๒. เทวปุตฺตสํยุตฺตํ
๑. ปฐมวคฺโค
๑. ปฐมกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๘๒. เทวปุตฺตสํยุตฺตสฺส ปฐเม เทวปุตฺโตติ เทวานญฺหิ องฺเก นิพฺพตฺตา ปุริสา เทวปุตฺตา นาม, อิตฺถิโย เทวธีตโร นาม โหนฺติ. นามวเสน อปากฏาว ‘‘อญฺญตรา เทวตา’’ติ วุจฺจติ, ปากโฏ ‘‘อิตฺถนฺนาโม เทวปุตฺโต’’ติ. ตสฺมา เหฏฺฐา ‘‘อญฺญตรา เทวตา’’ติ วตฺวา อิธ ‘‘เทวปุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. อนุสาสนฺติ อนุสิฏฺฐึ. อยํ กิร เทวปุตฺโต ภควตา สมฺโพธิโต สตฺตเม วสฺเส ยมกปาฏิหาริยํ กตฺวา ติทสปุเร วสฺสํ อุปคมฺม อภิธมฺมํ เทเสนฺเตน ฌานวิภงฺเค – ‘‘ภิกฺขูติ สมญฺญาย ภิกฺขุ, ปฏิญฺญาย ภิกฺขู’’ติ (วิภ. ๕๑๐). เอวํ ภิกฺขุนิทฺเทสํ กถิยมานํ อสฺโสสิ. ‘‘เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ, เอวํ มนสิกโรถ, มา เอวํ มนสากตฺถ. อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’’ติ (ปารา. ๑๙). เอวรูปํ ปน ภิกฺขุโอวาทํ ภิกฺขุอนุสาสนํ น อสฺโสสิ. โส ตํ สนฺธาย – ‘‘ภิกฺขุํ ภควา ปกาเสสิ, โน จ ภิกฺขุโน อนุสาส’’นฺติ อาห.
เตน หีติ ยสฺมา มยา ภิกฺขุโน อนุสิฏฺฐิ น ปกาสิตาติ วทสิ, ตสฺมา. ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตูติ ตุเยฺหเวสา อนุสิฏฺฐิปกาสนา อุปฏฺฐาตูติ. โย หิ ปญฺหํ กเถตุกาโม โหติ, น จ สกฺโกติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา กเถตุํ. โย วา น กเถตุกาโม โหติ, สกฺโกติ ปน กเถตุํ. โย วา เนว กเถตุกาโม โหติ, กเถตุํ น จ สกฺโกติ. สพฺเพสมฺปิ เตสํ ภควา ปญฺหํ ภารํ น กโรติ. อยํ ปน เทวปุตฺโต กเถตุกาโม เจว, สกฺโกติ จ กเถตุํ. ตสฺมา ตสฺเสว ภารํ กโรนฺโต ภควา เอวมาห. โสปิ ปญฺหํ กเถสิ.
ตตฺถ สุภาสิตสฺส สิกฺเขถาติ สุภาสิตํ สิกฺเขยฺย, จตุสจฺจนิสฺสิตํ ทสกถาวตฺถุนิสฺสิตํ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยนิสฺสิตํ จตุพฺพิธํ วจีสุจริตเมว สิกฺเขยฺย. สมณูปาสนสฺส จาติ สมเณหิ อุปาสิตพฺพํ สมณูปาสนํ นาม อฏฺฐตึสเภทํ กมฺมฏฺฐานํ, ตมฺปิ สิกฺเขยฺย ภาเวยฺยาติ อตฺโถ. พหุสฺสุตานํ วา ภิกฺขูนํ อุปาสนมฺปิ สมณูปาสนํ. ตมฺปิ ‘กึ, ภนฺเต, กุสล’’นฺติอาทินา ปญฺหปุจฺฉเนน ปญฺญาวุทฺธตฺถํ สิกฺเขยฺย. จิตฺตวูปสมสฺส จาติ อฏฺฐสมาปตฺติวเสน จิตฺตวูปสมํ สิกฺเขยฺย. อิติ เทวปุตฺเตน ติสฺโส สิกฺขา กถิตา โหนฺติ. ปุริมปเทน หิ อธิสีลสิกฺขา กถิตา, ทุติยปเทน อธิปญฺญาสิกฺขา, จิตฺตวูปสเมน อธิจิตฺตสิกฺขาติ เอวํ อิมาย คาถาย สกลมฺปิ สาสนํ ปกาสิตเมว โหติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๘๓. ทุติเย ฌายีติ ทฺวีหิ ฌาเนหิ ฌายี. วิมุตฺตจิตฺโตติ กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยา วิมุตฺตจิตฺโต. หทยสฺสานุปตฺตินฺติ อรหตฺตํ. โลกสฺสาติ สงฺขารโลกสฺส. อนิสฺสิโตติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อนิสฺสิโต, ตณฺหาทิฏฺฐิโย วา อนิสฺสิโต. ตทานิสํโสติ อรหตฺตานิสํโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อรหตฺตานิสํโส ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปตฺเถนฺโต ฌายี ภเวยฺย, สุวิมุตฺตจิตฺโต ภเวยฺย, โลกสฺส อุทยพฺพยํ ญตฺวา อนิสฺสิโต ภเวยฺย. ตนฺติธมฺโม ปน อิมสฺมึ สาสเน ปุพฺพภาโคติ. ทุติยํ.
๓-๔. มาฆสุตฺตาทิวณฺณนา
๘๔. ตติเย มาโฆติ สกฺกสฺเสตํ นามํ. เสฺวว วตฺเตน อญฺเญ อภิภวิตฺวา เทวิสฺสริยํ ปตฺโตติ วตฺรภู, วตฺรนามกํ วา อสุรํ อภิภวตีติ วตฺรภู. ตติยํ.
๘๕. จตุตฺถํ วุตฺตตฺถเมว. จตุตฺถํ.
๕. ทามลิสุตฺตวณฺณนา
๘๖. ปญฺจเม น เตนาสีสเต ภวนฺติ เตน การเณน ยํ กิญฺจิ ภวํ น ปตฺเถติ. อายตปคฺคโห นาเมส เทวปุตฺโต, ขีณาสวสฺส กิจฺจโวสานํ นตฺถิ. ขีณาสเวน หิ อาทิโต อรหตฺตปฺปตฺติยา วีริยํ กตํ, อปรภาเค มยา อรหตฺตํ ปตฺตนฺติ มา ตุณฺหี ภวตุ, ตเถว วีริยํ ทฬฺหํ กโรตุ ปรกฺกมตูติ จินฺเตตฺวา เอวมาห.
อถ ภควา ‘‘อยํ เทวปุตฺโต ขีณาสวสฺส กิจฺจโวสานํ อกเถนฺโต มม สาสนํ อนิยฺยานิกํ กเถติ, กิจฺจโวสานมสฺส กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นตฺถิ กิจฺจนฺติอาทิมาห. ตีสุ กิร ปิฏเกสุ อยํ คาถา อสํกิณฺณา. ภควตา หิ อญฺญตฺถ วีริยสฺส โทโส นาม ทสฺสิโต นตฺถิ. อิธ ปน อิมํ เทวปุตฺตํ ปฏิพาหิตฺวา ‘‘ขีณาสเวน ปุพฺพภาเค อาสวกฺขยตฺถาย อรญฺเญ วสนฺเตน กมฺมฏฺฐานํ อาทาย วีริยํ กตํ, อปรภาเค สเจ อิจฺฉติ, กโรตุ, โน เจ อิจฺฉติ, ยถาสุขํ วิหรตู’’ติ ขีณาสวสฺส กิจฺจโวสานทสฺสนตฺถํ เอวมาห. ตตฺถ คาธนฺติ ปติฏฺฐํ. ปญฺจมํ.
๖. กามทสุตฺตวณฺณนา
๘๗. ฉฏฺเฐ ทุกฺกรนฺติ อยํ กิร เทวปุตฺโต ปุพฺพโยคาวจโร พหลกิเลสตาย สปฺปโยเคน กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต สมณธมฺมํ กตฺวา ปุพฺพูปนิสฺสยมนฺทตาย อริยภูมึ อปฺปตฺวาว กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต. โส ‘‘ตถาคตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ทุกฺกรภาวํ อาโรเจสฺสามี’’ติ อาคนฺตฺวา เอวมาห. ตตฺถ ทุกฺกรนฺติ ทสปิ วสฺสานิ…เป… สฏฺฐิปิ ยเทตํ เอกนฺตปริสุทฺธสฺส สมณธมฺมสฺส กรณํ นาม, ตํ ทุกฺกรํ. เสขาติ สตฺต เสขา. สีลสมาหิตาติ สีเลน สมาหิตา สมุเปตา. ฐิตตฺตาติ ปติฏฺฐิตสภาวา. เอวํ ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ อุปริปญฺหสมุฏฺฐาปนตฺถํ อนคาริยุเปตสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ อนคาริยุเปตสฺสาติ อนคาริยํ นิคฺเคหภาวํ อุเปตสฺส. สตฺตภูมิเกปิ หิ ปาสาเท วสนฺโต ภิกฺขุ วุฑฺฒตเรน อาคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ อิทํ ปาปุณาตี’’ติ วุตฺเต ปตฺตจีวรํ อาทาย นิกฺขมเตว. ตสฺมา ‘‘อนคาริยุเปโต’’ติ วุจฺจติ. ตุฏฺฐีติ จตุปจฺจยสนฺโตโส. ภาวนายาติ จิตฺตวูปสมภาวนาย.
