๑. อรหนฺตวคฺโค

๑. ธนญฺชานีสุตฺตวณฺณนา

๑๘๗. พฺราหฺมณสํยุตฺตสฺส ปฐเม ธนญฺชานีติ ธนญฺชานิโคตฺตา. อุกฺกฏฺฐโคตฺตา กิเรสา. เสสพฺราหฺมณา กิร พฺรหฺมุโน มุขโต ชาตา, ธนญฺชานิโคตฺตา มตฺถกํ ภินฺทิตฺวา นิกฺขนฺตาติ เตสํ ลทฺธิ. อุทานํ อุทาเนสีติ กสฺมา อุทาเนสิ? โส กิร พฺราหฺมโณ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก ‘‘พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ’’ติ วุตฺเต กณฺเณ ปิทหติ, ถทฺโธ ขทิรขาณุสทิโส. พฺราหฺมณี ปน โสตาปนฺนา อริยสาวิกา. พฺราหฺมโณ ทานํ เทนฺโต ปญฺจสตานํ พฺราหฺมณานํ อปฺโปทกํ ปายาสํ เทติ, พฺราหฺมณี พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส นานารสโภชนํ. พฺราหฺมณสฺส ทานทิวเส พฺราหฺมณี ตสฺส วสวตฺติตาย ปหีนมจฺเฉรตาย จ สหตฺถา ปริวิสติ. พฺราหฺมณิยา ปน ทานทิวเส พฺราหฺมโณ ปาโตว ฆรา นิกฺขมิตฺวา ปลายติ. อเถกทิวสํ พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณิยา สทฺธึ อสมฺมนฺเตตฺวา ปญฺจสเต พฺราหฺมเณ นิมนฺเตตฺวา พฺราหฺมณึ อาห – ‘‘เสฺว โภติ อมฺหากํ ฆเร ปญฺจสตา พฺราหฺมณา ภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ. มยา กึ กาตพฺพํ พฺราหฺมณาติ? ตยา อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพํ นตฺถิ, สพฺพํ ปจนปริเวสนํ อญฺเญ กริสฺสนฺติ. ยํ ปน ตฺวํ ฐิตาปิ นิสินฺนาปิ ขิปิตฺวาปิ อุกฺกาสิตฺวาปิ ‘‘นโม พุทฺธสฺสา’’ติ ตสฺส มุณฺฑกสฺส สมณกสฺส นมกฺการํ กโรสิ, ตํ เสฺว เอกทิวสมตฺตํ มา อกาสิ. ตํ หิ สุตฺวา พฺราหฺมณา อนตฺตมนา โหนฺติ, มา มํ พฺราหฺมเณหิ ภินฺทสีติ. ตฺวํ พฺราหฺมเณหิ วา ภิชฺช เทเวหิ วา, อหํ ปน สตฺถารํ อนุสฺสริตฺวา น สกฺโกมิ อนมสฺสมานา สณฺฐาตุนฺติ. โภติ กุลสติเก คาเม คามทฺวารมฺปิ ตาว ปิทหิตุํ วายมนฺติ, ตฺวํ ทฺวีหงฺคุเลหิ ปิทหิตพฺพํ มุขํ พฺราหฺมณานํ โภชนกาลมตฺตํ ปิทหิตุํ น สกฺโกสีติ. เอวํ ปุนปฺปุนํ กเถตฺวาปิ โส นิวาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุสฺสีสเก ฐปิตํ มณฺฑลคฺคขคฺคํ คเหตฺวา – ‘‘โภติ สเจ เสฺว พฺราหฺมเณสุ นิสินฺเนสุ ตํ มุณฺฑสมณกํ นมสฺสสิ, อิมินา ตํ ขคฺเคน ปาทตลโต ปฏฺฐาย ยาว เกสมตฺถกา กฬีรํ วิย โกฏฺเฏตฺวา ราสึ กริสฺสามี’’ติ อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อิมินา มณฺฑลคฺเคน, ปาทโต ยาว มตฺถกา;

กฬีรมิว เฉชฺชามิ, ยทิ มิจฺฉํ น กาหสิ.

‘‘สเจ พุทฺโธติ ภณสิ, สเจ ธมฺโมติ ภาสสิ;

สเจ สงฺโฆติ กิตฺเตสิ, ชีวนฺตี เม นิเวสเน’’ติ.

อริยสาวิกา ปน ปถวี วิย ทุปฺปกมฺปา, สิเนรุ วิย ทุปฺปริวตฺติยา. สา เตน นํ เอวมาห –

‘‘สเจ เม องฺคมงฺคานิ, กามํ เฉชฺชสิ พฺราหฺมณ;

เนวาหํ วิรมิสฺสามิ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส สาสนา.

‘‘นาหํ โอกฺกา วรธรา, สกฺกา โรธยิตุํ ชินา;

ธีตาหํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส, ฉินฺท วา มํ วธสฺสุ วา’’ติ.

เอวํ ธนญฺชานิคชฺชิตํ นาม คชฺชนฺตี ปญฺจ คาถาสตานิ อภาสิ. พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณึ ปรามสิตุํ วา ปหริตุํ วา อสกฺโกนฺโต ‘‘โภติ ยํ เต รุจฺจติ, ตํ กโรหี’’ติ วตฺวา ขคฺคํ สยเน ขิปิ. ปุนทิวเส เคหํ หริตุปลิตฺตํ การาเปตฺวา ลาชาปุณฺณฆฏมาลาคนฺธาทีหิ ตตฺถ ตตฺถ อลงฺการาเปตฺวา ปญฺจนฺนํ พฺราหฺมณสตานํ นวสปฺปิสกฺขรมธุยุตฺตํ อปฺโปทกปายาสํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปสิ.

พฺราหฺมณีปิ ปาโตว คนฺโธทเกน สยํ นฺหายิตฺวา สหสฺสคฺฆนกํ อหตวตฺถํ นิวาเสตฺวา ปญฺจสตคฺฆนกํ เอกํสํ กตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา สุวณฺณกฏจฺฉุํ คเหตฺวา ภตฺตคฺเค พฺราหฺมเณ ปริวิสมานา เตหิ สทฺธึ เอกปนฺติยํ นิสินฺนสฺส ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ภตฺตํ อุปสํหรนฺตี ทุนฺนิกฺขิตฺเต ทารุภณฺเฑ ปกฺขลิ. ปกฺขลนฆฏฺฏนาย ทุกฺขา เวทนา อุปฺปชฺชิ. ตสฺมึ สมเย ทสพลํ สริ. สติสมฺปนฺนตาย ปน ปายาสปาตึ อฉฑฺเฑตฺวา สณิกํ โอตาเรตฺวา ภูมิยํ สณฺฐเปตฺวา ปญฺจนฺนํ พฺราหฺมณสตานํ มชฺเฌ สิรสิ อญฺชลึ ฐเปตฺวา เยน เวฬุวนํ, เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ.

