๔. นนฺทโกวาทสุตฺตวณฺณนา
๓๙๘. เอวํ เม สุตนฺติ นนฺทโกวาทสุตฺตํ. ตตฺถ เตน โข ปน สมเยนาติ ภควา มหาปชาปติยา ยาจิโต ภิกฺขุนิสงฺฆํ อุยฺโยเชตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตตฺวา – ‘‘เถรา ภิกฺขู วาเรน ภิกฺขุนิโย โอวทนฺตู’’ติ สงฺฆสฺส ภารํ อกาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตตฺถ ปริยาเยนาติ วาเรน. น อิจฺฉตีติ อตฺตโน วาเร สมฺปตฺเต ทูรํ คามํ วา คนฺตฺวา สูจิกมฺมาทีนิ วา อารภิตฺวา ‘‘อยํ นามสฺส ปปญฺโจ’’ติ วทาเปสิ. อิมํ ปน ปริยาเยน โอวาทํ ภควา นนฺทกตฺเถรสฺเสว การณา อกาสิ. กสฺมา? อิมาสญฺหิ ภิกฺขุนีนํ เถรํ ทิสฺวา จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ ปสีทติ. เตน ตา ตสฺส โอวาทํ สมฺปฏิจฺฉิตุกามา, ธมฺมกถํ โสตุกามา. ตสฺมา ภควา – ‘‘นนฺทโก อตฺตโน วาเร สมฺปตฺเต โอวาทํ ทสฺสติ, ธมฺมกถํ กเถสฺสตี’’ติ วาเรน โอวาทํ อกาสิ. เถโร ปน อตฺตโน วารํ น กโรติ, กสฺมาติ เจ? ตา กิร ภิกฺขุนิโย ปุพฺเพ เถรสฺส ชมฺพุทีเป รชฺชํ กาเรนฺตสฺส โอโรธา อเหสุํ. เถโร ปุพฺเพนิวาสญาเณน ตํ การณํ ญตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มํ อิมสฺส ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส มชฺเฌ นิสินฺนํ อุปมาโย จ การณานิ จ อาหริตฺวา ธมฺมํ กถยมานํ ทิสฺวา อญฺโญ ปุพฺเพนิวาสญาณลาภี ภิกฺขุ อิมํ การณํ โอโลเกตฺวา ‘อายสฺมา นนฺทโก ยาวชฺชทิวสา โอโรเธ น วิสฺสชฺเชติ, โสภตายมายสฺมา โอโรธปริวุโต’ติ วตฺตพฺพํ มญฺเญยฺยา’’ติ. เอตมตฺถํ สมฺปสฺสมาโน เถโร อตฺตโน วารํ น กโรติ. อิมาสญฺจ กิร ภิกฺขุนีนํ เถรสฺเสว เทสนา สปฺปายา ภวิสฺสตีติ ญตฺวา อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ นนฺทกํ อามนฺเตสิ.
ตาสํ ภิกฺขุนีนํ ปุพฺเพ ตสฺส โอโรธภาวชานนตฺถํ อิทํ วตฺถุํ – ปุพฺเพ กิร พาราณสิยํ ปญฺจ ทาสสตานิ ปญฺจ ทาสิสตานิ จาติ ชงฺฆสหสฺสํ เอกโตว กมฺมํ กตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน วสิ. อยํ นนฺทกตฺเถโร ตสฺมึ กาเล เชฏฺฐกทาโส โหติ, โคตมี เชฏฺฐกทาสี. สา เชฏฺฐกทาสสฺส ปาทปริจาริกา อโหสิ ปณฺฑิตา พฺยตฺตา. ชงฺฆสหสฺสมฺปิ ปุญฺญกมฺมํ กโรนฺตํ เอกโต กโรติ. อถ วสฺสูปนายิกสมเย ปญฺจ ปจฺเจกพุทฺธา นนฺทมูลกปพฺภารโต อิสิปตเน โอตริตฺวา นคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา อิสิปตนเมว คนฺตฺวา – ‘‘วสฺสูปนายิกกุฏิยา อตฺถาย หตฺถกมฺมํ ยาจิสฺสามา’’ติ จีวรํ ปารุปิตฺวา สายนฺหสมเย นครํ ปวิสิตฺวา เสฏฺฐิสฺส ฆรทฺวาเร อฏฺฐํสุ. เชฏฺฐกทาสี กุฏํ คเหตฺวา อุทกติตฺถํ คจฺฉนฺตี ปจฺเจกพุทฺเธ นครํ ปวิสนฺเต อทฺทส. เสฏฺฐิ เตสํ อาคตการณํ สุตฺวา ‘‘อมฺหากํ โอกาโส นตฺถิ, คจฺฉนฺตู’’ติ อาห.
