๑. สพฺภิสุตฺตวณฺณนา

๓๑. สตุลฺลปกายิกวคฺคสฺส ปฐเม สตุลฺลปกายิกาติ สตํ ธมฺมํ สมาทานวเสน อุลฺลเปตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาติ สตุลฺลปกายิกา. ตตฺริทํ วตฺถุ – สมฺพหุลา กิร สมุทฺทวาณิชา นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทึสุ. เตสํ ขิตฺตสรเวเคน คจฺฉนฺติยา นาวาย สตฺตเม ทิวเส สมุทฺทมชฺเฌ มหนฺตํ อุปฺปาติกํ ปาตุภูตํ, มหาอูมิโย อุฏฺฐหิตฺวา นาวํ อุทกสฺส ปูเรนฺติ. นาวาย นิมุชฺชมานาย มหาชโน อตฺตโน อตฺตโน เทวตานํ นามานิ คเหตฺวา อายาจนาทีนิ กโรนฺโต ปริเทวิ. เตสํ มชฺเฌ เอโก ปุริโส – ‘‘อตฺถิ นุ โข เม เอวรูเป ภเย ปติฏฺฐา’’ติ อาวชฺเชนฺโต อตฺตโน ปริสุทฺธานิ สรณานิ เจว สีลานิ จ ทิสฺวา โยคี วิย ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. ตเมนํ อิตเร สภยการณํ ปุจฺฉึสุ. โส เตสํ กเถสิ – ‘‘อมฺโภ อหํ นาวํ อภิรูหนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา สรณานิ เจว สีลานิ จ อคฺคเหสึ, เตน เม ภยํ นตฺถี’’ติ. กึ ปน สามิ เอตานิ อญฺเญสมฺปิ วตฺตนฺตีติ? อาม วตฺตนฺตีติ เตน หิ อมฺหากมฺปิ เทถาติ. โส เต มนุสฺเส สตํ สตํ กตฺวา สตฺต โกฏฺฐาเส อกาสิ, ตโต ปญฺจสีลานิ อทาสิ. เตสุ ปฐมํ ชงฺฆสตํ โคปฺผกมตฺเต อุทเก ฐิตํ อคฺคเหสิ, ทุติยํ ชาณุมตฺเต, ตติยํ กฏิมตฺเต, จตุตฺถํ นาภิมตฺเต, ปญฺจมํ ถนมตฺเต, ฉฏฺฐํ คลปฺปมาเณ, สตฺตมํ มุเขน โลโณทเก ปวิสนฺเต อคฺคเหสิ. โส เตสํ สีลานิ ทตฺวา – ‘‘อญฺญํ ตุมฺหากํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, สีลเมว อาวชฺเชถา’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตานิ สตฺตปิ ชงฺฆสตานิ ตตฺถ กาลํ กตฺวา อาสนฺนกาเล คหิตสีลํ นิสฺสาย ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตึสุ, เตสํ ฆฏาวเสเนว วิมานานิ นิพฺพตฺตึสุ. สพฺเพสํ มชฺเฌ อาจริยสฺส โยชนสติกํ สุวณฺณวิมานํ นิพฺพตฺติ, อวเสนานิ ตสฺส ปริวารานิ หุตฺวา สพฺพเหฏฺฐิมํ ทฺวาทสโยชนิกํ อโหสิ. เต นิพฺพตฺตกฺขเณเยว กมฺมํ อาวชฺเชนฺตา อาจริยํ นิสฺสาย สมฺปตฺติลาภํ ญตฺวา, ‘‘คจฺฉาม ตาว, ทสพลสฺส สนฺติเก อมฺหากํ อาจริยสฺส วณฺณํ กเถยฺยามา’’ติ มชฺฌิมยามสมนนฺตเร ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ, ตา เทวตา อาจริยสฺส วณฺณภณนตฺถํ เอเกกํ คาถํ อภาสึสุ.

