ปน อคฺคิมฺหิ ฌาปิตํ นิรตฺถกํ อโหสีติ. อญฺโญ ชโนติ ‘‘อหํ พฺราหฺมโณ, อหํ พฺราหฺมโณ’’ติ วทนฺโต อนฺธพาลปุถุชฺชโน. หพฺยเสสนฺติ หุตเสสํ. ภุญฺชตุ ภวนฺติอาทิ ปุริมสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
น ขฺวาหนฺติ น โข อหํ. กสฺมา ปเนวมาหาติ? ตสฺมึ กิร โภชเน อุปหฏมตฺเตว ‘‘สตฺถา ภุญฺชิสฺสตี’’ติ สญฺญาย จตูสุ มหาทีเปสุ ทฺวีสุ ปริตฺตทีปสหสฺเสสุ เทวตา ปุปฺผผลาทีนิ เจว สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตาทีนิ จ อาทาย มธุปฏลํ ปีเฬตฺวา มธุํ คณฺหนฺติโย วิย ทิพฺพานุภาเวน นิพฺพตฺติโตชเมว คเหตฺวา ปกฺขิปึสุ. เตน ตํ สุขุมตฺตํ คตํ, มนุสฺสานญฺจ โอฬาริกํ วตฺถูติ เตสํ ตาว โอฬาริกวตฺถุตาย สมฺมา ปริณามํ น คจฺฉติ. โคยูเส ปน ติลพีชานิ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกตฺตา โอฬาริกมิสฺสกํ ชาตํ, เทวานญฺจ สุขุมํ วตฺถูติ เตสํ สุขุมวตฺถุตาย สมฺมา ปริณามํ น คจฺฉติ. สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวสฺสาปิ กุจฺฉิยํ น ปริณมติ. อฏฺฐสมาปตฺติลาภีขีณาสวสฺส ปน สมาปตฺติพเลน ปริณาเมยฺย. ภควโต ปน ปากติเกเนว กมฺมชเตเชน ปริณาเมยฺย.
อปฺปหริเตติ อหริเต. สเจ หิ หริเตสุ ติเณสุ ปกฺขิเปยฺย, สินิทฺธปายาเสน ติณานิ ปูตีนิ ภเวยฺยุํ. พุทฺธา จ ภูตคามสิกฺขาปทํ น วีติกฺกมนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. ยตฺถ ปน คลปฺปมาณานิ มหาติณานิ, ตาทิเส ฐาเน ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. อปฺปาณเกติ สปฺปาณกสฺมึ หิ ปริตฺตเก อุทเก ปกฺขิตฺเต ปาณกา มรนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. ยํ ปน คมฺภีรํ มหาอุทกํ โหติ, ปาติสเตปิ ปาติสหสฺเสปิ ปกฺขิตฺเต น อาลุฬติ, ตถารูเป อุทเก วฏฺฏติ. โอปิลาเปสีติ สุวณฺณปาติยา สทฺธึเยว นิมุชฺชาเปสิ. จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายตีติ เอวรูปํ สทฺทํ กโรติ. กึ ปเนส ปายาสสฺส อานุภาโว, อุทาหุ ตถาคตสฺสาติ? ตถาคตสฺส. อยํ หิ พฺราหฺมโณ ตํ ปายาสํ โอปิลาเปตฺวา อุมฺมคฺคํ อารุยฺห สตฺถุ สนฺติกํ อนาคนฺตฺวาว คจฺเฉยฺย, อถ ภควา – ‘‘เอตฺตกํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา มม สนฺติกํ อาคมิสฺสติ. อถสฺสาหํ ธมฺมเทสนาย มิจฺฉาทิฏฺฐิคหณํ ภินฺทิตฺวา สาสเน โอตาเรตฺวา อมตปานํ ปาเยสฺสามี’’ติ อธิฏฺฐานพเลน เอวมกาสิ.
ทารุ สมาทหาโนติ ทารุํ ฌาปยมาโน. พหิทฺธา หิ เอตนฺติ เอตํ ทารุชฺฌาปนํ นาม อริยธมฺมโต พหิทฺธา. ยทิ เอเตน สุทฺธิ ภเวยฺย, เย ทวฑาหกาทโย พหูนิ ทารูนิ ฌาเปนฺติ, เต ปฐมตรํ สุชฺเฌยฺยุํ. กุสลาติ ขนฺธาทีสุ กุสลา. อชฺฌตฺตเมวุชฺชลยามิ โชตินฺติ นิยกชฺฌตฺเต อตฺตโน สนฺตานสฺมึเยว ญาณโชตึ ชาเลมิ. นิจฺจคฺคินีติ อาวชฺชนปฏิพทฺเธน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน นิจฺจํ ปชฺชลิตคฺคิ. นิจฺจสมาหิตตฺโตติ นิจฺจํ สมฺมา ฐปิตจิตฺโต. พฺรหฺมจริยํ จรามีติ โพธิมณฺเฑ จริตํ พฺรหฺมจริยํ คเหตฺวา เอวํ วทติ.