อถ เต นครา นิกฺขมนฺเต เชฏฺฐกทาสี กุฏํ คเหตฺวา ปวิสนฺตี ทิสฺวา กุฏํ โอตาเรตฺวา วนฺทิตฺวา โอนมิตฺวา มุขํ ปิธาย – ‘‘อยฺยา นครํ ปวิฏฺฐมตฺตาว นิกฺขนฺตา, กึ นุ โข’’ติ ปุจฺฉิ. วสฺสูปนายิกกุฏิยา หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ อาคมิมฺหาติ. ลทฺธํ, ภนฺเตติ. น ลทฺธํ อุปาสิเกติ? กึ ปเนสา กุฏิ อิสฺสเรเหว กาตพฺพา, ทุคฺคเตหิปิ สกฺกา กาตุนฺติ. เยน เกนจิ สกฺกาติ? สาธุ, ภนฺเต, มยํ กริสฺสาม. เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถาติ นิมนฺเตตฺวา อุทกํ เนตฺวา ปุน กุฏํ คเหตฺวา อาคมฺม ติตฺถมคฺเค ฐตฺวา อาคตา อวเสสทาสิโย ‘‘เอตฺเถว โหถา’’ติ วตฺวา สพฺพาสํ อาคตกาเล อาห – ‘‘อมฺม กึ นิจฺจเมว ปรสฺส ทาสกมฺมํ กริสฺสถ, อุทาหุ ทาสภาวโต มุจฺจิตุํ อิจฺฉถา’’ติ? อชฺเชว มุจฺจิตุมิจฺฉาม อยฺเยติ. ยทิ เอวํ มยา ปญฺจ ปจฺเจกพุทฺธา หตฺถกมฺมํ อลภนฺตา สฺวาตนาย นิมนฺติตา, ตุมฺหากํ สามิเกหิ เอกทิวสํ หตฺถกมฺมํ ทาเปถาติ. ตา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สายํ อฏวิโต อาคตกาเล สามิกานํ อาโรเจสุํ. เต สาธูติ เชฏฺฐกทาสสฺส เคหทฺวาเร สนฺนิปตึสุ.
อถ เน เชฏฺฐกทาสี เสฺว ตาตา ปจฺเจกพุทฺธานํ หตฺถกมฺมํ เทถาติ อานิสํสํ อาจิกฺขิตฺวา เยปิ น กาตุกามา, เต คาเฬฺหน โอวาเทน ตชฺเชตฺวา ปฏิจฺฉาเปสิ. สา ปุนทิวเส ปจฺเจกพุทฺธานํ ภตฺตํ ทตฺวา สพฺเพสํ ทาสปุตฺตานํ สญฺญํ อทาสิ. เต ตาวเทว อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ทพฺพสมฺภาเร สโมธาเนตฺวา สตํ สตํ หุตฺวา เอเกกกุฏึ เอเกกจงฺกมนาทิปริวารํ กตฺวา มญฺจปีฐปานียปริโภชนียภาชนาทีนิ ฐเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ เตมาสํ ตตฺถ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา วารภิกฺขํ ปฏฺฐเปสุํ. โย อตฺตโน วารทิวเส น สกฺโกติ. ตสฺส เชฏฺฐกทาสี สกเคหโต อาหริตฺวา เทติ. เอวํ เตมาสํ ชคฺคิตฺวา เชฏฺฐกทาสี เอเกกํ ทาสํ เอเกกํ สาฏกํ วิสฺสชฺชาเปสิ. ปญฺจ ถูลสาฏกสตานิ อเหสุํ. ตานิ ปริวตฺตาเปตฺวา ปญฺจนฺนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ติจีวรานิ กตฺวา อทาสิ. ปจฺเจกพุทฺธา ยถาผาสุกํ อคมํสุ. ตมฺปิ ชงฺฆสหสฺสํ เอกโต กุสลํ กตฺวา กายสฺส เภทา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ตานิ ปญฺจ มาตุคามสตานิ กาเลน กาลํ เตสํ ปญฺจนฺนํ ปุริสสตานํ เคเห โหนฺติ, กาเลน กาลํ สพฺพาปิ เชฏฺฐกทาสปุตฺตสฺเสว เคเห โหนฺติ. อถ เอกสฺมึ กาเล เชฏฺฐกทาสปุตฺโต เทวโลกโต จวิตฺวา ราชกุเล นิพฺพตฺโต. ตาปิ ปญฺจสตา เทวกญฺญา มหาโภคกุเลสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตสฺส รชฺเช ฐิตสฺส เคหํ อคมํสุ. เอเตน นิยาเมน สํสรนฺติโย อมฺหากํ ภควโต กาเล โกลิยนคเร เทวทหนคเร จ ขตฺติยกุเลสุ นิพฺพตฺตา.
