๕. อญฺญตรพฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา
๑๗๖. ปญฺจเม เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวาติ เตโชกสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย, ‘‘สรีรโต ชาลา นิกฺขมนฺตู’’ติ อธิฏฺฐหนฺโต อธิฏฺฐานจิตฺตานุภาเวน สกลสรีรโต ชาลา นิกฺขมนฺติ, เอวํ เตโชธาตุํ สมาปนฺโน นาม โหติ, ตถา สมาปชฺชิตฺวา. ตสฺมึ พฺรหฺมโลเกติ กสฺมา เถโร ตตฺถ อคมาสิ? เถรสฺส กิร เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ตสฺส พฺรหฺมุโน อุปริ นิสินฺนํ ตถาคตํ ทิสฺวา ‘‘อฏฺฐิเวธี อยํ ปุคฺคโล, มยาเปตฺถ คนฺตพฺพ’’นฺติ อโหสิ, ตสฺมา อคมาสิ. เสสานํ คมเนปิ เอเสว นโย. โส หิ พฺรหฺมา ตถาคตสฺส เจว ตถาคตสาวกานญฺจ อานุภาวํ อทิสฺวา อภพฺโพ วินยํ อุปคนฺตุํ, เตน โส สนฺนิปาโต อโหสิ. ตตฺถ ตถาคตสฺส สรีรโต อุคฺคตชาลา สกลพฺรหฺมโลกํ อติกฺกมิตฺวา อชฏากาเส ปกฺขนฺทา, ตา จ ปน ฉพฺพณฺณา อเหสุํ, ตถาคตสฺส สาวกานํ อาภา ปกติวณฺณาว.
ปสฺสสิ วีติวตฺตนฺตนฺติ อิมสฺมึ พฺรหฺมโลเก อญฺญพฺรหฺมสรีรวิมานาลงฺการาทีนํ ปภา อติกฺกมมานํ พุทฺธสฺส ภควโต ปภสฺสรํ ปภํ ปสฺสสีติ ปุจฺฉติ. น เม, มาริส, สา ทิฏฺฐีติ ยา เมสา, ‘‘อิธาคนฺตุํ สมตฺโถ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา นตฺถี’’ติ ปุเร ทิฏฺฐิ, นตฺถิ เม สา. กถํ วชฺชนฺติ เกน การเณน วเทยฺยํ. นิจฺโจมฺหิ สสฺสโตติ อิมสฺส กิร พฺรหฺมุโน ลทฺธิทิฏฺฐิ สสฺสตทิฏฺฐิ จาติ เทฺว ทิฏฺฐิโย. ตตฺราสฺส ตถาคตญฺเจว ตถาคตสาวเก จ ปสฺสโต ลทฺธิทิฏฺฐิ ปหีนา. ภควา ปเนตฺถ มหนฺตํ ธมฺมเทสนํ เทเสสิ. พฺรหฺมา เทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. อิติสฺส มคฺเคน สสฺสตทิฏฺฐิ ปหีนา, ตสฺมา เอวมาห.
พฺรหฺมปาริสชฺชนฺติ พฺรหฺมปาริจาริกํ. เถรานญฺหิ ภณฺฑคาหกทหรา วิย พฺรหฺมานมฺปิ ปาริสชฺชา พฺรหฺมาโน นาม โหนฺติ. เตนุปสงฺกมาติ กสฺมา เถรสฺเสว สนฺติกํ เปเสสิ? เถเร กิรสฺส ตตฺตเกเนว กถาสลฺลาเปน วิสฺสาโส อุทปาทิ, ตสฺมา ตสฺเสว สนฺติกํ เปเสสิ อญฺเญปีติ ยถา ตุเมฺห จตฺตาโร ชนา, กินฺนุ โข เอวรูปา อญฺเญปิ อตฺถิ, อุทาหุ ตุเมฺห จตฺตาโร เอว มหิทฺธิกาติ? เตวิชฺชาติ ปุพฺเพนิวาสทิพฺพจกฺขุอาสวกฺขยสงฺขาตาหิ ตีหิ วิชฺชาหิ สมนฺนาคตา. อิทฺธิปตฺตาติ อิทฺธิวิธญาณํ ปตฺตา. เจโตปริยายโกวิทาติ ปเรสํ จิตฺตาจาเร กุสลา. เอวเมตฺถ ปญฺจ อภิญฺญาปิ สรูเปน วุตฺตา. ทิพฺพโสตํ ปน ตาสํ วเสน อาคตเมว โหติ. พหูติ เอวรูปา ฉฬภิญฺญา พุทฺธสาวกา พหู คณนปถํ อติกฺกนฺตา, สกลํ ชมฺพุทีปํ กาสาวปชฺโชตํ กตฺวา วิจรนฺตีติ. ปญฺจมํ.