๘. สุทตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๔๒. อฏฺฐเม เกนจิเทว กรณีเยนาติ วาณิชฺชกมฺมํ อธิปฺเปตํ. อนาถปิณฺฑิโก จ ราชคหเสฏฺฐิ จ อญฺญมญฺญํ ภคินิปติกา โหนฺติ. ยทา ราชคเห อุฏฺฐานกภณฺฑกํ มหคฺฆํ โหติ, ตทา ราชคหเสฏฺฐิ ตํ คเหตฺวา ปญฺจสกฏสเตหิ สาวตฺถึ คนฺตฺวา โยชนมตฺเต ฐิโต อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปติ. อนาถปิณฺฑิโก ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ตสฺส มหาสกฺการํ กตฺวา เอกยานํ อาโรเปตฺวา สาวตฺถึ ปวิสติ. โส สเจ ภณฺฑํ ลหุกํ วิกฺกียติ, วิกฺกิณาติ. โน เจ, ภคินิฆเร ฐเปตฺวา ปกฺกมติ. อนาถปิณฺฑิโกปิ ตเถว กโรติ. สฺวายํ ตทาปิ เตเนว กรณีเยน อคมาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
ตํ ทิวสํ ปน ราชคหเสฏฺฐิ โยชนมตฺเต ฐิเตน อนาถปิณฺฑิเกน อาคตภาวชานนตฺถํ เปสิตํ ปณฺณํ น สุณิ, ธมฺมสฺสวนตฺถาย วิหารํ อคมาสิ. โส ธมฺมกถํ สุตฺวา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา อตฺตโน ฆเร อุทฺธนขณาปนทารุผาลนาทีนิ กาเรสิ. อนาถปิณฺฑิโกปิ ‘‘อิทานิ มยฺหํ ปจฺจุคฺคมนํ กริสฺสติ, อิทานิ กริสฺสตี’’ติ ฆรทฺวาเรปิ ปจฺจุคฺคมนํ อลภิตฺวา อนฺโตฆรํ ปวิฏฺโฐ ปฏิสนฺถารมฺปิ น พหุํ อลตฺถ. ‘‘กึ, มหาเสฏฺฐิ, กุสลํ ทารกรูปานํ? นสิ มคฺเค กิลนฺโต’’ติ? เอตฺตโกว ปฏิสนฺถาโร อโหสิ. โส ตสฺส มหาพฺยาปารํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ เต, คหปติ, อาวาโห วา ภวิสฺสตี’’ติ? ขนฺธเก (จูฬว. ๓๐๔) อาคตนเยเนว กถํ ปวตฺเตตฺวา ตสฺส มุขโต พุทฺธสทฺทํ สุตฺวา ปญฺจวณฺณํ ปีตึ ปฏิลภิ. สา ตสฺส สีเสน อุฏฺฐาย ยาว ปาทปิฏฺฐิยา, ปาทปิฏฺฐิยา อุฏฺฐาย ยาว สีสา คจฺฉติ, อุภโต อุฏฺฐาย มชฺเฌ โอสรติ, มชฺเฌ อุฏฺฐาย อุภโต คจฺฉติ. โส ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏฺโฐ, ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ, คหปติ, วเทสิ? พุทฺโธ ตาหํ, คหปติ, วทามี’’ติ เอวํ ติกฺขตฺตุํ ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘โฆโสปิ โข เอโส ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ อาห. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อสฺโสสิ โข อนาถปิณฺฑิโก, คหปติ, พุทฺโธ กิร โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ.
เอตทโหสิ อกาโล โข อชฺชาติ โส กิร ตํ เสฏฺฐึ ปุจฺฉิ, ‘‘กุหึ คหปติ สตฺถา วิหรตี’’ติ? อถสฺส โส – ‘‘พุทฺธา นาม ทุราสทา อาสีวิสสทิสา โหนฺติ, สตฺถา สิวถิกาย วสติ, น สกฺกา ตตฺถ ตุมฺหาทิเสหิ อิมาย เวลาย คนฺตุ’’นฺติ อาจิกฺขิ. อถสฺส เอตทโหสิ. พุทฺธคตาย สติยา นิปชฺชีติ ตํทิวสํ กิรสฺส ภณฺฑสกเฏสุ วา อุปฏฺฐาเกสุ วา จิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชิ, สายมาสมฺปิ น อกาสิ, สตฺตภูมิกํ ปน ปาสาทํ อารุยฺห สุปญฺญตฺตาลงฺกตวรสยเน ‘‘พุทฺโธ พุทฺโธ’’ติ สชฺฌายํ กโรนฺโตว นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. เตน วุตฺตํ ‘‘พุทฺธคตาย สติยา นิปชฺชี’’ติ.
