๒. ทุติยวคฺโค

๑. ปาสาณสุตฺตวณฺณนา

๑๔๗. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม นิสินฺโนติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปธานํ ปริคฺคณฺหนฺโต นิสินฺโน. มาโรปิสฺส สุขนิสินฺนภาวํ ญตฺวา ฆฏฺฏยิสฺสามีติ อุปสงฺกมนฺโต. ปทาเลสีติ ปพฺพตปิฏฺเฐ ฐตฺวา ปวิชฺฌิ. ปาสาณา นิรนฺตรา อญฺญมญฺญํ อภิหนนฺตา ปตนฺติ. เกวลนฺติ สกลํ. สพฺพนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. ปฐมํ.

๒. กินฺนุสีหสุตฺตวณฺณนา

๑๔๘. ทุติเย วิจกฺขุกมฺมายาติ ปริสาย ปญฺญาจกฺขุํ วินาเสตุกมฺยตาย. พุทฺธานํ ปเนส ปญฺญาจกฺขุํ วินาเสตุํ น สกฺโกติ, ปริสาย เภรวารมฺมณํ สาเวนฺโต วา ทสฺเสนฺโต วา สกฺโกติ. วิชิตาวี นุ มญฺญสีติ กึ นุ ตฺวํ ‘‘วิชิตวิชโย อห’’นฺติ มญฺญสิ? มา เอวํ มญฺญิ, นตฺถิ เต ชโย. ปริสาสูติ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ. พลปฺปตฺตาติ ทสพลปฺปตฺตา. ทุติยํ.

๓. สกลิกสุตฺตวณฺณนา

๑๔๙. ตติเย มนฺทิยา นูติ มนฺทภาเวน โมมูหภาเวน. อุทาหุ กาเวยฺยมตฺโตติ อุทาหุ ยถา กวิ กพฺพํ จินฺเตนฺโต เตน กพฺพกรเณน มตฺโต สยติ, เอวํ สยสิ. สมฺปจุราติ พหโว. กิมิทํ โสปฺปเส วาติ กสฺมา อิทํ โสปฺปํ โสปฺปสิเยว? อตฺถํ สเมจฺจาติ อตฺถํ สมาคนฺตฺวา ปาปุณิตฺวา. มยฺหํ หิ อสงฺคโห นาม สงฺคหวิปนฺโน วา อตฺโถ นตฺถิ. สลฺลนฺติ ติขิณํ สตฺติสลฺลํ. ชคฺคํ น สงฺเกติ ยถา เอกจฺโจ สีหปถาทีสุ ชคฺคนฺโต สงฺกติ, ตถา อหํ ชคฺคนฺโตปิ น สงฺกามิ. นปิ เภมิ โสตฺตุนฺติ ยถา เอกจฺโจ สีหปถาทีสุเยว สุปิตุํ ภายติ, เอวํ อหํ สุปิตุมฺปิ น ภายามิ. นานุตปนฺติ มามนฺติ ยถา อาจริยสฺส วา อนฺเตวาสิกสฺส วา อผาสุเก ชาเต อุทฺเทสปริปุจฺฉาย ฐิตตฺตา อนฺเตวาสึ รตฺตินฺทิวา อติกฺกมนฺตา อนุตปนฺติ, เอวํ มํ นานุตปนฺติ. น หิ มยฺหํ กิญฺจิ อปรินิฏฺฐิตกมฺมํ นาม อตฺถิ. เตเนวาห หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเกติ. ตติยํ.

๔. ปติรูปสุตฺตวณฺณนา

๑๕๐. จตุตฺเถ อนุโรธวิโรเธสูติ ราคปฏิเฆสุ. มา สชฺชิตฺโถ ตทาจรนฺติ เอวํ ธมฺมกถํ อาจรนฺโต มา ลคฺคิ. ธมฺมกถํ กเถนฺตสฺส หิ เอกจฺเจ สาธุการํ ททนฺติ, เตสุ ราโค อุปฺปชฺชติ. เอกจฺเจ อสกฺกจฺจํ สุณนฺติ, เตสุ ปฏิโฆ อุปฺปชฺชติ. อิติ ธมฺมกถิโก อนุโรธวิโรเธสุ สชฺชติ นาม. ตฺวํ เอวํ มา สชฺชิตฺโถติ วทติ. ยทญฺญมนุสาสตีติ ยํ อญฺญํ อนุสาสติ, ตํ. สมฺพุทฺโธ หิตานุกมฺปี หิเตน อนุปกมฺปติ. ยสฺมา จ หิตานุกมฺปี, ตสฺมา อนุโรธวิโรเธหิ วิปฺปมุตฺโต ตถาคโตติ. จตุตฺถํ.