ตสฺมิญฺจ สมเย เตสุ พฺราหฺมเณสุ เกจิ ภุตฺตา โหนฺติ, เกจิ ภุญฺชมานา, เกจิ หตฺเถ โอตาริตมตฺตา, เกสญฺจิ โภชนํ ปุรโต ฐปิตมตฺตํ โหติ. เต ตํ สทฺทํ สุตฺวาว สิเนรุมตฺเตน มุคฺคเรน สีเส ปหฏา วิย กณฺเณสุ สูเลน วิทฺธา วิย ทุกฺขโทมนสฺสํ ปฏิสํเวทิยมานา ‘‘อิมินา อญฺญลทฺธิเกน มยํ ฆรํ ปเวสิตา’’ติ กุชฺฌิตฺวา หตฺเถ ปิณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา มุเขน คหิตํ นิฏฺฐุภิตฺวา ธนุํ ทิสฺวา กากา วิย พฺราหฺมณํ อกฺโกสมานา ทิสาวิทิสา ปกฺกมึสุ. พฺราหฺมโณ เอวํ ภิชฺชิตฺวา คจฺฉนฺเต พฺราหฺมเณ ทิสฺวา พฺราหฺมณึ สีสโต ปฏฺฐาย โอโลเกตฺวา, ‘‘อิทเมว ภยํ สมฺปสฺสมานา มยํ หิยฺโย ปฏฺฐาย โภตึ ยาจนฺตา น ลภิมฺหา’’ติ นานปฺปกาเรหิ พฺราหฺมณึ อกฺโกสิตฺวา, เอตํ ‘‘เอวเมวํ ปนา’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

อุปสงฺกมีติ ‘‘สมโณ โคตโม คามนิคมรฏฺฐปูชิโต, น สกฺกา คนฺตฺวา ยํ วา ตํ วา วตฺวา สนฺตชฺเชตุํ, เอกเมว นํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺโตว ‘‘กึสุ เฉตฺวา’’ติ คาถํ อภิสงฺขริตฺวา – ‘‘สเจ ‘อสุกสฺส นาม วธํ โรเจมี’ติ วกฺขติ, อถ นํ ‘เย ตุยฺหํ น รุจฺจนฺติ, เต มาเรตุกาโมสิ, โลกวธาย อุปฺปนฺโน, กึ ตุยฺหํ สมณภาเวนา’ติ? นิคฺคเหสฺสามิ. สเจ ‘น กสฺสจิ วธํ โรเจมี’ติ วกฺขติ, อถ นํ ‘ตฺวํ ราคาทีนมฺปิ วธํ น อิจฺฉสิ. กสฺมา สมโณ หุตฺวา อาหิณฺฑสี’ติ? นิคฺคเหสฺสามี. อิติ อิมํ อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ สมโณ โคตโม เนว คิลิตุํ น อุคฺคิลิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมิ. สมฺโมทีติ อตฺตโน ปณฺฑิตตาย กุทฺธภาวํ อทสฺเสตฺวา มธุรกถํ กเถนฺโต สมฺโมทิ. ปโญฺห เทวตาสํยุตฺเต กถิโต. เสสมฺปิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมวาติ. ปฐมํ.

๒. อกฺโกสสุตฺตวณฺณนา

๑๘๘. ทุติเย อกฺโกสกภารทฺวาโชติ ภารทฺวาโชว โส, ปญฺจมตฺเตหิ ปน คาถา สเตหิ ตถาคตํ อกฺโกสนฺโต อาคโตติ. ‘‘อกฺโกสกภารทฺวาโช’’ติ ตสฺส สงฺคีติกาเรหิ นามํ คหิตํ. กุปิโต อนตฺตมโนติ ‘‘สมเณน โคตเมน มยฺหํ เชฏฺฐกภาตรํ ปพฺพาเชนฺเตน ชานิ กตา, ปกฺโข ภินฺโน’’ติ โกเธน กุปิโต โทมนสฺเสน จ อนตฺตมโน หุตฺวาติ อตฺโถ. อกฺโกสตีติ ‘‘โจโรสิ, พาโลสิ, มูโฬฺหสิ, เถโนสิ, โอฏฺโฐสิ, เมณฺโฑสิ, โคโณสิ, คทฺรโภสิ, ติรจฺฉานคโตสิ, เนรยิโกสี’’ติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสติ. ปริภาสตีติ ‘‘โหตุ มุณฺฑกสมณก, ‘อทณฺโฑ อห’นฺติ กโรสิ, อิทานิ เต ราชกุลํ คนฺตฺวา ทณฺฑํ อาโรเปสฺสามี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริภาสติ นาม.

สมฺภุญฺชตีติ เอกโต ภุญฺชติ. วีติหรตีติ กตสฺส ปฏิการํ กโรติ. ภควนฺตํ โข, โคตมนฺติ กสฺมา เอวมาห? ‘‘ตเวเวตํ, พฺราหฺมณ, ตเวเวตํ, พฺราหฺมณา’’ติ กิรสฺส สุตฺวา. ‘‘อิสโย นาม กุปิตา สปนํ เทนฺติ กิสวจฺฉาทโย วิยา’’ติ อนุสฺสววเสน ‘‘สปติ มํ มญฺเญ สมโณ โคตโม’’ติ ภยํ อุปฺปชฺชิ. ตสฺมา เอวมาห.

ทนฺตสฺสาติ นิพฺพิเสวนสฺส. ตาทิโนติ ตาทิลกฺขณํ ปตฺตสฺส. ตสฺเสว เตน ปาปิโยติ ตสฺเสว ปุคฺคลสฺส เตน โกเธน ปาปํ โหติ. สโต อุปสมฺมตีติ สติยา สมนฺนาคโต หุตฺวา อธิวาเสติ. อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตานนฺติ อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตํ. อยเมว วา ปาโฐ. โย ปุคฺคโล สโต อุปสมฺมติ, อุภินฺนมตฺถํ จรติ ติกิจฺฉติ สาเธติ, ตํ ปุคฺคลํ ชนา พาโลติ มญฺญนฺติ. กีทิสา ชนา? เย ธมฺมสฺส อโกวิทา. ธมฺมสฺสาติ ปญฺจกฺขนฺธธมฺมสฺส วา จตุสจฺจธมฺมสฺส วา. อโกวิทาติ ตสฺมึ ธมฺเม อกุสลา อนฺธพาลปุถุชฺชนา. ทุติยํ.

๓. อสุรินฺทกสุตฺตวณฺณนา

๑๘๙. ตติเย อสุรินฺทกภารทฺวาโชติ อกฺโกสกภารทฺวาชสฺส กนิฏฺโฐ. กุปิโตติ เตเนว การเณน กุทฺโธ. ชยญฺเจวสฺส ตํ โหตีติ อสฺเสว ตํ ชยํ โหติ, โส ชโย โหตีติ อตฺโถ. กตมสฺสาติ? ยา ติติกฺขา วิชานโต อธิวาสนาย คุณํ วิชานนฺตสฺส ติติกฺขา อธิวาสนา, อยํ ตสฺส วิชานโตว ชโย. พาโล ปน ผรุสํ ภณนฺโต ‘‘มยฺหํ ชโย’’ติ เกวลํ ชยํ มญฺญติ. ตติยํ.

