๓. ตติยวคฺโค

๑. สมฺพหุลสุตฺตวณฺณนา

๑๕๗. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ชฏณฺฑุเวนาติ ชฏาจุมฺพฏเกน. อชินกฺขิปนิวตฺโถติ สขุรํ อชินจมฺมํ เอกํ นิวตฺโถ เอกํ ปารุโต. อุทุมฺพรทณฺฑนฺติ อปฺปิจฺฉภาวปฺปกาสนตฺถํ อีสกํ วงฺกํ อุทุมฺพรทณฺฑํ คเหตฺวา. เอตทโวจาติ โลเก พฺราหฺมณสฺส วจนํ นาม สุสฺสูสนฺติ, พฺราหฺมเณสุปิ ปพฺพชิตสฺส, ปพฺพชิเตสุปิ มหลฺลกสฺสาติ มหลฺลกพฺราหฺมณสฺส ปพฺพชิตเวสํ คเหตฺวา ปธานภูมิยํ กมฺมํ กโรนฺเต เต ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา เอตํ ‘‘ทหรา ภวนฺโต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. โอกมฺเปตฺวาติ หนุเกน อุรํ ปหรนฺโต อโธนตํ กตฺวา. ชิวฺหํ นิลฺลาเลตฺวาติ กพรมหาชิวฺหํ นีหริตฺวา อุทฺธมโธ อุภยปสฺเสสุ จ ลาเลตฺวา. ติวิสาขนฺติ ติสาขํ. นลาฏิกนฺติ ภกุฏึ, นลาเฏ อุฏฺฐิตํ วลิตฺตยนฺติ อตฺโถ. ปกฺกามีติ ตุเมฺห ชานนฺตานํ วจนํ อกตฺวา อตฺตโนว เตเล ปจฺจิสฺสถาติ วตฺวา เอกํ มคฺคํ คเหตฺวา คโต. ปฐมํ.

๒. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา

๑๕๘. ทุติเย ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เมติ เอวรูปสฺส สตฺถุ เจว ธมฺมสฺส จ สพฺรหฺมจารีนญฺจ ลทฺธตฺตา มยฺหํ ลาภา มยฺหํ สุลทฺธนฺติ. โส กิรายสฺมา ปจฺฉา มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสิตฺวา ‘‘อรหตฺตํ คเหสฺสามี’’ติ ปาสาทิกํ ตาว กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา พุทฺธธมฺมสงฺฆคุเณ อาวชฺเชตฺวา จิตฺตกลฺลตํ อุปฺปาเทตฺวา จิตฺตํ หาเสตฺวา โตเสตฺวา นิสินฺโน. เตนสฺส เอวมโหสิ. อุปสงฺกมีติ ‘‘อยํ สมิทฺธิ ภิกฺขุ ปาสาทิกํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺนสทิโส, ยาว มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรหตฺตํ น คณฺหาติ, ตาวสฺส อนฺตรายํ กริสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ. คจฺฉ ตฺวนฺติ สตฺถา สกลชมฺพุทีปํ โอโลเกนฺโต ‘‘ตสฺมึเยว ฐาเน ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายํ ภวิสฺสตี’’ติ อทฺทส, ตสฺมา เอวมาห. สติปญฺญา จ เม พุทฺธาติ มยา สติ จ ปญฺญา จ ญาตา. กรสฺสุ รูปานีติ พหูนิปิ วิภึสการหานิ รูปานิ กรสฺสุ. เนว มํ พฺยาธยิสฺสสีติ มํ เนว เวธยิสฺสสิ น กมฺปสฺเสสิ. ทุติยํ.

๓. โคธิกสุตฺตวณฺณนา

๑๕๙. ตติเย อิสิคิลิปสฺเสติ อิสิคิลิสฺส นาม ปพฺพตสฺส ปสฺเส. กาฬสิลายนฺติ กาฬวณฺณาย สิลายํ. สามยิกํ เจโตวิมุตฺตินฺติ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจติ, อารมฺมเณ จ อธิมุจฺจตีติ โลกิยสมาปตฺติ สามยิกา เจโตวิมุตฺติ นาม. ผุสีติ ปฏิลภิ. ปริหายีติ กสฺมา ยาว ฉฏฺฐํ ปริหายิ? สาพาธตฺตา. เถรสฺส กิร วาตปิตฺตเสมฺหวเสน อนุสายิโก อาพาโธ อตฺถิ, เตน สมาธิสฺส สปฺปาเย อุปการกธมฺเม ปูเรตุํ น สกฺโกติ, อปฺปิตปฺปิตาย สมาปตฺติยา ปริหายติ.

