๙. ยญฺญสุตฺตวณฺณนา
๑๒๐. นวเม ถูณูปนีตานีติ ถูณํ อุปนีตานิ, ถูณาย พทฺธานิ โหนฺติ. ปริกมฺมานิ กโรนฺตีติ เอตฺตาวตา เตหิ ภิกฺขูหิ รญฺโญ อารทฺธยญฺโญ ตถาคตสฺส อาโรจิโต. กสฺมา ปน รญฺญา อยํ ยญฺโญ อารทฺโธ? ทุสฺสุปินปฏิฆาตาย. เอกทิวสํ กิร ราชา สพฺพาลงฺการปฺปฏิมณฺฑิโต หตฺถิกฺขนฺธวรคโต นครํ อนุสญฺจรนฺโต วาตปานํ วิวริตฺวา โอโลกยมานํ เอกํ อิตฺถึ ทิสฺวา ตสฺสา ปฏิพทฺธจิตฺโต ตโตว ปฏินิวตฺติตฺวา อนฺเตปุรํ ปวิสิตฺวา เอกสฺส ปุริสสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘คจฺฉ ตสฺสา สสฺสามิกภาวํ วา อสฺสามิกภาวํ วา ชานาหี’’ติ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา ปุจฺฉิ. สา ‘‘เอโส เม สามิโก อาปเณ นิสินฺโน’’ติ ทสฺเสสิ. ราชปุริโส รญฺโญ ตมตฺถํ อาจิกฺขิ. ราชา ตํ ปุริสํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มํ อุปฏฺฐหา’’ติ อาห. ‘‘นาหํ, เทว, อุปฏฺฐหิตุํ ชานามี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อุปฏฺฐานํ นาม น อาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตพฺพ’’นฺติ พลกฺกาเรน อาวุธผลกํ คาหาเปตฺวา อุปฏฺฐากํ อกาสิ. อุปฏฺฐหิตฺวา เคหํ คตมตฺตเมว จ นํ ปุน ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อุปฏฺฐาเกน นาม รญฺโญ วจนํ กตฺตพฺพํ, คจฺฉ อิโต โยชนมตฺเต อมฺหากํ สีสโธวนโปกฺขรณี อตฺถิ, ตโต อรุณมตฺติกญฺจ โลหิตุปฺปลมาลญฺจ คณฺหิตฺวา เอหิ. สเจ อชฺเชว นาคจฺฉสิ, ราชทณฺฑํ กริสฺสามี’’ติ วตฺวา เปเสสิ. โส ราชภเยน นิกฺขมิตฺวา คโต.
ราชาปิ ตสฺมึ คเต โทวาริกํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อชฺช สายเนฺหเยว ทฺวารํ ปิทหิตฺวา ‘อหํ ราชทูโต’ติ วา ‘อุปราชทูโต’ติ วา ภณนฺตานมฺปิ มา วิวรี’’ติ อาห. โส ปุริโส มตฺติกญฺจ อุปฺปลานิ จ คเหตฺวา ทฺวาเร ปิหิตมตฺเต อาคนฺตฺวา พหุํ วทนฺโตปิ ทฺวารํ อลภิตฺวา ปริสฺสยภเยน เชตวนํ คโต. ราชาปิ ราคปริฬาเหน อภิภูโต กาเล นิสีทติ, กาเล ติฏฺฐติ, กาเล นิปชฺชติ, สนฺนิฏฺฐานํ อลภนฺโต ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺนโกว มกฺกฏนิทฺทาย นิทฺทายติ.
ปุพฺเพ จ ตสฺมึเยว นคเร จตฺตาโร เสฏฺฐิปุตฺตา ปรทาริกกมฺมํ กตฺวา นนฺโทปนนฺทาย นาม โลหกุมฺภิยา นิพฺพตฺตึสุ. เต เผณุทฺเทหกํ ปจฺจมานา ตึสวสฺสสหสฺสานิ เหฏฺฐา คจฺฉนฺตา กุมฺภิยา ตลํ ปาปุณนฺติ, ตึสวสฺสสหสฺสานิ อุปริ คจฺฉนฺตา มตฺถกํ ปาปุณนฺติ. เต ตํ ทิวสํ อาโลกํ โอโลเกตฺวา อตฺตโน ทุกฺกฏภเยน เอเกกํ คาถํ วตฺตุกามา วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา เอเกกํ อกฺขรเมว อาหํสุ. เอโก ส-การํ, เอโก โส-การํ, เอโก น-การํ, เอโก ทุ-การํ อาห. ราชา เตสํ เนรยิกสตฺตานํ สทฺทํ สุตกาลโต ปฏฺฐาย สุขํ อวินฺทมาโนว ตํรตฺตาวเสสํ วีตินาเมสิ.
