๓. มหาลิสุตฺตวณฺณนา

๒๕๙. ตติเย อุปสงฺกมีติ ‘‘สกฺโก เทวราชาติ กเถนฺติ, อตฺถิ นุ โข โส สกฺโก, เยน โส ทิฏฺฐปุพฺโพติ อิมมตฺถํ ทสพลํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ. ตญฺจ ปชานามีติ พหุวจเน เอกวจนํ, เต จ ธมฺเม ปชานามีติ อตฺโถ. สกฺโก กิร อนนฺตเร อตฺตภาเว มคธรฏฺเฐ มจลคาเม มโฆ นาม มาณโว อโหสิ ปณฺฑิโต พฺยตฺโต, โพธิสตฺตจริยา วิย จ ตสฺส จริยา อโหสิ. โส เตตฺตึส ปุริเส คเหตฺวา กลฺยาณมกาสิ. เอกทิวสํ อตฺตโนว ปญฺญาย อุปปริกฺขิตฺวา คามมชฺเฌ มหาชนสฺส สนฺนิปติตฏฺฐาเน กจวรํ อุภโตปสฺเสสุ อปพฺยูหิตฺวา ตํ ฐานํ รมณียํ อกาสิ. ปุน ตตฺเถว มณฺฑปํ กาเรสิ. ปุน คจฺฉนฺเต กาเล สาลํ กาเรสิ. คามโต จ นิกฺขมิตฺวา คาวุตมฺปิ อฑฺฒโยชนมฺปิ ติคาวุตมฺปิ โยชนมฺปิ วิจริตฺวา เตหิ สหาเยหิ สทฺธึ วิสมํ สมํ อกาสิ. เต สพฺเพว เอกจฺฉนฺทา ตตฺถ ตตฺถ เสตุยุตฺตฏฺฐาเน เสตุํ, มณฺฑปสาลาโปกฺขรณิมาลาวจฺฉโรปนปทีนํ ยุตฺตฏฺฐาเนสุ มณฺฑปสาลาโปกฺขรณิมาลาวจฺฉโรปนาทีนิ กโรนฺตา พหุํ ปุญฺญมกํสุ. มโฆ สตฺต วตปทานิ ปูเรตฺวา กายสฺส เภทา สทฺธึ สหาเยหิ ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ. ตํ สพฺพํ ภควา ชานาติ. เตนาห – เยสํ ธมฺมานํ สมาทินฺนตฺตา สกฺโก สกฺกตฺตํ อชฺฌคา, ตญฺจ ปชานามีติ. อยํ สกฺกสฺส สกฺกตฺตาธิคเม สงฺเขปกถา, วิตฺถาโร ปน สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย สกฺกปณฺหวณฺณนายํ วุตฺโต. ตติยํ.