ยํนูนาหํ สตฺถํ อาหเรยฺยนฺติ โส กิร จินฺเตสิ, ยสฺมา ปริหีนชฺฌานสฺส กาลงฺกโรโต อนิพทฺธา คติ โหติ, อปริหีนชฺฌานสฺส นิพทฺธา คติ โหติ, พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา สตฺถํ อาหริตุกาโม อโหสิ. อุปสงฺกมีติ – ‘‘อยํ สมโณ สตฺถํ อาหริตุกาโม, สตฺถาหรณญฺจ นาเมตํ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขสฺส โหติ. โย เอวํ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺโข โหติ, โส มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสิตฺวา อรหตฺตมฺปิ คเหตุํ สมตฺโถ โหติ, มยา ปน ปฏิพาหิโตปิ เอส น โอรมิสฺสติ, สตฺถารา ปฏิพาหิโต โอรมิสฺสตี’’ติ เถรสฺส อตฺถกาโม วิย หุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

ชลาติ ชลมานา. ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา ตว ปาเท วนฺทามิ. ชุตินฺธราติ อานุภาวธรา. อปฺปตฺตมานโสติ อปฺปตฺตอรหตฺโต. เสโขติ สีลาทีนิ สิกฺขมาโน สกรณีโย. ชเน สุตาติ ชเน วิสฺสุตา. สตฺถํ อาหริตํ โหตีติ เถโร กิร ‘‘กึ มยฺหํ อิมินา ชีวิเตนา’’ติ? อุตฺตาโน นิปชฺชิตฺวา สตฺเถน คลนาฬึ ฉินฺทิ, ทุกฺขา เวทนา อุปฺปชฺชึสุ. เถโร เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา ตํเยว เวทนํ ปริคฺคเหตฺวา สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา สมสีสี หุตฺวา ปรินิพฺพายิ. สมสีสี นาม ติวิโธ โหติ อิริยาปถสมสีสี, โรคสมสีสี, ชีวิตสมสีสีติ.

ตตฺถ โย ฐานาทีสุ อิริยาปเถสุ อญฺญตรํ อธิฏฺฐาย – ‘‘อิมํ อโกเปตฺวาว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปติ, อถสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ จ อิริยาปถโกปนญฺจ เอกปฺปหาเรเนว โหติ. อยํ อิริยาปถสมสีสี นาม. โย ปน จกฺขุโรคาทีสุ อญฺญตรสฺมึ สติ – ‘‘อิโต อนุฏฺฐิโตว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปติ, อถสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ จ โรคโต วุฏฺฐานญฺจ เอกปฺปหาเรเนว โหติ. อยํ โรคสมสีสี นาม. เกจิ ปน ตสฺมึเยว อิริยาปเถ ตสฺมิญฺจ โรเค ปรินิพฺพานวเสเนตฺถ สมสีสิตํ ปญฺญาเปนฺติ. ยสฺส ปน อาสวกฺขโย จ ชีวิตกฺขโย จ เอกปฺปหาเรเนว โหติ. อยํ ชีวิตสมสีสี นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ยสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ อาสวปริยาทานญฺจ โหติ ชีวิตปริยาทานญฺจ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สมสีสี’’ติ (ปุ. ป. ๑๖).

เอตฺถ จ ปวตฺติสีสํ กิเลสสีสนฺติ เทฺว สีสานิ. ตตฺถ ปวตฺติสีสํ นาม ชีวิตินฺทฺริยํ, กิเลสสีสํ นาม อวิชฺชา. เตสุ ชีวิตินฺทฺริยํ จุติจิตฺตํ เขเปติ, อวิชฺชา มคฺคจิตฺตํ. ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ เอกโต อุปฺปาโท นตฺถิ. มคฺคานนฺตรํ ปน ผลํ, ผลานนฺตรํ ภวงฺคํ, ภวงฺคโต วุฏฺฐาย ปจฺจเวกฺขณํ, ตํ ปริปุณฺณํ วา โหติ อปริปุณฺณํ วา. ติขิเณน อสินา สีเส ฉิชฺชนฺเตปิ หิ เอโก วา เทฺว วา ปจฺจเวกฺขณวารา อวสฺสํ อุปฺปชฺชนฺติเยว, จิตฺตานํ ปน ลหุปริวตฺติตาย อาสวกฺขโย จ ชีวิตปริยาทานญฺจ เอกกฺขเณ วิย ปญฺญายติ.

สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺหาติ อวิชฺชามูเลน สมูลกํ ตณฺหํ อรหตฺตมคฺเคน อุปฺปาเฏตฺวา. ปรินิพฺพุโตติ อนุปาทิเสสนิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต.

วิวตฺตกฺขนฺธนฺติ ปริวตฺตกฺขนฺธํ. เสมานนฺติ อุตฺตานํ หุตฺวา สยิตํ โหติ. เถโร ปน กิญฺจาปิ อุตฺตานโก สยิโต, ตถาปิสฺส ทกฺขิเณน ปสฺเสน ปริจิตสยนตฺตา สีสํ ทกฺขิณโตว ปริวตฺติตฺวา ฐิตํ. ธูมายิตตฺตนฺติ ธูมายิตภาวํ. ตสฺมึ หิ ขเณ ธูมวลาหกา วิย ติมิรวลาหกา วิย จ อุฏฺฐหึสุ. วิญฺญาณํ สมเนฺวสตีติ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ ปริเยสติ. อปฺปติฏฺฐิเตนาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน อปฺปติฏฺฐิเตน, อปฺปติฏฺฐิตการณาติ อตฺโถ. เพลุวปณฺฑุวีณนฺติ เพลุวปกฺกํ วิย ปณฺฑุวณฺณํ สุวณฺณมหาวีณํ. อาทายาติ กจฺเฉ ฐเปตฺวา. อุปสงฺกมีติ ‘‘โคธิกตฺเถรสฺส นิพฺพตฺตฏฺฐานํ น ชานามิ, สมณํ โคตมํ ปุจฺฉิตฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสามี’’ติ ขุทฺทกทารกวณฺณี หุตฺวา อุปสงฺกมิ. นาธิคจฺฉามีติ น ปสฺสามิ. โสกปเรตสฺสาติ โสเกน ผุฏฺฐสฺส. อภสฺสถาติ ปาทปิฏฺฐิยํ ปติตา. ตติยํ.

๔. สตฺตวสฺสานุพนฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๖๐. จตุตฺเถ สตฺต วสฺสานีติ ปุเร โพธิยา ฉพฺพสฺสานิ, โพธิโต ปจฺฉา เอกํ วสฺสํ. โอตาราเปกฺโขติ ‘‘สเจ สมณสฺส โคตมสฺส กายทฺวาราทีสุ กิญฺจิเทว อนนุจฺฉวิกํ ปสฺสามิ, โจเทสฺสามิ น’’นฺติ เอวํ วิวรํ อเปกฺขมาโน. อลภมาโนติ รถเรณุมตฺตมฺปิ อวกฺขลิตํ อปสฺสนฺโต. เตนาห –

‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;

โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘);

อุปสงฺกมีติ ‘‘อชฺช สมณํ โคตมํ อติคเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ.

ฌายสีติ ฌายนฺโต อวชฺฌายนฺโต นิสินฺโนสีติ วทติ. วิตฺตํ นุ ชีโนติ สตํ วา สหสฺสํ วา ชิโตสิ นุ. อาคุํ นุ คามสฺมินฺติ, กึ นุ อนฺโตคาเม ปมาณาติกฺกนฺตํ ปาปกมฺมํ อกาสิ, เยน อญฺเญสํ มุขํ โอโลเกตุํ อวิสหนฺโต อรญฺเญ วิจรสิ? สกฺขินฺติ มิตฺตภาวํ.

ปลิขายาติ ขณิตฺวา. ภวโลภชปฺปนฺติ ภวโลภสงฺขาตํ ตณฺหํ. อนาสโว ฌายามีติ นิตฺตโณฺห หุตฺวา ทฺวีหิ ฌาเนหิ ฌายามิ. ปมตฺตพนฺธูติ มารํ อาลปติ. โส หิ เยเกจิ โลเก ปมตฺตา, เตสํ พนฺธุ.