อรุเณ อุฏฺฐิเต ปุโรหิโต อาคนฺตฺวา ตํ สุขเสยฺยํ ปุจฺฉิ. โส ‘‘กุโต เม, อาจริย, สุข’’นฺติ? วตฺวา, ‘‘สุปิเน เอวรูเป สทฺเท อสฺโสสิ’’นฺติ อาจิกฺขิ. พฺราหฺมโณ – ‘‘อิมสฺส รญฺโญ อิมินา สุปิเนน วุฑฺฒิ วา หานิ วา นตฺถิ, อปิจ โข ปน ยํ อิมสฺส เคเห อตฺถิ, ตํ สมณสฺส โคตมสฺส โหติ, โคตมสาวกานํ โหติ, พฺราหฺมณา กิญฺจิ น ลภนฺติ, พฺราหฺมณานํ ภิกฺขํ อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ, ‘‘ภาริโย อยํ, มหาราช, สุปิโน ตีสุ ชานีสุ เอกา ปญฺญายติ, รชฺชนฺตราโย วา ภวิสฺสติ ชีวิตนฺตราโย วา, เทโว วา น วสฺสิสฺสตี’’ติ อาห. กถํ โสตฺถิ ภเวยฺย อาจริยาติ? ‘‘มนฺเตตฺวา ญาตุํ สกฺกา, มหาราชาติ. คจฺฉถ อาจริเยหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา อมฺหากํ โสตฺถึ กโรถา’’ติ.
โส สิวิกสาลายํ พฺราหฺมเณ สนฺนิปาเตตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา, ‘‘วิสุํ วิสุํ คนฺตฺวา เอวํ วทถา’’ติ ตโย วคฺเค อกาสิ. พฺราหฺมณา ปวิสิตฺวา ราชานํ สุขเสยฺยํ ปุจฺฉึสุ. ราชา ปุโรหิตสฺส กถิตนิยาเมเนว กเถตฺวา ‘‘กถํ โสตฺถิ ภเวยฺยา’’ติ ปุจฺฉิ. มหาพฺราหฺมณา – ‘‘สพฺพปญฺจสตํ ยญฺญํ ยชิตฺวา เอตสฺส กมฺมสฺส โสตฺถิ ภเวยฺย, เอวํ, มหาราช, อาจริยา กเถนฺตี’’ติ อาหํสุ. ราชา เตสํ สุตฺวา อนภินนฺทิตฺวา อปฺปฏิกฺโกสิตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. อถ ทุติยวคฺคพฺราหฺมณาปิ อาคนฺตฺวา ตตฺเถว กเถสุํ. ตถา ตติยวคฺคพฺราหฺมณาปิ. อถ ราชา ‘‘ยญฺญํ กโรนฺตู’’ติ อาณาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย พฺราหฺมณา อุสภาทโย ปาเณ อาหราเปสุํ. นคเร มหาสทฺโท อุทปาทิ. ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา มลฺลิกา ราชานํ ตถาคตสฺส สนฺติกํ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ นํ ภควา – ‘‘หนฺท กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวาทิวสฺสา’’ติ อาห. ราชา – ‘‘อชฺช เม, ภนฺเต, สุปินเก จตฺตาโร สทฺทา สุตา, โสหํ พฺราหฺมเณ ปุจฺฉึ. พฺราหฺมณา ‘ภาริโย, มหาราช, สุปิโน, สพฺพปญฺจสตํ ยญฺญํ ยชิตฺวา ปฏิกมฺมํ กโรมาติ อารทฺธา’’’ติ อาห. กินฺติ เต, มหาราช, สทฺทา สุตาติ. โส ยถาสุตํ อาโรเจสิ. อถ นํ ภควา อาห – ปุพฺเพ, มหาราช, อิมสฺมึเยว นคเร จตฺตาโร เสฏฺฐิปุตฺตา ปรทาริกา หุตฺวา นนฺโทปนนฺทาย โลหกุมฺภิยา นิพฺพตฺตา สฏฺฐิวสฺสสหสฺสมตฺถเก อุคฺคจฺฉึสุ.
