๒. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา
๑๕๘. ทุติเย ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เมติ เอวรูปสฺส สตฺถุ เจว ธมฺมสฺส จ สพฺรหฺมจารีนญฺจ ลทฺธตฺตา มยฺหํ ลาภา มยฺหํ สุลทฺธนฺติ. โส กิรายสฺมา ปจฺฉา มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสิตฺวา ‘‘อรหตฺตํ คเหสฺสามี’’ติ ปาสาทิกํ ตาว กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา พุทฺธธมฺมสงฺฆคุเณ อาวชฺเชตฺวา จิตฺตกลฺลตํ อุปฺปาเทตฺวา จิตฺตํ หาเสตฺวา โตเสตฺวา นิสินฺโน. เตนสฺส เอวมโหสิ. อุปสงฺกมีติ ‘‘อยํ สมิทฺธิ ภิกฺขุ ปาสาทิกํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺนสทิโส, ยาว มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรหตฺตํ น คณฺหาติ, ตาวสฺส อนฺตรายํ กริสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ. คจฺฉ ตฺวนฺติ สตฺถา สกลชมฺพุทีปํ โอโลเกนฺโต ‘‘ตสฺมึเยว ฐาเน ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายํ ภวิสฺสตี’’ติ อทฺทส, ตสฺมา เอวมาห. สติปญฺญา จ เม พุทฺธาติ มยา สติ จ ปญฺญา จ ญาตา. กรสฺสุ รูปานีติ พหูนิปิ วิภึสการหานิ รูปานิ กรสฺสุ. เนว มํ พฺยาธยิสฺสสีติ มํ เนว เวธยิสฺสสิ น กมฺปสฺเสสิ. ทุติยํ.