รตฺติยา สุทํ ติกฺขตฺตุํ อุฏฺฐาสิ ปภาตนฺติ มญฺญมาโนติ ปฐมยาเม ตาว วีติวตฺเต อุฏฺฐาย พุทฺธํ อนุสฺสริ, อถสฺส พลวปฺปสาโท อุทปาทิ, ปีติอาโลโก อโหสิ, สพฺพตมํ วิคจฺฉิ, ทีปสหสฺสุชฺชลํ วิย จนฺทุฏฺฐานํ สูริยุฏฺฐานํ วิย จ ชาตํ. โส ‘‘ปปาทํ อาปนฺโน วตมฺหิ, สูริโย อุคฺคโต’’ติ อุฏฺฐาย อากาสตเล ฐิตํ จนฺทํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘เอโกว ยาโม คโต, อญฺเญ เทฺว อตฺถี’’ติ ปุน ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ. เอเตนุปาเยน มชฺฌิมยามาวสาเนปิ ปจฺฉิมยามาวสาเนปีติ ติกฺขตฺตุํ อุฏฺฐาสิ. ปจฺฉิมยามาวสาเน ปน พลวปจฺจูเสเยว อุฏฺฐาย อากาสตลํ อาคนฺตฺวา มหาทฺวาราภิมุโขว อโหสิ, สตฺตภูมิกทฺวารํ สยเมว วิวฏํ อโหสิ. โส ปาสาทา โอรุยฺห อนฺตรวีถึ ปฏิปชฺชิ.
วิวรึสูติ ‘‘อยํ มหาเสฏฺฐิ ‘พุทฺธุปฏฺฐานํ คมิสฺสามี’ติ นิกฺขนฺโต, ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ติณฺณํ รตนานํ อคฺคุปฏฺฐาโก หุตฺวา อสทิสํ สงฺฆารามํ กตฺวา จาตุทฺทิสสฺส อริยคณสฺส อนาวฏทฺวาโร ภวิสฺสติ, น ยุตฺตมสฺส ทฺวารํ ปิทหิตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา วิวรึสุ. อนฺตรธายีติ ราชคหํ กิร อากิณฺณมนุสฺสํ อนฺโตนคเร นว โกฏิโย, พหินคเร นวาติ ตํ อุปนิสฺสาย อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย วสนฺติ. อเวลาย มตมนุสฺเส พหิ นีหริตุํ อสกฺโกนฺตา อฏฺฏาลเก ฐตฺวา พหิทฺวาเร ขิปนฺติ. มหาเสฏฺฐิ นครโต พหินิกฺขนฺตมตฺโตว อลฺลสรีรํ ปาเทน อกฺกมิ, อปรมฺปิ ปิฏฺฐิปาเทน ปหริ. มกฺขิกา อุปฺปติตฺวา ปริกิรึสุ. ทุคฺคนฺโธ นาสปุฏํ อภิหนิ. พุทฺธปฺปสาโท ตนุตฺตํ คโต. เตนสฺส อาโลโก อนฺตรธายิ, อนฺธกาโร ปาตุรโหสิ. สทฺทมนุสฺสาเวสีติ ‘‘เสฏฺฐิสฺส อุสฺสาหํ ชเนสฺสามี’’ติ สุวณฺณกิงฺกิณิกํ ฆฏฺเฏนฺโต วิย มธุรสฺสเรน สทฺทํ อนุสฺสาเวสิ.