เต เฉตฺวา มจฺจุโน ชาลนฺติ เย รตฺตินฺทิวํ อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ จิตฺตํ สมาทหนฺติ. เย จ สมาหิตจิตฺตา, เต จตุปจฺจยสนฺโตสํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สนฺตุฏฺฐา, เต สีลํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สีเล ปติฏฺฐิตา สตฺต เสขา, เต อริยา มจฺจุโน ชาลสงฺขาตํ กิเลสชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ. ทุคฺคโมติ ‘‘สจฺจเมตํ, ภนฺเต, เย อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ สมาทหนฺติ…เป… เย สีเล ปติฏฺฐิตา, เต มจฺจุโน ชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ’’. กึ น คจฺฉิสฺสนฺติ? อยํ ปน ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโคติ อาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ อริยมคฺโค เนว ทุคฺคโม น วิสโม, ปุพฺพภาคปฏิปทาย ปนสฺส พหู ปริสฺสยา โหนฺติ. ตสฺมา เอวํ วุตฺโต. อวํสิราติ ญาณสิเรน อโธสิรา หุตฺวา ปปตนฺติ. อริยมคฺคํ อาโรหิตุํ อสมตฺถตาเยว จ เต อนริยมคฺเค ปปตนฺตีติ จ วุจฺจนฺติ. อริยานํ สโม มคฺโคติ เสฺวว มคฺโค อริยานํ สโม โหติ. วิสเม สมาติ วิสเมปิ สตฺตกาเย สมาเยว. ฉฏฺฐํ.
๗. ปญฺจาลจณฺฑสุตฺตวณฺณนา
๘๘. สตฺตเม สมฺพาเธติ นีวรณสมฺพาธํ กามคุณสมฺพาธนฺติ เทฺว สมฺพาธา. เตสุ อิธ นีวรณสมฺพาธํ อธิปฺเปตํ. โอกาสนฺติ ฌานสฺเสตํ นามํ. ปฏิลีนนิสโภติ ปฏิลีนเสฏฺโฐ. ปฏิลีโน นาม ปหีนมาโน วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปฏิลีโน โหติ. อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน อสฺมิมาโน ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๘; มหานิ. ๘๗). ปจฺจลตฺถํสูติ ปฏิลภึสุ. สมฺมา เตติ เย นิพฺพานปตฺติยา สตึ ปฏิลภึสุ, เต โลกุตฺตรสมาธินาปิ สุสมาหิตาติ มิสฺสกชฺฌานํ กถิตํ. สตฺตมํ.
๘. ตายนสุตฺตวณฺณนา
๘๙. อฏฺฐเม ปุราณติตฺถกโรติ ปุพฺเพ ติตฺถกโร. เอตฺถ จ ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย, ติตฺถกโร นาม ตาสํ อุปฺปาทโก สตฺถา. เสยฺยถิทํ นนฺโท, วจฺโฉ, กิโส, สํกิจฺโจ. ปุราณาทโย ปน ติตฺถิยา นาม. อยํ ปน ทิฏฺฐึ อุปฺปาเทตฺวา กถํ สคฺเค นิพฺพตฺโตติ? กมฺมวาทิตาย. เอส กิร อุโปสถภตฺตาทีนิ อทาสิ, อนาถานํ วตฺตํ ปฏฺฐเปสิ, ปติสฺสเย อกาสิ, โปกฺขรณิโย ขณาเปสิ, อญฺญมฺปิ พหุํ กลฺยาณํ อกาสิ. โส ตสฺส นิสฺสนฺเทน สคฺเค นิพฺพตฺโต, สาสนสฺส ปน นิยฺยานิกภาวํ ชานาติ. โส ตถาคตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สาสนานุจฺฉวิกา วีริยปฺปฏิสํยุตฺตา คาถา วกฺขามีติ อาคนฺตฺวา ฉินฺท โสตนฺติอาทิมาห.
ตตฺถ ฉินฺทาติ อนิยมิตอาณตฺติ. โสตนฺติ ตณฺหาโสตํ. ปรกฺกมฺมาติ ปรกฺกมิตฺวา วีริยํ กตฺวา. กาเมติ กิเลสกาเมปิ วตฺถุกาเมปิ. ปนุทาติ นีหร. เอกตฺตนฺติ ฌานํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กาเม อชหิตฺวา มุนิ ฌานํ น อุปปชฺชติ, น ปฏิลภตีติ อตฺโถ. กยิรา เจ กยิราเถนนฺติ ยทิ วีริยํ กเรยฺย, กเรยฺยาถ, ตํ วีริยํ น โอสกฺเกยฺย. ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเมติ ทฬฺหํ เอนํ กเรยฺย. สิถิโล หิ ปริพฺพาโชติ สิถิลคหิตา ปพฺพชฺชา. ภิยฺโย อากิรเต รชนฺติ อติเรกํ อุปริ กิเลสรชํ อากิรติ. อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโยติ ทุกฺกฏํ อกตเมว เสยฺโย. ยํ กิญฺจีติ น เกวลํ ทุกฺกฏํ กตฺวา กตสามญฺญเมว, อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กตํ เอวรูปเมว โหติ. สํกิลิฏฺฐนฺติ ทุกฺกรการิกวตํ. อิมสฺมึ หิ สาสเน ปจฺจยเหตุ สมาทินฺนธุตงฺควตํ สํกิลิฏฺฐเมว. สงฺกสฺสรนฺติ สงฺกาย สริตํ, ‘‘อิทมฺปิ อิมินา กตํ ภวิสฺสติ, อิทมฺปิ อิมินา’’ติ เอวํ อาสงฺกิตปริสงฺกิตํ. อาทิพฺรหฺมจริยิกาติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตา ปุพฺพปธานภูตา. อฏฺฐมํ.
๙. จนฺทิมสุตฺตวณฺณนา
๙๐. นวเม จนฺทิมาติ จนฺทวิมานวาสี เทวปุตฺโต. สพฺพธีติ สพฺเพสุ ขนฺธอายตนาทีสุ. โลกานุกมฺปกาติ ตุยฺหมฺปิ เอตสฺสปิ ตาทิสา เอว. สนฺตรมาโนวาติ ตุริโต วิย. ปมุญฺจสีติ อตีตตฺเถ วตฺตมานวจนํ. นวมํ.
๑๐. สูริยสุตฺตวณฺณนา
๙๑. ทสเม สูริโยติ สูริยวิมานวาสี เทวปุตฺโต. อนฺธกาเรติ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺตินิวารเณน อนฺธภาวกรเณ. วิโรจตีติ เวโรจโน. มณฺฑลีติ มณฺฑลสณฺฐาโน. มา, ราหุ, คิลี จรมนฺตลิกฺเขติ อนฺตลิกฺเข จรํ สูริยํ, ราหุ, มา คิลีติ วทติ. กึ ปเนส ตํ คิลตีติ? อาม, คิลติ. ราหุสฺส หิ อตฺตภาโว มหา, อุจฺจตฺตเนน อฏฺฐโยชนสตาธิกานิ จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ, พาหนฺตรมสฺส ทฺวาทสโยชนสตานิ, พหลตฺเตน ฉ โยชนสตานิ, สีสํ นว โยชนสตํ, นลาฏํ ติโยชนสตํ, ภมุกนฺตรํ ปณฺณาสโยชนํ, มุขํ ทฺวิโยชนสตํ, ฆานํ ติโยชนสตํ, มุขาธานํ ติโยชนสตคมฺภีรํ หตฺถตลปาทตลานิ ปุถุลโต ทฺวิโยชนสตานิ. องฺคุลิปพฺพานิ ปณฺณาส โยชนานิ. โส จนฺทิมสูริเย วิโรจมาเน ทิสฺวา อิสฺสาปกโต เตสํ คมนวีถึ โอตริตฺวา มุขํ วิวริตฺวา ติฏฺฐติ. จนฺทวิมานํ สูริยวิมานํ วา ติโยชนสติเก มหานรเก ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ. วิมาเน อธิวตฺถา เทวตา มรณภยตชฺชิตา เอกปฺปหาเรเนว วิรวนฺติ. โส ปน วิมานํ กทาจิ หตฺเถน ฉาเทติ, กทาจิ หนุกสฺส เหฏฺฐา ปกฺขิปติ, กทาจิ ชิวฺหาย ปริมชฺชติ, กทาจิ อวคณฺฑการกํ ภุญฺชนฺโต วิย กโปลนฺตเร ฐเปติ. เวคํ ปน วาเรตุํ น สกฺโกติ. สเจ วาเรสฺสามีติ คณฺฑกํ กตฺวา ติฏฺเฐยฺย, มตฺถกํ ตสฺส ภินฺทิตฺวา นิกฺขเมยฺย, อากฑฺฒิตฺวา วา นํ โอนเมยฺย. ตสฺมา วิมาเนน สเหว คจฺฉติ. ปชํ มมนฺติ จนฺทิมสูริยา กิร เทฺวปิ เทวปุตฺตา มหาสมยสุตฺตกถนทิวเส โสตาปตฺติผลํ ปตฺตา. เตน ภควา ‘‘ปชํ มม’’นฺติ อาห, ปุตฺโต มม เอโสติ อตฺโถ. ทสมํ.
