๔. พากุลสุตฺตวณฺณนา

๒๐๙. เอวํ เม สุตนฺติ พากุลสุตฺตํ. ตตฺถ พากุโลติ ยถา ทฺวาวีสติ ทฺวตฺตึสาติอาทิมฺหิ วตฺตพฺเพ พาวีสติ พาตฺตึสาติอาทีนิ วุจฺจนฺติ, เอวเมว ทฺวิกุโลติ วตฺตพฺเพ พากุโลติ วุตฺตํ. ตสฺส หิ เถรสฺส เทฺว กุลานิ อเหสุํ. โส กิร เทวโลโก จวิตฺวา โกสมฺพินคเร นาม มหาเสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺโต, ตเมนํ ปญฺจเม ทิวเส สีสํ นฺหาเปตฺวา คงฺคากีฬํ อกํสุ. ธาติยา ทารกํ อุทเก นิมุชฺชนุมฺมุชฺชนวเสน กีฬาเปนฺติยา เอโก มจฺโฉ ทารกํ ทิสฺวา ‘‘ภกฺโข เม อย’’นฺติ มญฺญมาโน มุขํ วิวริตฺวา อุปคโต. ธาตี ทารกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลาตา. มจฺโฉ ตํ คิลิ. ปุญฺญวา สตฺโต ทุกฺขํ น ปาปุณิ, สยนคพฺภํ ปวิสิตฺวา นิปนฺโน วิย อโหสิ. มจฺโฉ ทารกสฺส เตเชน ตตฺตกปลฺลํ คิลิตฺวา ทยฺหมาโน วิย เวเคน ตึสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา พาราณสินครวาสิโน มจฺฉพนฺธสฺส ชาลํ ปาวิสิ, มหามจฺฉา นาม ชาลพทฺธา ปหริยมานา มรนฺติ. อยํ ปน ทารกสฺส เตเชน ชาลโต นีหฏมตฺโตว มโต. มจฺฉพนฺธา จ มหนฺตํ มจฺฉํ ลภิตฺวา ผาเลตฺวา วิกฺกิณนฺติ. ตํ ปน ทารกสฺส อานุภาเวน อผาเลตฺวา สกลเมว กาเชน หริตฺวา สหสฺเสน เทมาติ วทนฺตา นคเร วิจรึสุ. โกจิ น คณฺหาติ.

ตสฺมึ ปน นคเร อปุตฺตกํ อสีติโกฏิวิภวํ เสฏฺฐิกุลํ อตฺถิ, ตสฺส ทฺวารมูลํ ปตฺวา ‘‘กึ คเหตฺวา เทถา’’ติ วุตฺตา กหาปณนฺติ อาหํสุ. เตหิ กหาปณํ ทตฺวา คหิโต. เสฏฺฐิภริยาปิ อญฺเญสุ ทิวเสสุ มจฺเฉ น เกลายติ, ตํ ทิวสํ ปน มจฺฉํ ผลเก ฐเปตฺวา สยเมว ผาเลสิ. มจฺฉญฺจ นาม กุจฺฉิโต ผาเลนฺติ, สา ปน ปิฏฺฐิโต ผาเลนฺตี มจฺฉกุจฺฉิยํ สุวณฺณวณฺณํ ทารกํ ทิสฺวา – ‘‘มจฺฉกุจฺฉิยํ เม ปุตฺโต ลทฺโธ’’ติ นาทํ นทิตฺวา ทารกํ อาทาย สามิกสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. เสฏฺฐิ ตาวเทว เภรึ จราเปตฺวา ทารกํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา – ‘‘มจฺฉกุจฺฉิยํ เม เทว ทารโก ลทฺโธ, กึ กโรมี’’ติ อาห. ปุญฺญวา เอส, โย มจฺฉกุจฺฉิยํ อโรโค วสิ, โปเสหิ นนฺติ.