สเจ มคฺคํ อนุพุทฺธนฺติ ยทิ ตยา มคฺโค อนุพุทฺโธ. อเปหีติ อปยาหิ. อมจฺจุเธยฺยนฺติ มจฺจุโน อโนกาสภูตํ นิพฺพานํ. ปารคามิโนติ เยปิ ปารํ คตา, เตปิ ปารคามิโน. เยปิ ปารํ คจฺฉิสฺสนฺติ, เยปิ ปารํ คนฺตุกามา, เตปิ ปารคามิโน.

วิสูกายิกานีติ มารวิสูกานิ. วิเสวิตานีติ วิรุทฺธเสวิตานิ, ‘‘อปฺปมายุ มนุสฺสานํ, อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา’’ติ วุตฺเต. ‘‘ทีฆมายุ มนุสฺสานํ, นาจฺจยนฺติ อโหรตฺตา’’ติอาทีนิ ปฏิโลมการณานิ. วิปฺผนฺทิตานีติ, ตมฺหิ ตมฺหิ กาเล หตฺถิราชวณฺณสปฺปวณฺณาทิทสฺสนานิ. นิพฺเพชนียาติ อุกฺกณฺฐนียา.

อนุปริยคาติอาทีสุ กิญฺจาปิ อตีตวจนํ กตํ, อตฺโถ ปน วิกปฺปวเสน เวทิตพฺโพ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เมทวณฺณํ ปาสาณํ วายโส ทิสฺวา – ‘‘อปิ นาเมตฺถ มุทุํ วินฺเทยฺยาม, อปิ อสฺสาโท สิยา’’ติ อนุปริคจฺเฉยฺย, อถ โส ตตฺถ อสฺสาทํ อลภิตฺวาว วายโส เอตฺโต อปกฺกเมยฺย, ตโต ปาสาณา อปคจฺเฉยฺย, เอวํ มยมฺปิ โส กาโก วิย เสลํ โคตมํ อาสชฺช อสฺสาทํ วา สนฺถวํ วา อลภนฺตา โคตมา นิพฺพินฺทิตฺวา อปคจฺฉาม. จตุตฺถํ.

๕. มารธีตุสุตฺตวณฺณนา

๑๖๑. ปญฺจเม อภาสิตฺวาติ เอตฺถ อ-กาโร นิปาตมตฺตํ, ภาสิตฺวาติ อตฺโถ. อภาสยิตฺวาติปิ ปาโฐ. อุปสงฺกมึสูติ ‘‘โคปาลกทารกํ วิย ทณฺฑเกน ภูมึ เลขํ ทตฺวา อติวิย ทุมฺมโน หุตฺวา นิสินฺโน. ‘กินฺนุ โข การณ’นฺติ? ปุจฺฉิตฺวา, ชานิสฺสามา’’ติ อุปสงฺกมึสุ.

โสจสีติ จินฺเตสิ. อารญฺญมิว กุญฺชรนฺติ ยถา อรญฺญโต เปสิตคณิการหตฺถินิโย อารญฺญกํ กุญฺชรํ อิตฺถิกุตฺตทสฺสเนน ปโลเภตฺวา พนฺธิตฺวา อานยนฺติ, เอวํ อานยิสฺสาม. มารเธยฺยนฺติ เตภูมกวฏฺฏํ.

อุปสงฺกมึสูติ – ‘‘ตุเมฺห โถกํ อธิวาเสถ, มยํ ตํ อาเนสฺสามา’’ติ ปิตรํ สมสฺสาเสตฺวา อุปสงฺกมึสุ. อุจฺจาวจาติ นานาวิธา. เอกสตํ เอกสตนฺติ เอเกกํ สตํ สตํ กตฺวา. กุมาริวณฺณสตนฺติ อิมินา นเยน กุมาริอตฺตภาวานํ สตํ.

อตฺถสฺส ปตฺตึ หทยสฺส สนฺตินฺติ, ทฺวีหิปิ ปเทหิ อรหตฺตเมว กเถสิ. เสนนฺติ กิเลสเสนํ. สา หิ ปิยรูปสาตรูปา นาม. เอกาหํ ฌายนฺติ เอโก อหํ ฌายนฺโต. สุขมนุโพธินฺติ อรหตฺตสุขํ อนุพุชฺฌึ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปิยรูปํ สาตรูปํ เสนํ ชินิตฺวา อหํ เอโก ฌายนฺโต ‘‘อตฺถสฺส ปตฺตึ หทยสฺส สนฺติ’’นฺติ สงฺขํ คตํ อรหตฺตสุขํ อนุพุชฺฌึ. ตสฺมา ชเนน มิตฺตสนฺถวํ น กโรมิ, เตเนว จ เม การเณน เกนจิ สทฺธึ สกฺขี น สมฺปชฺชตีติ.