ปฐโม วคฺโค.
๒. อนาถปิณฺฑิกวคฺโค
๑. จนฺทิมสสุตฺตวณฺณนา
๙๒. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม กจฺเฉวาติ กจฺเฉ วิย. กจฺเฉติ ปพฺพตกจฺเฉปิ นทีกจฺเฉปิ. เอโกทิ นิปกาติ เอกคฺคจิตฺตา เจว ปญฺญาเนปกฺเกน จ สมนฺนาคตา. สตาติ สติมนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เย ฌานานิ ลภิตฺวา เอโกที นิปกา สตา วิหรนฺติ, เต อมกเส ปพฺพตกจฺเฉ วา นทีกจฺเฉ วา มคา วิย โสตฺถึ คมิสฺสนฺตีติ. ปารนฺติ นิพฺพานํ. อมฺพุโชติ มจฺโฉ. รณญฺชหาติ กิเลสญฺชหา. เยปิ ฌานานิ ลภิตฺวา อปฺปมตฺตา กิเลเส ชหนฺติ, เต สุตฺตชาลํ ภินฺทิตฺวา มจฺฉา วิย นิพฺพานํ คมิสฺสนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ปฐมํ.
๒. เวณฺฑุสุตฺตวณฺณนา
๙๓. ทุติเย เวณฺฑูติ ตสฺส เทวปุตฺตสฺส นามํ. ปยิรุปาสิยาติ ปริรุปาสิตฺวา. อนุสิกฺขเรติ สิกฺขนฺติ. สิฏฺฐิปเทติ อนุสิฏฺฐิปเท. กาเล เต อปฺปมชฺชนฺตาติ กาเล เต อปฺปมาทํ กโรนฺตา. ทุติยํ.
๓. ทีฆลฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา
๙๔. ตติเย ทีฆลฏฺฐีติ เทวโลเก สพฺเพ สมปฺปมาณา ติคาวุติกาว โหนฺติ, มนุสฺสโลเก ปนสฺส ทีฆตฺตภาวตาย เอวํนามํ อโหสิ. โส ปุญฺญานิ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโตปิ ตเถว ปญฺญายิ. ตติยํ.
๔. นนฺทนสุตฺตวณฺณนา
๙๕. จตุตฺเถ โคตมาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. อนาวฏนฺติ ตถาคตสฺส หิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ เปเสนฺตสฺส รุกฺโข วา ปพฺพโต วา อาวริตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เตนาห ‘‘อนาวฏ’’นฺติ. อิติ ตถาคตํ โถเมตฺวา เทวโลเก อภิสงฺขตปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต กถํวิธนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ทุกฺขมติจฺจ อิริยตีติ ทุกฺขํ อติกฺกมิตฺวา วิหรติ. สีลวาติ โลกิยโลกุตฺตเรน สีเลน สมนฺนาคโต ขีณาสโว. ปญฺญาทโยปิ มิสฺสกาเยว เวทิตพฺพา. ปูชยนฺตีติ คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูเชนฺติ. จตุตฺถํ.
๕-๖. จนฺทนสุตฺตาทิวณฺณนา
๙๖. ปญฺจเม อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพติ เหฏฺฐา อปติฏฺเฐ อุปริ อนาลมฺพเน. สุสมาหิโตติ อปฺปนายปิ อุปจาเรนปิ สุฏฺฐุ สมาหิโต. ปหิตตฺโตติ เปสิตตฺโต. นนฺทีราคปริกฺขีโณติ ปริกฺขีณนนฺทีราโค. นนฺทีราโค นาม ตโย กมฺมาภิสงฺขารา. อิติ อิมาย คาถาย กามสญฺญาคหเณน ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ, รูปสํโยชนคหเณน ปญฺจ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ, นนฺทีราเคน ตโย กมฺมาภิสงฺขารา คหิตา. เอวํ ยสฺส ทส สํโยชนานิ ตโย จ กมฺมาภิสงฺขารา ปหีนา, โส คมฺภีเร มโหเฆ น สีทตีติ. กามสญฺญาย วา กามภโว, รูปสํโยชเนน รูปภโว คหิโต, เตสํ คหเณน อรูปภโว คหิโตว, นนฺทีราเคน ตโย กมฺมาภิสงฺขารา คหิตาติ เอวํ ยสฺส ตีสุ ภเวสุ ตโย สงฺขารา นตฺถิ, โส คมฺภีเร น สีทตีติปิ ทสฺเสติ. ปญฺจมํ.
๙๗. ฉฏฺฐํ วุตฺตตฺถเมว. ฉฏฺฐํ.
๗. สุพฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา
๙๘. สตฺตเม สุพฺรหฺมาติ โส กิร เทวปุตฺโต อจฺฉราสงฺฆปริวุโต นนฺทนกีฬิกํ คนฺตฺวา ปาริจฺฉตฺตกมูเล ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ตํ ปญฺจสตา เทวธีตโร ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา, ปญฺจสตา รุกฺขํ อภิรุฬฺหา. นนุ จ เทวตานํ จิตฺตวเสน โยชนสติโกปิ รุกฺโข โอนมิตฺวา หตฺถํ อาคจฺฉติ, กสฺมา ตา อภิรุฬฺหาติ. ขิฑฺฑาปสุตตาย. อภิรุยฺห ปน มธุรสฺสเรน คายิตฺวา คายิตฺวา ปุปฺผานิ ปาเตนฺติ, ตานิ คเหตฺวา อิตรา เอกโตวณฺฏิกมาลาทิวเสน คนฺเถนฺติ. อถ รุกฺขํ อภิรุฬฺหา อุปจฺเฉทกกมฺมวเสน เอกปฺปหาเรเนว กาลํ กตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺตา มหาทุกฺขํ อนุภวนฺติ.
อถ กาเล คจฺฉนฺเต เทวปุตฺโต ‘‘อิมาสํ เนว สทฺโท สุยฺยติ, น ปุปฺผานิ ปาเตนฺติ. กหํ นุ โข คตา’’ติ? อาวชฺเชนฺโต นิรเย นิพฺพตฺตภาวํ ทิสฺวา ปิยวตฺถุกโสเกน รุปฺปมาโน จินฺเตสิ – ‘‘เอตา ตาว ยถากมฺเมน คตา, มยฺหํ อายุสงฺขาโร กิตฺตโก’’ติ. โส – ‘‘สตฺตเม ทิวเส มยาปิ อวเสสาหิ ปญฺจสตาหิ สทฺธึ กาลํ กตฺวา ตตฺเถว นิพฺพตฺติตพฺพ’’นฺติ ทิสฺวา พลวตเรน โสเกน รุปฺปิ. โส – ‘‘อิมํ มยฺหํ โสกํ สเทวเก โลเก อญฺญตฺร ตถาคตา นิทฺธมิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา นิจฺจํ อุตฺรสฺตนฺติ คาถมาห.
ตตฺถ อิทนฺติ อตฺตโน จิตฺตํ ทสฺเสติ. ทุติยปทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. นิจฺจนฺติ จ ปทสฺส เทวโลเก นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ น คเหตพฺโพ, โสกุปฺปตฺติกาลโต ปน ปฏฺฐาย นิจฺจนฺติ เวทิตพฺพํ. อนุปฺปนฺเนสุ กิจฺเฉสูติ อิโต สตฺตาหจฺจเยน ยานิ ทุกฺขานิ อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, เตสุ. อโถ อุปฺปติเตสุ จาติ ยานิ ปญฺจสตานํ อจฺฉรานํ นิรเย นิพฺพตฺตานํ ทิฏฺฐานิ, เตสุ จาติ เอวํ อิเมสุ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺเนสุ ทุกฺเขสุ นิจฺจํ มม อุตฺรสฺตํ จิตฺตํ, อพฺภนฺตเร ฑยฺหมาโน วิย โหมิ ภควาติ ทสฺเสติ.
นาญฺญตฺร โพชฺฌา ตปสาติ โพชฺฌงฺคภาวนญฺจ ตโปคุณญฺจ อญฺญตฺร มุญฺจิตฺวา โสตฺถึ น ปสฺสามีติ อตฺโถ. สพฺพนิสฺสคฺคาติ นิพฺพานโต. เอตฺถ กิญฺจาปิ โพชฺฌงฺคภาวนา ปฐมํ คหิตา, อินฺทฺริยสํวโร ปจฺฉา, อตฺถโต ปน อินฺทฺริยสํวโรว ปฐมํ เวทิตพฺโพ. อินฺทิยสํวเร หิ คหิเต จตุปาริสุทฺธิสีลํ คหิตํ โหติ. ตสฺมึ ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ นิสฺสยมุตฺตโก ธุตงฺคสงฺขาตํ ตโปคุณํ สมาทาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สห วิปสฺสนาย โพชฺฌงฺเค ภาเวติ. ตสฺส อริยมคฺโค ยํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ, โส ‘‘สพฺพนิสฺสคฺโค’’ติ ภควา จตุสจฺจวเสน เทสนํ วินิวตฺเตสิ. เทวปุตฺโต เทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ. สตฺตมํ.