๔. พิลงฺคีกสุตฺตวณฺณนา

๑๙๐. จตุตฺเถ พิลงฺคิกภารทฺวาโชติ ภารทฺวาโชว โส, นานปฺปการํ ปน สุทฺธญฺจ สมฺภารยุตฺตญฺจ กญฺชิกํ กาเรตฺวา วิกฺกิณาเปนฺโต พหุธนํ สงฺขรีติ ‘‘พิลงฺคิกภารทฺวาโช’’ติ ตสฺส สงฺคีติกาเรหิ นามํ คหิตํ. ตุณฺหีภูโตติ ‘‘ตโย เม เชฏฺฐกภาตโร อิมินา ปพฺพาชิตา’’ติ อติวิย กุทฺโธ กิญฺจิ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต ตุณฺหีภูโต อฏฺฐาสิ. คาถา ปน เทวตาสํยุตฺเต กถิตาว. จตุตฺถํ.

๕. อหึสกสุตฺตวณฺณนา

๑๙๑. ปญฺจเม อหึสกภารทฺวาโชติ ภารทฺวาโชเวส, อหึสกปญฺหํ ปน ปุจฺฉิ, เตนสฺเสตํ สงฺคีติกาเรหิ นามํ คหิตํ. นาเมน วา เอส อหึสโก, โคตฺเตน ภารทฺวาโช. อหึสกาหนฺติ อหึสโก อหํ, อิติ เม ภวํ โคตโม ชานาตูติ อาห. ตถา จสฺสาติ ตถา เจ อสฺส, ภเวยฺยาสีติ อตฺโถ. น หึสตีติ น วิเหเฐติ น ทุกฺขาเปติ. ปญฺจมํ.

๖. ชฏาสุตฺตวณฺณนา

๑๙๒. ฉฏฺเฐ ชฏาภารทฺวาโชติ ภารทฺวาโชเวส, ชฏาปญฺหสฺส ปน ปุจฺฉิตตฺตา สงฺคีติกาเรหิ เอวํ วุตฺโต. เสสํ เทวตาสํยุตฺเต กถิตเมว. ฉฏฺฐํ.

๗. สุทฺธิกสุตฺตวณฺณนา

๑๙๓. สตฺตเม สุทฺธิกภารทฺวาโชติ อยมฺปิ ภารทฺวาโชว, สุทฺธิกปญฺหสฺส ปน ปุจฺฉิตตฺตา สงฺคีติกาเรหิ เอวํ วุตฺโต. สีลวาปิ ตโปกรนฺติ สีลสมฺปนฺโนปิ ตโปกมฺมํ กโรนฺโต. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ เอตฺถ วิชฺชาติ ตโย เวทา. จรณนฺติ โคตฺตจรณํ. โส สุชฺฌติ น อญฺญา อิตรา ปชาติ โส เตวิชฺโช พฺราหฺมโณ สุชฺฌติ, อยํ ปน อญฺญา นามิกา ปชา น สุชฺฌตีติ วทติ. พหุมฺปิ ปลปํ ชปฺปนฺติ พหุมฺปิ ปลปํ ชปฺปนฺโต, ‘‘พฺราหฺมโณว สุชฺฌตี’’ติ เอวํ วจนสหสฺสมฺปิ ภณนฺโตติ อตฺโถ. อนฺโตกสมฺพูติ อนฺโต กิเลสปูติสภาเวน ปูติโก. สํกิลิฏฺโฐติ กิลิฏฺเฐหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคโต. สตฺตมํ.

๘. อคฺคิกสุตฺตวณฺณนา

๑๙๔. อฏฺฐเม อคฺคิกภารทฺวาโชติ อยมฺปิ ภารทฺวาโชว, อคฺคิ ปริจรณวเสน ปนสฺส สงฺคีติกาเรหิ เอตํ นามํ คหิตํ. สนฺนิหิโต โหตีติ สํโยชิโต โหติ. อฏฺฐาสีติ กสฺมา ตตฺถ อฏฺฐาสิ? ภควา กิร ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต อิมํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ เอวรูปํ อคฺคปายาสํ คเหตฺวา ‘มหาพฺรหฺมานํ โภเชมี’ติ อคฺคิมฺหิ ฌาเปนฺโต อผลํ กโรติ อปายมคฺคํ โอกฺกมติ, อิมํ ลทฺธึ อวิสฺสชฺชนฺโต อปายปูรโกว ภวิสฺสติ, คจฺฉามิสฺส ธมฺมเทสนาย, มิจฺฉาทิฏฺฐึ ภินฺทิตฺวา ปพฺพาเชตฺวา จตฺตาโร มคฺเค เจว จตฺตาริ จ ผลานิ เทมี’’ติ, ตสฺมา ปุพฺพณฺหสมเย ราชคหํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ อฏฺฐาสิ.

ตีหิ วิชฺชาหีติ ตีหิ เวเทหิ. ชาติมาติ ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา ปริสุทฺธาย ชาติยา สมนฺนาคโต. สุตวา พหูติ พหุ นานปฺปกาเร คนฺเถ สุตวา. โสมํ ภุญฺเชยฺยาติ โส เตวิชฺโช พฺราหฺมโณ อิมํ ปายาสํ ภุญฺชิตุํ ยุตฺโต, ตุมฺหากํ ปเนส ปายาโส อยุตฺโตติ วทติ.

เวทีติ ปุพฺเพนิวาสญาเณน ชานิ ปฏิวิชฺฌิ. สคฺคาปายนฺติ ทิพฺเพน จกฺขุนา สคฺคมฺปิ อปายมฺปิ ปสฺสติ. ชาติกฺขยนฺติ อรหตฺตํ. อภิญฺญาโวสิโตติ ชานิตฺวา โวสิตโวสาโน. พฺราหฺมโณ ภวนฺติ อวีจิโต ยาว ภวคฺคา โภตา โคตเมน สทิโส ชาติสมฺปนฺโน ขีณาสวพฺราหฺมโณ นตฺถิ, ภวํเยว พฺราหฺมโณติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา สุวณฺณปาตึ ปูเรตฺวา ทสพลสฺส ปายาสํ อุปนาเมสิ. สตฺถา อุปฺปตฺตึ ทีเปตฺวา โภชนํ ปฏิกฺขิปนฺโต คาถาภิคีตํ เมติอาทิมาห. ตตฺถ คาถาภิคีตนฺติ คาถาหิ อภิคีตํ. อโภชเนยฺยนฺติ อภุญฺชิตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตฺวํ, พฺราหฺมณ, มยฺหํ เอตฺตกํ กาลํ ภิกฺขาจารวตฺเตน ฐิตสฺส กฏจฺฉุมตฺตมฺปิ ทาตุํ นาสกฺขิ, อิทานิ ปน มยา ตุยฺหํ กิลญฺชมฺหิ ติเล วิตฺถาเรนฺเตน วิย สพฺเพ พุทฺธคุณา ปกาสิตา, อิติ คายเนน คายิตฺวา ลทฺธํ วิย อิทํ โภชนํ โหติ, ตสฺมา อิทํ คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยนฺติ. สมฺปสฺสตํ, พฺราหฺมณ, เนส ธมฺโมติ, พฺราหฺมณ, อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ สมฺปสฺสนฺตานํ ‘‘เอวรูปํ โภชนํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ เอส ธมฺโม น โหติ. สุธาโภชนมฺปิ คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา, คาถาหิ คายิตฺวา ลทฺธํ พุทฺธา นีหรนฺติเยว. ธมฺเม สติ, พฺราหฺมณ, วุตฺติเรสาติ, พฺราหฺมณ, ธมฺเม สติ ธมฺมํ อเปกฺขิตฺวา ธมฺเม ปติฏฺฐาย ชีวิตํ กปฺเปนฺตานํ เอสา วุตฺติ อยํ อาชีโว – เอวรูปํ นีหริตฺวา ธมฺมลทฺธเมว ภุญฺชิตพฺพนฺติ.