อสฺโสสิ โข อิตรํ กุลํ – ‘‘พาราณสิยํ กิร เอกํ เสฏฺฐิกุลํ มจฺฉกุจฺฉิยํ ทารกํ ลภตี’’ติ, เต ตตฺถ อคมํสุ. อถสฺส มาตา ทารกํ อลงฺกริตฺวา กีฬาปิยมานํ ทิสฺวาว ‘‘มนาโป วตายํ ทารโก’’ติ คนฺตฺวา ปวตึ อาจิกฺขิ. อิตรา มยฺหํ ปุตฺโตติอาทิมาห. กหํ เต ลทฺโธติ? มจฺฉกุจฺฉิยนฺติ. โน ตุยฺหํ ปุตฺโต, มยฺหํ ปุตฺโตติ. กหํ เต ลทฺโธติ? มยา ทสมาเส กุจฺฉิยา ธาริโต, อถ นํ นทิยา กีฬาปิยมานํ มจฺโฉ คิลีติ. ตุยฺหํ ปุตฺโต อญฺเญน มจฺเฉน คิลิโต ภวิสฺสติ, อยํ ปน มยา มจฺฉกุจฺฉิยํ ลทฺโธติ, อุโภปิ ราชกุลํ อคมํสุ. ราชา อาห – ‘‘อยํ ทส มาเส กุจฺฉิยา ธาริตตฺตา อมาตา กาตุํ น สกฺกา, มจฺฉํ คณฺหนฺตาปิ วกฺกยกนาทีนิ พหิ กตฺวา คณฺหนฺตา นาม นตฺถีติ มจฺฉกุจฺฉิยํ ลทฺธตฺตา อยมฺปิ อมาตา กาตุํ น สกฺกา, ทารโก อุภินฺนมฺปิ กุลานํ ทายาโท โหตุ, อุโภปิ นํ ชคฺคถา’’ติ อุโภปิ ชคฺคึสุ.

วิญฺญุตํ ปตฺตสฺส ทฺวีสุปิ นคเรสุ ปาสาทํ กาเรตฺวา นาฏกานิ ปจฺจุปฏฺฐาเปสุํ. เอเกกสฺมึ นคเร จตฺตาโร จตฺตาโร มาเส วสติ, เอกสฺมึ นคเร จตฺตาโร มาเส วุฏฺฐสฺส สงฺฆาฏนาวาย มณฺฑปํ กาเรตฺวา ตตฺถ นํ สทฺธึ นาฏกาหิ อาโรเปนฺติ. โส สมฺปตฺตึ อนุภวมาโน อิตรํ นครํ คจฺฉติ. ตํนครวาสิโน นาฏกานิ อุปฑฺฒมคฺคํ อคมํสุ. เต ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ตํ ปริวาเรตฺวา อตฺตโน ปาสาทํ นยนฺติ. อิตรานิ นาฏกานิ นิวตฺติตฺวา อตฺตโน นครเมว คจฺฉนฺติ. ตตฺถ จตฺตาโร มาเส วสิตฺวา เตเนว นิยาเมน ปุน อิตรํ นครํ คจฺฉติ. เอวมสฺส สมฺปตฺตึ อนุภวนฺตสฺส อสีติ วสฺสานิ ปริปุณฺณานิ.

อถ ภควา จาริกํ จรมาโน พาราณสึ ปตฺโต. โส ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิโต. ปพฺพชิตฺวา สตฺตาหเมว ปุถุชฺชโน อโหสิ, อฏฺฐเม ปน โส สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณีติ เอวมสฺส เทฺว กุลานิ อเหสุํ. ตสฺมา พากุโลติ สงฺขํ อคมาสีติ.

ปุราณคิหิสหาโยติ ปุพฺเพ คิหิกาเล สหาโย. อยมฺปิ ทีฆายุโกว เถรํ ปพฺพชิตํ ปสฺสิตุํ คจฺฉนฺโต อสีติเม วสฺเส คโต. เมถุโน ธมฺโมติ พาโล นคฺคสมณโก พาลปุจฺฉํ ปุจฺฉติ, น สาสนวจนํ, อิทานิ เถเรน ทินฺนนเย ฐิโต อิเมหิ ปน เตติ ปุจฺฉิ.

๒๑๐. ยํปายสฺมาติอาทีนิ ปทานิ สพฺพวาเรสุ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ นิยเมตฺวา ฐปิตานิ. ตตฺถ สญฺญา อุปฺปนฺนมตฺตาว, วิตกฺโก กมฺมปถเภทโกติ. เถโร ปนาห – ‘‘กสฺมา วิสุํ กโรถ, อุภยมฺเปตํ กมฺมปถเภทกเมวา’’ติ.