สตํ กญฺญาสหสฺสานีติ ปุริมปทานิปิ อิมินาว สหสฺสปเทน สทฺธึ สมฺพนฺธนียานิ. ยเถว หิ สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, สตํ สหสฺสานิ หตฺถี, สตํ สหสฺสานิ อสฺสา, สตํ สหสฺสานิ รถาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิติ เอเกกสตสหสฺสเมว ทีปิตํ. ปทวีติหารสฺสาติ ปทวีติหาโร นาม สมคมเน ทฺวินฺนํ ปทานํ อนฺตเร มุฏฺฐิรตนมตฺตํ. กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ ตํ เอกํ ปทวีติหารํ โสฬสภาเค กตฺวา ตโต เอโก โกฏฺฐาโส ปุน โสฬสธา, ตโต เอโก โสฬสธาติ เอวํ โสฬส วาเร โสฬสธา ภินฺนสฺส เอโก โกฏฺฐาโส โสฬสิกลา นาม, ตํ โสฬสิกลํ เอตานิ จตฺตาริ สตสหสฺสานิ น อคฺฆนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สตํ หตฺถิสหสฺสานิ สตํ อสฺสสหสฺสานิ สตํ รถสหสฺสานิ สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, ตา จ โข อามุกฺกมณิกุณฺฑลา สกลชมฺพุทีปราชธีตโร วาติ อิมสฺมา เอตฺตกา ลาภา วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส ตสฺมึ โสฬสิกลสงฺขาเต ปเทเส ปวตฺตเจตนาว อุตฺตริตราติ. อิทํ ปน วิหารคมนํ กสฺส วเสน คหิตนฺติ? วิหารํ คนฺตฺวา อนนฺตราเยน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหนฺตสฺส. ‘‘คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กริสฺสามิ, เจติยํ วนฺทิสฺสามิ, ธมฺมํ โสสฺสามิ, ทีปปูชํ กริสฺสามิ, สงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ทานํ ทสฺสามิ, สิกฺขาปเทสุ วา สรเณสุ วา ปติฏฺฐหิสฺสามี’’ติ คจฺฉโตปิ วเสน วฏฺฏติเยว.
อนฺธกาโร อนฺตรธายีติ โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เอกโกติ สญฺญํ กโรมิ, อนุยุตฺตาปิ เม อตฺถิ, กสฺมา ภายามี’’ติ สูโร อโหสิ. อถสฺส พลวา พุทฺธปฺปสาโท อุทปาทิ. ตสฺมา อนฺธกาโร อนฺตรธายีติ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. อปิจ ปุรโต ปุรโต คจฺฉนฺโต ภึสนเก สุสานมคฺเค อฏฺฐิกสงฺขลิกสมํสโลหิตนฺติอาทีนิ อเนกวิธานิ กุณปานิ อทฺทส. โสณสิงฺคาลาทีนํ สทฺทํ อสฺโสสิ. ตํ สพฺพํ ปริสฺสยํ ปุนปฺปุนํ พุทฺธคตํ ปสาทํ วฑฺเฒตฺวา มทฺทนฺโต อคมาสิเยว.
เอหิ สุทตฺตาติ โส กิร เสฏฺฐิ คจฺฉมาโนว จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺมึ โลเก พหู ปูรณกสฺสปาทโย ติตฺถิยา ‘มยํ พุทฺธา มยํ พุทฺธา’ติ วทนฺติ, กถํ นุ โข อหํ สตฺถุ พุทฺธภาวํ ชาเนยฺย’’นฺติ? อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยฺหํ คุณวเสน อุปฺปนฺนํ นามํ มหาชโน ชานาติ, กุลทตฺติยํ ปน เม นามํ อญฺญตฺร มยา น โกจิ ชานาติ. สเจ พุทฺโธ ภวิสฺสติ, กุลทตฺติกนาเมน มํ อาลปิสฺสตี’’ติ. สตฺถา ตสฺส จิตฺตํ ญตฺวา เอวมาห.
ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. อาสตฺติโยติ ตณฺหาโย. สนฺตินฺติ กิเลสวูปสมํ. ปปฺปุยฺยาติ ปตฺวา. อิทญฺจ ปน วตฺวา สตฺถา ตสฺส อนุปุพฺพิกถํ กเถตฺวา มตฺถเก จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาเสสิ. เสฏฺฐิ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวสโต ปฏฺฐาย มหาทานํ ทาตุํ อารภิ. พิมฺพิสาราทโย เสฏฺฐิสฺส สาสนํ เปเสนฺติ – ‘‘ตฺวํ อาคนฺตุโก, ยํ นปฺปโหติ, ตํ อิโต อาหราเปหี’’ติ. โส ‘‘อลํ ตุเมฺห พหุกิจฺจา’’ติ สพฺเพ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปญฺจหิ สกฏสเตหิ อานีตวิภเวน สตฺตาหํ มหาทานํ อทาสิ. ทานปริโยสาเน จ ภควนฺตํ สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ ปฏิชานาเปตฺวา ราชคหสฺส จ สาวตฺถิยา จ อนฺตเร โยชเน โยชเน สตสหสฺสํ ทตฺวา ปญฺจจตฺตาลีส วิหาเร กาเรนฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา เชตวนมหาวิหารํ กาเรตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิยฺยาเทสีติ. อฏฺฐมํ.