๓. นานาติตฺถิยวคฺโค
๑-๒. สิวสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๐๒. ตติยวคฺคสฺส ปฐมํ วุตฺตตฺถเมว. ปฐมํ.
๑๐๓. ทุติเย ปฏิกจฺเจวาติ ปฐมํเยว. อกฺขจฺฉินฺโนวฌายตีติ อกฺขจฺฉินฺโน อวฌายติ, พลวจินฺตนํ จินฺเตติ. ทุติยคาถาย อกฺขจฺฉินฺโนวาติ อกฺขจฺฉินฺโน วิย. ทุติยํ.
๓-๔. เสรีสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๐๔. ตติเย ทายโกติ ทานสีโล. ทานปตีติ ยํ ทานํ เทมิ, ตสฺส ปติ หุตฺวา เทมิ, น ทาโส น สหาโย. โย หิ อตฺตนา มธุรํ ภุญฺชติ, ปเรสํ อมธุรํ เทติ, โส ทานสงฺขาตสฺส เทยฺยธมฺมสฺส ทาโส หุตฺวา เทติ. โย ยํ อตฺตนา ภุญฺชติ, ตเทว เทติ, โส สหาโย หุตฺวา เทติ. โย ปน อตฺตนา เยน เตน ยาเปติ, ปเรสํ มธุรํ เทติ, โส ปติ เชฏฺฐโก สามิ หุตฺวา เทติ. อหํ ‘‘ตาทิโส อโหสิ’’นฺติ วทติ.
จตูสุ ทฺวาเรสุติ ตสฺส กิร รญฺโญ สินฺธวรฏฺฐํ โสธิวากรฏฺฐนฺติ เทฺว รฏฺฐานิ อเหสุํ, นครํ โรรุวํ นาม. ตสฺส เอเกกสฺมึ ทฺวาเร เทวสิกํ สตสหสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อนฺโตนคเร วินิจฺฉยฏฺฐาเน สตสหสฺสํ. โส พหุหิรญฺญสุวณฺณํ ราสิภูตํ ทิสฺวา กมฺมสฺสกตญาณํ อุปฺปาเทตฺวา จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานสาลาโย กาเรตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ทฺวาเร อุฏฺฐิตอาเยน ทานํ เทถาติ อมจฺเจ ฐเปสิ. เตนาห – ‘‘จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานํ ทียิตฺถา’’ติ.
สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานนฺติ เอตฺถ สมณาติ ปพฺพชฺชูปคตา. พฺราหฺมณาติ โภวาทิโน. สมิตปาปพาหิตปาเป ปน สมณพฺราหฺมเณ เอส นาลตฺถ. กปณาติ ทุคฺคตา ทลิทฺทมนุสฺสา กาณกุณิอาทโย. อทฺธิกาติ ปถาวิโน. วนิพฺพกาติ เย ‘‘อิฏฺฐํ, ทินฺนํ, กนฺตํ, มนาปํ, กาเลน, อนวชฺชํ ทินฺนํ, ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺย, คจฺฉตุ ภวํ พฺรหฺมโลก’’นฺติอาทินา นเยน ทานสฺส วณฺณํ โถมยมานา วิจรนฺติ. ยาจกาติ เย ‘‘ปสตมตฺตํ เทถ, สราวมตฺตํ เทถา’’ติอาทีนิ จ วตฺวา ยาจมานา วิจรนฺติ. อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียิตฺถาติ ปฐมทฺวารสฺส ลทฺธตฺตา ตตฺถ อุปฺปชฺชนกสตสหสฺเส อญฺญมฺปิ ธนํ ปกฺขิปิตฺวา รญฺโญ อมจฺเจ หาเรตฺวา อตฺตโน อมจฺเจ ฐเปตฺวา รญฺญา ทินฺนทานโต ราชิตฺถิโย มหนฺตตรํ ทานํ อทํสุ. ตํ สนฺธาเยวมาห. มม ทานํ ปฏิกฺกมีติ ยํ มม ทานํ ตตฺถ ทียิตฺถ, ตํ ปฏินิวตฺติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. โกจีติ กตฺถจิ. ทีฆรตฺตนฺติ อสีติวสฺสสหสฺสานิ. เอตฺตกํ กิร กาลํ ตสฺส รญฺโญ ทานํ ทียิตฺถ. ตติยํ.
๑๐๕. จตุตฺถํ วุตฺตตฺถเมว. จตุตฺถํ.
๕. ชนฺตุสุตฺตวณฺณนา
๑๐๖. ปญฺจเม โกสเลสุ วิหรนฺตีติ ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วิหรนฺติ. อุทฺธตาติ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตาย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตาย จ อนวชฺเช สาวชฺชสญฺญิตาย จ สาวชฺเช อนวชฺชสญฺญิตาย จ อุทฺธจฺจปกติกา หุตฺวา. อุนฺนฬาติ อุคฺคตนฬา, อุฏฺฐิตตุจฺฉมานาติ วุตฺตํ โหติ. จปลาติ ปตฺตจีวรมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน ยุตฺตา. มุขราติ มุขขรา, ขรวจนาติ วุตฺตํ โหติ. วิกิณฺณวาจาติ อสํยตวจนา, ทิวสมฺปิ นิรตฺถกวจนปลาปิโน. มุฏฺฐสฺสติโนติ นฏฺฐสฺสติโน สติวิรหิตา, อิธ กตํ เอตฺถ ปมุสฺสนฺติ. อสมฺปชานาติ นิปฺปญฺญา. อสมาหิตาติ อปฺปนาอุปจารสมาธิรหิตา, จณฺฑโสเต พทฺธนาวาสทิสา. วิพฺภนฺตจิตฺตาติ อนวฏฺฐิตจิตฺตา, ปนฺถารุฬฺหพาลมิคสทิสา. ปากตินฺทฺริยาติ สํวราภาเวน คิหิกาเล วิย วิวฏอินฺทฺริยา.