๒๑๑. คหปติจีวรนฺติ วสฺสาวาสิกํ จีวรํ. สตฺเถนาติ ปิปฺผลเกน. สูจิยาติ สูจึ คเหตฺวา สิพฺพิตภาวํ น สรามีติ อตฺโถ. กถิเน จีวรนฺติ กถินจีวรํ, กถินจีวรมฺปิ หิ วสฺสาวาสิกคติกเมว. ตสฺมา ตตฺถ ‘‘สิพฺพิตา นาภิชานามี’’ติ อาห.

เอตฺตกํ ปนสฺส กาลํ คหปติจีวรํ อสาทิยนฺตสฺส ฉินฺทนสิพฺพนาทีนิ อกโรนฺตสฺส กุโต จีวรํ อุปฺปชฺชตีติ. ทฺวีหิ นคเรหิ. เถโร หิ มหายสสฺสี, ตสฺส ปุตฺตธีตโร นตฺตปนตฺตกา สุขุมสาฏเกหิ จีวรานิ กาเรตฺวา รชาเปตฺวา สมุคฺเค ปกฺขิปิตฺวา ปหิณนฺติ. เถรสฺส นฺหานกาเล นฺหานโกฏฺฐเก ฐเปนฺติ. เถโร ตานิ นิวาเสติ เจว ปารุปติ จ, ปุราณจีวรานิ สมฺปตฺตปพฺพชิตานํ เทติ. เถโร ตานิ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ นวกมฺมํ น กโรติ, กิญฺจิ อายูหนกมฺมํ นตฺถิ. ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา อปฺเปตฺวา นิสีทติ. จตูสุ มาเสสุ ปตฺเตสุ โลมกิลิฏฺฐานิ โหนฺติ, อถสฺส ปุน เตเนว นิยาเมน ปหิณิตฺวา เทนฺติ. อฑฺฒมาเส อฑฺฒมาเส ปริวตฺตตีติปิ วทนฺติเยว.

อนจฺฉริยญฺเจตํ เถรสฺส มหาปุญฺญสฺส มหาภิญฺญสฺส สตสหสฺสกปฺเป ปูริตปารมิสฺส, อโสกธมฺมรญฺโญ กุลูปโก นิโคฺรธตฺเถโร ทิวสสฺส นิกฺขตฺตุํ จีวรํ ปริวตฺเตสิ. ตสฺส หิ ติจีวรํ หตฺถิกฺขนฺเธ ฐเปตฺวา ปญฺจหิ จ คนฺธสมุคฺคสเตหิ ปญฺจหิ จ มาลาสมุคฺคสเตหิ สทฺธึ ปาโตว อาหริยิตฺถ, ตถา ทิวา เจว สายญฺจ. ราชา กิร ทิวสสฺส นิกฺขตฺตุํ สาฏเก ปริวตฺเตนฺโต ‘‘เถรสฺส จีวรํ นีต’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม นีต’’นฺติ สุตฺวาว ปริวตฺเตสิ. เถโรปิ น ภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา ฐเปสิ, สมฺปตฺตสพฺรหฺมจารีนํ อทาสิ. ตทา กิร ชมฺพุทีเป ภิกฺขุสงฺฆสฺส เยภุยฺเยน นิโคฺรธสฺเสว สนฺตกํ จีวรํ อโหสิ.

