๕. พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนา

๑๒๔. เอวํ เม สุตนฺติ พหุธาตุกสุตฺตํ. ตตฺถ ภยานีติอาทีสุ ภยนฺติ จิตฺตุตฺราโส. อุปทฺทโวติ อเนกคฺคตากาโร. อุปสคฺโคติ อุปสฏฺฐากาโร ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนากาโร. เตสํ เอวํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ – ปพฺพตาทิวิสมนิสฺสิตา โจรา ชนปทวาสีนํ เปเสนฺติ ‘‘มยํ อสุกทิวเส นาม ตุมฺหากํ คามํ ปหริสฺสามา’’ติ. ตํ ปวตฺตึ สุตกาลโต ปฏฺฐาย ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ. อยํ จิตฺตุตฺราโส นาม. ‘‘อิธ โน โจรา กุปิตา อนตฺถมฺปิ อาวเหยฺยุ’’นฺติ หตฺถสารํ คเหตฺวา ทฺวิปทจตุปฺปเทหิ สทฺธึ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ภูมิยํ นิปชฺชนฺติ, ฑํสมกสาทีหิ ขชฺชมานา คุมฺพนฺตรานิ ปวิสนฺติ, ขาณุกณฺฏเก มทฺทนฺติ. เตสํ เอวํ วิจรนฺตานํ วิกฺขิตฺตภาโว อเนกคฺคตากาโร นาม. ตโต โจเรสุ ยถาวุตฺเต ทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสุ ‘‘ตุจฺฉกสาสนํ ตํ ภวิสฺสติ, คามํ ปวิสิสฺสามา’’ติ สปริกฺขารา คามํ ปวิสนฺติ, อถ เตสํ ปวิฏฺฐภาวํ ญตฺวา คามํ ปริวาเรตฺวา ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวา มนุสฺเส ฆาเตตฺวา โจรา สพฺพํ วิภวํ วิลุมฺเปตฺวา คจฺฉนฺติ. เตสุ ฆาติตาวเสสา อคฺคึ นิพฺพาเปตฺวา โกฏฺฐจฺฉายภิตฺติจฺฉายาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคิตฺวา นิสีทนฺติ นฏฺฐํ อนุโสจมานา. อยํ อุปสฏฺฐากาโร ลคฺคนากาโร นาม.

นฬาคาราติ นเฬหิ ปริจฺฉนฺนา อคารา, เสสสมฺภารา ปเนตฺถ รุกฺขมยา โหนฺติ. ติณาคาเรปิ เอเสว นโย. พาลโต อุปฺปชฺชนฺตีติ พาลเมว นิสฺสาย อุปฺปชฺชนฺติ. พาโล หิ อปณฺฑิตปุริโส รชฺชํ วา อุปรชฺชํ วา อญฺญํ วา ปน มหนฺตํ ฐานํ ปตฺเถนฺโต กติปเย อตฺตนา สทิเส วิธวาปุตฺเต มหาธุตฺเต คเหตฺวา ‘‘เอถ อหํ ตุเมฺห อิสฺสเร กริสฺสามี’’ติ ปพฺพตคหนาทีนิ นิสฺสาย อนฺตนฺเต คาเม ปหรนฺโต ทามริกภาวํ ชานาเปตฺวา อนุปุพฺเพน นิคเมปิ ชนปเทปิ ปหรติ, มนุสฺสา เคหานิ ฉฑฺเฑตฺวา เขมนฺตฏฺฐานํ ปตฺถยมานา ปกฺกมนฺติ, เต นิสฺสาย วสนฺตา ภิกฺขูปิ ภิกฺขุนิโยปิ อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานานิ ปหาย ปกฺกมนฺติ. คตคตฏฺฐาเน ภิกฺขาปิ เสนาสนมฺปิ ทุลฺลภํ โหติ. เอวํ จตุนฺนํ ปริสานํ ภยํ อาคตเมว โหติ. ปพฺพชิเตสุปิ เทฺว พาลา ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ วิวาทํ ปฏฺฐเปตฺวา โจทนํ อารภนฺติ. อิติ โกสมฺพิวาสิกานํ วิย มหากลโห อุปฺปชฺชติ, จตุนฺนํ ปริสานํ ภยํ อาคตเมว โหตีติ เอวํ ยานิ กานิจิ ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ, สพฺพานิ ตานิ พาลโต อุปฺปชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.