ชนฺตูติ เอวํนามโก เทวปุตฺโต. ตทหุโปสเถติ ตสฺมึ อหุ อุโปสเถ, อุโปสถทิวเสติ อตฺโถ. ปนฺนรเสติ จาตุทฺทสิกาทิปฏิกฺเขโป. อุปสงฺกมีติ โจทนตฺถาย อุปคโต. โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิกฺขนฺตา, อิทานิ ปมตฺตา วิหรนฺติ, น โข ปเนเต ปาฏิเยกฺกํ นิสินฺนฏฺฐาเน โจทิยมานา กถํ คณฺหิสฺสนฺติ, สมาคมนกาเล โจทิสฺสามี’’ติ อุโปสถทิวเส เตสํ สนฺนิปติตภาวํ ญตฺวา อุปสงฺกมิ. คาถาหิ อชฺฌภาสีติ สพฺเพสํ มชฺเฌ ฐตฺวา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ยสฺมา คุณกถาย สทฺธึ นิคฺคุณสฺส อคุโณ ปากโฏ โหติ, ตสฺมา คุณํ ตาว กเถนฺโต สุขชีวิโน ปุเร อาสุนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุขชีวิโน ปุเร อาสุนฺติ ปุพฺเพ ภิกฺขู สุปฺโปสา สุภรา อเหสุํ, อุจฺจนีจกุเลสุ สปทานํ จริตฺวา ลทฺเธน มิสฺสกปิณฺเฑน ยาเปสุนฺติ อธิปฺปาเยน เอวมาห. อนิจฺฉาติ นิตฺตณฺหา หุตฺวา.
เอวํ โปราณกภิกฺขูนํ วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ เตสํ อวณฺณํ กเถนฺโต ทุปฺโปสนฺติอาทิมาห. ตตฺถ คาเม คามณิกา วิยาติ ยถา คาเม คามกุฏา นานปฺปกาเรน ชนํ ปีเฬตฺวา ขีรทธิตณฺฑุลาทีนิ อาหราเปตฺวา ภุญฺชนฺติ, เอวํ ตุเมฺหปิ อเนสนาย ฐิตา ตุมฺหากํ ชีวิกํ กปฺเปถาติ อธิปฺปาเยน วทติ. นิปชฺชนฺตีติ อุทฺเทสปริปุจฺฉามนสิกาเรหิ อนตฺถิกา หุตฺวา สยนมฺหิ หตฺถปาเท วิสฺสชฺเชตฺวา นิปชฺชนฺติ. ปราคาเรสูติ ปรเคเหสุ, กุลสุณฺหาทีสูติ อตฺโถ. มุจฺฉิตาติ กิเลสมุจฺฉาย มุจฺฉิตา.
เอกจฺเจติ วตฺตพฺพยุตฺตเกเยว. อปวิทฺธาติ ฉฑฺฑิตกา. อนาถาติ อปติฏฺฐา. เปตาติ สุสาเน ฉฑฺฑิตา กาลงฺกตมนุสฺสา. ยถา หิ สุสาเน ฉฑฺฑิตา นานาสกุณาทีหิ ขชฺชนฺติ, ญาตกาปิ เนสํ นาถกิจฺจํ น กโรนฺติ, น รกฺขนฺติ, น โคปยนฺติ, เอวเมวํ เอวรูปาปิ อาจริยุปชฺฌายาทีนํ สนฺติกา โอวาทานุสาสนึ น ลภนฺตีติ อปวิทฺธา อนาถา, ยถา เปตา, ตเถว โหนฺติ. ปญฺจมํ.
๖. โรหิตสฺสสุตฺตวณฺณนา
๑๐๗. ฉฏฺเฐ ยตฺถาติ จกฺกวาฬโลกสฺส เอโกกาเส ภุมฺมํ. น จวติ น อุปปชฺชตีติ อิทํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิวเสน คหิตํ. คมเนนาติ ปทคมเนน. นาหํ ตํ โลกสฺส อนฺตนฺติ สตฺถา สงฺขารโลกสฺส อนฺตํ สนฺธาย วทติ. ญาเตยฺยนฺติอาทีสุ ญาตพฺพํ, ทฏฺฐพฺพํ, ปตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ.
อิติ เทวปุตฺเตน จกฺกวาฬโลกสฺส อนฺโต ปุจฺฉิโต, สตฺถารา สงฺขารโลกสฺส กถิโต. โส ปน อตฺตโน ปเญฺหน สทฺธึ สตฺถุ พฺยากรณํ สเมตีติ สญฺญาย ปสํสนฺโต อจฺฉริยนฺติอาทิมาห.
