๑. ชราสุตฺตวณฺณนา

๕๑. ชราวคฺคสฺส ปฐเม สาธูติ ลทฺธกํ ภทฺทกํ. สีลํ ยาว ชราติ อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – ยถา มุตฺตามณิรตฺตวตฺถาทีนิ อาภรณานิ ตรุณกาเลเยว โสภนฺติ, ชราชิณฺณกาเล ตานิ ธาเรนฺโต ‘‘อยํ อชฺชาปิ พาลภาวํ ปตฺเถติ, อุมฺมตฺตโก มญฺเญ’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, น เอวํ สีลํ. สีลญฺหิ นิจฺจกาลํ โสภติ. พาลกาเลปิ หิ สีลํ รกฺขนฺตํ ‘‘กึ อิมสฺส สีเลนา’’ติ? วตฺตาโร นตฺถิ. มชฺฌิมกาเลปิ มหลฺลกกาเลปีติ.

สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตาติ หตฺถาฬวกจิตฺตคหปติอาทีนํ วิย มคฺเคน อาคตา ปติฏฺฐิตสทฺธา นาม สาธุ. ปญฺญา นรานํ รตนนฺติ เอตฺถ จิตฺตีกตฏฺฐาทีหิ รตนํ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยทิ จิตฺตีกตนฺติ รตนํ, นนุ ภควา จิตฺตีกโต ปุริสสีโห, เย จ โลเก จิตฺตีกตา, เตสํ จิตฺตีกโต ภควา. ยทิ รติกรนฺติ รตนํ, นนุ ภควา รติกโร ปุริสสีโห, ตสฺส วจเนน จรนฺตา ฌานรติสุเขน อภิรมนฺติ. ยทิ อตุลฺยนฺติ รตนํ, นนุ ภควา อตุโล ปุริสสีโห. น หิ สกฺกา ตุเลตุํ คุเณหิ คุณปารมึ คโต. ยทิ ทุลฺลภนฺติ รตนํ, นนุ ภควา ทุลฺลโภ ปุริสสีโห. ยทิ อโนมสตฺตปริโภคนฺติ รตนํ, นนุ ภควา อโนโม สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนนา’’ติ.

อิธ ปน ทุลฺลภปาตุภาวฏฺเฐน ปญฺญา ‘‘รตน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุญฺญนฺติ ปุญฺญเจตนา, สา หิ อรูปตฺตา ปริหริตุํ น สกฺกาติ. ปฐมํ.