อโห วต มํ โกจิ นิมนฺเตยฺยาติ กึ ปน จิตฺตสฺส อนุปฺปาทนํ ภาริยํ, อุปฺปนฺนสฺส ปหานนฺติ. จิตฺตํ นาม ลหุกปริวตฺตํ, ตสฺมา อนุปฺปาทนํ ภาริยํ, อุปฺปนฺนสฺส ปหานมฺปิ ภาริยเมว. อนฺตรฆเรติ มหาสกุลุทายิสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๒๓๗) อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺตรฆรํ นาม อิธ นิมฺโพทกปตนฏฺฐานํ อธิปฺเปตํ. กุโต ปนสฺส ภิกฺขา อุปฺปชฺชิตฺถาติ. เถโร ทฺวีสุ นคเรสุ อภิญฺญาโต, เคหทฺวารํ อาคตสฺเสวสฺส ปตฺตํ คเหตฺวา นานารสโภชนสฺส ปูเรตฺวา เทนฺติ. โส ลทฺธฏฺฐานโต นิวตฺตติ, ภตฺตกิจฺจกรณฏฺฐานํ ปนสฺส นิพทฺธเมว อโหสิ. อนุพฺยญฺชนโสติ เถเรน กิร รูเป นิมิตฺตํ คเหตฺวา มาตุคาโม น โอโลกิตปุพฺโพ. มาตุคามสฺส ธมฺมนฺติ มาตุคามสฺส ฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติ, ปญฺหํ ปุฏฺเฐน คาถาสหสฺสมฺปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. เถโร ปน กปฺปิยเมว น อกาสิ. เยภุยฺเยน หิ กุลูปกเถรานเมตํ กมฺมํ โหติ. ภิกฺขุนุปสฺสยนฺติ ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ. ตํ ปน คิลานปุจฺฉเกน คนฺตุํ วฏฺฏติ, เถโร ปน กปฺปิยเมว น อกาสิ. เอส นโย สพฺพตฺถ. จุณฺเณนาติ โกสมฺพจุณฺณาทินา. คตฺตปริกมฺเมติ สรีรสมฺพาหนกมฺเม. วิจาริตาติ ปโยชยิตา. คทฺทูหนมตฺตนฺติ คาวึ ถเน คเหตฺวา เอกํ ขีรพินฺทุํ ทูหนกาลมตฺตมฺปิ.

เกน ปน การเณน เถโร นิราพาโธ อโหสิ. ปทุมุตฺตเร กิร ภควติ สตสหสฺสภิกฺขุปริวาเร จาริกํ จรมาเน หิมวติ วิสรุกฺขา ปุปฺผึสุ. ภิกฺขุสตสหสฺสานมฺปิ ติณปุปฺผกโรโค อุปฺปชฺชติ. เถโร ตสฺมึ สมเย อิทฺธิมา ตาปโส โหติ, โส อากาเสน คจฺฉนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ ทิสฺวา โอตริตฺวา โรคํ ปุจฺฉิตฺวา หิมวนฺตโต โอสธํ อาหริตฺวา อทาสิ. อุปสิงฺฆนมตฺเตเนว โรโค วูปสมิ. กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเลปิ ปฐมวปฺปทิวเส วปฺปํ ฐเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปริโภคํ อคฺคิสาลญฺเจว วจฺจกุฏิญฺจ กาเรตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส เภสชฺชวตฺตํ นิพนฺธิ, อิมินา กมฺเมน นิราพาโธ อโหสิ. อุกฺกฏฺฐเนสชฺชิโก ปเนส อุกฺกฏฺฐารญฺญโก จ ตสฺมา ‘‘นาภิชานามิ อปสฺเสนกํ อปสฺสยิตา’’ติอาทิมาห.

สรโณติ สกิเลโส. อญฺญา อุทปาทีติ อนุปสมฺปนฺนสฺส อญฺญํ พฺยากาตุํ น วฏฺฏติ. เถโร กสฺมา พฺยากาสิ? น เถโร อหํ อรหาติ อาห, อญฺญา อุทปาทีติ ปนาห. อปิจ เถโร อรหาติ ปากโฏ, ตสฺมา เอวมาห.

๒๑๒. ปพฺพชฺชนฺติ เถโร สยํ เนว ปพฺพาเชสิ, น อุปสมฺปาเทสิ อญฺเญหิ ปน ภิกฺขูหิ เอวํ การาเปสิ. อวาปุรณํ อาทายาติ กุญฺจิกํ คเหตฺวา.

นิสินฺนโกว ปรินิพฺพายีติ อหํ ธรมาโนปิ น อญฺญสฺส ภิกฺขุสฺส ภาโร อโหสึ, ปรินิพฺพุตสฺสาปิ เม สรีรํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปลิโพโธ มา อโหสีติ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิ. สรีรโต ชาลา อุฏฺฐหิ, ฉวิมํสโลหิตํ สปฺปิ วิย ฌายมานํ ปริกฺขยํ คตํ, สุมนมกุลสทิสา ธาตุโยว อวเสสึสุ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว. อิทํ ปน สุตฺตํ ทุติยสงฺคเห สงฺคีตนฺติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

พากุลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.