๘-๑๐. กกุธสุตฺตาทิวณฺณนา
๙๙. อฏฺฐเม กกุโธ เทวปุตฺโตติ อยํ กิร โกลนคเร มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส อุปฏฺฐากปุตฺโต ทหรกาเลเยว เถรสฺส สนฺติเก วสนฺโต ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา กาลงฺกโต, พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺชิ. ตตฺราปิ นํ กกุโธ พฺรหฺมาเตฺวว สญฺชานนฺติ. นนฺทสีติ ตุสฺสสิ. กึ ลทฺธาติ ตุฏฺฐิ นาม กิญฺจิ มนาปํ ลภิตฺวา โหติ, ตสฺมา เอวมาห. กึ ชียิตฺถาติ ยสฺส หิ กิญฺจิ มนาปํ จีวราทิวตฺถุ ชิณฺณํ โหติ, โส โสจติ, ตสฺมา เอวมาห. อรตี นาภิกีรตีติ อุกฺกณฺฐิตา นาภิภวติ. อฆชาตสฺสาติ ทุกฺขชาตสฺส, วฏฺฏทุกฺเข ฐิตสฺสาติ อตฺโถ. นนฺทีชาตสฺสาติ ชาตตณฺหสฺส. อฆนฺติ เอวรูปสฺส หิ วฏฺฏทุกฺขํ อาคตเมว โหติ. ‘‘ทุกฺขี สุขํ ปตฺถยตี’’ติ หิ วุตฺตํ. อิติ อฆชาตสฺส นนฺที โหติ, สุขวิปริณาเมน ทุกฺขํ อาคตเมวาติ นนฺทีชาตสฺส อฆํ โหติ. อฏฺฐมํ.
๑๐๐. นวมํ วุตฺตตฺถเมว. นวมํ.
๑๐๑. ทสเม อานนฺทตฺเถรสฺส อนุมานพุทฺธิยา อานุภาวปฺปกาสนตฺถํ อญฺญตโรติ อาห. ทสมํ.
ทุติโย วคฺโค.
๓. นานาติตฺถิยวคฺโค
๑-๒. สิวสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๐๒. ตติยวคฺคสฺส ปฐมํ วุตฺตตฺถเมว. ปฐมํ.
๑๐๓. ทุติเย ปฏิกจฺเจวาติ ปฐมํเยว. อกฺขจฺฉินฺโนวฌายตีติ อกฺขจฺฉินฺโน อวฌายติ, พลวจินฺตนํ จินฺเตติ. ทุติยคาถาย อกฺขจฺฉินฺโนวาติ อกฺขจฺฉินฺโน วิย. ทุติยํ.
๓-๔. เสรีสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๐๔. ตติเย ทายโกติ ทานสีโล. ทานปตีติ ยํ ทานํ เทมิ, ตสฺส ปติ หุตฺวา เทมิ, น ทาโส น สหาโย. โย หิ อตฺตนา มธุรํ ภุญฺชติ, ปเรสํ อมธุรํ เทติ, โส ทานสงฺขาตสฺส เทยฺยธมฺมสฺส ทาโส หุตฺวา เทติ. โย ยํ อตฺตนา ภุญฺชติ, ตเทว เทติ, โส สหาโย หุตฺวา เทติ. โย ปน อตฺตนา เยน เตน ยาเปติ, ปเรสํ มธุรํ เทติ, โส ปติ เชฏฺฐโก สามิ หุตฺวา เทติ. อหํ ‘‘ตาทิโส อโหสิ’’นฺติ วทติ.
จตูสุ ทฺวาเรสุติ ตสฺส กิร รญฺโญ สินฺธวรฏฺฐํ โสธิวากรฏฺฐนฺติ เทฺว รฏฺฐานิ อเหสุํ, นครํ โรรุวํ นาม. ตสฺส เอเกกสฺมึ ทฺวาเร เทวสิกํ สตสหสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อนฺโตนคเร วินิจฺฉยฏฺฐาเน สตสหสฺสํ. โส พหุหิรญฺญสุวณฺณํ ราสิภูตํ ทิสฺวา กมฺมสฺสกตญาณํ อุปฺปาเทตฺวา จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานสาลาโย กาเรตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ทฺวาเร อุฏฺฐิตอาเยน ทานํ เทถาติ อมจฺเจ ฐเปสิ. เตนาห – ‘‘จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานํ ทียิตฺถา’’ติ.
สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานนฺติ เอตฺถ สมณาติ ปพฺพชฺชูปคตา. พฺราหฺมณาติ โภวาทิโน. สมิตปาปพาหิตปาเป ปน สมณพฺราหฺมเณ เอส นาลตฺถ. กปณาติ ทุคฺคตา ทลิทฺทมนุสฺสา กาณกุณิอาทโย. อทฺธิกาติ ปถาวิโน. วนิพฺพกาติ เย ‘‘อิฏฺฐํ, ทินฺนํ, กนฺตํ, มนาปํ, กาเลน, อนวชฺชํ ทินฺนํ, ททํ จิตฺตํ ปสาเทยฺย, คจฺฉตุ ภวํ พฺรหฺมโลก’’นฺติอาทินา นเยน ทานสฺส วณฺณํ โถมยมานา วิจรนฺติ. ยาจกาติ เย ‘‘ปสตมตฺตํ เทถ, สราวมตฺตํ เทถา’’ติอาทีนิ จ วตฺวา ยาจมานา วิจรนฺติ. อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียิตฺถาติ ปฐมทฺวารสฺส ลทฺธตฺตา ตตฺถ อุปฺปชฺชนกสตสหสฺเส อญฺญมฺปิ ธนํ ปกฺขิปิตฺวา รญฺโญ อมจฺเจ หาเรตฺวา อตฺตโน อมจฺเจ ฐเปตฺวา รญฺญา ทินฺนทานโต ราชิตฺถิโย มหนฺตตรํ ทานํ อทํสุ. ตํ สนฺธาเยวมาห. มม ทานํ ปฏิกฺกมีติ ยํ มม ทานํ ตตฺถ ทียิตฺถ, ตํ ปฏินิวตฺติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. โกจีติ กตฺถจิ. ทีฆรตฺตนฺติ อสีติวสฺสสหสฺสานิ. เอตฺตกํ กิร กาลํ ตสฺส รญฺโญ ทานํ ทียิตฺถ. ตติยํ.
๑๐๕. จตุตฺถํ วุตฺตตฺถเมว. จตุตฺถํ.
๕. ชนฺตุสุตฺตวณฺณนา
๑๐๖. ปญฺจเม โกสเลสุ วิหรนฺตีติ ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วิหรนฺติ. อุทฺธตาติ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตาย จ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตาย จ อนวชฺเช สาวชฺชสญฺญิตาย จ สาวชฺเช อนวชฺชสญฺญิตาย จ อุทฺธจฺจปกติกา หุตฺวา. อุนฺนฬาติ อุคฺคตนฬา, อุฏฺฐิตตุจฺฉมานาติ วุตฺตํ โหติ. จปลาติ ปตฺตจีวรมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน ยุตฺตา. มุขราติ มุขขรา, ขรวจนาติ วุตฺตํ โหติ. วิกิณฺณวาจาติ อสํยตวจนา, ทิวสมฺปิ นิรตฺถกวจนปลาปิโน. มุฏฺฐสฺสติโนติ นฏฺฐสฺสติโน สติวิรหิตา, อิธ กตํ เอตฺถ ปมุสฺสนฺติ. อสมฺปชานาติ นิปฺปญฺญา. อสมาหิตาติ อปฺปนาอุปจารสมาธิรหิตา, จณฺฑโสเต พทฺธนาวาสทิสา. วิพฺภนฺตจิตฺตาติ อนวฏฺฐิตจิตฺตา, ปนฺถารุฬฺหพาลมิคสทิสา. ปากตินฺทฺริยาติ สํวราภาเวน คิหิกาเล วิย วิวฏอินฺทฺริยา.
ชนฺตูติ เอวํนามโก เทวปุตฺโต. ตทหุโปสเถติ ตสฺมึ อหุ อุโปสเถ, อุโปสถทิวเสติ อตฺโถ. ปนฺนรเสติ จาตุทฺทสิกาทิปฏิกฺเขโป. อุปสงฺกมีติ โจทนตฺถาย อุปคโต. โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิกฺขนฺตา, อิทานิ ปมตฺตา วิหรนฺติ, น โข ปเนเต ปาฏิเยกฺกํ นิสินฺนฏฺฐาเน โจทิยมานา กถํ คณฺหิสฺสนฺติ, สมาคมนกาเล โจทิสฺสามี’’ติ อุโปสถทิวเส เตสํ สนฺนิปติตภาวํ ญตฺวา อุปสงฺกมิ. คาถาหิ อชฺฌภาสีติ สพฺเพสํ มชฺเฌ ฐตฺวา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ยสฺมา คุณกถาย สทฺธึ นิคฺคุณสฺส อคุโณ ปากโฏ โหติ, ตสฺมา คุณํ ตาว กเถนฺโต สุขชีวิโน ปุเร อาสุนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุขชีวิโน ปุเร อาสุนฺติ ปุพฺเพ ภิกฺขู สุปฺโปสา สุภรา อเหสุํ, อุจฺจนีจกุเลสุ สปทานํ จริตฺวา ลทฺเธน มิสฺสกปิณฺเฑน ยาเปสุนฺติ อธิปฺปาเยน เอวมาห. อนิจฺฉาติ นิตฺตณฺหา หุตฺวา.