อถ พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – อหํ ปุพฺเพ สมณสฺส โคตมสฺส คุเณ วา อคุเณ วา น ชานามิ. อิทานิ ปนสฺสาหํ คุเณ ญตฺวา มม เคเห อสีติโกฏิมตฺตํ ธนํ สาสเน วิปฺปกิริตุกาโม ชาโต, อยญฺจ ‘‘มยา ทินฺนปจฺจยา อกปฺปิยา’’ติ วทติ. อปฺปฏิคฺคโยฺห อหํ สมเณน โคตเมนาติ. อถ ภควา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ เปเสตฺวา ตสฺส จิตฺตาจารํ วีมํสนฺโต, ‘‘อยํ สพฺเพปิ อตฺตนา ทินฺนปจฺจเย ‘อกปฺปิยา’ติ สลฺลกฺเขติ. ยํ หิ โภชนํ อารพฺภ กถา อุปฺปนฺนา, เอตเทว น วฏฺฏติ, เสสา นิทฺโทสา’’ติ พฺราหฺมณสฺส จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ทานทฺวารํ ทสฺเสนฺโต อญฺเญน จาติอาทิมาห. ตตฺถ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตนฺติ หตฺถกุกฺกุจฺจาทีนํ วเสน วูปสนฺตกุกฺกุจฺจํ. อนฺเนน ปาเนนาติ เทสนามตฺตเมตํ. อยํ ปนตฺโถ – อญฺเญหิ ตยา ‘‘ปริจฺจชิสฺสามี’’ติ สลฺลกฺขิเตหิ จีวราทีหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหสฺสุ. เขตฺตํ หิ ตํ ปุญฺญเปกฺขสฺส โหตีติ เอตํ ตถาคตสาสนํ นาม ปุญฺญเปกฺขสฺส ปุญฺญตฺถิกสฺส ตุยฺหํ อปฺเปปิ พีเช พหุสสฺสผลทายกํ สุเขตฺตํ วิย ปฏิยตฺตํ โหติ. อฏฺฐมํ.

๙. สุนฺทริกสุตฺตวณฺณนา

๑๙๕. นวเม สุนฺทริกภารทฺวาโชติ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร อคฺคิชุหเณน เอวํลทฺธนาโม. สุนฺทริกายาติ เอวํนามิกาย นทิยา. อคฺคึ ชุหตีติ อาหุตึ ปกฺขิปเนน ชาเลติ. อคฺคิหุตฺตํ ปริจรตีติ อคฺยายตนํ สมฺมชฺชนุปเลปนพลิกมฺมาทินา ปยิรุปาสติ. โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยาติ โส กิร พฺราหฺมโณ อคฺคิมฺหิ หุตาวเสสํ ปายาสํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อคฺคิมฺหิ ตาว ปกฺขิตฺตปายาโส มหาพฺรหฺมุนา ภุตฺโต, อยํ ปน อวเสโส อตฺถิ, ตํ ยทิ พฺรหฺมุโน มุขโต ชาตสฺส พฺราหฺมณสฺส ทเทยฺยํ, เอวํ เม ปิตรา สห ปุตฺโตปิ สนฺตปฺปิโต ภเวยฺย, สุวิโสธิโต จสฺส พฺรหฺมโลกคามิมคฺโค’’ติ. โส พฺราหฺมณสฺส ทสฺสนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ, ‘‘โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยา’’ติ?

รุกฺขมูเลติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ เชฏฺฐกรุกฺขสฺส มูเล. สสีสํ ปารุตํ นิสินฺนนฺติ สห สีเสน ปารุตกายํ นิสินฺนํ. กสฺมา ปน ภควา ตตฺถ นิสีทิ? ภควา กิร ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต อิมํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – อยํ พฺราหฺมโณ เอวรูปํ อคฺคปายาสํ คเหตฺวา ‘‘มหาพฺรหฺมานํ โภเชมี’’ติ อคฺคิมฺหิ ฌาเปนฺโต อผลํ กโรติ…เป… จตฺตาโร มคฺเค เจว จตฺตาริ จ ผลานิ เทมีติ. ตสฺมา กาลสฺเสว วุฏฺฐาย สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย คนฺตฺวา วุตฺตนเยน ตสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อถ กสฺมา สสีสํ ปารุปีติ? หิมปาตสฺส จ สีตวาตสฺส จ ปฏิพาหณตฺถํ, ปฏิพโลว เอตํ ตถาคโต อธิวาเสตุํ. สเจ ปน อปารุปิตฺวา นิสีเทยฺย, พฺราหฺมโณ ทูรโตว สญฺชานิตฺวา นิวตฺเตยฺย, เอวํ สติ กถา นปฺปวตฺเตยฺย. อิติ ภควา – ‘‘พฺราหฺมเณ อาคเต สีสํ วิวริสฺสามิ, อถ มํ โส ทิสฺวา กถํ ปวตฺเตสฺสติ, ตสฺสาหํ กถานุสาเรน ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ กถาปวตฺตนตฺถํ เอวมกาสิ.

อุปสงฺกมีติ พฺราหฺมโณ – ‘‘อยํ สสีสํ ปารุปิตฺวา สพฺพรตฺตึ ปธานมนุยุตฺโต. อิมสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา อิมํ หพฺยเสสํ ทสฺสามี’’ติ, พฺราหฺมณสญฺญี หุตฺวา อุปสงฺกมิ. มุณฺโฑ อยํ ภวํ, มุณฺฑโก อยํ ภวนฺติ สีเส วิวริตมตฺเต นีจเกสนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุณฺโฑ’’ติ อาห. ตโต สุฏฺฐุตรํ โอโลเกนฺโต ปวตฺตมตฺตมฺปิ สิขํ อทิสฺวา หีเฬนฺโต ‘‘มุณฺฑโก’’ติ อาห. ตโตวาติ ยตฺถ ฐิโต อทฺทส, ตมฺหาว ปเทสา. มุณฺฑาปิ หีติ เกนจิ การเณน มุณฺฑิตสีสาปิ โหนฺติ.