นนฺทกตฺเถโรปิ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, เชฏฺฐกทาสิธีตา วยํ อาคมฺม สุทฺโธทนมหาราชสฺส อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐิตา, อิตราปิ เตสํ เตสํ ราชปุตฺตานํเยว ฆรํ คตา. ตาสํ สามิกา ปญฺจสตา ราชกุมารา อุทกจุมฺพฏกลเห สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปพฺพชิตา, ราชธีตโร เตสํ อุกฺกณฺฐนตฺถํ สาสนํ เปเสสุํ. เต อุกฺกณฺฐิเต ภควา กุณาลทหํ เนตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐเปตฺวา มหาสมยทิวเส อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. ตาปิ ปญฺจสตา ราชธีตโร นิกฺขมิตฺวา มหาปชาปติยา สนฺติเก ปพฺพชึสุ. อยมายสฺมา นนฺทโก เอตฺตาว ตา ภิกฺขุนิโยติ เอวเมตํ วตฺถุ ทีเปตพฺพํ.
ราชการาโมติ ปเสนทินา การิโต นครสฺส ทกฺขิณทิสาภาเค ถูปารามสทิเส ฐาเน วิหาโร.
๓๙๙. สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐนฺติ เหตุนา การเณน วิปสฺสนาปญฺญาย ยาถาวสรสโต ทิฏฺฐํ.
๔๐๑. ตชฺชํ ตชฺชนฺติ ตํสภาวํ ตํสภาวํ, อตฺถโต ปน ตํ ตํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ ตา ตา เวทนา อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
๔๐๒. ปเควสฺส ฉายาติ มูลาทีนิ นิสฺสาย นิพฺพตฺตา ฉายา ปฐมตรํเยว อนิจฺจา.
๔๑๓. อนุปหจฺจาติ อนุปหนิตฺวา. ตตฺถ มํสํ ปิณฺฑํ ปิณฺฑํ กตฺวา จมฺมํ อลฺลิยาเปนฺโต มํสกายํ อุปหนติ นาม. จมฺมํ พทฺธํ พทฺธํ กตฺวา มํเส อลฺลิยาเปนฺโต มํสกายํ อุปหนติ นาม. เอวํ อกตฺวา. วิลิมํสํ นฺหารุพนฺธนนฺติ สพฺพจมฺเม ลคฺควิลีปนมํสเมว. อนฺตรากิเลสสํโยชนพนฺธนนฺติ สพฺพํ อนฺตรกิเลสเมว สนฺธาย วุตฺตํ.
๔๑๔. สตฺต โข ปนิเมติ กสฺมา อาหาติ? ยา หิ เอสา ปญฺญา กิเลเส ฉินฺทตีติ วุตฺตา, สา น เอกิกาว อตฺตโน ธมฺมตาย ฉินฺทิตุํ สกฺโกติ. ยถา ปน กุฐารี น อตฺตโน ธมฺมตาย เฉชฺชํ ฉินฺทติ, ปุริสสฺส ตชฺชํ วายามํ ปฏิจฺเจว ฉินฺทติ, เอวํ น วินา ฉหิ โพชฺฌงฺเคหิ ปญฺญา กิเลเส ฉินฺทิตุํ สกฺโกติ. ตสฺมา เอวมาห. เตน หีติ เยน การเณน ตยา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, ฉ พาหิรานิ, ฉ วิญฺญาณกาเย, ทีโปปมํ, รุกฺโขปมํ, คาวูปมญฺจ ทสฺเสตฺวา สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ อาสวกฺขเยน เทสนา นิฏฺฐปิตา, เตน การเณน ตฺวํ เสฺวปิ ตา ภิกฺขุนิโย เตเนว โอวาเทน โอวเทยฺยาสีติ.
๔๑๕. สา โสตาปนฺนาติ ยา สา คุเณหิ สพฺพปจฺฉิมิกา, สา โสตาปนฺนา. เสสา ปน สกทาคามิอนาคามินิโย จ ขีณาสวา จ. ยทิ เอวํ กถํ ปริปุณฺณสงฺกปฺปาติ. อชฺฌาสยปาริปูริยา. ยสฺสา หิ ภิกฺขุนิยา เอวมโหสิ – ‘‘กทา นุ โข อหํ อยฺยสฺส นนฺทกสฺส ธมฺมเทสนํ สุณนฺตี ตสฺมึเยว อาสเน โสตาปตฺติผลํ สจฺฉิกเรยฺย’’นฺติ, สา โสตาปตฺติผลํ สจฺฉากาสิ. ยสฺสา อโหสิ ‘‘สกทาคามิผลํ อนาคามิผลํ อรหตฺต’’นฺติ, สา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตนาห ภควา ‘‘อตฺตมนา เจว ปริปุณฺณสงฺกปฺปา จา’’ติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
นนฺทโกวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.