ทฬฺหธมฺโมติ ทฬฺหธนุ, อุตฺตมปฺปมาเณน ธนุนา สมนฺนาคโต. ธนุคฺคโหติ ธนุอาจริโย. สุสิกฺขิโตติ ทส ทฺวาทส วสฺสานิ ธนุสิปฺปํ สิกฺขิโต. กตหตฺโถติ อุสภปฺปมาเณปิ วาลคฺคํ วิชฺฌิตุํ สมตฺถภาเวน กตหตฺโถ. กตูปาสโนติ กตสรกฺเขโป ทสฺสิตสิปฺโป. อสเนนาติ กณฺเฑน. อติปาเตยฺยาติ อติกฺกเมยฺย. ยาวตา โส ตาลจฺฉายํ อติกฺกเมยฺย, ตาวตา กาเลน เอกจกฺกวาฬํ อติกฺกมามีติ อตฺตโน ชวสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ.
ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโมติ ยถา ปุรตฺถิมสมุทฺทา ปจฺฉิมสมุทฺโท ทูเร, เอวํ เม ทูเร ปทวีติหาโร อโหสีติ วทติ. โส กิร ปาจีนจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ฐิโต ปาทํ ปสาเรตฺวา ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ อกฺกมติ, ปุน ทุติยํ ปาทํ ปสาเรตฺวา ปรจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ อกฺกมติ. อิจฺฉาคตนฺติ อิจฺฉา เอว. อญฺญเตฺรวาติ นิปฺปปญฺจตํ ทสฺเสติ. ภิกฺขาจารกาเล กิเรส นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อโนตตฺเต มุขํ โธวิตฺวา กาเล สมฺปตฺเต อุตฺตรกุรุมฺหิ ปิณฺฑาย จริตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ นิสินฺโน ภตฺตกิจฺจํ กโรติ, ตตฺถ มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา ปุน ชวติ. วสฺสสตายุโกติ ตทา ทีฆายุกกาโล โหติ, อยํ ปน วสฺสสตาวสิฏฺเฐ อายุมฺหิ คมนํ อารภิ. วสฺสสตชีวีติ ตํ วสฺสสตํ อนนฺตราเยน ชีวนฺโต. อนฺตราว กาลงฺกโตติ จกฺกวาฬโลกสฺส อนฺตํ อปฺปตฺวา อนฺตราว มโต. โส ปน ตตฺถ กาลํ กตฺวาปิ อาคนฺตฺวา อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ นิพฺพตฺติ. อปฺปตฺวาติ สงฺขารโลกสฺส อนฺตํ อปฺปตฺวา. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส. อนฺตกิริยนฺติ ปริยนฺตกรณํ. กเฬวเรติ อตฺตภาเว. สสญฺญิมฺหิ สมนเกติ สสญฺเญ สจิตฺเต. โลกนฺติ ทุกฺขสจฺจํ. โลกสมุทยนฺติ สมุทยสจฺจํ. โลกนิโรธนฺติ นิโรธสจฺจํ. ปฏิปทนฺติ มคฺคสจฺจํ. อิติ – ‘‘นาหํ, อาวุโส, อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ ติณกฏฺฐาทีสุ ปญฺญเปมิ, อิมสฺมึ ปน จาตุมหาภูติเก กายสฺมึ เยว ปญฺญเปมี’’ติ ทสฺเสติ. สมิตาวีติ สมิตปาโป. นาสีสตีติ น ปตฺเถติ. ฉฏฺฐํ.
๑๐๘-๑๐๙. สตฺตมฏฺฐมานิ วุตฺตตฺถาเนว. สตฺตมํ, อฏฺฐมํ.
๙. สุสิมสุตฺตวณฺณนา
๑๑๐. นวเม ตุยฺหมฺปิ โน, อานนฺท, สาริปุตฺโต รุจฺจตีติ สตฺถา เถรสฺส วณฺณํ กเถตุกาโม, วณฺโณ จ นาเมส วิสภาคปุคฺคลสฺส สนฺติเก กเถตุํ น วฏฺฏติ. ตสฺส สนฺติเก กถิโต หิ มตฺถกํ น ปาปุณาติ. โส หิ ‘‘อสุโก นาม ภิกฺขุ สีลวา’’ติ วุตฺเต. ‘‘กึ ตสฺส สีลํ? โครูปสีโล โส. กึ ตยา อญฺโญ สีลวา น ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ วา? ‘‘ปญฺญวา’’ติ วุตฺเต, ‘‘กึ ปญฺโญ โส? กึ ตยา อญฺโญ ปญฺญวา น ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ? วา, อาทีนิ วตฺวา วณฺณกถาย อนฺตรายํ กโรติ. อานนฺทตฺเถโร ปน สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สภาโค, ปณีตานิ ลภิตฺวา เถรสฺส เทติ, อตฺตโน อุปฏฺฐากทารเก ปพฺพาเชตฺวา เถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหาเปติ, อุปสมฺปาเทติ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ อานนฺทตฺเถรสฺส ตเถว กโรติ. กึ การณา? อญฺญมญฺญสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวา. อานนฺทตฺเถโร หิ – ‘‘อมฺหากํ เชฏฺฐภาติโก เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ สตสหสฺสญฺจ กปฺเป ปารมิโย ปูเรตฺวา โสฬสวิธํ ปญฺญํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ธมฺมเสนาปติฏฺฐาเน ฐิโต’’ติ เถรสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวาว เถรํ มมายติ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มยา กตฺตพฺพํ มุโขทกทานาทิกิจฺจํ สพฺพํ อานนฺโท กโรติ. อานนฺทํ นิสฺสาย อหํ อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตุํ ลภามี’’ติ อายสฺมโต อานนฺทสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวาว ตํ มมายติ. ตสฺมา ภควา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถตุกาโม อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก กเถตุํ อารทฺโธ.