เอวํ โปราณกภิกฺขูนํ วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ เตสํ อวณฺณํ กเถนฺโต ทุปฺโปสนฺติอาทิมาห. ตตฺถ คาเม คามณิกา วิยาติ ยถา คาเม คามกุฏา นานปฺปกาเรน ชนํ ปีเฬตฺวา ขีรทธิตณฺฑุลาทีนิ อาหราเปตฺวา ภุญฺชนฺติ, เอวํ ตุเมฺหปิ อเนสนาย ฐิตา ตุมฺหากํ ชีวิกํ กปฺเปถาติ อธิปฺปาเยน วทติ. นิปชฺชนฺตีติ อุทฺเทสปริปุจฺฉามนสิกาเรหิ อนตฺถิกา หุตฺวา สยนมฺหิ หตฺถปาเท วิสฺสชฺเชตฺวา นิปชฺชนฺติ. ปราคาเรสูติ ปรเคเหสุ, กุลสุณฺหาทีสูติ อตฺโถ. มุจฺฉิตาติ กิเลสมุจฺฉาย มุจฺฉิตา.
เอกจฺเจติ วตฺตพฺพยุตฺตเกเยว. อปวิทฺธาติ ฉฑฺฑิตกา. อนาถาติ อปติฏฺฐา. เปตาติ สุสาเน ฉฑฺฑิตา กาลงฺกตมนุสฺสา. ยถา หิ สุสาเน ฉฑฺฑิตา นานาสกุณาทีหิ ขชฺชนฺติ, ญาตกาปิ เนสํ นาถกิจฺจํ น กโรนฺติ, น รกฺขนฺติ, น โคปยนฺติ, เอวเมวํ เอวรูปาปิ อาจริยุปชฺฌายาทีนํ สนฺติกา โอวาทานุสาสนึ น ลภนฺตีติ อปวิทฺธา อนาถา, ยถา เปตา, ตเถว โหนฺติ. ปญฺจมํ.
๖. โรหิตสฺสสุตฺตวณฺณนา
๑๐๗. ฉฏฺเฐ ยตฺถาติ จกฺกวาฬโลกสฺส เอโกกาเส ภุมฺมํ. น จวติ น อุปปชฺชตีติ อิทํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิวเสน คหิตํ. คมเนนาติ ปทคมเนน. นาหํ ตํ โลกสฺส อนฺตนฺติ สตฺถา สงฺขารโลกสฺส อนฺตํ สนฺธาย วทติ. ญาเตยฺยนฺติอาทีสุ ญาตพฺพํ, ทฏฺฐพฺพํ, ปตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ.
อิติ เทวปุตฺเตน จกฺกวาฬโลกสฺส อนฺโต ปุจฺฉิโต, สตฺถารา สงฺขารโลกสฺส กถิโต. โส ปน อตฺตโน ปเญฺหน สทฺธึ สตฺถุ พฺยากรณํ สเมตีติ สญฺญาย ปสํสนฺโต อจฺฉริยนฺติอาทิมาห.
ทฬฺหธมฺโมติ ทฬฺหธนุ, อุตฺตมปฺปมาเณน ธนุนา สมนฺนาคโต. ธนุคฺคโหติ ธนุอาจริโย. สุสิกฺขิโตติ ทส ทฺวาทส วสฺสานิ ธนุสิปฺปํ สิกฺขิโต. กตหตฺโถติ อุสภปฺปมาเณปิ วาลคฺคํ วิชฺฌิตุํ สมตฺถภาเวน กตหตฺโถ. กตูปาสโนติ กตสรกฺเขโป ทสฺสิตสิปฺโป. อสเนนาติ กณฺเฑน. อติปาเตยฺยาติ อติกฺกเมยฺย. ยาวตา โส ตาลจฺฉายํ อติกฺกเมยฺย, ตาวตา กาเลน เอกจกฺกวาฬํ อติกฺกมามีติ อตฺตโน ชวสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ.
ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโมติ ยถา ปุรตฺถิมสมุทฺทา ปจฺฉิมสมุทฺโท ทูเร, เอวํ เม ทูเร ปทวีติหาโร อโหสีติ วทติ. โส กิร ปาจีนจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ฐิโต ปาทํ ปสาเรตฺวา ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ อกฺกมติ, ปุน ทุติยํ ปาทํ ปสาเรตฺวา ปรจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ อกฺกมติ. อิจฺฉาคตนฺติ อิจฺฉา เอว. อญฺญเตฺรวาติ นิปฺปปญฺจตํ ทสฺเสติ. ภิกฺขาจารกาเล กิเรส นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อโนตตฺเต มุขํ โธวิตฺวา กาเล สมฺปตฺเต อุตฺตรกุรุมฺหิ ปิณฺฑาย จริตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ นิสินฺโน ภตฺตกิจฺจํ กโรติ, ตตฺถ มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา ปุน ชวติ. วสฺสสตายุโกติ ตทา ทีฆายุกกาโล โหติ, อยํ ปน วสฺสสตาวสิฏฺเฐ อายุมฺหิ คมนํ อารภิ. วสฺสสตชีวีติ ตํ วสฺสสตํ อนนฺตราเยน ชีวนฺโต. อนฺตราว กาลงฺกโตติ จกฺกวาฬโลกสฺส อนฺตํ อปฺปตฺวา อนฺตราว มโต. โส ปน ตตฺถ กาลํ กตฺวาปิ อาคนฺตฺวา อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ นิพฺพตฺติ. อปฺปตฺวาติ สงฺขารโลกสฺส อนฺตํ อปฺปตฺวา. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส. อนฺตกิริยนฺติ ปริยนฺตกรณํ. กเฬวเรติ อตฺตภาเว. สสญฺญิมฺหิ สมนเกติ สสญฺเญ สจิตฺเต. โลกนฺติ ทุกฺขสจฺจํ. โลกสมุทยนฺติ สมุทยสจฺจํ. โลกนิโรธนฺติ นิโรธสจฺจํ. ปฏิปทนฺติ มคฺคสจฺจํ. อิติ – ‘‘นาหํ, อาวุโส, อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ ติณกฏฺฐาทีสุ ปญฺญเปมิ, อิมสฺมึ ปน จาตุมหาภูติเก กายสฺมึ เยว ปญฺญเปมี’’ติ ทสฺเสติ. สมิตาวีติ สมิตปาโป. นาสีสตีติ น ปตฺเถติ. ฉฏฺฐํ.
๑๐๘-๑๐๙. สตฺตมฏฺฐมานิ วุตฺตตฺถาเนว. สตฺตมํ, อฏฺฐมํ.
๙. สุสิมสุตฺตวณฺณนา
๑๑๐. นวเม ตุยฺหมฺปิ โน, อานนฺท, สาริปุตฺโต รุจฺจตีติ สตฺถา เถรสฺส วณฺณํ กเถตุกาโม, วณฺโณ จ นาเมส วิสภาคปุคฺคลสฺส สนฺติเก กเถตุํ น วฏฺฏติ. ตสฺส สนฺติเก กถิโต หิ มตฺถกํ น ปาปุณาติ. โส หิ ‘‘อสุโก นาม ภิกฺขุ สีลวา’’ติ วุตฺเต. ‘‘กึ ตสฺส สีลํ? โครูปสีโล โส. กึ ตยา อญฺโญ สีลวา น ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ วา? ‘‘ปญฺญวา’’ติ วุตฺเต, ‘‘กึ ปญฺโญ โส? กึ ตยา อญฺโญ ปญฺญวา น ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ? วา, อาทีนิ วตฺวา วณฺณกถาย อนฺตรายํ กโรติ. อานนฺทตฺเถโร ปน สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สภาโค, ปณีตานิ ลภิตฺวา เถรสฺส เทติ, อตฺตโน อุปฏฺฐากทารเก ปพฺพาเชตฺวา เถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหาเปติ, อุปสมฺปาเทติ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ อานนฺทตฺเถรสฺส ตเถว กโรติ. กึ การณา? อญฺญมญฺญสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวา. อานนฺทตฺเถโร หิ – ‘‘อมฺหากํ เชฏฺฐภาติโก เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ สตสหสฺสญฺจ กปฺเป ปารมิโย ปูเรตฺวา โสฬสวิธํ ปญฺญํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ธมฺมเสนาปติฏฺฐาเน ฐิโต’’ติ เถรสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวาว เถรํ มมายติ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส มยา กตฺตพฺพํ มุโขทกทานาทิกิจฺจํ สพฺพํ อานนฺโท กโรติ. อานนฺทํ นิสฺสาย อหํ อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตุํ ลภามี’’ติ อายสฺมโต อานนฺทสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวาว ตํ มมายติ. ตสฺมา ภควา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถตุกาโม อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก กเถตุํ อารทฺโธ.