๕. มานสสุตฺตวณฺณนา

๑๕๑. ปญฺจเม อากาเส จรนฺเตปิ พนฺธตีติ อนฺตลิกฺขจโร. ปาโสติ ราคปาโส. มานโสติ มนสมฺปยุตฺโต. ปญฺจมํ.

๖. ปตฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๕๒. ฉฏฺเฐ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทายาติ ปญฺจ อุปาทานกฺขนฺเธ อาทิยิตฺวา, สภาวสามญฺญลกฺขณวเสน นานปฺปการโต วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต. สนฺทสฺเสตีติ ขนฺธานํ สภาวลกฺขณาทีนิ ทสฺเสติ. สมาทเปตีติ คณฺหาเปติ. สมุตฺเตเชตีติ สมาทานมฺหิ อุสฺสาหํ ชเนติ. สมฺปหํเสตีติ ปฏิวิทฺธคุเณน โวทาเปติ โชตาเปติ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺถิกํ กตฺวา, ‘‘อยํ โน อธิคนฺตพฺโพ อตฺโถ’’ติ เอวํ สลฺลกฺเขตฺวา ตาย เทสนาย อตฺถิกา หุตฺวา. มนสิ กตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา. สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวาติ สพฺเพน เตน กมฺมการกจิตฺเตน สมนฺนาหริตฺวา. โอหิตโสตาติ ฐปิตาโสตา. อพฺโภกาเส นิกฺขิตฺตาติ โอตาปนตฺถาย ฐปิตา.

รูปํ เวทยิตํ สญฺญานฺติ, เอเต รูปาทโย ตโย ขนฺธา. ยญฺจ สงฺขตนฺติ อิมินา สงฺขารกฺขนฺโธ คหิโต. เอวํ ตตฺถ วิรชฺชตีติ ‘‘เอโส อหํ น โหมิ, เอตํ มยฺหํ น โหตี’’ติ ปสฺสนฺโต เอวํ เตสุ ขนฺเธสุ วิรชฺชติ. เขมตฺตนฺติ เขมีภูตํ อตฺตภาวํ. อิมินา ผลกฺขณํ ทสฺเสติ. อเนฺวสนฺติ ภวโยนิคติฐิติสตฺตาวาสสงฺขาเตสุ สพฺพฏฺฐาเนสุ ปริเยสมานา. นาชฺฌคาติ น ปสฺสีติ. ฉฏฺฐํ.

๗. ฉผสฺสายตนสุตฺตวณฺณนา

๑๕๓. สตฺตเม ผสฺสายตนานนฺติ สญฺชาติสโมสรณฏฺเฐน ฉทฺวาริกสฺส ผสฺสสฺส อายตนานํ. ภยเภรวํ สทฺทนฺติ เมฆทุนฺทุภิอสนิปาตสทฺทสทิสํ ภยชนกํ สทฺทํ. ปถวี มญฺเญ อุนฺทฺรียตีติ อยํ มหาปถวี ปฏปฏสทฺทํ กุรุมานา วิย อโหสิ. เอตฺถ โลโก วิมุจฺฉิโตติ เอเตสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ โลโก อธิมุจฺฉิโต. มารเธยฺยนฺติ มารสฺส ฐานภูตํ เตภูมกวฏฺฏํ. สตฺตมํ.

๘. ปิณฺฑสุตฺตวณฺณนา

๑๕๔. อฏฺฐเม ปาหุนกานิ ภวนฺตีติ ตถารูเป นกฺขตฺเต ตตฺถ ตตฺถ เปเสตพฺพานิ ปาหุนกานิ ภวนฺติ, อาคนฺตุกปณฺณาการทานานิ วา. สยํจรณทิวเส สมวยชาติโคตฺตา กุมารกา ตโต ตโต สนฺนิปตนฺติ. กุมาริกาโยปิ อตฺตโน อตฺตโน วิภวานุรูเปน อลงฺกตา ตหํ ตหํ วิจรนฺติ. ตตฺร กุมาริกาโยปิ ยถารุจิกานํ กุมารกานํ ปณฺณาการํ เปเสนฺติ, กุมารกาปิ กุมาริกานํ อญฺญสฺมึ อสติ อนฺตมโส มาลาคุเฬนปิ ปริกฺขิปนฺติ. อนฺวาวิฏฺฐาติ อนุ อาวิฏฺฐา. ตํทิวสํ กิร ปญฺจสตา กุมาริกาโย อุยฺยานกีฬํ คจฺฉนฺติโย ปฏิปเถ สตฺถารํ ทิสฺวา ฉณปูวํ ทเทยฺยุํ. สตฺถา ตาสํ ทานานุโมทนตฺถํ ปกิณฺณกธมฺมเทสนํ เทเสยฺย, เทสนาปริโยสาเน สพฺพาปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐเหยฺยุํ. มาโร ตาสํ สมฺปตฺติยา อนฺตรายํ กริสฺสามีติ อนฺวาวิสิ. ปาฬิยํ ปน มา สมโณ โคตโม ปิณฺฑมลตฺถาติ เอตฺตกํเยว วุตฺตนฺติ.

