๑. นนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๑๑. นนฺทนวคฺคสฺส ปฐเม ตตฺราติ ตสฺมึ อาราเม. โขติ พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาวเสน นิปาตมตฺตํ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ปริสเชฏฺฐเก ภิกฺขู ชานาเปสิ. ภิกฺขโวติ เตสํ อามนฺตนาการทีปนํ. ภทนฺเตติ ปติวจนทานํ. เต ภิกฺขูติ เย ตตฺถ สมฺมุขีภูตา ธมฺมปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต วจนํ ปติอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสูติ อตฺโถ. เอตทโวจาติ เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘ภูตปุพฺพ’’นฺติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ ตาวตึสกายิกาติ ตาวตึสกาเย นิพฺพตฺตา. ตาวตึสกาโย นาม ทุติยเทวโลโก วุจฺจติ. มเฆน มาณเวน สทฺธึ มจลคาเม กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปฺปนฺเน เตตฺตึส เทวปุตฺเต อุปาทาย กิร ตสฺส เทวโลกสฺส อยํ ปณฺณตฺติ ชาตาติ วทนฺติ. ยสฺมา ปน เสสจกฺกวาเฬสุปิ ฉ กามาวจรเทวโลกา อตฺถิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สหสฺสํ จาตุมหาราชิกานํ สหสฺสํ ตาวตึสาน’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๒๙), ตสฺมา นามปณฺณตฺติเยเวสา ตสฺส เทวโลกสฺสาติ เวทิตพฺพา. เอวญฺหิ นิทฺโทสํ ปทํ โหติ.

นนฺทเน วเนติ เอตฺถ ตํ วนํ ปวิฏฺเฐ ปวิฏฺเฐ นนฺทยติ โตเสตีติ นนฺทนํ. ปญฺจสุ หิ มรณนิมิตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘สมฺปตฺตึ ปหาย จวิสฺสามา’’ติ ปริเทวมานา เทวตา สกฺโก เทวานมินฺโท ‘‘มา ปริเทวิตฺถ, อภิชฺชนธมฺมา นาม สงฺขารา นตฺถี’’ติ โอวทิตฺวา ตตฺถ ปเวสาเปติ. ตาสํ อญฺญาหิ เทวตาหิ พาหาสุ คเหตฺวา ปเวสิตานมฺปิ ตสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวาว มรณโสโก วูปสมฺมติ, ปีติปาโมชฺชเมว อุปฺปชฺชติ. อถ ตสฺมึ กีฬมานา เอว อุณฺหสนฺตตฺโต หิมปิณฺโฑ วิย วิลียนฺติ, วาตาปหตทีปสิขา วิย วิชฺฌายนฺตีติ เอวํ ยํกิญฺจิ อนฺโต ปวิฏฺฐํ นนฺทยติ โตเสติเยวาติ นนฺทนํ, ตสฺมึ นนฺทเน. อจฺฉราสงฺฆปริวุตาติ อจฺฉราติ เทวธีตานํ นามํ, ตาสํ สมูเหน ปริวุตา.

ทิพฺเพหีติ เทวโลเก นิพฺพตฺเตหิ. ปญฺจหิ กามคุเณหีติ มนาปิยรูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ กามพนฺธเนหิ กามโกฏฺฐาเสหิ วา. สมปฺปิตาติ อุเปตา. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. ปริจารยมานาติ รมมานา, เตสุ เตสุ วา รูปาทีสุ อินฺทฺริยานิ สญฺจารยมานา. ตายํ เวลายนฺติ ตสฺมึ ปริจารณกาเล. โส ปนสฺส เทวปุตฺตสฺส อธุนา อภินิพฺพตฺตกาโล เวทิตพฺโพ. ตสฺส หิ ปฏิสนฺธิกฺขเณเยว รตฺตสุวณฺณกฺขนฺโธ วิย วิโรจยมาโน ติคาวุตปฺปมาโณ อตฺตภาโว นิพฺพตฺติ. โส ทิพฺพวตฺถนิวตฺโถ ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต ทิพฺพมาลาวิเลปนธโร ทิพฺเพหิ จนฺทนจุณฺเณหิ สมํ วิกิริยมาโน ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ โอวุโต นิวุโต ปริโยนทฺโธ โลภาภิภูโต หุตฺวา โลภนิสฺสรณํ นิพฺพานํ อปสฺสนฺโต อาสภึ วาจํ ภาสนฺโต วิย มหาสทฺเทน ‘‘น เต สุขํ ปชานนฺตี’’ติ อิมํ คาถํ คายมาโน นนฺทนวเน วิจริ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสี’’ติ.

เย น ปสฺสนฺติ นนฺทนนฺติ เย ตตฺร ปญฺจกามคุณานุภวนวเสน นนฺทนวนํ น ปสฺสนฺติ. นรเทวานนฺติ เทวนรานํ, เทวปุริสานนฺติ อตฺโถ. ติทสานนฺติ ติกฺขตฺตุํ ทสนฺนํ. ยสสฺสินนฺติ ปริวารสงฺขาเตน ยเสน สมฺปนฺนานํ.

อญฺญตรา เทวตาติ เอกา อริยสาวิกา เทวตา. ปจฺจภาสีติ ‘‘อยํ พาลเทวตา อิมํ สมฺปตฺตึ นิจฺจํ อจลํ มญฺญติ, นาสฺสา เฉทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมตํ ชานาตี’’ติ อธิปฺปายํ วิวฏฺเฏตฺวา ทสฺเสนฺตี ‘‘น ตฺวํ พาเล’’ติ อิมาย คาถาย ปติอภาสิ. ยถา อรหตํ วโจติ ยถา อรหนฺตานํ วจนํ, ตถา ตฺวํ น ชานาสีติ. เอวํ ตสฺสา อธิปฺปายํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ อรหนฺตานํ วจนํ ทสฺเสนฺตี อนิจฺจาติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจา วต สงฺขาราติ สพฺเพ เตภูมกสงฺขารา หุตฺวา อภาวตฺเถน อนิจฺจา. อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ อุปฺปาทวยสภาวา. อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺตีติ อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. ยสฺมา วา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ. อุปฺปาทวยคฺคหเณน เจตฺถ ตทนนฺตรา เวมชฺฌฏฺฐานํ คหิตเมว โหติ. เตสํ วูปสโม สุโขติ เตสํ สงฺขารานํ วูปสมสงฺขาตํ นิพฺพานเมว สุขํ. อิทํ อรหตํ วโจติ.

นนฺทนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.