๖. กามทสุตฺตวณฺณนา

๘๗. ฉฏฺเฐ ทุกฺกรนฺติ อยํ กิร เทวปุตฺโต ปุพฺพโยคาวจโร พหลกิเลสตาย สปฺปโยเคน กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต สมณธมฺมํ กตฺวา ปุพฺพูปนิสฺสยมนฺทตาย อริยภูมึ อปฺปตฺวาว กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต. โส ‘‘ตถาคตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ทุกฺกรภาวํ อาโรเจสฺสามี’’ติ อาคนฺตฺวา เอวมาห. ตตฺถ ทุกฺกรนฺติ ทสปิ วสฺสานิ…เป… สฏฺฐิปิ ยเทตํ เอกนฺตปริสุทฺธสฺส สมณธมฺมสฺส กรณํ นาม, ตํ ทุกฺกรํ. เสขาติ สตฺต เสขา. สีลสมาหิตาติ สีเลน สมาหิตา สมุเปตา. ฐิตตฺตาติ ปติฏฺฐิตสภาวา. เอวํ ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ อุปริปญฺหสมุฏฺฐาปนตฺถํ อนคาริยุเปตสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ อนคาริยุเปตสฺสาติ อนคาริยํ นิคฺเคหภาวํ อุเปตสฺส. สตฺตภูมิเกปิ หิ ปาสาเท วสนฺโต ภิกฺขุ วุฑฺฒตเรน อาคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ อิทํ ปาปุณาตี’’ติ วุตฺเต ปตฺตจีวรํ อาทาย นิกฺขมเตว. ตสฺมา ‘‘อนคาริยุเปโต’’ติ วุจฺจติ. ตุฏฺฐีติ จตุปจฺจยสนฺโตโส. ภาวนายาติ จิตฺตวูปสมภาวนาย.

เต เฉตฺวา มจฺจุโน ชาลนฺติ เย รตฺตินฺทิวํ อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ จิตฺตํ สมาทหนฺติ. เย จ สมาหิตจิตฺตา, เต จตุปจฺจยสนฺโตสํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สนฺตุฏฺฐา, เต สีลํ ปูเรนฺตา น กิลมนฺติ. เย สีเล ปติฏฺฐิตา สตฺต เสขา, เต อริยา มจฺจุโน ชาลสงฺขาตํ กิเลสชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ. ทุคฺคโมติ ‘‘สจฺจเมตํ, ภนฺเต, เย อินฺทฺริยูปสเม รตา, เต ทุสฺสมาทหํ สมาทหนฺติ…เป… เย สีเล ปติฏฺฐิตา, เต มจฺจุโน ชาลํ ฉินฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ’’. กึ น คจฺฉิสฺสนฺติ? อยํ ปน ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโคติ อาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ อริยมคฺโค เนว ทุคฺคโม น วิสโม, ปุพฺพภาคปฏิปทาย ปนสฺส พหู ปริสฺสยา โหนฺติ. ตสฺมา เอวํ วุตฺโต. อวํสิราติ ญาณสิเรน อโธสิรา หุตฺวา ปปตนฺติ. อริยมคฺคํ อาโรหิตุํ อสมตฺถตาเยว จ เต อนริยมคฺเค ปปตนฺตีติ จ วุจฺจนฺติ. อริยานํ สโม มคฺโคติ เสฺวว มคฺโค อริยานํ สโม โหติ. วิสเม สมาติ วิสเมปิ สตฺตกาเย สมาเยว. ฉฏฺฐํ.