ตตฺถ ตุยฺหมฺปีติ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ปิ-กาโร. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อานนฺท, สาริปุตฺตสฺส อาจาโร โคจโร วิหาโร อภิกฺกโม ปฏิกฺกโม อาโลกิตวิโลกิตํ สมิญฺชิตปสารณํ มยฺหํ รุจฺจติ, อสีติมหาเถรานํ รุจฺจติ, สเทวกสฺส โลกสฺส รุจฺจติ. ตุยฺหมฺปิ รุจฺจตี’’ติ?
ตโต เถโร สาฏกนฺตเร ลทฺโธกาโส พลวมลฺโล วิย ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา – ‘‘สตฺถา มยฺหํ ปิยสหายสฺส วณฺณํ กถาเปตุกาโม. ลภิสฺสามิ โน อชฺช, ทีปธชภูตํ มหาชมฺพุํ วิธุนนฺโต วิย วลาหกนฺตรโต จนฺทํ นีหริตฺวา ทสฺเสนฺโต วิย สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปฐมตรํ ตาว จตูหิ ปเทหิ ปุคฺคลปลาเป หรนฺโต กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺสาติอาทิมาห. พาโล หิ พาลตาย, ทุฏฺโฐ โทสตาย, มูโฬฺห โมเหน, วิปลฺลตฺถจิตฺโต อุมฺมตฺตโก จิตฺตวิปลฺลาเสน วณฺณํ ‘‘วณฺโณ’’ติ วา อวณฺณํ ‘‘อวณฺเณ’’ติ วา, ‘‘อยํ พุทฺโธ, อยํ สาวโก’’ติ วา น ชานาติ. อพาลาทโย ปน ชานนฺติ, ตสฺมา อพาลสฺสาติอาทิมาห. น รุจฺเจยฺยาติ พาลาทีนํเยว หิ โส น รุจฺเจยฺย, น อญฺญสฺส กสฺสจิ น รุจฺเจยฺย.
เอวํ ปุคฺคลปลาเป หริตฺวา อิทานิ โสฬสหิ ปเทหิ ยถาภูตํ วณฺณํ กเถนฺโต ปณฺฑิโต, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต, จตูสุ โกสลฺเลสุ ฐิตสฺเสตํ นามํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ ธาตุกุสโล จ โหติ อายตนกุสโล จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสโล จ ฐานาฏฺฐานกุสโล จ, เอตฺตาวตา โข, อานนฺท, ‘ปณฺฑิโต ภิกฺขู’ติ อลํ วจนายา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๔). มหาปญฺโญติอาทีสุ มหาปญฺญาทีหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ตตฺริทํ มหาปญฺญาทีนํ นานตฺตํ (ปฏิ. ม. ๓.๔) – กตมา มหาปญฺญา? มหนฺเต สีลกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา, มหนฺเต สมาธิกฺขนฺเธ, ปญฺญากฺขนฺเธ, วิมุตฺติกฺขนฺเธ, วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา. มหนฺตานิ ฐานาฏฺฐานานิ, มหาวิหารสมาปตฺติโย, มหนฺตานิ อริยสจฺจานิ, มหนฺเต สติปฏฺฐาเน, สมฺมปฺปธาเน, อิทฺธิปาเท, มหนฺตานิ อินฺทฺริยานิ, พลานิ, โพชฺฌงฺคานิ, มหนฺเต อริยมคฺเค, มหนฺตานิ สามญฺญผลานิ, มหาอภิญฺญาโย, มหนฺตํ ปรมตฺถํ นิพฺพานํ ปริคฺคณฺหาตีติ มหาปญฺญา.
สา ปน เถรสฺส เทโวโรหนํ กตฺวา สงฺกสฺสนครทฺวาเร ฐิเตน สตฺถารา ปุถุชฺชนปญฺจเก ปเญฺห ปุจฺฉิเต ตํ วิสฺสชฺเชนฺตสฺส ปากฏา ชาตา.
กตมา ปุถุปญฺญา? ปุถุ นานาขนฺเธสุ, (ญาณํ ปวตฺตตีติ ปุถุปญฺญา.) ปุถุ นานาธาตูสุ, ปุถุ นานาอายตเนสุ, ปุถุ นานาปฏิจฺจสมุปฺปาเทสุ, ปุถุ นานาสุญฺญตมนุปลพฺเภสุ, ปุถุ นานาอตฺเถสุ, ธมฺเมสุ นิรุตฺตีสุ ปฏิภาเนสุ, ปุถุ นานาสีลกฺขนฺเธสุ, ปุถุ นานาสมาธิ-ปญฺญาวิมุตฺติ-วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธสุ, ปุถุ นานาฐานาฏฺฐาเนสุ, ปุถุ นานาวิหารสมาปตฺตีสุ, ปุถุ นานาอริยสจฺเจสุ, ปุถุ นานาสติปฏฺฐาเนสุ, สมฺมปฺปธาเนสุ, อิทฺธิปาเทสุ, อินฺทฺริเยสุ, พเลสุ, โพชฺฌงฺเคสุ, ปุถุ นานาอริยมคฺเคสุ, สามญฺญผเลสุ, อภิญฺญาสุ, ปุถุ นานาชนสาธารเณ ธมฺเม สมติกฺกมฺม ปรมตฺเถ นิพฺพาเน ญาณํ ปวตฺตตีติ ปุถุปญฺญา.
กตมา หาสปญฺญา? อิเธกจฺโจ หาสพหุโล เวทพหุโล ตุฏฺฐิพหุโล ปาโมชฺชพหุโล สีลํ ปริปูเรติ, อินฺทฺริยสํวรํ ปริปูเรติ, โภชเน มตฺตญฺญุตํ, ชาคริยานุโยคํ, สีลกฺขนฺธํ, สมาธิกฺขนฺธํ, ปญฺญากฺขนฺธํ, วิมุตฺติกฺขนฺธํ, วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธํ ปริปูเรตีติ, หาสปญฺญา. หาสพหุโล ปาโมชฺชพหุโล ฐานาฏฺฐานํ ปฏิวิชฺฌตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล วิหารสมาปตฺติโย ปริปูเรตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ. สติปฏฺฐาเน, สมฺมปฺปธาเน, อิทฺธิปาเท, อินฺทฺริยานิ, พลานิ, โพชฺฌงฺคานิ, อริยมคฺคํ ภาเวตีติ หาสปญฺญา. หาสพหุโล สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรติ, อภิญฺญาโย ปฏิวิชฺฌตีติ หาสปญฺญา, หาสพหุโล เวทตุฏฺฐิปาโมชฺชพหุโล ปรมตฺถํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตีติ หาสปญฺญา.
เถโร จ สรโท นาม ตาปโส หุตฺวา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล อคฺคสาวกปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. ตํกาลโต ปฏฺฐาย หาสพหุโล สีลปริปูรณาทีนิ อกาสีติ หาสปญฺโญ.
กตมา ชวนปญฺญา? ยํกิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… ยํ ทูเร สนฺติเก วา, สพฺพํ รูปํ อนิจฺจโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. ทุกฺขโต ขิปฺปํ, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. ยา กาจิ เวทนา…เป… ยา กาจิ สญฺญา… เย เกจิ สงฺขารา… ยํกิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… สพฺพํ วิญฺญาณํ อนิจฺจโต, ทุกฺขโต, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจโต, ทุกฺขโต, อนตฺตโต ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐน, ทุกฺขํ ภยฏฺเฐน, อนตฺตา อสารกฏฺเฐนาติ ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา รูปนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. เวทนา… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ… จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อนิจฺจํ ขยฏฺเฐน…เป… วิภูตํ กตฺวา ชรามรณนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา. รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ…เป… วิญฺญาณํ. จกฺขุ…เป… ชรามรณํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวา ชรามรณนิโรเธ นิพฺพาเน ขิปฺปํ ชวตีติ ชวนปญฺญา.
กตมา ติกฺขปญฺญา? ขิปฺปํ กิเลเส ฉินฺทตีติ ติกฺขปญฺญา. อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ, อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ… อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ… อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม… อุปฺปนฺนํ ราคํ… โทสํ… โมหํ… โกธํ… อุปนาหํ… มกฺขํ… ปฬาสํ… อิสฺสํ… มจฺฉริยํ… มายํ… สาเฐยฺยํ… ถมฺภํ… สารมฺภํ… มานํ… อติมานํ… มทํ… ปมาทํ… สพฺเพ กิเลเส… สพฺเพ ทุจฺจริเต… สพฺเพ อภิสงฺขาเร… สพฺเพ ภวคามิกมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ, พฺยนฺตีกโรติ, อนภาวํ คเมตีติ ติกฺขปญฺญา. เอกสฺมึ อาสเน จตฺตาโร จ อริยมคฺคา, จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ, จตสฺโส จ ปฏิสมฺภิทาโย, ฉ จ อภิญฺญาโย อธิคตา โหนฺติ สจฺฉิกตา ผสฺสิตา ปญฺญายาติ ติกฺขปญฺญา.
เถโร จ ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺเต เทสิยมาเน ฐิตโกว สพฺพกิเลเส ฉินฺทิตฺวา สาวกปารมิญาณํ ปฏิวิทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ติกฺขปญฺโญ นาม ชาโต. เตนาห – ‘‘ติกฺขปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติ.