มาโน หิ เต, พฺราหฺมณ, ขาริภาโรติ ยถา ขาริภาโร ขนฺเธน วยฺหมาโน อุปริ ฐิโตปิ อกฺกนฺตกฺกนฺตฏฺฐาเน ปถวิยา สทฺธึ ผุเสติ, เอวเมว ชาติโคตฺตกุลาทีนิ มานวตฺถูนิ นิสฺสาย อุสฺสาปิโต มาโนปิ ตตฺถ ตตฺถ อิสฺสํ อุปฺปาเทนฺโต จตูสุ อปาเยสุ สํสีทาเปติ. เตนาห ‘‘มาโน หิ เต, พฺราหฺมณ, ขาริภาโร’’ติ. โกโธ ธูโมติ ตว ญาณคฺคิสฺส อุปกฺกิเลสฏฺเฐน โกโธ ธุโม. เตน หิ เต อุปกฺกิลิฏฺโฐ ญาณคฺคิ น วิโรจติ. ภสฺมนิ โมสวชฺชนฺติ นิโรชฏฺเฐน มุสาวาโท ฉาริกา นาม. ยถา หิ ฉาริกาย ปฏิจฺฉนฺโน อคฺคิ น โชเตติ, เอวํ เต มุสาวาเทน ปฏิจฺฉนฺนํ ญาณนฺติ ทสฺเสติ. ชิวฺหา สุชาติ ยถา ตุยฺหํ สุวณฺณรชตโลหกฏฺฐมตฺติกาสุ อญฺญตรมยา ยาคยชนตฺถาย สุชา โหติ, เอวํ มยฺหํ ธมฺมยาคํ ยชนตฺถาย ปหูตชิวฺหา สุชาติ วทติ. หทยํ โชติฏฺฐานนฺติ ยถา ตุยฺหํ นทีตีเร โชติฏฺฐานํ, เอวํ มยฺหํ ธมฺมยาคสฺส ยชนฏฺฐานตฺเถน สตฺตานํ หทยํ โชติฏฺฐานํ. อตฺตาติ จิตฺตํ.
ธมฺโม รหโทติ ยถา ตฺวํ อคฺคึ ปริจริตฺวา ธูมฉาริกเสทกิลิฏฺฐสรีโร สุนฺทริกํ นทึ โอตริตฺวา นฺหายสิ, เอวํ มยฺหํ สุนฺทริกาสทิเสน พาหิเรน รหเทน อตฺโถ นตฺถิ, อฏฺฐงฺคิกมคฺคธมฺโม ปน มยฺหํ รหโท, ตตฺราหํ ปาณสตมฺปิ ปาณสหสฺสมฺปิ จตุราสีติปาณสหสฺสานิปิ เอกปฺปหาเรน นฺหาเปมิ. สีลติตฺโถติ ตสฺส ปน เม ธมฺมรหทสฺส จตุปาริสุทฺธิสีลํ ติตฺถนฺติ ทสฺเสติ. อนาวิโลติ ยถา ตุยฺหํ สุนฺทริกา นที จตูหิ ปญฺจหิ เอกโต นฺหายนฺเตหิ เหฏฺฐุปริยวาลิกา อาลุฬา โหติ, น เอวํ มยฺหํ รหโท, อเนกสตสหสฺเสสุปิ ปาเณสุ โอตริตฺวา นฺหายนฺเตสุ โส อนาวิโล วิปฺปสนฺโนว โหติ. สพฺภิ สตํ ปสตฺโถติ ปณฺฑิเตหิ ปณฺฑิตานํ ปสฏฺโฐ. อุตฺตมตฺเถน วา โส สพฺภีติ วุจฺจติ, ปณฺฑิเตหิ ปสตฺถตฺตา สตํ ปสตฺโถ. ตรนฺติ ปารนฺติ นิพฺพานปารํ คจฺฉนฺติ.
อิทานิ อริยมคฺครหทสฺส องฺคานิ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสนฺโต สจฺจํ ธมฺโมติอาทิมาห. ตตฺถ สจฺจนฺติ วจีสจฺจํ. ธมฺโมติ อิมินา ทิฏฺฐิสงฺกปฺปวายามสติสมาธโย ทสฺเสติ. สํยโมติ อิมินา กมฺมนฺตาชีวา คหิตา. สจฺจนฺติ วา อิมินา มคฺคสจฺจํ คหิตํ. สา อตฺถโต สมฺมาทิฏฺฐิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติ (ธ. ส. ๑๐๓๙). สมฺมาทิฏฺฐิยา ปน คหิตาย ตคฺคติกตฺตา สมฺมาสงฺกปฺโป คหิโตว โหติ. ธมฺโมติ อิมินา วายามสติสมาธโย. สํยโมติ อิมินา วาจากมฺมนฺตาชีวา. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทสฺสิโต โหติ. อถ วา สจฺจนฺติ ปรมตฺถสจฺจํ, ตํ อตฺถโต นิพฺพานํ. ธมฺโมติปเทน ทิฏฺฐิ สงฺกปฺโป วายาโม สติ สมาธีติ ปญฺจงฺคานิ คหิตานิ. สํยโมติ วาจา กมฺมนฺโต อาชีโวติ ตีณิ. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทสฺสิโต โหติ. พฺรหฺมจริยนฺติ เอตํ พฺรหฺมจริยํ นาม. มชฺเฌ สิตาติ สสฺสตุจฺเฉเท วชฺเชตฺวา มชฺเฌ นิสฺสิตา. พฺรหฺมปตฺตีติ เสฏฺฐปตฺติ. ส ตุชฺชุภูเตสุ นโม กโรหีติ เอตฺถ ต-กาโร ปทสนฺธิกโร, ส ตฺวํ อุชุภูเตสุ ขีณาสเวสุ นโม กโรหีติ อตฺโถ. ตมหํ นรํ ธมฺมสารีติ พฺรูมีติ โย เอวํ ปฏิปชฺชติ, ตมหํ ปุคฺคลํ ‘‘ธมฺมสารี เอโส ธมฺมสาริยา ปฏิจฺฉนฺโน’’ติ จ ‘‘กุสลธมฺเมหิ อกุสลธมฺเม สาเรตฺวา ฐิโต’’ติ วาติ วทามีติ. นวมํ.