ตตฺถ ตุยฺหมฺปีติ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ปิ-กาโร. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อานนฺท, สาริปุตฺตสฺส อาจาโร โคจโร วิหาโร อภิกฺกโม ปฏิกฺกโม อาโลกิตวิโลกิตํ สมิญฺชิตปสารณํ มยฺหํ รุจฺจติ, อสีติมหาเถรานํ รุจฺจติ, สเทวกสฺส โลกสฺส รุจฺจติ. ตุยฺหมฺปิ รุจฺจตี’’ติ?
ตโต เถโร สาฏกนฺตเร ลทฺโธกาโส พลวมลฺโล วิย ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา – ‘‘สตฺถา มยฺหํ ปิยสหายสฺส วณฺณํ กถาเปตุกาโม. ลภิสฺสามิ โน อชฺช, ทีปธชภูตํ มหาชมฺพุํ วิธุนนฺโต วิย วลาหกนฺตรโต จนฺทํ นีหริตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปฐมตรํ ตาว จตูหิ ปเทหิ ปุคฺคลปลาเป หรนฺโต กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺสาติอาทิมาห. พาโล หิ พาลตาย, ทุฏฺโฐ โทสตาย, มูโฬฺห โมเหน, วิปลฺลตฺถจิตฺโต อุมฺมตฺตโก จิตฺตวิปลฺลาเสน วณฺณํ ‘‘วณฺโณ’’ติ วา อวณฺณํ ‘‘อวณฺเณ’’ติ วา, ‘‘อยํ พุทฺโธ, อยํ สาวโก’’ติ วา น ชานาติ. อพาลาทโย ปน ชานนฺติ, ตสฺมา อพาลสฺสาติอาทิมาห. น รุจฺเจยฺยาติ พาลาทีนํเยว หิ โส น รุจฺเจยฺย, น อญฺญสฺส กสฺสจิ น รุจฺเจยฺย.
เอวํ ปุคฺคลปลาเป หริตฺวา อิทานิ โสฬสหิ ปเทหิ ยถาภูตํ วณฺณํ กเถนฺโต ปณฺฑิโต, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต, จตูสุ โกสลฺเลสุ ฐิตสฺเสตํ นามํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ธาตุกุสโล จ โหติ อายตนกุสโล จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล จ ฐานาฏฺฐานกุสโล จ, เอตฺตาวตา โข, อานนฺท, ‘ปณฺฑิโต ภิกฺขู’ติ อลํ วจนายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๔). มหาปญฺโญติอาทีสุ มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ตตฺริทํ มหาปญฺญาทีนํ นานตฺตํ (ปฏิ. ม. ๓.๔) – กตมา มหาปญฺญา? มหนฺเต สีลกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา, มหนฺเต สมาธิกฺขนฺเธ, ปญฺญากฺขนฺเธ, วิมุตฺติกฺขนฺเธ, วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา. มหนฺตานิ ฐานาฏฺฐานานิ, มหาวิหารสมาปตฺติโย, มหนฺตานิ อริยสจฺจานิ, มหนฺเต สติปฏฺฐาเน, สมฺมปฺปธาเน, อิทฺธิปาเท, มหนฺตานิ อินฺทฺริยานิ, พลานิ, โพชฺฌงฺคานิ, มหนฺเต อริยมคฺเค, มหนฺตานิ สามญฺญผลานิ, มหาอภิญฺญาโย, มหนฺตํ ปรมตฺถํ นิพฺพานํ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา.
สา ปน เถรสฺส เทโวโรหนํ กตฺวา สงฺกสฺสนครทฺวาเร ฐิเตน สตฺถารา ปุถุชฺชนปญฺจเก ปเญฺห ปุจฺฉิเต ตํ วิสฺสชฺเชนฺตสฺส ปากฏา ชาตา.
กตมา ปุถุปญฺญา? ปุถุ นานาขนฺเธสุ, (ญาณํ ปวตฺตตีติ ปุถุปญฺญา.) ปุถุ นานาธาตูสุ, ปุถุ นานาอายตเนสุ, ปุถุ นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสุ, ปุถุ นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสุ, ปุถุ นานาอตฺเถสุ, ธมฺเมสุ นิรุตฺตีสุ ปฏิภาเนสุ, ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสุ, ปุถุ นานาสมาธิ-ปญฺญาวิมุตฺติ-วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธสุ, ปุถุ นานาฐานาฏฺฐาเนสุ, ปุถุ นานาวิหารสมาปตฺตีสุ, ปุถุ นานาอริยสจฺเจสุ, ปุถุ นานาสติปฏฺฐาเนสุ, สมฺมปฺปธาเนสุ, อิทฺธิปาเทสุ, อินฺทฺริเยสุ, พเลสุ, โพชฺฌงฺเคสุ, ปุถุ นานาอริยมคฺเคสุ, สามญฺญผเลสุ, อภิญฺญาสุ, ปุถุ นานาชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺม ปรมตฺเถ นิพฺพาเน ญาณํ ปวตฺตตีติ ปุถุปญฺญา.