ตตฺถ สพฺภิเรวาติ ปณฺฑิเตหิ, สปฺปุริเสหิ เอว. ร-กาโร ปทสนฺธิกโร. สมาเสถาติ สห นิสีเทยฺย. เทสนาสีสเมว เจตํ, สพฺพอิริยาปเถ สพฺภิเรว สห กุพฺเพยฺยาติ อตฺโถ. กุพฺเพถาติ กเรยฺย. สนฺถวนฺติ มิตฺตสนฺถวํ. ตณฺหาสนฺถโว ปน น เกนจิ สทฺธึ กาตพฺโพ, มิตฺตสนฺถโว พุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-พุทฺธสาวเกหิ สห กาตพฺโพ. อิทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สตนฺติ พุทฺธาทีนํ สปฺปุริสานํ. สทฺธมฺมนฺติ ปญฺจสีลทสสีลจตุสติปฏฺฐานาทิเภทํ สทฺธมฺมํ, อิธ ปน ปญฺจสีลํ อธิปฺเปตํ. เสยฺโย โหตีติ วฑฺฒิ โหติ. น ปาปิโยติ ลามกํ กิญฺจิ น โหติ. นาญฺญโตติ วาลิกาทีหิ เตลาทีนิ วิย อญฺญโต อนฺธพาลโต ปญฺญา นาม น ลพฺภติ, ติลาทีหิ ปน เตลาทีนิ วิย สตํ ธมฺมํ ญตฺวา ปณฺฑิตเมว เสวนฺโต ภชนฺโต ลภตีติ. โสกมชฺเฌติ โสกวตฺถูนํ โสกานุคตานํ วา สตฺตานํ มชฺฌคโต น โสจติ พนฺธุลมลฺลเสนาปติสฺส อุปาสิกา วิย, ปญฺจนฺนํ โจรสตานํ มชฺเฌ ธมฺมเสนาปติสฺส สทฺธิวิหาริโก สํกิจฺจสามเณโร วิย จ.

ญาติมชฺเฌ วิโรจตีติ ญาติคณมชฺเฌ สํกิจฺจเถรสฺส สทฺธิวิหาริโก อธิมุตฺตกสามเณโร วิย โสภติ. โส กิร เถรสฺส ภาคิเนยฺโย โหติ, อถ นํ เถโร อาห – ‘‘สามเณร, มหลฺลโกสิ ชาโต, คจฺฉ, วสฺสานิ ปุจฺฉิตฺวา เอหิ, อุปสมฺปาเทสฺสามิ ต’’นฺติ. โส ‘‘สาธู’’ติ เถรํ วนฺทิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย โจรอฏวิยา โอรภาเค ภคินิคามํ คนฺตฺวา ปิณฺฑาย จริ, ตํ ภคินี ทิสฺวา วนฺทิตฺวา เคเห นิสีทาเปตฺวา โภเชสิ. โส กตภตฺตกิจฺโจ วสฺสานิ ปุจฺฉิ. สา ‘‘อหํ น ชานามิ, มาตา เม ชานาตี’’ติ อาห. อถ โส ‘‘ติฏฺฐถ ตุเมฺห, อหํ มาตุสนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ อฏวึ โอติณฺโณ. ตเมนํ ทูรโตว โจรปุริโส ทิสฺวา โจรานํ อาโรเจสิ. โจรา ‘‘สามเณโร กิเรโก อฏวึ โอติณฺโณ, คจฺฉถ นํ อาเนถา’’ติ อาณาเปตฺวา เอกจฺเจ ‘‘มาเรม น’’นฺติ อาหํสุ, เอกจฺเจ วิสฺสชฺเชมาติ. สามเณโร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เสโข สกรณีโย, อิเมหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา โสตฺถิมตฺตานํ กริสฺสามี’’ติ โจรเชฏฺฐกํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อุปมํ เต, อาวุโส, กริสฺสามี’’ติ อิมา คาถา อภาสิ –

‘‘อหุ อตีตมทฺธานํ, อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน;

เจโต กูฏานิ โอฑฺเฑตฺวา, สสกํ อวธี ตทา.