มา ชาตึ ปุจฺฉาติ ยทิ ทานสฺส มหปฺผลตํ ปจฺจาสีสสิ, ชาตึ มา ปุจฺฉ. อการณํ หิ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส ชาติ. จรณญฺจ ปุจฺฉาติ อปิจ โข สีลาทิคุณเภทํ จรณํ ปุจฺฉ. เอตํ หิ ทกฺขิเณยฺยภาวสฺส การณํ. อิทานิสฺส ตมตฺถํ วิภาเวนฺโต กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโทติอาทิมาห. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – อิธ กฏฺฐา อคฺคิ ชายติ, น จ โส สาลาทิกฏฺฐา ชาโตว อคฺคิกิจฺจํ กโรติ, สาปาน-โทณิอาทิกฏฺฐา ชาโต น กโรติ, อตฺตโน ปน อจฺจิยาทิคุณสมฺปตฺติยา ยโต วา ตโต วา ชาโต กโรติเยว. เอวํ น พฺราหฺมณกุลาทีสุ ชาโตว ทกฺขิเณยฺโย โหติ, จณฺฑาลกุลาทีสุ ชาโต น โหติ, อปิจ โข นีจกุลิโนปิ อุจฺจกุลิโนปิ ขีณาสว-มุนิ ธิติมา หิรีนิเสโธ อาชานีโย โหติ. อิมาย ธิติหิริปโมกฺขาย คุณสมฺปตฺติยา ชาติมา อุตฺตมทกฺขิเณยฺโย โหติ. โส หิ ธิติยา คุเณ ธาเรติ, หิริยา โทเส นิเสเธตีติ. อปิเจตฺถ มุนีติ โมนธมฺเมน สมนฺนาคโต. ธิติมาติ วีริยวา. อาชานีโยติ การณาการณชานนโก. หิรีนิเสโธติ หิริยา ปาปานิ นิเสเธตฺวา ฐิโต.

สจฺเจน ทนฺโตติ ปรมตฺถสจฺเจน ทนฺโต. ทมสา อุเปโตติ อินฺทฺริยทเมน อุเปโต. เวทนฺตคูติ จตุนฺนํ มคฺคเวทานํ อนฺตํ, จตูหิ วา มคฺคเวเทหิ กิเลสานํ อนฺตํ คโต. วุสิตพฺรหฺมจริโยติ มคฺคพฺรหฺมจริยวาสํ วุตฺโถ. ยญฺโญปนีโตติ อุปนีตยญฺโญ ปฏิยาทิตยญฺโญ จ. ตมุปวฺหเยถาติ เยน ยญฺโญ ปฏิยาทิโต, โส ตํ ปรมตฺถพฺราหฺมณํ อวฺหเยยฺย. ‘‘อินฺทมวฺหยาม, โสมมวฺหยาม, วรุณมวฺหยาม, อีสานมวฺหยาม, ยามมวฺหยามา’’ติ อิทํ ปน อวฺหานํ นิรตฺถกํ. กาเลนาติ อวฺหยนฺโต จ ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ อนฺโตมชฺฌนฺหิกกาเลเยว ตํ อุปวฺหเยยฺย. โส ชุหติ ทกฺขิเณยฺเยติ โย เอวํ กาเล ขีณาสวํ อามนฺเตตฺวา ตตฺถ จตุปจฺจยทกฺขิณํ ปติฏฺฐเปติ, โส ทกฺขิเณยฺเย ชุหติ นาม, น อเจตเน อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปนฺโต.

อิติ พฺราหฺมโณ ภควโต กถํ สุณนฺโต ปสีทิตฺวา อิทานิ อตฺตโน ปสาทํ อาวิกโรนฺโต อทฺธา สุยิฏฺฐนฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – อทฺธา มม ยิทํ อิทานิ สุยิฏฺฐญฺจ สุหุตญฺจ ภวิสฺสติ, ปุพฺเพ ปน อคฺคิมฺหิ ฌาปิตํ นิรตฺถกํ อโหสีติ. อญฺโญ ชโนติ ‘‘อหํ พฺราหฺมโณ, อหํ พฺราหฺมโณ’’ติ วทนฺโต อนฺธพาลปุถุชฺชโน. หพฺยเสสนฺติ หุตเสสํ. ภุญฺชตุ ภวนฺติอาทิ ปุริมสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

น ขฺวาหนฺติ น โข อหํ. กสฺมา ปเนวมาหาติ? ตสฺมึ กิร โภชเน อุปหฏมตฺเตว ‘‘สตฺถา ภุญฺชิสฺสตี’’ติ สญฺญาย จตูสุ มหาทีเปสุ ทฺวีสุ ปริตฺตทีปสหสฺเสสุ เทวตา ปุปฺผผลาทีนิ เจว สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตาทีนิ จ อาทาย มธุปฏลํ ปีเฬตฺวา มธุํ คณฺหนฺติโย วิย ทิพฺพานุภาเวน นิพฺพตฺติโตชเมว คเหตฺวา ปกฺขิปึสุ. เตน ตํ สุขุมตฺตํ คตํ, มนุสฺสานญฺจ โอฬาริกํ วตฺถูติ เตสํ ตาว โอฬาริกวตฺถุตาย สมฺมา ปริณามํ น คจฺฉติ. โคยูเส ปน ติลพีชานิ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกตฺตา โอฬาริกมิสฺสกํ ชาตํ, เทวานญฺจ สุขุมํ วตฺถูติ เตสํ สุขุมวตฺถุตาย สมฺมา ปริณามํ น คจฺฉติ. สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวสฺสาปิ กุจฺฉิยํ น ปริณมติ. อฏฺฐสมาปตฺติลาภีขีณาสวสฺส ปน สมาปตฺติพเลน ปริณาเมยฺย. ภควโต ปน ปากติเกเนว กมฺมชเตเชน ปริณาเมยฺย.

อปฺปหริเตติ อหริเต. สเจ หิ หริเตสุ ติเณสุ ปกฺขิเปยฺย, สินิทฺธปายาเสน ติณานิ ปูตีนิ ภเวยฺยุํ. พุทฺธา จ ภูตคามสิกฺขาปทํ น วีติกฺกมนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. ยตฺถ ปน คลปฺปมาณานิ มหาติณานิ, ตาทิเส ฐาเน ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. อปฺปาณเกติ สปฺปาณกสฺมึ หิ ปริตฺตเก อุทเก ปกฺขิตฺเต ปาณกา มรนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. ยํ ปน คมฺภีรํ มหาอุทกํ โหติ, ปาติสเตปิ ปาติสหสฺเสปิ ปกฺขิตฺเต น อาลุฬติ, ตถารูเป อุทเก วฏฺฏติ. โอปิลาเปสีติ สุวณฺณปาติยา สทฺธึเยว นิมุชฺชาเปสิ. จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายตีติ เอวรูปํ สทฺทํ กโรติ. กึ ปเนส ปายาสสฺส อานุภาโว, อุทาหุ ตถาคตสฺสาติ? ตถาคตสฺส. อยํ หิ พฺราหฺมโณ ตํ ปายาสํ โอปิลาเปตฺวา อุมฺมคฺคํ อารุยฺห สตฺถุ สนฺติกํ อนาคนฺตฺวาว คจฺเฉยฺย, อถ ภควา – ‘‘เอตฺตกํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา มม สนฺติกํ อาคมิสฺสติ. อถสฺสาหํ ธมฺมเทสนาย มิจฺฉาทิฏฺฐิคหณํ ภินฺทิตฺวา สาสเน โอตาเรตฺวา อมตปานํ ปาเยสฺสามี’’ติ อธิฏฺฐานพเลน เอวมกาสิ.