กตมา หาสปญฺญา? อิเธกจฺโจ หาสพหุโล เวทพหุโล ตุฏฺฐิพหุโล ปาโมชฺชพหุโล สีลํ ปริปูเรติ, อินฺทฺริยสํวรํ ปริปูเรติ, โภชเน มตฺตญฺญุตํ, ชาคริยานุโยคํ, สีลกฺขนฺธํ, สมาธิกฺขนฺธํ, ปญฺญากฺขนฺธํ, วิมุตฺติกฺขนฺธํ, วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธํ ปริปูเรตีติ, หาสปญฺญา. หาสพหุโล ปาโมชฺชพหุโล ฐานาฏฺฐานํ ปฏิวิชฺฌตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล วิหารสมาปตฺติโย ปริปูเรตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ. สติปฏฺฐาเน, สมฺมปฺปธาเน, อิทฺธิปาเท, อินฺทฺริยานิ, พลานิ, โพชฺฌงฺคานิ, อริยมคฺคํ ภาเวตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรติ, อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌตีติ หาสปญฺญา, หาสพหุโล เวทตุฏฺฐิปาโมชฺชพหุโล ปรมตฺถํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตีติ หาสปญฺญา.
เถโร จ สรโท นาม ตาปโส หุตฺวา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล อคฺคสาวกปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. ตํกาลโต ปฏฺฐาย หาสพหุโล สีลปริปูรณาทีนิ อกาสีติ หาสปญฺโญ.
กตมา ชวนปญฺญา? ยํกิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ รูปํ อนิจฺจโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. ทุกฺขโต ขิปฺปํ, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. ยา กาจิ เวทนา…เป… ยา กาจิ สญฺญา… เย เกจิ สงฺขารา… ยํกิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… สพฺพํ วิญฺญาณํ อนิจฺจโต, ทุกฺขโต, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจโต, ทุกฺขโต, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐน, ทุกฺขํ ภยฏฺเฐน, อนตฺตา อสารกฏฺเฐนาติ ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา รูปนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. เวทนา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ… จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐน…เป… วิภูตํ กตฺวา ชรามรณนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… วิญฺญาณํ. จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา ชรามรณนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา.
กตมา ติกฺขปญฺญา? ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺญา. อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ, อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ… อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ… อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม… อุปฺปนฺนํ ราคํ… โทสํ… โมหํ… โกธํ… อุปนาหํ… มกฺขํ… ปฬาสํ… อิสฺสํ… มจฺฉริยํ… มายํ… สาเฐยฺยํ… ถมฺภํ… สารมฺภํ… มานํ… อติมานํ… มทํ… ปมาทํ… สพฺเพ กิเลเส… สพฺเพ ทุจฺจริเต… สพฺเพ อภิสงฺขาเร… สพฺเพ ภวคามิกมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ, พฺยนฺตีกโรติ, อนภาวํ คเมตีติ ติกฺขปญฺญา. เอกสฺมึ อาสเน จตฺตาโร จ อริยมคฺคา, จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ, จตสฺโส จ ปฏิสมฺภิทาโย, ฉ จ อภิญฺญาโย อธิคตา โหนฺติ สจฺฉิกตา ผสฺสิตา ปญฺญายาติ ติกฺขปญฺญา.
เถโร จ ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺเต เทสิยมาเน ฐิตโกว สพฺพกิเลเส ฉินฺทิตฺวา สาวกปารมิญาณํ ปฏิวิทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ติกฺขปญฺโญ นาม ชาโต. เตนาห – ‘‘ติกฺขปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติ.
กตมา นิพฺเพธิกปญฺญา? อิเธกจฺโจ สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหติ อุตฺตาสพหุโล อุกฺกณฺฐนพหุโล อรติพหุโล อนภิรติพหุโล พหิมุโข น รมติ สพฺพสงฺขาเรสุ, อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลตีติ นิพฺเพธิกปญฺญา. อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โทสกฺขนฺธํ… โมหกฺขนฺธํ… โกธํ… อุปนาหํ…เป… สพฺเพ ภวคามิกมฺเม นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลตีติ นิพฺเพธิกปญฺญา.
อปฺปิจฺโฉติ สนฺตคุณนิคุหนตา, ปจฺจยปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญุตา, เอตํ อปฺปิจฺฉลกฺขณนฺติ อิมินา ลกฺขเณน สมนฺนาคโต. สนฺตุฏฺโฐติ จตูสุ ปจฺจเยสุ ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ, อิเมหิ ตีหิ สนฺโตเสหิ สมนฺนาคโต. ปวิวิตฺโตติ กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ, อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตานนฺติ, อิเมสํ ติณฺณํ วิเวกานํ ลาภี. อสํสฏฺโฐติ ทสฺสนสํสคฺโค สวนสํสคฺโค สมุลฺลปนสํสคฺโค ปริโภคสํสคฺโค กายสํสคฺโคติ, อิเมหิ ปญฺจหิ สํสคฺเคหิ วิรหิโต. อยญฺจ ปญฺจวิโธ สํสคฺโค ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อุปาสเกหิ อุปสิกาหิ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหีติ อฏฺฐหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ ชายติ, โส สพฺโพปิ เถรสฺส นตฺถีติ อสํสฏฺโฐ.
อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย ปริปุณฺณวีริโย. ตตฺถ อารทฺธวีริโย ภิกฺขุ คมเน อุปฺปนฺนกิเลสสฺส ฐานํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ฐาเน อุปฺปนฺนสฺส นิสชฺชํ, นิสชฺชาย อุปฺปนฺนสฺส เสยฺยํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ตสฺมึ ตสฺมึ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนํ ตตฺถ ตตฺเถว นิคฺคณฺหาติ. เถโร ปน จตุจตฺตาลีส วสฺสานิ มญฺเจ ปิฏฺฐึ น ปสาเรติ. ตํ สนฺธาย ‘‘อารทฺธวีริโย’’ติ อาห. วตฺตาติ โอธุนนวตฺตา. ภิกฺขูนํ อชฺฌาจารํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช กเถสฺสามิ, เสฺว กเถสฺสามี’’ติ กถาววตฺถานํ น กโรติ, ตสฺมึ ตสฺมึ เยว ฐาเน โอวทติ อนุสาสตีติ อตฺโถ.
วจนกฺขโมติ วจนํ ขมติ. เอโก หิ ปรสฺส โอวาทํ เทติ, สยํ ปน อญฺเญน โอวทิยมาโน กุชฺฌติ. เถโร ปน ปรสฺสปิ โอวาทํ เทติ, สยํ โอวทิยมาโนปิ สิรสา สมฺปฏิจฺฉติ. เอกทิวสํ กิร สาริปุตฺตตฺเถรํ สตฺตวสฺสิโก สามเณโร – ‘‘ภนฺเต, สาริปุตฺต, ตุมฺหากํ นิวาสนกณฺโณ โอลมฺพตี’’ติ อาห. เถโร กิญฺจิ อวตฺวาว เอกมนฺตํ คนฺตฺวา ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา อาคมฺม ‘‘เอตฺตกํ วฏฺฏติ อาจริยา’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ.
‘‘ตทหุ ปพฺพชิโต สนฺโต, ชาติยา สตฺตวสฺสิโก;
โสปิ มํ อนุสาเสยฺย, สมฺปฏิจฺฉามิ มตฺถเก’’ติ. (มิ. ป. ๖.๔.๘) –
อาห.
โจทโกติ วตฺถุสฺมึ โอติณฺเณ วา อโนติณฺเณ วา วีติกฺกมํ ทิสฺวา – ‘‘อาวุโส, ภิกฺขุนา นาม เอวํ นิวาเสตพฺพํ, เอวํ ปารุปิตพฺพํ, เอวํ คนฺตพฺพํ, เอวํ ฐาตพฺพํ, เอวํ นิสีทิตพฺพํ, เอวํ ขาทิตพฺพํ, เอวํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ ตนฺติวเสน อนุสิฏฺฐึ เทติ.
ปาปครหีติ ปาปปุคฺคเล น ปสฺเส, น เตสํ วจนํ สุเณ, เตหิ สทฺธึ เอกจกฺกวาเฬปิ น วเสยฺยํ.
‘‘มา เม กทาจิ ปาปิจฺโฉ, กุสีโต หีนวีริโย;
อปฺปสฺสุโต อนาทโร, สเมโต อหุ กตฺถจี’’ติ. –
เอวํ ปาปปุคฺคเลปิ ครหติ, ‘‘สมเณน นาม ราควสิเกน โทสโมหวสิเกน น โหตพฺพํ, อุปฺปนฺโน ราโค โทโส โมโห ปหาตพฺโพ’’ติ เอวํ ปาปธมฺเมปิ ครหตีติ ทฺวีหิ การเณหิ ‘‘ปาปครหี, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติ วทติ.
เอวํ อายสฺมตา อานนฺเทน โสฬสหิ ปเทหิ เถรสฺส ยถาภูตวณฺณปฺปกาสเน กเต – ‘‘กึ อานนฺโท อตฺตโน ปิยสหายสฺส วณฺณํ กเถตุํ น ลภติ, กเถตุ กึ ปน เตน กถิตํ ตเถว โหติ, กึ โส สพฺพญฺญู’’ติ? โกจิ ปาปปุคฺคโล วตฺตุํ มา ลภตูติ สตฺถา ตํ วณฺณภณนํ อกุปฺปํ สพฺพญฺญุภาสิตํ กโรนฺโต ชินมุทฺทิกาย ลญฺฉนฺโต เอวเมตนฺติอาทิมาห.
เอวํ ตถาคเตน จ อานนฺทตฺเถเรน จ มหาเถรสฺส วณฺเณ กถิยมาเน ภุมฏฺฐกา เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา เอเตเหว โสฬสหิ ปเทหิ วณฺณํ กถยึสุ. ตโต อากาสฏฺฐกเทวตา สีตวลาหกา อุณฺหวลาหกา จาตุมหาราชิกาติ ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา เอเตเหว โสฬสหิ ปเทหิ วณฺณํ กถยึสุ. เอเตนุปาเยน เอกจกฺกวาฬํ อาทึ กตฺวา ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา กถยึสุ. อถายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สทฺธิวิหาริโก สุสีโม เทวปุตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อิมา เทวตา อตฺตโน อตฺตโน นกฺขตฺตกีฬํ ปหาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา มยฺหํ อุปชฺฌายสฺเสว วณฺณํ กเถนฺติ, คจฺฉามิ ตถาคตสฺส สนฺติกํ, คนฺตฺวา เอตเทว วณฺณภณนํ เทวตาภาสิตํ กโรมี’’ติ, โส ตถา อกาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข สุสีโมติอาทิ วุตฺตํ.