ตตฺถ เอโก –
‘‘สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ สพฺพโส;
นิรเย ปจฺจมานานํ, กทา อนฺโต ภวิสฺสตี’’ติ.(เป. ว. ๘๐๒; ชา. ๑.๔.๕๔) –
อิมํ คาถํ วตฺถุกาโม อโหสิ. ทุติโย –
‘‘โสหํ นูน อิโต คนฺตฺวา, โยนึ ลทฺธาน มานุสึ;
วทญฺญู สีลสมฺปนฺโน, กาหามิ กุสลํ พหุ’’นฺติ. (เป. ว. ๘๐๕; ชา. ๑.๔.๕๖) –
อิมํ คาถํ วตฺถุกาโม อโหสิ. ตติโย –
‘‘นตฺถิ อนฺโต กุโต อนฺโต, น อนฺโต ปฏิทิสฺสติ;
ตทา หิ ปกตํ ปาปํ, มม ตุยฺหญฺจ มาริสา’’ติ. (เป. ว. ๘๐๓; ชา. ๑.๔.๕๕) –
อิมํ คาถํ วตฺถุกาโม อโหสิ. จตุตฺโถ –
‘‘ทุชฺชีวิตมชีวิมฺหา, เย สนฺเต น ททมฺหเส;
วิชฺชมาเนสุ โภเคสุ, ทีปํ นากมฺห อตฺตโน’’ติ. (เป. ว. ๘๐๔; ชา. ๑.๔.๕๓) –
อิมํ. เต อิมา คาถา วตฺตุํ อสกฺโกนฺตา เอเกกํ อกฺขรํ วตฺวา ตตฺเถว นิมุคฺคา. อิติ, มหาราช, เต เนรยิกสตฺตา ยถากมฺเมน วิรวึสุ. ตสฺส สทฺทสฺส สุตปจฺจยา ตุยฺหํ หานิ วา วุฑฺฒิ วา นตฺถิ. เอตฺตกานํ ปน ปสูนํ ฆาตนกมฺมํ นาม ภาริยนฺติ นิรยภเยน ตชฺเชตฺวา ธมฺมกถํ กเถสิ. ราชา ทสพเล ปสีทิตฺวา, ‘‘มุญฺจามิ, เนสํ ชีวิตํ ททามิ, หริตานิ เจว ติณานิ ขาทนฺตุ, สีตลานิ จ ปานียานิ ปิวนฺตุ, สีโต จ เนสํ วาโต อุปวายตู’’ติ วตฺวา, ‘‘คจฺฉถ หาเรถา’’ติ มนุสฺเส อาณาเปสิ. เต คนฺตฺวา พฺราหฺมเณ ปลาเปตฺวา ตํ ปาณสงฺฆํ พนฺธนโต โมเจตฺวา นคเร ธมฺมเภรึ จราเปสุํ.
อถ ราชา ทสพลสฺส สนฺติเก นิสินฺโน อาห – ‘‘ภนฺเต, เอกรตฺติ นาม ติยามา โหติ, มยฺหํ ปน อชฺช เทฺว รตฺติโย เอกโต ฆฏิตา วิย อเหสุ’’นฺติ. โสปิ ปุริโส ตตฺเถว นิสินฺโน อาห – ‘‘ภนฺเต, โยชนํ นาม จตุคาวุตํ โหติ, มยฺหํ ปน อชฺช เทฺว โยชนานิ เอกโต กตานิ วิย อเหสุ’’นฺติ. อถ ภควา – ‘‘ชาครสฺส ตาว รตฺติยา ทีฆภาโว ปากโฏ, สนฺตสฺส โยชนสฺส ทีฆภาโว ปากโฏ, วฏฺฏปติตสฺส ปน พาลปุถุชฺชนสฺส อนมตคฺคสํสารวฏฺฏํ เอกนฺตทีฆเมวา’’ติ ราชานญฺจ ตญฺจ ปุริสํ เนรยิกสตฺเต จ อารพฺภ ธมฺมปเท อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘ทีฆา ชาครโต รตฺติ, ทีฆํ สนฺตสฺส โยชนํ;
ทีโฆ พาลานํ สํสาโร, สทฺธมฺมํ อวิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๖๐);
คาถาปริโยสาเน โส อิตฺถิสามิโก ปุริโส โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ เอตํ การณํ ชานิตฺวา.
อสฺสเมธนฺติอาทีสุ – โปราณราชกาเล กิร สสฺสเมธํ ปุริสเมธํ สมฺมาปาสํ วาจาเปยฺยนฺติ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อเหสุํ, เยหิ ราชาโน โลกํ สงฺคณฺหึสุ. ตตฺถ นิปฺผนฺนสสฺสโต ทสมภาคคฺคหณํ สสฺสเมธํ นาม, สสฺสสมฺปาทเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. มหาโยธานํ ฉมาสิกํ ภตฺต-เวตนานุปฺปทานํ ปุริสเมธํ นาม, ปุริสสงฺคณฺหเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. ทลิทฺทมนุสฺสานํ หตฺถโต เลขํ คเหตฺวา ตีณิ วสฺสานิ วินาว วฑฺฒิยา สหสฺสทฺวิสหสฺสมตฺตธนานุปฺปทานํ สมฺมาปาสํ นาม. ตญฺหิ สมฺมา มนุสฺเส ปาเสติ, หทเย พนฺธิตฺวา วิย ฐเปติ, ตสฺมา สมฺมาปาสนฺติ วุจฺจติ. ‘‘ตาต มาตุลา’’ติอาทินา นเยน สณฺหวาจาภณนํ วาจาเปยฺยํ นาม, ปิยวาจาติ อตฺโถ. เอวํ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคหิตํ รฏฺฐํ อิทฺธญฺเจว โหติ ผีตญฺจ ปหูตอนฺนปานํ เขมํ นิรพฺพุทํ. มนุสฺสา มุทา โมทมานา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา อปารุตฆรทฺวารา วิหรนฺติ. อิทํ ฆรทฺวาเรสุ อคฺคฬานํ อภาวโต นิรคฺคฬนฺติ วุจฺจติ. อยํ โปราณิกา ปเวณี.
อปรภาเค ปน โอกฺกากราชกาเล พฺราหฺมณา อิมานิ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อิมญฺจ รฏฺฐสมฺปตฺตึ ปริวตฺเตตฺวา อุทฺธํมูลกํ กตฺวา อสฺสเมธํ ปุริสเมธนฺติ อาทิเก ปญฺจ ยญฺเญ นาม อกํสุ. เตสุ อสฺสเมตฺถ เมธนฺติ วธนฺตีติ อสฺสเมโธ. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส เอกวีสติยูปสฺส เอกสฺมึ มชฺฌิมทิวเสเยว สตฺตนวุติปญฺจปสุสตฆาตภึสนสฺส ฐเปตฺวา ภูมิญฺจ ปุริเส จ อวเสสสพฺพวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. ปุริสเมตฺถ เมธนฺตีติ ปุริสเมโธ. จตูหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึ ภูมิยา อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. สมฺมเมตฺถ ปาเสนฺตีติ สมฺมาปาโส. ทิวเส ทิวเส สมฺมํ ขิปิตฺวา ตสฺส ปติโตกาเส เวทึ กตฺวา สํหาริเมหิ ยูปาทีหิ สรสฺสตินทิยา นิมุคฺโคกาสโต ปภุติ ปฏิโลมํ คจฺฉนฺเตน ยชิตพฺพสฺส สตฺรยาคสฺเสตํ อธิวจนํ. วาชเมตฺถ ปิวนฺตีติ วาชเปยฺโย. เอเกน ปริยญฺเญน สตฺตรสหิ ปสูหิ ยชิตพฺพสฺส เพลุวยูปสฺส สตฺตรสกทกฺขิณสฺส ยญฺญสฺเสตํ อธิวจนํ. นตฺถิ เอตฺถ อคฺคฬาติ นิรคฺคโฬ. นวหิ ปริยญฺเญหิ ยชิตพฺพสฺส สทฺธึ ภูมิยา จ ปุริเสหิ จ อสฺสเมเธ วุตฺตวิภวทกฺขิณสฺส สพฺพเมธปริยายนามสฺส อสฺสเมธวิกปฺปสฺเสเวตํ อธิวจนํ. มหารมฺภาติ มหากิจฺจา มหากรณียา. สมฺมคฺคตาติ สมฺมา ปฏิปนฺนา พุทฺธาทโย. นิรารมฺภาติ อปฺปตฺถา อปฺปกิจฺจา. ยชนฺติ อนุกุลนฺติ อนุกุเลสุ ยชนฺติ, ยํ นิจฺจภตฺตาทิ ปุพฺพปุริเสหิ ปฏฺฐปิตํ, ตํ อปราปรํ อนุปจฺฉินฺนตฺตา มนุสฺสา ททนฺตีติ อตฺโถ. นวมํ.