ทารุ สมาทหาโนติ ทารุํ ฌาปยมาโน. พหิทฺธา หิ เอตนฺติ เอตํ ทารุชฺฌาปนํ นาม อริยธมฺมโต พหิทฺธา. ยทิ เอเตน สุทฺธิ ภเวยฺย, เย ทวฑาหกาทโย พหูนิ ทารูนิ ฌาเปนฺติ, เต ปฐมตรํ สุชฺเฌยฺยุํ. กุสลาติ ขนฺธาทีสุ กุสลา. อชฺฌตฺตเมวุชฺชลยามิ โชตินฺติ นิยกชฺฌตฺเต อตฺตโน สนฺตานสฺมึเยว ญาณโชตึ ชาเลมิ. นิจฺจคฺคินีติ อาวชฺชนปฏิพทฺเธน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน นิจฺจํ ปชฺชลิตคฺคิ. นิจฺจสมาหิตตฺโตติ นิจฺจํ สมฺมา ฐปิตจิตฺโต. พฺรหฺมจริยํ จรามีติ โพธิมณฺเฑ จริตํ พฺรหฺมจริยํ คเหตฺวา เอวํ วทติ.

มาโน หิ เต, พฺราหฺมณ, ขาริภาโรติ ยถา ขาริภาโร ขนฺเธน วยฺหมาโน อุปริ ฐิโตปิ อกฺกนฺตกฺกนฺตฏฺฐาเน ปถวิยา สทฺธึ ผุเสติ, เอวเมว ชาติโคตฺตกุลาทีนิ มานวตฺถูนิ นิสฺสาย อุสฺสาปิโต มาโนปิ ตตฺถ ตตฺถ อิสฺสํ อุปฺปาเทนฺโต จตูสุ อปาเยสุ สํสีทาเปติ. เตนาห ‘‘มาโน หิ เต, พฺราหฺมณ, ขาริภาโร’’ติ. โกโธ ธูโมติ ตว ญาณคฺคิสฺส อุปกฺกิเลสฏฺเฐน โกโธ ธุโม. เตน หิ เต อุปกฺกิลิฏฺโฐ ญาณคฺคิ น วิโรจติ. ภสฺมนิ โมสวชฺชนฺติ นิโรชฏฺเฐน มุสาวาโท ฉาริกา นาม. ยถา หิ ฉาริกาย ปฏิจฺฉนฺโน อคฺคิ น โชเตติ, เอวํ เต มุสาวาเทน ปฏิจฺฉนฺนํ ญาณนฺติ ทสฺเสติ. ชิวฺหา สุชาติ ยถา ตุยฺหํ สุวณฺณรชตโลหกฏฺฐมตฺติกาสุ อญฺญตรมยา ยาคยชนตฺถาย สุชา โหติ, เอวํ มยฺหํ ธมฺมยาคํ ยชนตฺถาย ปหูตชิวฺหา สุชาติ วทติ. หทยํ โชติฏฺฐานนฺติ ยถา ตุยฺหํ นทีตีเร โชติฏฺฐานํ, เอวํ มยฺหํ ธมฺมยาคสฺส ยชนฏฺฐานตฺเถน สตฺตานํ หทยํ โชติฏฺฐานํ. อตฺตาติ จิตฺตํ.

ธมฺโม รหโทติ ยถา ตฺวํ อคฺคึ ปริจริตฺวา ธูมฉาริกเสทกิลิฏฺฐสรีโร สุนฺทริกํ นทึ โอตริตฺวา นฺหายสิ, เอวํ มยฺหํ สุนฺทริกาสทิเสน พาหิเรน รหเทน อตฺโถ นตฺถิ, อฏฺฐงฺคิกมคฺคธมฺโม ปน มยฺหํ รหโท, ตตฺราหํ ปาณสตมฺปิ ปาณสหสฺสมฺปิ จตุราสีติปาณสหสฺสานิปิ เอกปฺปหาเรน นฺหาเปมิ. สีลติตฺโถติ ตสฺส ปน เม ธมฺมรหทสฺส จตุปาริสุทฺธิสีลํ ติตฺถนฺติ ทสฺเสติ. อนาวิโลติ ยถา ตุยฺหํ สุนฺทริกา นที จตูหิ ปญฺจหิ เอกโต นฺหายนฺเตหิ เหฏฺฐุปริยวาลิกา อาลุฬา โหติ, น เอวํ มยฺหํ รหโท, อเนกสตสหสฺเสสุปิ ปาเณสุ โอตริตฺวา นฺหายนฺเตสุ โส อนาวิโล วิปฺปสนฺโนว โหติ. สพฺภิ สตํ ปสตฺโถติ ปณฺฑิเตหิ ปณฺฑิตานํ ปสฏฺโฐ. อุตฺตมตฺเถน วา โส สพฺภีติ วุจฺจติ, ปณฺฑิเตหิ ปสตฺถตฺตา สตํ ปสตฺโถ. ตรนฺติ ปารนฺติ นิพฺพานปารํ คจฺฉนฺติ.

อิทานิ อริยมคฺครหทสฺส องฺคานิ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสนฺโต สจฺจํ ธมฺโมติอาทิมาห. ตตฺถ สจฺจนฺติ วจีสจฺจํ. ธมฺโมติ อิมินา ทิฏฺฐิสงฺกปฺปวายามสติสมาธโย ทสฺเสติ. สํยโมติ อิมินา กมฺมนฺตาชีวา คหิตา. สจฺจนฺติ วา อิมินา มคฺคสจฺจํ คหิตํ. สา อตฺถโต สมฺมาทิฏฺฐิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติ (ธ. ส. ๑๐๓๙). สมฺมาทิฏฺฐิยา ปน คหิตาย ตคฺคติกตฺตา สมฺมาสงฺกปฺโป คหิโตว โหติ. ธมฺโมติ อิมินา วายามสติสมาธโย. สํยโมติ อิมินา วาจากมฺมนฺตาชีวา. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทสฺสิโต โหติ. อถ วา สจฺจนฺติ ปรมตฺถสจฺจํ, ตํ อตฺถโต นิพฺพานํ. ธมฺโมติปเทน ทิฏฺฐิ สงฺกปฺโป วายาโม สติ สมาธีติ ปญฺจงฺคานิ คหิตานิ. สํยโมติ วาจา กมฺมนฺโต อาชีโวติ ตีณิ. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทสฺสิโต โหติ. พฺรหฺมจริยนฺติ เอตํ พฺรหฺมจริยํ นาม. มชฺเฌ สิตาติ สสฺสตุจฺเฉเท วชฺเชตฺวา มชฺเฌ นิสฺสิตา. พฺรหฺมปตฺตีติ เสฏฺฐปตฺติ. ส ตุชฺชุภูเตสุ นโม กโรหีติ เอตฺถ ต-กาโร ปทสนฺธิกโร, ส ตฺวํ อุชุภูเตสุ ขีณาสเวสุ นโม กโรหีติ อตฺโถ. ตมหํ นรํ ธมฺมสารีติ พฺรูมีติ โย เอวํ ปฏิปชฺชติ, ตมหํ ปุคฺคลํ ‘‘ธมฺมสารี เอโส ธมฺมสาริยา ปฏิจฺฉนฺโน’’ติ จ ‘‘กุสลธมฺเมหิ อกุสลธมฺเม สาเรตฺวา ฐิโต’’ติ วาติ วทามีติ. นวมํ.

๑๐. พหุธีตรสุตฺตวณฺณนา

๑๙๖. ทสเม อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑติ ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘คจฺฉามิสฺส สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ตสฺมึ วนสณฺเฑ วิหรติ. นฏฺฐา โหนฺตีติ กสิตฺวา วิสฺสฏฺฐา อฏวิมุขา จรมานา พฺราหฺมเณ ภุญฺชิตุํ คเต ปลาตา โหนฺติ. ปลฺลงฺกนฺติ สมนฺตโต อูรุพทฺธาสนํ. อาภุชิตฺวาติ พนฺธิตฺวา. อุชุํ กายํ ปณิธายาติ อุปริมํ สรีรํ อุชุกํ ฐเปตฺวา, อฏฺฐารส ปิฏฺฐิกณฺฏเก โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาเทตฺวา. ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ สตึ ฐปยิตฺวา, มุขสมีเป วา กตฺวาติ อตฺโถ. เตเนว วิภงฺเค วุตฺตํ – ‘‘อยํ สติ อุปฏฺฐิตา โหติ สูปฏฺฐิตา นาสิกคฺเค วา มุขนิมิตฺเต วา, เตน วุจฺจติ ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ (วิภ. ๕๓๗). อถ วา ‘‘ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ. มุขนฺติ นิยฺยานฏฺโฐ. สตีติ อุปฏฺฐานฏฺโฐ. เตน วุจฺจติ ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ เอวํ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๔) วุตฺตนเยนเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺรายํ สงฺเขโป – ‘‘ปริคฺคหิตนิยฺยานํ สตึ กตฺวา’’ติ. เอวํ นิสีทนฺโต จ ปน ฉพฺพณฺณา ฆนพุทฺธรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสีทิ. อุปสงฺกมีติ โทมนสฺสาภิภูโต อาหิณฺฑนฺโต, ‘‘สุเขน วตายํ สมโณ นิสินฺโน’’ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมิ.

อชฺชสฏฺฐึ น ทิสฺสนฺตีติ อชฺช ฉทิวสมตฺตกา ปฏฺฐาย น ทิสฺสนฺติ. ปาปกาติ ลามกา ติลขาณุกา. เตน กิร ติลเขตฺเต วปิเต ตทเหว เทโว วสฺสิตฺวา ติเล ปํสุมฺหิ โอสีทาเปสิ, ปุปฺผํ วา ผลํ วา คเหตุํ นาสกฺขึสุ. เยปิ วฑฺฒึสุ, เตสํ อุปริ ปาณกา ปติตฺวา ปณฺณานิ ขาทึสุ, เอกปณฺณทุปณฺณา ขาณุกา อวสิสฺสึสุ. พฺราหฺมโณ เขตฺตํ โอโลเกตุํ คโต เต ทิสฺวา – ‘‘วฑฺฒิยา เม ติลา คหิตา, เตปิ นฏฺฐา’’ติ โทมนสฺสชาโต อโหสิ, ตํ คเหตฺวา อิมํ คาถมาห.

อุสฺโสฬฺหิกายาติ อุสฺสาเหน กณฺณนงฺคุฏฺฐาทีนิ อุกฺขิปิตฺวา วิจรนฺตา อุปฺปตนฺติ. ตสฺส กิร อนุปุพฺเพน โภเคสุ ปริกฺขีเณสุ ปกฺขิปิตพฺพสฺส อภาเวน ตุจฺฉโกฏฺฐา อเหสุํ. ตสฺส อิโต จิโต จ สตฺตหิ ฆเรหิ อาคตา มูสิกา เต ตุจฺฉโกฏฺเฐ ปวิสิตฺวา อุยฺยานกีฬํ กีฬนฺตา วิย นจฺจนฺติ, ตํ คเหตฺวา เอวมาห.

อุปฺปาฏเกหิ สญฺฉนฺโนติ อุปฺปาฏกปาณเกหิ สญฺฉนฺโน. ตสฺส กิร พฺราหฺมณสฺส สยนตฺถาย สนฺถตํ ติณปณฺณสนฺถารํ โกจิ อนฺตรนฺตรา ปฏิชคฺคนฺโต นตฺถิ. โส ทิวสํ อรญฺเญ กมฺมํ กตฺวา สายํ อาคนฺตฺวา ตสฺมึ นิปชฺชติ. อถสฺส อุปฺปาฏกปาณกา สรีรํ เอกจฺฉนฺนํ กโรนฺตา ขาทนฺติ, ตํ คเหตฺวา เอวมาห.

วิธวาติ มตปติกา. ยาว กิร ตสฺส พฺราหฺมณสฺส เคเห วิภวมตฺตา อโหสิ, ตาว ตา วิธวาปิ หุตฺวา ปติกุเลสุ วสิตุํ ลภึสุ. ยทา ปน โส นิทฺธโน ชาโต, ตทา ตา ‘‘ปิตุฆรํ คจฺฉถา’’ติ สสฺสุสสุราทีหิ นิกฺกฑฺฒิตา ตโต ตสฺเสว ฆรํ อาคนฺตฺวา วสนฺติโย พฺราหฺมณสฺส โภชนกาเล ‘‘คจฺฉถ อยฺยเกน สทฺธึ ภุญฺชถา’’ติ ปุตฺเต เปเสนฺติ, เตหิ ปาติยํ หตฺเถสุ โอตาริเตสุ พฺราหฺมโณ หตฺถสฺส โอกาสํ น ลภติ. ตํ คเหตฺวา อิมํ คาถมาห.

ปิงฺคลาติ กฬารปิงฺคลา. ติลกาหตาติ กาฬเสตาทิวณฺเณหิ ติลเกหิ อาหตคตฺตา. โสตฺตํ ปาเทน โพเธตีติ นิทฺทํ โอกฺกนฺตํ ปาเทน ปหริตฺวา ปโพเธติ. อยํ กิร พฺราหฺมโณ มูสิกสทฺเทน อุพฺพาโฬฺห อุปฺปาฏเกหิ จ ขชฺชมาโน สพฺพรตฺตึ นิทฺทํ อลภิตฺวา ปจฺจูสกาเล นิทฺทายติ. อถ นํ อกฺขีสุ นิมฺมิลิตมตฺเตเสฺวว – ‘‘กึ กโรสิ, พฺราหฺมณ, ปจฺฉา จ ปุพฺเพ จ คหิตสฺส อิณสฺส? วฑฺฒิ มตฺถกํ ปตฺตา, สตฺต ธีตโร โปเสตพฺพา. อิทานิ อิณายิกา อาคนฺตฺวา เคหํ ปริวาเรสฺสนฺติ, คจฺฉ กมฺมํ กโรหี’’ติ ปาเทน ปหริตฺวา ปโพเธติ. ตํ คเหตฺวา อิมํ คาถมาห.