อุจฺจาวจาติ อญฺเญสุ ฐาเนสุ ปณีตํ อุจฺจํ วุจฺจติ, หีนํ อวจํ. อิธ ปน อุจฺจาวจาติ นานาวิธา วณฺณนิภา. ตสฺสา กิร เทวปริสาย นีลฏฺฐานํ อตินีลํ, ปีตกฏฺฐานํ อติปีตกํ, โลหิตฏฺฐานํ อติโลหิตํ, โอทาตฏฺฐานํ อจฺโจทาตนฺติ, จตุพฺพิธา วณฺณนิภา ปาตุภวิ. เตเนว เสยฺยถาปิ นามาติ จตสฺโส อุปมา อาคตา. ตตฺถ สุโภติ สุนฺทโร. ชาติมาติ ชาติสมฺปนฺโน. สุปริกมฺมกโตติ โธวนาทิปริกมฺเมน สุฏฺฐุ ปริกมฺมกโต. ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโตติ รตฺตกมฺพเล ฐปิโต. เอวเมวนฺติ รตฺตกมฺพเล นิกฺขิตฺตมณิ วิย สพฺพา เอกปฺปหาเรเนว วิโรจิตุํ อารทฺธา. นิกฺขนฺติ อติเรกปญฺจสุวณฺเณน กตปิฬนฺธนํ. ตญฺหิ ฆฏฺฏนมชฺชนกฺขมํ โหติ. ชมฺโพนทนฺติ มหาชมฺพุสาขาย ปวตฺตนทิยํ นิพฺพตฺตํ, มหาชมฺพุผลรเส วา ปถวิยํ ปวิฏฺเฐ สุวณฺณงฺกุรา อุฏฺฐหนฺติ, เตน สุวณฺเณน กตปิฬนฺธนนฺติปิ อตฺโถ. ทกฺขกมฺมารปุตฺตอุกฺกามุขสุกุสลสมฺปหฏฺฐนฺติ สุกุสเลน กมฺมารปุตฺเตน อุกฺกามุเข ปจิตฺวา สมฺปหฏฺฐํ. ธาตุวิภงฺเค (ม. นิ. ๓.๓๕๗ อาทโย) อกตภณฺฑํ คหิตํ, อิธ ปน กตภณฺฑํ.
วิทฺเธติ ทูรีภูเต. เทเวติ อากาเส. นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโนติ อากาสํ อภิลงฺฆนฺโต. อิมินา ตรุณสูริยภาโว ทสฺสิโต. โสรโตติ โสรจฺเจน สมนฺนาคโต. ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน. สตฺถุวณฺณาภโตติ สตฺถารา อาภตวณฺโณ. สตฺถา หิ อฏฺฐปริสมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ‘‘เสวถ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๗๑) นเยน เถรสฺส วณฺณํ อาหรีติ เถโร อาภตวณฺโณ นาม โหติ. กาลํ กงฺขตีติ ปรินิพฺพานกาลํ ปตฺเถติ. ขีณาสโว หิ เนว มรณํ อภินนฺทติ, น ชีวิตํ ปตฺเถติ, ทิวสสงฺเขปํ เวตนํ คเหตฺวา ฐิตปุริโส วิย กาลํ ปน ปตฺเถติ, โอโลเกนฺโต ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. เตเนวาห –
‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๑๐๐๑-๑๐๐๒); นวมํ;
๑๐. นานาติตฺถิยสาวกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๑. ทสเม นานาติตฺถิยสาวกาติ เต กิร กมฺมวาทิโน อเหสุํ, ตสฺมา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตา, เต ‘‘อตฺตโน อตฺตโน สตฺถริ ปสาเทน นิพฺพตฺตมฺหา’’ติ สญฺญิโน หุตฺวา ‘‘คจฺฉาม ทสพลสฺส สนฺติเก ฐตฺวา อมฺหากํ สตฺถารานํ วณฺณํ กเถสฺสามา’’ติ อาคนฺตฺวา ปจฺเจกคาถาหิ กถยึสุ. ตตฺถ ฉินฺทิตมาริเตติ ฉินฺทิเต จ มาริเต จ. หตชานีสูติ โปถเน จ ธนชานีสุ จ. ปุญฺญํ วา ปนาติ อตฺตโน ปุญฺญมฺปิ น สมนุปสฺสติ, สงฺเขปโต ปุญฺญาปุญฺญานํ วิปาโก นตฺถีติ วทติ. ส เว วิสฺสาสมาจิกฺขีติ โส – ‘‘เอวํ กตปาปานมฺปิ กตปุญฺญานมฺปิ วิปาโก นตฺถี’’ติ วทนฺโต สตฺตานํ วิสฺสาสํ อวสฺสยํ ปติฏฺฐํ อาจิกฺขติ, ตสฺมา มานนํ วนฺทนํ ปูชนํ อรหตีติ วทติ.