เอตทโวจาติ ภควตา ธมฺมเทสนา มตฺถกํ อปาเปตฺวาว นิฏฺฐาปิตา. ยํนูนาหํ ทสพลํ ปุจฺฉิตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาเณเนวสฺส เทสนาย ปาริปูรึ กเรยฺยนฺติ จินฺเตตฺวา เอตํ ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

๑๒๕. อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโห, อฑฺฒฏฺฐมกธาตุโย อรูปปริคฺคโหติ รูปารูปปริคฺคโหว กถิโต. สพฺพาปิ ขนฺธวเสน ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺติ. ปญฺจปิ ขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ, เตสํ สมุฏฺฐาปิกา ตณฺหา สมุทยสจฺจํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ, นิโรธปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจํ. อิติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตา ธาตุโย วิสุทฺธิมคฺเค กถิตาว. ชานาติ ปสฺสตีติ สห วิปสฺสนาย มคฺโค วุตฺโต.

ปถวีธาตุอาทโย สวิญฺญาณกกายํ สุญฺญโต นิสฺสตฺตโต ทสฺเสตุํ วุตฺตา. ตาปิ ปุริมาหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ ปูเรตพฺพา. ปูเรนฺเตน วิญฺญาณธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา. วิญฺญาณธาตุ เหสา จกฺขุวิญฺญาณาทิวเสน ฉพฺพิธา โหติ. ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา ปริคฺคหิตาย ตสฺสา วตฺถุ จกฺขุธาตุ, อารมฺมณํ รูปธาตูติ เทฺว ธาตุโย ปริคฺคหิตาว โหนฺติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. มโนวิญฺญาณธาตุยา ปน ปริคฺคหิตาย ตสฺสา ปุริมปจฺฉิมวเสน มโนธาตุ, อารมฺมณวเสน ธมฺมธาตูติ เทฺว ธาตุโย ปริคฺคหิตาว โหนฺติ. อิติ อิมาสุ อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโหติ ปุริมนเยเนว อิทมฺปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ.

สุขธาตูติอาทีสุ สุขญฺจ ตํ นิสฺสตฺตสุญฺญตฏฺเฐน ธาตุ จาติ สุขธาตุ. เอส นโย สพฺพตฺถ. เอตฺถ จ ปุริมา จตสฺโส ธาตุโย สปฺปฏิปกฺขวเสน คหิตา, ปจฺฉิมา เทฺว สริกฺขกวเสน. อวิภูตภาเวน หิ อุเปกฺขาธาตุ อวิชฺชาธาตุยา สริกฺขา. เอตฺถ จ สุขทุกฺขธาตูสุ ปริคฺคหิตาสุ กายวิญฺญาณธาตุ ปริคฺคหิตาว โหติ, เสสาสุ ปริคฺคหิตาสุ มโนวิญฺญาณธาตุ ปริคฺคหิตาว โหติ. อิมาปิ ฉ ธาตุโย เหฏฺฐา อฏฺฐารสหิเยว ปูเรตพฺพา. ปูเรนฺเตน อุเปกฺขาธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา. อิติ อิมาสุ อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโหติ ปุริมนเยเนว อิทมฺปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ.

กามธาตุอาทีนํ เทฺวธาวิตกฺเก (ม. นิ. ๑.๒๐๖) กามวิตกฺกาทีสุ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อภิธมฺเมปิ ‘‘ตตฺถ กตมา กามธาตุ, กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก’’ติอาทินา (วิภ. ๑๘๒) นเยเนว เอตาสํ วิตฺถาโร อาคโตเยว. อิมาปิ ฉ ธาตุโย เหฏฺฐา อฏฺฐารสหิเยว ปูเรตพฺพา. ปูเรนฺเตน กามธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา. อิติ อิมาสุ อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโหติ ปุริมนเยเนว อิทมฺปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ.

