๙. อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๒๓. เอวํ เม สุตนฺติ อรณวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ เนวุสฺสาเทยฺย น อปสาเทยฺยาติ เคหสิตวเสน กญฺจิ ปุคฺคลํ เนว อุกฺขิเปยฺย น อวกฺขิเปยฺย. ธมฺมเมว เทเสยฺยาติ สภาวเมว กเถยฺย. สุขวินิจฺฉยนฺติ วินิจฺฉิตสุขํ. รโห วาทนฺติ ปรมฺมุขา อวณฺณํ, ปิสุณวาจนฺติ อตฺโถ. สมฺมุขา น ขีณนฺติ สมฺมุขาปิ ขีณํ อากิณฺณํ สํกิลิฏฺฐํ วาจํ น ภเณยฺย. นาภินิเวเสยฺยาติ น อธิฏฺฐหิตฺวา อาทาย โวหเรยฺย. สมญฺญนฺติ โลกสมญฺญํ โลกปณฺณตฺตึ. นาติธาเวยฺยาติ นาติกฺกเมยฺย.
๓๒๔. กามปฏิสนฺธิสุขิโนติ กามปฏิสนฺธินา กามูปสํหิเตน สุเขน สุขิตสฺส. สทุกฺโขติ วิปากทุกฺเขน สํกิเลสทุกฺเขนปิ สทุกฺโข. สอุปฆาโตติ วิปากูปฆาตกิเลสูปฆาเตเหว สอุปฆาโต. ตถา สปริฬาโห. มิจฺฉาปฏิปทาติ อยาถาวปฏิปทา อกุสลปฏิปทา.
๓๒๖. อิตฺเถเก อปสาเทตีติ เอวํ เคหสิตวเสน เอกจฺเจ ปุคฺคเล อปสาเทติ. อุสฺสาทเนปิ เอเสว นโย. ภวสํโยชนนฺติ ภวพนฺธนํ, ตณฺหาเยตํ นามํ.
สุภูติตฺเถโร กิร อิมํ จตุกฺกํ นิสฺสาย เอตทคฺเค ฐปิโต. ภควโต หิ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ปุคฺคลานํ อุสฺสาทนาอปสาทนา ปญฺญายนฺติ, ตถา สาริปุตฺตตฺเถราทีนํ. สุภูติตฺเถรสฺส ปน ธมฺมเทสนาย ‘‘อยํ ปุคฺคโล อปฺปฏิปนฺนโก อนาราธโก’’ติ วา, ‘‘อยํ สีลวา คุณวา ลชฺชิเปสโล อาจารสมฺปนฺโน’’ติ วา นตฺถิ, ธมฺมเทสนาย ปนสฺส ‘‘อยํ มิจฺฉาปฏิปทา, อยํ สมฺมาปฏิปทา’’เตฺวว ปญฺญายติ. ตสฺมา ภควา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อรณวิหารีนํ ยทิทํ สุภูตี’’ติ อาห.
๓๒๙. กาลญฺญู อสฺสาติ อสมฺปตฺเต จ อติกฺกนฺเต จ กาเล อกเถตฺวา ‘‘อิทานิ วุจฺจมานํ มหาชโน คณฺหิสฺสตี’’ติ ยุตฺตปตฺตกาลํ ญตฺวาว ปรมฺมุขา อวณฺณํ ภาเสยฺย. ขีณวาเทปิ เอเสว นโย.
๓๓๐. อุปหญฺญตีติ ฆาติยติ. สโรปิ อุปหญฺญตีติ สทฺโทปิ ภิชฺชติ. อาตุรียตีติ อาตุโร โหติ เคลญฺญปฺปตฺโต สาพาโธ. อวิสฺสฏฺฐนฺติ วิสฺสฏฺฐํ อปลิพุทฺธํ น โหติ.
๓๓๑. ตเทวาติ ตํเยว ภาชนํ. อภินิวิสฺส โวหรตีติ ปตฺตนฺติ สญฺชานนชนปทํ คนฺตฺวา ‘‘ปตฺตํ อาหรถ โธวถา’’ติ สุตฺวา ‘‘อนฺธพาลปุถุชฺชโน, นยิทํ ปตฺตํ, ปาติ นเมสา, เอวํ วทาหี’’ติ อภินิวิสฺส โวหรติ. เอวํ สพฺพปเทหิ โยเชตพฺพํ. อติสาโรติ อติธาวนํ.
๓๓๒. ตถา ตถา โวหรติ อปรามสนฺติ อมฺหากํ ชนปเท ภาชนํ ปาตีติ วุจฺจติ, อิเม ปน นํ ปตฺตนฺติ วทนฺตีติ ตโต ปฏฺฐาย ชนปทโวหารํ มุญฺจิตฺวา ปตฺตํ ปตฺตนฺเตว อปรามสนฺโต โวหรติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
๓๓๓. อิทานิ มริยาทภาชนียํ กโรนฺโต ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ สรโณติ สรโช สกิเลโส. อรโณติ อรโช นิกฺกิเลโส. สุภูติ จ ปน, ภิกฺขเวติ อยํ เถโร ทฺวีสุ ฐาเนสุ เอตทคฺคํ อารุโฬฺห ‘‘อรณวิหารีนํ ยทิทํ สุภูติ, ทกฺขิเณยฺยานํ ยทิทํ สุภูตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๒).
ธมฺมเสนาปติ กิร วตฺถุํ โสเธติ, สุภูติตฺเถโร ทกฺขิณํ โสเธติ. ตถา หิ ธมฺมเสนาปติ ปิณฺฑาย จรนฺโต เคหทฺวาเร ฐิโต ยาว ภิกฺขํ อาหรนฺติ, ตาว ปุพฺพภาเค ปริจฺฉินฺทิตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชติ, นิโรธา วุฏฺฐาย เทยฺยธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. สุภูติตฺเถโร จ ตเถว เมตฺตาฌานํ สมาปชฺชติ, เมตฺตาฌานา วุฏฺฐาย เทยฺยธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. เอวํ ปน กาตุํ สกฺกาติ. อาม สกฺกา, เนว อจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ มหาภิญฺญปฺปตฺตา สาวกา เอวํ กเรยฺยุํ. อิมสฺมิมฺปิ หิ ตมฺพปณฺณิทีเป โปราณกราชกาเล ปิงฺคลพุทฺธรกฺขิตตฺเถโร นาม อุตฺตรคามํ นิสฺสาย วิหาสิ. ตตฺถ สตฺต กุลสตานิ โหนฺติ, เอกมฺปิ ตํ กุลทฺวารํ นตฺถิ, ยตฺถ เถโร สมาปตฺตึ น สมาปชฺชิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.