อิณายิกาติ เยสํ อเนน หตฺถโต อิณํ คหิตํ. โส กิร กสฺสจิ หตฺถโต เอกํ กหาปณํ กสฺสจิ เทฺว กสฺสจิ ทส…เป… กสฺสจิ สตนฺติ เอวํ พหูนํ หตฺถโต อิณํ อคฺคเหสิ. เต ทิวา พฺราหฺมณํ อปสฺสนฺตา ‘‘เคหโต ตํ นิกฺขนฺตเมว คณฺหิสฺสามา’’ติ พลวปจฺจูเส คนฺตฺวา โจเทนฺติ. ตํ คเหตฺวา อิมํ คาถมาห.

ภควา เตน พฺราหฺมเณน อิมาหิ สตฺตหิ คาถาหิ ทุกฺเข กถิเต ‘‘ยํ ยํ, พฺราหฺมณ, ตยา ทุกฺขํ กถิตํ, สพฺพเมตํ มยฺหํ นตฺถี’’ติ ทสฺเสนฺโต ปฏิคาถาหิ พฺราหฺมณสฺส ธมฺมเทสนํ วฑฺเฒสิ. พฺราหฺมโณ ตา คาถา สุตฺวา ภควติ ปสนฺโน สรเณสุ ปติฏฺฐาย ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตํ ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺเต ภารทฺวาชโคตฺโตติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อลตฺถาติ ลภิ.

ตญฺจ ปน พฺราหฺมณํ ภควา ปพฺพาเชตฺวา อาทาย เชตวนํ คนฺตฺวา ปุนทิวเส เตน เถเรน ปจฺฉาสมเณน โกสลรญฺโญ เคหทฺวารํ อคมาสิ. ราชา ‘‘สตฺถา อาคโต’’ติ สุตฺวา ปาสาทา โอรุยฺห วนฺทิตฺวา หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา ตถาคตํ อุปริปาสาทํ อาโรเปตฺวา วราสเน นิสีทาเปตฺวา คนฺโธทเกน ปาเท โธวิตฺวา สตปากเตเลน มกฺเขตฺวา ยาคุํ อาหราเปตฺวา รชตทณฺฑํ สุวณฺณกฏจฺฉุํ คเหตฺวา สตฺถุ อุปนาเมสิ. สตฺถา ปตฺตํ ปิทหิ. ราชา ตถาคตสฺส ปาเทสุ ปติตฺวา, ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, โทโส อตฺถิ, ขมถา’’ติ อาห. นตฺถิ, มหาราชาติ. อถ กสฺมา ยาคุํ น คณฺหถาติ? ปลิโพโธ อตฺถิ, มหาราชาติ. กึ ปน, ภนฺเต, ยาคุํ อคณฺหนฺเตเหว ลภิตพฺโพ เอส ปลิโพโธ, ปฏิพโล อหํ ปลิโพธํ ทาตุํ, คณฺหถ, ภนฺเตติ. สตฺถา อคฺคเหสิ. มหลฺลกตฺเถโรปิ ทีฆรตฺตํ ฉาโต ยาวทตฺถํ ยาคุํ ปิวิ. ราชา ขาทนียโภชนียํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ภควา ตุเมฺห ปเวณิยา อาคเต โอกฺกากวํเส อุปฺปชฺชิตฺวา จกฺกวตฺติสิรึ ปหาย ปพฺพชิตฺวา โลเก อคฺคตํ ปตฺโต, โก นาม, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปลิโพโธ’’ติ? มหาราช, เอตสฺส มหลฺลกตฺเถรสฺส ปลิโพโธ อมฺหากํ ปลิโพธสทิโสวาติ.

ราชา เถรํ วนฺทิตฺวา – ‘‘โก, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปลิโพโธ’’ติ ปุจฺฉิ? อิณปลิโพโธ, มหาราชาติ. กิตฺตโก, ภนฺเตติ? คเณหิ, มหาราชาติ. รญฺโญ ‘‘เอกํ เทฺว สตํ สหสฺส’’นฺติ คเณนฺตสฺส องฺคุลิโย นปฺปโหนฺติ. อเถกํ ปุริสํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘คจฺฉ, ภเณ, นคเร เภรึ จราเปหิ ‘สพฺเพ พหุธีติกพฺราหฺมณสฺส อิณายิกา ราชงฺคเณ สนฺนิปตนฺตู’’ติ. มนุสฺสา เภรึ สุตฺวา สนฺนิปตึสุ. ราชา เตสํ หตฺถโต ปณฺณานิ อาหราเปตฺวา สพฺเพสํ อนูนํ ธนมทาสิ. ตตฺถ สุวณฺณเมว สตสหสฺสคฺฆนกํ อโหสิ. ปุน ราชา ปุจฺฉิ – ‘‘อญฺโญปิ อตฺถิ, ภนฺเต, ปลิโพโธ’’ติ. อิณํ นาม, มหาราช, ทตฺวา มุจฺจิตุํ สกฺกา, เอตา ปน สตฺต ทาริกา มหาปลิโพธา มยฺหนฺติ. ราชา ยานานิ เปเสตฺวา ตสฺส ธีตโร อาหราเปตฺวา อตฺตโน ธีตโร กตฺวา ตํ ตํ กุลฆรํ เปเสตฺวา, ‘‘อญฺโญปิ, ภนฺเต, อตฺถิ ปลิโพโธ’’ติ ปุจฺฉิ? พฺราหฺมณี, มหาราชาติ. ราชา ยานํ เปเสตฺวา, ตสฺส พฺราหฺมณึ อาหราเปตฺวา, อยฺยิกฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปุน ปุจฺฉิ – ‘‘อญฺโญปิ, ภนฺเต, อตฺถิ ปลิโพโธ’’ติ? นตฺถิ, มหาราชาติ วุตฺเต ราชาปิ จีวรทุสฺสานิ ทาเปตฺวา, ‘‘ภนฺเต, มม สนฺตกํ ตุมฺหากํ ภิกฺขุภาวํ ชานาถา’’ติ อาห. อาม, มหาราชาติ. อถ นํ ราชา อาห – ‘‘ภนฺเต, จีวรปิณฺฑปาตาทโยปิ สพฺเพ ปจฺจยา อมฺหากํ สนฺตกา ภวิสฺสนฺติ. ตุเมฺห ตถาคตสฺส มนํ คเหตฺวา สมณธมฺมํ กโรถา’’ติ. เถโร ตเถว อปฺปมตฺโต สมณธมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อาสวกฺขยํ ปตฺโตติ. ทสมํ.

ปฐโม วคฺโค.