กตมา นิพฺเพธิกปญฺญา? อิเธกจฺโจ สพฺพสงฺขาเรสุ อุพฺเพคพหุโล โหติ อุตฺตาสพหุโล อุกฺกณฺฐนพหุโล อรติพหุโล อนภิรติพหุโล พหิมุโข น รมติ สพฺพสงฺขาเรสุ, อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลตีติ นิพฺเพธิกปญฺญา. อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปฺปทาลิตปุพฺพํ โทสกฺขนฺธํ… โมหกฺขนฺธํ… โกธํ… อุปนาหํ…เป… สพฺเพ ภวคามิกมฺเม นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลตีติ นิพฺเพธิกปญฺญา.
อปฺปิจฺโฉติ สนฺตคุณนิคุหนตา, ปจฺจยปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญุตา, เอตํ อปฺปิจฺฉลกฺขณนฺติ อิมินา ลกฺขเณน สมนฺนาคโต. สนฺตุฏฺโฐติ จตูสุ ปจฺจเยสุ ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ, อิเมหิ ตีหิ สนฺโตเสหิ สมนฺนาคโต. ปวิวิตฺโตติ กายวิเวโก จ วิเวกฏฺฐกายานํ เนกฺขมฺมาภิรตานํ, จิตฺตวิเวโก จ ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตานํ, อุปธิวิเวโก จ นิรุปธีนํ ปุคฺคลานํ วิสงฺขารคตานนฺติ, อิเมสํ ติณฺณํ วิเวกานํ ลาภี. อสํสฏฺโฐติ ทสฺสนสํสคฺโค สวนสํสคฺโค สมุลฺลปนสํสคฺโค ปริโภคสํสคฺโค กายสํสคฺโคติ, อิเมหิ ปญฺจหิ สํสคฺเคหิ วิรหิโต. อยญฺจ ปญฺจวิโธ สํสคฺโค ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อุปาสเกหิ อุปสิกาหิ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหีติ อฏฺฐหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ ชายติ, โส สพฺโพปิ เถรสฺส นตฺถีติ อสํสฏฺโฐ.
อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย ปริปุณฺณวีริโย. ตตฺถ อารทฺธวีริโย ภิกฺขุ คมเน อุปฺปนฺนกิเลสสฺส ฐานํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ฐาเน อุปฺปนฺนสฺส นิสชฺชํ, นิสชฺชาย อุปฺปนฺนสฺส เสยฺยํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ตสฺมึ ตสฺมึ อิริยาปเถ อุปฺปนฺนํ ตตฺถ ตตฺเถว นิคฺคณฺหาติ. เถโร ปน จตุจตฺตาลีส วสฺสานิ มญฺเจ ปิฏฺฐึ น ปสาเรติ. ตํ สนฺธาย ‘‘อารทฺธวีริโย’’ติ อาห. วตฺตาติ โอธุนนวตฺตา. ภิกฺขูนํ อชฺฌาจารํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช กเถสฺสามิ, เสฺว กเถสฺสามี’’ติ กถาววตฺถานํ น กโรติ, ตสฺมึ ตสฺมึ เยว ฐาเน โอวทติ อนุสาสตีติ อตฺโถ.
วจนกฺขโมติ วจนํ ขมติ. เอโก หิ ปรสฺส โอวาทํ เทติ, สยํ ปน อญฺเญน โอวทิยมาโน กุชฺฌติ. เถโร ปน ปรสฺสปิ โอวาทํ เทติ, สยํ โอวทิยมาโนปิ สิรสา สมฺปฏิจฺฉติ. เอกทิวสํ กิร สาริปุตฺตตฺเถรํ สตฺตวสฺสิโก สามเณโร – ‘‘ภนฺเต, สาริปุตฺต, ตุมฺหากํ นิวาสนกณฺโณ โอลมฺพตี’’ติ อาห. เถโร กิญฺจิ อวตฺวาว เอกมนฺตํ คนฺตฺวา ปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา อาคมฺม ‘‘เอตฺตกํ วฏฺฏติ อาจริยา’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ.
‘‘ตทหุ ปพฺพชิโต สนฺโต, ชาติยา สตฺตวสฺสิโก;
โสปิ มํ อนุสาเสยฺย, สมฺปฏิจฺฉามิ มตฺถเก’’ติ. (มิ. ป. ๖.๔.๘) –
อาห.
โจทโกติ วตฺถุสฺมึ โอติณฺเณ วา อโนติณฺเณ วา วีติกฺกมํ ทิสฺวา – ‘‘อาวุโส, ภิกฺขุนา นาม เอวํ นิวาเสตพฺพํ, เอวํ ปารุปิตพฺพํ, เอวํ คนฺตพฺพํ, เอวํ ฐาตพฺพํ, เอวํ นิสีทิตพฺพํ, เอวํ ขาทิตพฺพํ, เอวํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ ตนฺติวเสน อนุสิฏฺฐึ เทติ.
ปาปครหีติ ปาปปุคฺคเล น ปสฺเส, น เตสํ วจนํ สุเณ, เตหิ สทฺธึ เอกจกฺกวาเฬปิ น วเสยฺยํ.
‘‘มา เม กทาจิ ปาปิจฺโฉ, กุสีโต หีนวีริโย;
อปฺปสฺสุโต อนาทโร, สเมโต อหุ กตฺถจี’’ติ. –
เอวํ ปาปปุคฺคเลปิ ครหติ, ‘‘สมเณน นาม ราควสิเกน โทสโมหวสิเกน น โหตพฺพํ, อุปฺปนฺโน ราโค โทโส โมโห ปหาตพฺโพ’’ติ เอวํ ปาปธมฺเมปิ ครหตีติ ทฺวีหิ การเณหิ ‘‘ปาปครหี, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติ วทติ.
เอวํ อายสฺมตา อานนฺเทน โสฬสหิ ปเทหิ เถรสฺส ยถาภูตวณฺณปฺปกาสเน กเต – ‘‘กึ อานนฺโท อตฺตโน ปิยสหายสฺส วณฺณํ กเถตุํ น ลภติ, กเถตุ กึ ปน เตน กถิตํ ตเถว โหติ, กึ โส สพฺพญฺญู’’ติ? โกจิ ปาปปุคฺคโล วตฺตุํ มา ลภตูติ สตฺถา ตํ วณฺณภณนํ อกุปฺปํ สพฺพญฺญุภาสิตํ กโรนฺโต ชินมุทฺทิกาย ลญฺฉนฺโต เอวเมตนฺติอาทิมาห.
เอวํ ตถาคเตน จ อานนฺทตฺเถเรน จ มหาเถรสฺส วณฺเณ กถิยมาเน ภุมฏฺฐกา เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา เอเตเหว โสฬสหิ ปเทหิ วณฺณํ กถยึสุ. ตโต อากาสฏฺฐกเทวตา สีตวลาหกา อุณฺหวลาหกา จาตุมหาราชิกาติ ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา เอเตเหว โสฬสหิ ปเทหิ วณฺณํ กถยึสุ. เอเตนุปาเยน เอกจกฺกวาฬํ อาทึ กตฺวา ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ เทวตา อุฏฺฐหิตฺวา กถยึสุ. อถายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สทฺธิวิหาริโก สุสีโม เทวปุตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อิมา เทวตา อตฺตโน อตฺตโน นกฺขตฺตกีฬํ ปหาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา มยฺหํ อุปชฺฌายสฺเสว วณฺณํ กเถนฺติ, คจฺฉามิ ตถาคตสฺส สนฺติกํ, คนฺตฺวา เอตเทว วณฺณภณนํ เทวตาภาสิตํ กโรมี’’ติ, โส ตถา อกาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข สุสีโมติอาทิ วุตฺตํ.
อุจฺจาวจาติ อญฺเญสุ ฐาเนสุ ปณีตํ อุจฺจํ วุจฺจติ, หีนํ อวจํ. อิธ ปน อุจฺจาวจาติ นานาวิธา วณฺณนิภา. ตสฺสา กิร เทวปริสาย นีลฏฺฐานํ อตินีลํ, ปีตกฏฺฐานํ อติปีตกํ, โลหิตฏฺฐานํ อติโลหิตํ, โอทาตฏฺฐานํ อจฺโจทาตนฺติ, จตุพฺพิธา วณฺณนิภา ปาตุภวิ. เตเนว เสยฺยถาปิ นามาติ จตสฺโส อุปมา อาคตา. ตตฺถ สุโภติ สุนฺทโร. ชาติมาติ ชาติสมฺปนฺโน. สุปริกมฺมกโตติ โธวนาทิปริกมฺเมน สุฏฺฐุ ปริกมฺมกโต. ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโตติ รตฺตกมฺพเล ฐปิโต. เอวเมวนฺติ รตฺตกมฺพเล นิกฺขิตฺตมณิ วิย สพฺพา เอกปฺปหาเรเนว วิโรจิตุํ อารทฺธา. นิกฺขนฺติ อติเรกปญฺจสุวณฺเณน กตปิฬนฺธนํ. ตญฺหิ ฆฏฺฏนมชฺชนกฺขมํ โหติ. ชมฺโพนทนฺติ มหาชมฺพุสาขาย ปวตฺตนทิยํ นิพฺพตฺตํ, มหาชมฺพุผลรเส วา ปถวิยํ ปวิฏฺเฐ สุวณฺณงฺกุรา อุฏฺฐหนฺติ, เตน สุวณฺเณน กตปิฬนฺธนนฺติปิ อตฺโถ. ทกฺขกมฺมารปุตฺตอุกฺกามุขสุกุสลสมฺปหฏฺฐนฺติ สุกุสเลน กมฺมารปุตฺเตน อุกฺกามุเข ปจิตฺวา สมฺปหฏฺฐํ. ธาตุวิภงฺเค (ม. นิ. ๓.๓๕๗ อาทโย) อกตภณฺฑํ คหิตํ, อิธ ปน กตภณฺฑํ.