‘‘สสกญฺจ มตํ ทิสฺวา, อุพฺพิคฺคา มิคปกฺขิโน;

เอกรตฺตึ อปกฺกามุํ, ‘อกิจฺจํ วตฺตเต อิธ’.

‘‘ตเถว สมณํ หนฺตฺวา, อธิมุตฺตํ อกิญฺจนํ;

อทฺธิกา นาคมิสฺสนฺติ, ธนชานิ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘สจฺจํ โข สมโณ อาห, อธิมุตฺโต อกิญฺจโน;

อทฺธิกา นาคมิสฺสนฺติ, ธนชานิ ภวิสฺสติ.

‘‘สเจ ปฏิปเถ ทิสฺวา, นาโรเจสฺสสิ กสฺสจิ;

ตว สจฺจมนุรกฺขนฺโต, คจฺฉ ภนฺเต ยถาสุข’’นฺติ.

โส เตหิ โจเรหิ วิสฺสชฺชิโต คจฺฉนฺโต ญาตโยปิ ทิสฺวา เตสมฺปิ น อาโรเจสิ. อถ เต อนุปฺปตฺเต โจรา คเหตฺวา วิเหฐยึสุ, อุรํ ปหริตฺวา ปริเทวมานญฺจสฺส มาตรํ โจรา เอตทโวจุํ –

‘‘กึ เต โหติ อธิมุตฺโต, อุทเร วสิโก อสิ;

ปุฏฺฐา เม อมฺม อกฺขาหิ, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.

‘‘อธิมุตฺตสฺส อหํ มาตา, อยญฺจ ชนโก ปิตา;

ภคินี ภาตโร จาปิ, สพฺเพว อิธ ญาตโย.

‘‘อกิจฺจการี อธิมุตฺโต, ยํ ทิสฺวา น นิวารเย;

เอตํ โข วตฺตํ สมณานํ, อริยานํ ธมฺมชีวินํ.

‘‘สจฺจวาที อธิมุตฺโต, ยํ ทิสฺวา น นิวารเย;

อธิมุตฺตสฺส สุจิณฺเณน, สจฺจวาทิสฺส ภิกฺขุโน;

สพฺเพว อภยํ ปตฺตา, โสตฺถึ คจฺฉนฺตุ ญาตโย’’ติ.

เอวํ เต โจเรหิ วิสฺสชฺชิตา คนฺตฺวา อธิมุตฺตํ อาหํสุ –

‘‘ตว ตาต สุจิณฺเณน, สจฺจวาทิสฺส ภิกฺขุโน;

สพฺเพว อภยํ ปตฺตา, โสตฺถึ ปจฺจาคมมฺหเส’’ติ.

เตปิ ปญฺจสตา โจรา ปสาทํ อาปชฺชิตฺวา อธิมุตฺตสฺส สามเณรสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. โส เต อาทาย อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฐมํ อตฺตนา อุปสมฺปนฺโน ปจฺฉา เต ปญฺจสเต อตฺตโน อนฺเตวาสิเก กตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. เต อธิมุตฺตเถรสฺส โอวาเท ฐิตา สพฺเพ อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อิมมตฺถํ คเหตฺวา เทวตา ‘‘สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ญาติมชฺเฌ วิโรจตี’’ติ อาห.

สาตตนฺติ สตตํ สุขํ วา จิรํ ติฏฺฐนฺตีติ วทติ. สพฺพาสํ โวติ สพฺพาสํ ตุมฺหากํ. ปริยาเยนาติ การเณน. สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ, น เกวลํ เสยฺโยว โหติ, น จ เกวลํ ปญฺญํ ลภติ, โสกมชฺเฌ น โสจติ, ญาติมชฺเฌ วิโรจติ, สุคติยํ นิพฺพตฺตติ, จิรํ สุขํ ติฏฺฐติ, สกลสฺมา ปน วฏฺฏทุกฺขาปิ มุจฺจตีติ. ปฐมํ.