กามธาตุอาทีสุ ปญฺจ กามาวจรกฺขนฺธา กามธาตุ นาม, ปญฺจ รูปาวจรกฺขนฺธา รูปธาตุ นาม, จตฺตาโร อรูปาวจรกฺขนฺธา อรูปธาตุ นาม. อภิธมฺเม ปน ‘‘ตตฺถ กตมา กามธาตุ, เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา’’ติอาทินา (วิภ. ๑๘๒) นเยน เอตาสํ วิตฺถาโร อาคโตเยว. อิมาปิ ติสฺโส ธาตุโย เหฏฺฐา อฏฺฐารสหิเยว ปูเรตพฺพา. ปูเรนฺเตน กามธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา. อิติ อิมาสุ อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโหติ ปุริมนเยเนว อิทมฺปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ.

สงฺขตาติ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตา, ปญฺจนฺนํ ขนฺธานเมตํ อธิวจนํ. น สงฺขตา อสงฺขตา. นิพฺพานสฺเสตํ อธิวจนํ. อิมาปิ เทฺว ธาตุโย เหฏฺฐา อฏฺฐารสหิเยว ปูเรตพฺพา. ปูเรนฺเตน สงฺขตธาตุโต นีหริตฺวา ปูเรตพฺพา. อิติ อิมาสุ อฏฺฐารสสุ ธาตูสุ อฑฺเฒกาทสธาตุโย รูปปริคฺคโหติ ปุริมนเยเนว อิทมฺปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิคฺคมนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา กถิตํ โหติ.

๑๒๖. อชฺฌตฺติกพาหิรานีติ อชฺฌตฺติกานิ จ พาหิรานิ จ. เอตฺถ หิ จกฺขุอาทีนิ อชฺฌตฺติกานิ ฉ, รูปาทีนิ พาหิรานิ ฉ. อิธาปิ ชานาติ ปสฺสตีติ สห วิปสฺสนาย มคฺโค กถิโต.

อิมสฺมึ สติ อิทนฺติอาทิ มหาตณฺหาสงฺขเย วิตฺถาริตเมว.

๑๒๗. อฏฺฐานนฺติ เหตุปฏิกฺเขโป. อนวกาโสติ ปจฺจยปฏิกฺเขโป. อุภเยนาปิ การณเมว ปฏิกฺขิปติ. การณญฺหิ ตทายตฺตวุตฺติตาย อตฺตโน ผลสฺส ฐานนฺติ จ อวกาโสติ จ วุจฺจติ. ยนฺติ เยน การเณน. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน อริยสาวโก. กญฺจิ สงฺขารนฺติ จตุภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ กญฺจิ เอกสงฺขารมฺปิ. นิจฺจโต อุปคจฺเฉยฺยาติ นิจฺโจติ คเณฺหยฺย. เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ นตฺถิ น อุปลพฺภติ. ยํ ปุถุชฺชโนติ เยน การเณน ปุถุชฺชโน. ฐานเมตํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ อตฺถิ. สสฺสตทิฏฺฐิยา หิ โส เตภูมเกสุ สงฺขตสงฺขาเรสุ กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต คเณฺหยฺยาติ อตฺโถ. จตุตฺถภูมกสงฺขารา ปน เตชุสฺสทตฺตา ทิวสํ สนฺตตฺโต อโยคุโฬ วิย มกฺขิกานํ ทิฏฺฐิยา วา อญฺเญสํ วา อกุสลานํ อารมฺมณํ น โหนฺติ. อิมินา นเยน กญฺจิ สงฺขารํ สุขโตติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

สุขโต อุปคจฺเฉยฺยาติ ‘‘เอกนฺตสุขี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๑, ๒๒) เอวํ อตฺตทิฏฺฐิวเสน สุขโต คาหํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน ปน อริยสาวโก ปริฬาหาภิภูโต ปริฬาหวูปสมตฺถํ มตฺตหตฺถึ ปริตฺตาสิโต วิย, โจกฺขพฺราหฺมโณ วิย จ คูถํ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต อุปคจฺฉติ. อตฺตวาเร กสิณาทิปณฺณตฺติสงฺคหตฺถํ สงฺขารนฺติ อวตฺวา กญฺจิ ธมฺมนฺติ วุตฺตํ. อิธาปิ อริยสาวกสฺส จตุภูมกวเสน เวทิตพฺโพ, ปุถุชฺชนสฺส เตภูมกวเสน. สพฺพวาเรสุ อริยสาวกสฺสาปิ เตภูมกวเสเนว ปริจฺเฉโท วฏฺฏติ. ยํ ยญฺหิ ปุถุชฺชโน คณฺหาติ, ตโต ตโต อริยสาวโก คาหํ วินิเวเฐติ. ปุถุชฺชโน หิ ยํ ยํ นิจฺจํ สุขํ อตฺตาติ คณฺหาติ, ตํ ตํ อริยสาวโก อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ คณฺหนฺโต ตํ คาหํ วินิเวเฐติ.

๑๒๘. มาตรนฺติอาทีสุ ชนิกาว มาตา, ชนโก ปิตา, มนุสฺสภูโตว ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺญํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ. สเจปิ หิ ภวนฺตรคตํ อริยสาวกํ อตฺตโน อริยภาวํ อชานนฺตมฺปิ โกจิ เอวํ วเทยฺย ‘‘อิมํ กุนฺถกิปิลฺลิกํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา สกลจกฺกวาฬคพฺเภ จกฺกวตฺติรชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ, เนว โส ตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อถาปิ นํ เอวํ วเทยฺย ‘‘สเจ อิมํ น ฆาเตสฺสสิ, สีสํ เต ฉินฺทิสฺสามา’’ติ. สีสเมวสฺส ฉินฺเทยฺย, น จ โส ตํ ฆาเตยฺย. ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยสาวกสฺส จ พลทีปนตฺถเมตํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สาวชฺโช ปุถุชฺชนภาโว, ยตฺร หิ นาม ปุถุชฺชโน มาตุฆาตาทีนิปิ อานนฺตริยานิ กริสฺสติ. มหาพโล จ อริยสาวโก, โย เอตานิ กมฺมานิ น กโรตีติ.

ทุฏฺฐจิตฺโตติ วธกจิตฺเตน ปทุฏฺฐจิตฺโต. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมาย ฐิตํ ปญฺจหิ การเณหิ สงฺฆํ ภินฺเทยฺย. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ปญฺจหุปาลิ อากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ. กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหรนฺโต อนุสฺสาวเนน สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘).

ตตฺถ กมฺเมนาติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ อญฺญตเรน กมฺเมน. อุทฺเทเสนาติ ปญฺจสุ ปาติโมกฺขุทฺเทเสสุ อญฺญตเรน อุทฺเทเสน. โวหรนฺโตติ กถยนฺโต, ตาหิ ตาหิ อุปฺปตฺตีหิ อธมฺมํ ธมฺโมติอาทีนิ อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนิ ทีเปนฺโต. อนุสฺสาวเนนาติ นนุ ตุเมฺห ชานาถ มยฺหํ อุจฺจากุลา ปพฺพชิตภาวํ พหุสฺสุตภาวญฺจ, มาทิโส นาม อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ คาเหยฺยาติ จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตุํ ตุมฺหากํ ยุตฺตํ, กึ มยฺหํ อวีจิ นีลุปฺปลวนํ วิย สีตโล, กึ อหํ อปายโต น ภายามีติอาทินา นเยน กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวา อนุสฺสาวเนน. สลากคฺคาเหนาติ เอวํ อนุสฺสาเวตฺวา เตสํ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อนิวตฺติธมฺเม กตฺวา ‘‘คณฺหถ อิมํ สลาก’’นฺติ สลากคฺคาเหน.

เอตฺถ จ กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณํ, โวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหา ปน ปุพฺพภาคา. อฏฺฐารสวตฺถุทีปนวเสน หิ โวหรนฺเตน ตตฺถ รุจิชนนตฺถํ อนุสฺสาเวตฺวา สลากาย คาหิตายปิ อภินฺโนว โหติ สงฺโฆ. ยทา ปน เอวํ จตฺตาโร วา อติเรกา วา สลากํ คาเหตฺวา อาเวณิกํ กมฺมํ วา อุทฺเทสํ วา กโรนฺติ, ตทา สงฺโฆ ภินฺโน นาม โหติ. เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เอตฺตาวตา มาตุฆาตาทีนิ ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ, ยานิ ปุถุชฺชโน กโรติ, น อริยสาวโก, เตสํ อาวิภาวตฺถํ –

กมฺมโต ทