๔. พกพฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา
๑๗๕. จตุตฺเถ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตนฺติ ลามิกา สสฺสตทิฏฺฐิ. อิทํ นิจฺจนฺติ อิทํ สห กาเยน พฺรหฺมฏฺฐานํ อนิจฺจํ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ วทติ. ธุวาทีนิ ตสฺเสว เววจนานิ. ตตฺถ ธุวนฺติ ถิรํ. สสฺสตนฺติ สทา วิชฺชมานํ. เกวลนฺติ อขณฺฑํ สกลํ. อจวนธมฺมนฺติ อจวนสภาวํ. อิทํ หิ น ชายตีติอาทีสุ อิมสฺมึ ฐาเน โกจิ ชายนโก วา ชียนโก วา มียนโก วา จวนโก วา อุปปชฺชนโก วา นตฺถิ, ตํ สนฺธาย วทติ. อิโต จ ปนญฺญนฺติ อิโต สหกายา พฺรหฺมฏฺฐานา อุตฺตริ อญฺญํ นิสฺสรณํ นาม นตฺถีติ. เอวมสฺส ถามคตา สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนา โหติ. เอวํวาที จ ปน โส อุปริ ติสฺโส ฌานภูมิโย จตฺตาโร มคฺเค จตฺตาริ ผลานิ นิพฺพานนฺติ สพฺพํ ปฏิพาหติ. กทา ปนสฺส สา ทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนาติ? ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺตกาเล. ทุติยชฺฌานภูมิยนฺติ เอเก.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – เหฏฺฐุปปตฺติโก กิเรส พฺรหฺมา อนุปฺปนฺเน พุทฺธุปฺปาเท อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานภูมิยํ เวหปฺผลพฺรหฺมโลเก ปญฺจกปฺปสติกํ อายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺติ. ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา เหฏฺฐุปปตฺติกํ กตฺวา ตติยชฺฌานํ ปณีตํ ภาเวตฺวา สุภกิณฺหพฺรหฺมโลเก จตุสฏฺฐิกปฺปํ อายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺติ. ตตฺถ ทุติยชฺฌานํ ภาเวตฺวา อาภสฺสเร อฏฺฐ กปฺเป อายุํ คเหตฺวา นิพฺพตฺติ. ตตฺถ ปฐมชฺฌานํ ภาเวตฺวา, ปฐมชฺฌานภูมิยํ กปฺปายุโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส ปฐมกาเล อตฺตนา กตกมฺมญฺจ นิพฺพตฺตฏฺฐานญฺจ อญฺญาสิ, กาเล ปน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต อุภยํ ปมุสฺสิตฺวา สสฺสตทิฏฺฐึ อุปฺปาเทสิ.
อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย คโต สมนฺนาคโต อญฺญาณี อนฺธีภูโต. ยตฺร หิ นามาติ โย นาม. วกฺขตีติ ภณติ. ‘‘ยตฺรา’’ติ นิปาตโยเคน ปน อนาคตวจนํ กตํ.
เอวํ วุตฺเต โส พฺรหฺมา ยถา นาม มคฺคโจโร เทฺว ตโย ปหาเร อธิวาเสนฺโต สหาเย อนาจิกฺขิตฺวาปิ อุตฺตรึ ปหารํ ปหริยมาโน ‘‘อสุโก จ อสุโก จ มยฺหํ สหาโย’’ติ อาจิกฺขติ, เอวเมว ภควตา สนฺตชฺชิยมาโน สตึ ลภิตฺวา, ‘‘ภควา มยฺหํ ปทานุปทํ เปกฺขนฺโต มํ นิปฺปีฬิตุกาโม’’ติ ภีโต อตฺตโน สหาเย อาจิกฺขนฺโต ทฺวาสตฺตตีติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โภ โคตม, มยํ ทฺวาสตฺตติ ชนา ปุญฺญกมฺมา เตน ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา. วสวตฺติโน สยํ อญฺเญสํ วเส อวตฺติตฺวา ปเร อตฺตโน วเส วตฺเตม, ชาติญฺจ ชรญฺจ อตีตา, อยํ โน เวเทหิ คตตฺตา ‘‘เวทคู’’ติ สงฺขํ คตา ภควา อนฺติมา พฺรหฺมุปปตฺติ. อสฺมาภิชปฺปนฺติ ชนา อเนกาติ อเนกชนา อเมฺห อภิชปฺปนฺติ. ‘‘อยํ โข ภวํ พฺรหฺมา, มหาพฺรหฺมา, อภิภู, อนภิภูโต, อญฺญทตฺถุทโส, วสวตฺตี, อิสฺสโร, กตฺตา, นิมฺมาตา, เสฏฺโฐ, สชิตา, วสี, ปิตา ภูตภพฺยาน’’นฺติ เอวํ ปตฺเถนฺติ ปิเหนฺตีติ.
อถ นํ ภควา อปฺปํ หิ เอตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอตนฺติ ยํ ตฺวํ อิธ ตว อายุํ ‘‘ทีฆ’’นฺติ มญฺญสิ, เอตํ อปฺปํ ปริตฺตกํ. สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานนฺติ นิรพฺพุทคณนาย สตสหสฺสนิรพฺพุทานํ. อายุํ ปชานามีติ, ‘‘อิทานิ ตว อวสิฏฺฐํ เอตฺตกํ อายู’’ติ อหํ ชานามิ. อนนฺตทสฺสี ภควา หมสฺมีติ, ภควา, ตุเมฺห ‘‘อหํ อนนฺตทสฺสี ชาติอาทีนิ อุปาติวตฺโต’’ติ วทถ. กึ เม ปุราณนฺติ, ยทิ ตฺวํ อนนฺตทสฺสี, เอวํ สนฺเต อิทํ เม อาจิกฺข, กึ มยฺหํ ปุราณํ? วตสีลวตฺตนฺติ สีลเมว วุจฺจติ. ยมหํ วิชญฺญาติ ยํ อหํ ตยา กถิตํ ชาเนยฺยํ, ตํ เม อาจิกฺขาติ วทติ.
อิทานิสฺส อาจิกฺขนฺโต ภควา ยํ ตฺวํ อปาเยสีติอาทิมาห. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ปุพฺเพ กิเรส กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา – ‘‘ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสามี’’ติ นิกฺขมฺม อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อภิญฺญาปาทกชฺฌานสฺส ลาภี หุตฺวา คงฺคาตีเร ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา ฌานรติยา วีตินาเมติ. ตทา จ กาเลนกาลํ สตฺถวาหา ปญฺจหิ สกฏสเตหิ มรุกนฺตารํ ปฏิปชฺชนฺติ. มรุกนฺตาเร ปน ทิวา น สกฺกา คนฺตุํ, รตฺตึ คมนํ โหติ. อถ ปุริมสกฏสฺส อคฺคยุเค ยุตฺตพลิพทฺทา คจฺฉนฺตา คจฺฉนฺตา นิวตฺติตฺวา อาคตมคฺคาภิมุขา อเหสุํ, สพฺพสกฏานิ ตเถว นิวตฺติตฺวา อรุเณ อุคฺคเต นิวตฺติตภาวํ ชานึสุ. เตสญฺจ ตทา กนฺตารํ อติกฺกมนทิวโส อโหสิ. สพฺพํ ทารุทกํ ปริกฺขีณํ – ตสฺมา ‘‘นตฺถิ ทานิ อมฺหากํ ชีวิต’’นฺติ จินฺเตตฺวา, โคเณ จกฺเกสุ พนฺธิตฺวา, มนุสฺสา สกฏจฺฉายํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชึสุ.
ตาปโสปิ กาลสฺเสว ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร นิสินฺโน คงฺคํ โอโลกยมาโน อทฺทส คงฺคํ มหตา อุทโกเฆน ปูริยมานํ ปวตฺติตมณิกฺขนฺธํ วิย อาคจฺฉนฺตํ, ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข อิมสฺมึ โลเก เอวรูปสฺส มธุโรทกสฺส อลาเภน กิลิสฺสมานา สตฺตา’’ติ? โส เอวํ อาวชฺเชนฺโต มรุกนฺตาเร ตํ สตฺถํ ทิสฺวา ‘อิเม สตฺตา มา นสฺสนฺตู’ติ ‘‘อิโต จิโต จ มหาอุทกกฺขนฺโธ ฉิชฺชิตฺวา มรุกนฺตาเร สตฺถาภิมุโข คจฺฉตู’’ติ อภิญฺญาจิตฺเตน อธิฏฺฐาสิ. สห จิตฺตุปฺปาเทน มาติการุฬฺหํ วิย อุทกํ ตตฺถ อคมาสิ. มนุสฺสา อุทกสทฺเทน วุฏฺฐาย อุทกํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา นฺหายิตฺวา ปิวิตฺวา โคเณปิ ปาเยตฺวา โสตฺถินา อิจฺฉิตฏฺฐานํ อคมํสุ. สตฺถา ตํ พฺรหฺมุโน ปุพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห. ตตฺถ อปาเยสีติ ปาเยสิ. อ-กาโร นิปาตมตฺตํ. คมฺมนีติ คิเมฺห. สมฺปเรเตติ คิมฺหาตเปน ผุฏฺเฐ อนุคเต.
อปรสฺมิมฺปิ สมเย ตาปโส คงฺคาตีเร ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา อรญฺญคามกํ นิสฺสาย วสติ. เตน จ สมเยน โจรา ตํ คามํ ปหริตฺวา หตฺถสารํ คเหตฺวา คาวิโย จ กรมเร จ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. คาโวปิ สุนขาปิ มนุสฺสาปิ มหาวิรวํ วิรวนฺติ. ตาปโส ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘กินฺนุ โข เอต’’นฺติ? อาวชฺเชนฺโต ‘‘มนุสฺสานํ ภยํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ญตฺวา ‘‘มยิ ปสฺสนฺเต อิเม สตฺตา มา นสฺสนฺตู’’ติ อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อภิญฺญาจิตฺเตน โจรานํ ปฏิปเถ จตุรงฺคินึ เสนํ มาเปสิ. กมฺมสชฺชา อาคจฺฉนฺตา โจรา ทิสฺวา, ‘‘ราชา มญฺเญ อาคโต’’ติ วิโลปํ ฉฑฺเฑตฺวา ปกฺกมึสุ. ตาปโส ‘‘ยํ ยสฺส สนฺตกํ, ตํ ตสฺเสว โหตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ, ตํ ตเถว อโหสิ. มหาชโน โสตฺถิภาวํ ปาปุณิ. สตฺถา อิทมฺปิ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ เอณิกูลสฺมินฺติ คงฺคาตีเร. คยฺหกํ นียมานนฺติ คเหตฺวา นียมานํ, กรมรํ นียมานนฺติปิ อตฺโถ.
ปุน เอกสฺมึ สมเย อุปริคงฺคาวาสิกํ เอกํ กุลํ เหฏฺฐาคงฺคาวาสิเกน กุเลน สทฺธึ มิตฺตสนฺถวํ กตฺวา, นาวาสงฺฆาฏํ พนฺธิตฺวา, พหุํ ขาทนียญฺเจว โภชนียญฺจ คนฺธมาลาทีนิ จ อาโรเปตฺวา คงฺคาโสเตน อาคจฺฉติ. มนุสฺสา ขาทมานา ภุญฺชมานา นจฺจนฺตา คายนฺตา เทววิมาเนน คจฺฉนฺตา วิย พลวโสมนสฺสา อเหสุํ. คงฺเคยฺยโก นาโค ทิสฺวา กุปิโต ‘‘อิเม มยิ สญฺญมฺปิ น กโรนฺติ. อิทานิ เน สมุทฺทเมว ปาเปสฺสามี’’ติ มหนฺตํ อตฺตภาวํ มาเปตฺวา อุทกํ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา อุฏฺฐาย ผณํ กตฺวา, สุสุการํ กโรนฺโต อฏฺฐาสิ. มหาชโน ทิสฺวา ภีโต วิสฺสรมกาสิ. ตาปโส ปณฺณสาลายํ นิสินฺโน สุตฺวา, ‘‘อิเม คายนฺตา นจฺจนฺตา โสมนสฺสชาตา อาคจฺฉนฺติ. อิทานิ ปน ภยรวํ รวึสุ, กินฺนุ โข’’ติ? อาวชฺเชนฺโต นาคราชํ ทิสฺวา, ‘‘มยิ ปสฺสนฺเต สตฺตา มา นสฺสนฺตู’’ติ อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อตฺตภาวํ ปชหิตฺวา สุปณฺณวณฺณํ มาเปตฺวา นาคราชสฺส ทสฺเสสิ. นาคราชา ภีโต ผณํ สํหริตฺวา อุทกํ ปวิฏฺโฐ, มหาชโน โสตฺถิภาวํ ปาปุณิ. สตฺถา อิทมฺปิ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺโต ตติยํ คาถมาห. ตตฺถ ลุทฺเทนาติ ทารุเณน. มนุสฺสกมฺยาติ มนุสฺสกามตาย, มนุสฺเส วิเหเฐตุกามตายาติ อตฺโถ.
อปรสฺมิมฺปิ สมเย เอส อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา เกสโว นาม ตาปโส อโหสิ. เตน สมเยน อมฺหากํ โพธิสตฺโต กปฺโป นาม มาณโว เกสวสฺส พทฺธจโร อนฺเตวาสิโก หุตฺวา อาจริยสฺส กึการปฏิสฺสาวี มนาปจารี พุทฺธิสมฺปนฺโน อตฺถจโร อโหสิ. เกสโว เตน วินา วสิตุํ น สกฺโกติ, ตํ นิสฺสาเยว ชีวิกํ กปฺเปสิ. สตฺถา อิทมฺปิ ตสฺส ปุพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห.
ตตฺถ พทฺธจโรติ อนฺเตวาสิโก, โส ปน เชฏฺฐนฺเตวาสิโก อโหสิ. สมฺพุทฺธิมนฺตํ วตินํ อมญฺญีติ, ‘‘สมฺมา พุทฺธิมา วตสมฺปนฺโน อย’’นฺติ เอวํ มญฺญมาโน กปฺโป ตว อนฺเตวาสิโก อโหสึ อหํ โส เตน สมเยนาติ ทสฺเสติ. อญฺเญปิ ชานาสีติ น เกวลํ มยฺหํ อายุเมว, อญฺเญปิ ตฺวํ ชานาสิเยว. ตถา หิ พุทฺโธติ ตถา หิ ตฺวํ พุทฺโธ, ยสฺมา พุทฺโธ, ตสฺมา ชานาสีติ อตฺโถ. ตถา หิ ตฺยายํ ชลิตานุภาโวติ ยสฺมา จ ตฺวํ พุทฺโธ, ตสฺมา เต อยํ ชลิโต อานุภาโว. โอภาสยํ ติฏฺฐตีติ สพฺพํ พฺรหฺมโลกํ โอภาสยนฺโต ติฏฺฐติ. จตุตฺถํ.