วิทฺเธติ ทูรีภูเต. เทเวติ อากาเส. นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโนติ อากาสํ อภิลงฺฆนฺโต. อิมินา ตรุณสูริยภาโว ทสฺสิโต. โสรโตติ โสรจฺเจน สมนฺนาคโต. ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน. สตฺถุวณฺณาภโตติ สตฺถารา อาภตวณฺโณ. สตฺถา หิ อฏฺฐปริสมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ‘‘เสวถ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๓๗๑) นเยน เถรสฺส วณฺณํ อาหรีติ เถโร อาภตวณฺโณ นาม โหติ. กาลํ กงฺขตีติ ปรินิพฺพานกาลํ ปตฺเถติ. ขีณาสโว หิ เนว มรณํ อภินนฺทติ, น ชีวิตํ ปตฺเถติ, ทิวสสงฺเขปํ เวตนํ คเหตฺวา ฐิตปุริโส วิย กาลํ ปน ปตฺเถติ, โอโลเกนฺโต ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. เตเนวาห –
‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา’’ติ. (เถรคา. ๑๐๐๑-๑๐๐๒); นวมํ;
๑๐. นานาติตฺถิยสาวกสุตฺตวณฺณนา
๑๑๑. ทสเม นานาติตฺถิยสาวกาติ เต กิร กมฺมวาทิโน อเหสุํ, ตสฺมา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตา, เต ‘‘อตฺตโน อตฺตโน สตฺถริ ปสาเทน นิพฺพตฺตมฺหา’’ติ สญฺญิโน หุตฺวา ‘‘คจฺฉาม ทสพลสฺส สนฺติเก ฐตฺวา อมฺหากํ สตฺถารานํ วณฺณํ กเถสฺสามา’’ติ อาคนฺตฺวา ปจฺเจกคาถาหิ กถยึสุ. ตตฺถ ฉินฺทิตมาริเตติ ฉินฺทิเต จ มาริเต จ. หตชานีสูติ โปถเน จ ธนชานีสุ จ. ปุญฺญํ วา ปนาติ อตฺตโน ปุญฺญมฺปิ น สมนุปสฺสติ, สงฺเขปโต ปุญฺญาปุญฺญานํ วิปาโก นตฺถีติ วทติ. ส เว วิสฺสาสมาจิกฺขีติ โส – ‘‘เอวํ กตปาปานมฺปิ กตปุญฺญานมฺปิ วิปาโก นตฺถี’’ติ วทนฺโต สตฺตานํ วิสฺสาสํ อวสฺสยํ ปติฏฺฐํ อาจิกฺขติ, ตสฺมา มานนํ วนฺทนํ ปูชนํ อรหตีติ วทติ.
ตโปชิคุจฺฉายาติ กายกิลมถตเปน ปาปชิคุจฺฉเนน. สุสํวุตตฺโตติ สมนฺนาคโต ปิหิโต วา. เชคุจฺฉีติ ตเปน ปาปชิคุจฺฉโก. นิปโกติ ปณฺฑิโต. จาตุยามสุสํวุโตติ จาตุยาเมน สุสํวุโต. จาตุยาโม นาม สพฺพวาริวาริโต จ โหติ สพฺพวาริยุตฺโต จ สพฺพวาริธุโต จ สพฺพวาริผุโฏ จาติ อิเม จตฺตาโร โกฏฺฐาสา. ตตฺถ สพฺพวาริวาริโตติ วาริตสพฺพอุทโก, ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ อตฺโถ. โส กิร สีโตทเก สตฺตสญฺญี โหติ, ตสฺมา ตํ น วลญฺเชติ. สพฺพวาริยุตฺโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ยุโต. สพฺพวาริธุโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ธุตปาโป. สพฺพวาริผุโฏติ สพฺเพน ปาปวารเณน ผุฏฺโฐ. ทิฏฺฐํ สุตญฺจ อาจิกฺขนฺติ ทิฏฺฐํ ‘‘ทิฏฺฐํ เม’’ติ สุตํ ‘‘สุตํ เม’’ติ อาจิกฺขนฺโต, น นิคุหนฺโต. น หิ นูน กิพฺพิสีติ เอวรูโป สตฺถา กิพฺพิสการโก นาม น โหติ.
นานาติตฺถิเยติ โส กิร นานาติตฺถิยานํเยว อุปฏฺฐาโก, ตสฺมา เต อารพฺภ วทติ. ปกุธโก กาติยาโนติ ปกุโธ กจฺจายโน. นิคณฺโฐติ นาฏปุตฺโต. มกฺขลิปูรณาเสติ มกฺขลิ จ ปูรโณ จ. สามญฺญปฺปตฺตาติ สมณธมฺเม โกฏิปฺปตฺตา. น หิ นูน เตติ สปฺปุริเสหิ น ทูเร, เตเยว โลเก สปฺปุริสาติ วทติ. ปจฺจภาสีติ ‘‘อยํ อาโกฏโก อิเมสํ นคฺคนิสฺสิริกานํ ทสพลสฺส สนฺติเก ฐตฺวา วณฺณํ กเถตีติ เตสํ อวณฺณํ กเถสฺสามี’’ติ ปติอภาสีติ.
ตตฺถ สหาจริเตนาติ สห จริตมตฺเตน. ฉโว สิคาโลติ ลามโก กาลสิคาโล. โกตฺถุโกติ ตสฺเสว เววจนํ. สงฺกสฺสราจาโรติ อาสงฺกิตสมาจาโร. น สตํ สริกฺโขติ ปณฺฑิตานํ สปฺปุริสานํ สทิโส น โหติ, กึ ตฺวํ กาลสิคาลสทิเส ติตฺถิเย สีเห กโรสีติ?
อนฺวาวิสิตฺวาติ ‘‘อยํ เอวรูปานํ สตฺถารานํ อวณฺณํ กเถติ, เตเนว นํ มุเขน วณฺณํ กถาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตสฺส สรีเร อนุอาวิสิ อธิมุจฺจิ, เอวํ อนฺวาวิสิตฺวา. อายุตฺตาติ ตโปชิคุจฺฉเน ยุตฺตปยุตฺตา. ปาลยํ ปวิเวกิยนฺติ ปวิเวกํ ปาลยนฺตา. เต กิร ‘‘นฺหาปิตปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ สยํ เกเส ลุญฺจนฺติ. ‘‘จีวรปวิเวกํ ปาเตสฺสามา’’ติ นคฺคา วิจรนฺติ. ‘‘ปิณฺฑปาตปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ สุนขา วิย ภูมิยํ วา ภุญฺชนฺติ หตฺเถสุ วา. ‘‘เสนาสนปวิเวกํ ปาเลสฺสามา’’ติ กณฺฏกเสยฺยาทีนิ กปฺเปนฺติ. รูเป นิวิฏฺฐาติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ รูเป ปติฏฺฐิตา. เทวโลกาภินนฺทิโนติ เทวโลกปตฺถนกามา. มาติยาติ มจฺจา, เต เว มจฺจา ปรโลกตฺถาย สมฺมา อนุสาสนฺตีติ วทติ.
อิติ วิทิตฺวาติ ‘‘อยํ ปฐมํ เอเตสํ อวณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ วณฺณํ กเถติ, โก นุ โข เอโส’’ติ อาวชฺเชนฺโต ชานิตฺวาว. เย จนฺตลิกฺขสฺมึ ปภาสวณฺณาติ เย อนฺตลิกฺเข จนฺโทภาสสูริโยภาสสญฺฌาราคอินฺทธนุตารกรูปานํ ปภาสวณฺณา. สพฺเพว เต เตติ สพฺเพว เต ตยา. นมุจีติ มารํ อาลปติ. อามิสํว มจฺฉานํ วธาย ขิตฺตาติ ยถา มจฺฉานํ วธตฺถาย พฬิสลคฺคํ อามิสํ ขิปติ, เอวํ ตยา ปสํสมาเนน เอเต รูปา สตฺตานํ วธาย ขิตฺตาติ วทติ.
มาณวคามิโยติ อยํ กิร เทวปุตฺโต พุทฺธุปฏฺฐาโก. ราชคหียานนฺติ ราชคหปพฺพตานํ. เสโตติ เกลาโส. อฆคามินนฺติ อากาสคามีนํ. อุทธินนฺติ อุทกนิธานานํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ราชคหียานํ ปพฺพตานํ วิปุโล เสฏฺโฐ, หิมวนฺตปพฺพตานํ เกลาโส, อากาสคามีนํ อาทิจฺโจ, อุทกนิธานานํ สมุทฺโท, นกฺขตฺตานํ จนฺโท, เอวํ สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ เสฏฺโฐติ. ทสมํ.
นานาติตฺถิยวคฺโค ตติโย.
อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา
สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
เทวปุตฺตสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.