กึ ปน สตฺถา มาราวฏฺฏนํ อชานิตฺวา ปวิฏฺโฐติ? อาม อชานิตฺวา. กสฺมา? อนาวชฺชนตาย. พุทฺธานญฺหิ – ‘‘อสุกฏฺฐาเน ภตฺตํ ลภิสฺสาม, น ลภิสฺสามา’’ติ อาวชฺชนํ น อนนุจฺฉวิกํ. ปวิฏฺโฐ ปน มนุสฺสานํ อุปจารเภทํ ทิสฺวา, ‘‘กึ อิท’’นฺติ? อาวชฺเชนฺโต ญตฺวา, ‘‘อามิสตฺถํ มาราวฏฺฏนํ ภินฺทิตุํ อนนุจฺฉวิก’’นฺติ อภินฺทิตฺวาว นิกฺขนฺโต.

อุปสงฺกมีติ อมิตฺตวิชเยน วิย ตุฏฺโฐ สกลคาเม กฏจฺฉุมตฺตมฺปิ ภตฺตํ อลภิตฺวา คามโต นิกฺขมนฺตํ ภควนฺตํ คามิยมนุสฺสเวเสน อุปสงฺกมิ. ตถาหํ กริสฺสามีติ อิทํ โส มุสา ภาสติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มยา เอวํ วุตฺเต ปุน ปวิสิสฺสติ, อถ นํ คามทารกา ‘สกลคาเม จริตฺวา กฏจฺฉุภิกฺขมฺปิ อลภิตฺวา คามโต นิกฺขมฺม ปุน ปวิฏฺโฐสี’ติอาทีนิ วตฺวา อุปฺปณฺเฑสฺสนฺตี’’ติ. ภควา ปน – ‘‘สจายํ มํ เอวํ วิเหเฐสฺสติ มุทฺธมสฺเสว สตฺตธา ผลิสฺสตี’’ติ ตสฺมึ อนุกมฺปาย อปวิสิตฺวา คาถาทฺวยมาห.

ตตฺถ ปสวีติ ชเนสิ นิปฺผาเทสิ. อาสชฺชาติ อาสาเทตฺวา ฆฏฺเฏตฺวา. น เม ปาปํ วิปจฺจตีติ มม ปาปํ น ปจฺจติ. นิปฺผลํ เอตนฺติ กึ นุ ตฺวํ เอวํ มญฺญสิ? มา เอวํ มญฺญิ, อตฺถิ ตยา กตสฺส ปาปสฺส ผลนฺติ ทีเปติ. กิญฺจนนฺติ มทฺทิตุํ สมตฺถํ ราคกิญฺจนาทิ กิเลสชาตํ. อาภสฺสรา ยถาติ ยถา อาภสฺสรา เทวา สปฺปีติกชฺฌาเนน ยาเปนฺตา ปีติภกฺขา นาม โหนฺติ, เอวํ ภวิสฺสามาติ. อฏฺฐมํ.

๙. กสฺสกสุตฺตวณฺณนา

๑๕๕. นวเม นิพฺพานปฏิสํยุตฺตายาติ นิพฺพานํ อปทิสิตฺวา ปวตฺตาย. หฏหฏเกโสติ ปุริมเกเส ปจฺฉโต, ปจฺฉิมเกเส ปุรโต วามปสฺสเกเส ทกฺขิณโต, ทกฺขิณปสฺสเกเส วามโต ผริตฺวา ผริตฺวา วิปฺปกิณฺณเกโส. มม จกฺขุสมฺผสฺสวิญฺญาณายตนนฺติ จกฺขุวิญฺญาเณน สมฺปยุตฺโต จกฺขุสมฺผสฺโสปิ วิญฺญาณายตนมฺปิ มเมวาติ. เอตฺถ จ จกฺขุสมฺผสฺเสน วิญฺญาณสมฺปยุตฺตกา ธมฺมา คหิตา, วิญฺญาณายตเนน สพฺพานิปิ จกฺขุทฺวาเร อุปฺปนฺนานิ อาวชฺชนาทิวิญฺญาณานิ. โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย. มโนทฺวาเร ปน มโนติ สาวชฺชนกํ ภวงฺคจิตฺตํ. ธมฺมาติ อารมฺมณธมฺมา. มโนสมฺผสฺโสติ สาวชฺชเนน ภวงฺเคน สมฺปยุตฺตผสฺโส. วิญฺญาณายตนนฺติ ชวนจิตฺตํ ตทารมฺมณมฺปิ วฏฺฏติ.