กถํวิหารีพหุโลติ กตเมน วิหาเรน พหุลํ วิหรนฺโต. อลทฺธาติ อลภิตฺวา. โยติ นิปาตมตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กตเมน ฌาเนน พหุลํ ฌายนฺตํ ตํ ปุคฺคลํ กามสญฺญา อลภิตฺวาว ปริพาหิรา โหนฺตีติ.

ปสฺสทฺธกาโยติ จตุตฺถชฺฌาเนน อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส ปสฺสทฺธตฺตา ปสฺสทฺธกาโย. สุวิมุตฺตจิตฺโตติ อรหตฺตผลวิมุตฺติยา สุฏฺฐุ วิมุตฺตจิตฺโต. อสงฺขราโนติ ตโย กมฺมาภิสงฺขาเร อนภิสงฺขโรนฺโต. อโนโกติ อนาลโย. อญฺญาย ธมฺมนฺติ จตุสจฺจธมฺมํ ชานิตฺวา. อวิตกฺกฌายีติ อวิตกฺเกน จตุตฺถชฺฌาเนน ฌายนฺโต. น กุปฺปตีติอาทีสุ โทเสน น กุปฺปติ, ราเคน น สรติ, โมเหน น ถีโน. อิเมสุ ตีสุ มูลกิเลเสสุ คหิเตสุ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ คหิตเมว โหติ. ปฐมปเทน วา พฺยาปาทนีวรณํ คหิตํ, ทุติเยน กามจฺฉนฺทนีวรณํ, ตติเยน ถินํ อาทึ กตฺวา เสสนีวรณานิ. อิติ อิมินา นีวรณปฺปหาเนน ขีณาสวํ ทสฺเสติ.

ปญฺโจฆติณฺโณติ ปญฺจทฺวาริกํ กิเลโสฆํ ติณฺโณ. ฉฏฺฐนฺติ มโนทฺวาริกมฺปิ ฉฏฺฐํ กิเลโสฆํ อตริ. ปญฺโจฆคฺคหเณน วา ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ, ฉฏฺฐคฺคหเณน ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ เวทิตพฺพานิ. คณสงฺฆจารีติ คเณ จ สงฺเฆ จ จรตีติ สตฺถา คณสงฺฆจารี นาม. อทฺธา จริสฺสนฺตีติ อญฺเญปิ สทฺธา พหุชนา เอกํเสน จริสฺสนฺติ. อยนฺติ อยํ สตฺถา. อโนโกติ อนาลโย.

อจฺเฉชฺช เนสฺสตีติ อจฺฉินฺทิตฺวา นยิสฺสติ, มจฺจุราชสฺส หตฺถโต อจฺฉินฺทิตฺวา นิพฺพานปารํ นยิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. นยมานานนฺติ นยมาเนสุ.

เสลํว สิรสูหจฺจ, ปาตาเล คาธเมสถาติ มหนฺตํ กูฏาคารปฺปมาณํ สิลํ สีเส ฐเปตฺวา ปาตาเล ปติฏฺฐคเวสนํ วิย. ขาณุํว อุรสาสชฺชาติ อุรสิ ขาณุํ ปหริตฺวา วิย. อเปถาติ อปคจฺฉถ. อิมสฺมึ ฐาเน สงฺคีติการา ‘‘อิทมโวจา’’ติ เทสนํ นิฏฺฐเปตฺวา ททฺทลฺลมานาติ คาถํ อาหํสุ. ตตฺถ ททฺทลฺลมานาติ อติวิย ชลมานา โสภมานา. อาคญฺฉุนฺติ อาคตา. ปนุทีติ นีหริ. ตูลํ ภฏฺฐํว มาลุโตติ ยถา ผลโต ภฏฺฐํ สิมฺพลิตูลํ วา โปฏกิตูลํ วา วาโต ปนุทติ นีหรติ, เอวํ ปนุทีติ. ปญฺจมํ.

ตติโย วคฺโค.

อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา

สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย

มารสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.