ตโปชิคุจฺฉายาติ กายกิลมถตเปน ปาปชิคุจฺฉเนน. สุสํวุตตฺโตติ สมนฺนาคโต ปิหิโต วา. เชคุจฺฉีติ ตเปน ปาปชิคุจฺฉโก. นิปโกติ ปณฺฑิโต. จาตุยามสุสํวุโตติ จาตุยาเมน สุสํวุโต. จาตุยาโม นาม สพฺพวาริวาริโต จ โหติ สพฺพวาริยุตฺโต จ สพฺพวาริธุโต จ สพฺพวาริผุโฏ จาติ อิเม จตฺตาโร โกฏฺฐาสา. ตตฺถ สพฺพวาริวาริโตติ วาริตสพฺพอุทโก, ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ อตฺโถ. โส กิร สีโตทเก สตฺตสญฺญี โหติ, ตสฺมา ตํ น วลญฺเชติ. สพฺพวาริยุตฺโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ยุโต. สพฺพวาริธุโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ธุตปาโป. สพฺพวาริผุโฏติ สพฺเพน ปาปวารเณน ผุฏฺโฐ. ทิฏฺฐํ สุตญฺจ อาจิกฺขนฺติ ทิฏฺฐํ ‘‘ทิฏฺฐํ เม’’ติ สุตํ ‘‘สุตํ เม’’ติ อาจิกฺขนฺโต, น นิคุหนฺโต. น หิ นูน กิพฺพิสีติ เอวรูโป สตฺถา กิพฺพิสการโก นาม น โหติ.
นานาติตฺถิเยติ โส กิร นานาติตฺถิยานํเยว อุปฏฺฐาโก, ตสฺมา เต อารพฺภ วทติ. ปกุธโก กาติยาโนติ ปกุโธ กจฺจายโน. นิคณฺโฐติ นาฏปุตฺโต. มกฺขลิปูรณาเสติ มกฺขลิ จ ปูรโณ จ. สามญฺญปฺปตฺตาติ สมณธมฺเม โกฏิปฺปตฺตา. น หิ นูน เตติ สปฺปุริเสหิ น ทูเร, เตเยว โลเก สปฺปุริสาติ วทติ. ปจฺจภาสีติ ‘‘อยํ อาโกฏโก อิเมสํ นคฺคนิสฺสิริกานํ ทสพลสฺส สนฺติเก ฐตฺวา วณฺณํ กเถตีติ เตสํ อวณฺณํ กเถสฺสามี’’ติ ปติอภาสีติ.
ตตฺถ สหาจริเตนาติ สห จริตมตฺเตน. ฉโว สิคาโลติ ลามโก กาลสิคาโล. โกตฺถุโกติ ตสฺเสว เววจนํ. สงฺกสฺสราจาโรติ อาสงฺกิตสมาจาโร. น สตํ สริกฺโขติ ปณฺฑิตานํ สปฺปุริสานํ สทิโส น โหติ, กึ ตฺวํ กาลสิคาลสทิเส ติตฺถิเย สีเห กโรสีติ?
อนฺวาวิสิตฺวาติ ‘‘อยํ เอวรูปานํ สตฺถารานํ อวณฺณํ กเถติ, เตเนว นํ มุเขน วณฺณํ กถาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตสฺส สรีเร อนุอาวิสิ อธิมุจฺจิ, เอวํ อนฺวาวิสิตฺวา. อายุตฺตาติ ตโปชิคุจฺฉเน ยุตฺตปยุตฺตา. ปาลยํ ปวิเวกิยนฺติ ปวิเวกํ ปาลยนฺตา. เต กิร ‘‘นฺหาปิตปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ สยํ เกเส ลุญฺจนฺติ. ‘‘จีวรปวิเวกํ ปาเตสฺสามา’’ติ นคฺคา วิจรนฺติ. ‘‘ปิณฺฑปาตปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ สุนขา วิย ภูมิยํ วา ภุญฺชนฺติ หตฺเถสุ วา. ‘‘เสนาสนปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ กณฺฏกเสยฺยาทีนิ กปฺเปนฺติ. รูเป นิวิฏฺฐาติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ รูเป ปติฏฺฐิตา. เทวโลกาภินนฺทิโนติ เทวโลกปตฺถนกามา. มาติยาติ มจฺจา, เต เว มจฺจา ปรโลกตฺถาย สมฺมา อนุสาสนฺตีติ วทติ.
อิติ วิทิตฺวาติ ‘‘อยํ ปฐมํ เอเตสํ อวณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ วณฺณํ กเถติ, โก นุ โข เอโส’’ติ อาวชฺเชนฺโต ชานิตฺวาว. เย จนฺตลิกฺขสฺมึ ปภาสวณฺณาติ เย อนฺตลิกฺเข จนฺโทภาสสูริโยภาสสญฺฌาราคอินฺทธนุตารกรูปานํ ปภาสวณฺณา. สพฺเพว เต เตติ สพฺเพว เต ตยา. นมุจีติ มารํ อาลปติ. อามิสํว มจฺฉานํ วธาย ขิตฺตาติ ยถา มจฺฉานํ วธตฺถาย พฬิสลคฺคํ อามิสํ ขิปติ, เอวํ ตยา ปสํสมาเนน เอเต รูปา สตฺตานํ วธาย ขิตฺตาติ วทติ.
มาณวคามิโยติ อยํ กิร เทวปุตฺโต พุทฺธุปฏฺฐาโก. ราชคหียานนฺติ ราชคหปพฺพตานํ. เสโตติ เกลาโส. อฆคามินนฺติ อากาสคามีนํ. อุทธินนฺติ อุทกนิธานานํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ราชคหียานํ ปพฺพตานํ วิปุโล เสฏฺโฐ, หิมวนฺตปพฺพตานํ เกลาโส, อากาสคามีนํ อาทิจฺโจ, อุทกนิธานานํ สมุทฺโท, นกฺขตฺตานํ จนฺโท, เอวํ สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ เสฏฺโฐติ. ทสมํ.
นานาติตฺถิยวคฺโค ตติโย.
อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา
สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
เทวปุตฺตสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.