ตเวว ปาปิม, จกฺขูติ ยํ โลเก ติมิรกาจาทีหิ อุปทฺทุตํ อเนกโรคายตนํ อุปกฺกวิปกฺกํ อนฺตมโส กาณจกฺขุปิ, สพฺพํ ตํ ตเวว ภวตุ. รูปาทีสุปิ เอเสว นโย.

ยํ วทนฺตีติ ยํ ภณฺฑกํ ‘‘มม อิท’’นฺติ วทนฺติ. เย วทนฺติ มมนฺติ จาติ เย จ ปุคฺคลา ‘‘มม’’นฺติ วทนฺติ. เอตฺถ เจ เต มโน อตฺถีติ เอเตสุ จ ฐาเนสุ ยทิ จิตฺตํ อตฺถิ. น เม สมณ โมกฺขสีติ สมณ มยฺหํ วิสยโต น มุจฺจิสฺสสิ. ยํ วทนฺตีติ ยํ ภณฺฑกํ วทนฺติ, น ตํ มยฺหํ. เย วทนฺตีติ เยปิ ปุคฺคลา เอวํ วทนฺติ, น เต อหํ. น เม มคฺคมฺปิ ทกฺขสีติ ภวโยนิคติอาทีสุ มยฺหํ คตมคฺคมฺปิ น ปสฺสสิ. นวมํ.

๑๐. รชฺชสุตฺตวณฺณนา

๑๕๖. ทสเม อหนํ อฆาตยนฺติ อหนนฺเตน อฆาตยนฺเตน. อชินํ อชาปยนฺติ ปรสฺส ธนชานึ อกโรนฺเตน อการาเปนฺเตน. อโสจํ อโสจาปยนฺติ อโสจนฺเตน อโสจาปยนฺเตน. อิติ ภควา อธมฺมิกราชูนํ รชฺเช วิชิเต ทณฺฑกรปีฬิเต มนุสฺเส ทิสฺวา การุญฺญวเสน เอวํ จินฺเตสิ. อุปสงฺกมีติ ‘‘สมโณ โคตโม ‘สกฺกา นุ โข รชฺชํ กาเรตุ’นฺติ จินฺเตสิ, รชฺชํ กาเรตุกาโม ภวิสฺสติ, รชฺชญฺจ นาเมตํ ปมาทฏฺฐานํ, รชฺชํ กาเรนฺเต สกฺกา โอตารํ ลภิตุํ, คจฺฉามิ อุสฺสาหมสฺส ชเนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมิ. อิทฺธิปาทาติ อิชฺฌนกโกฏฺฐาสา. ภาวิตาติ วฑฺฒิตา. พหุลีกตาติ ปุนปฺปุนํ กตา. ยานีกตาติ ยุตฺตยานํ วิย กตา. วตฺถุกตาติ ปติฏฺฐฏฺเฐนวตฺถุกตา. อนุฏฺฐิตาติ อวิชหิตา นิจฺจานุพทฺธา. ปริจิตาติ สาตจฺจกิริยาย สุปริจิตา กตา อิสฺสาสสฺส อวิราธิตเวธิหตฺโถ วิย. สุสมารทฺธาติ สุฏฺฐุ สมารทฺธา ปริปุณฺณภาวนา. อธิมุจฺเจยฺยาติ จินฺเตยฺย.

ปพฺพตสฺสาติ ปพฺพโต ภเวยฺย. ทฺวิตฺตาวาติ ติฏฺฐตุ เอโก ปพฺพโต, ทฺวิกฺขตฺตุมฺปิ ตาว มหนฺโต สุวณฺณปพฺพโต เอกสฺส นาลํ, น ปริยตฺโตติ อตฺโถ. อิติ วิทฺวา สมญฺจเรติ เอวํ ชานนฺโต สมํ จเรยฺย. ยโตนิทานนฺติ ทุกฺขํ นาม ปญฺจกามคุณนิทานํ, ตํ ยโตนิทานํ โหติ, เอวํ โย อทกฺขิ. กถํ นเมยฺยาติ โส ชนฺตุ เตสุ ทุกฺขสฺส นิทานภูเตสุ กาเมสุ เกน การเณน นเมยฺย. อุปธึ วิทิตฺวาติ กามคุณอุปธึ ‘‘สงฺโค เอโส, ลคฺคนเมต’’นฺติ เอวํ วิทิตฺวา. ตสฺเสว ชนฺตุ วินยาย สิกฺเขติ ตสฺเสว อุปธิสฺส วินยาย สิกฺเขยฺย. ทสมํ.

ทุติโย วคฺโค.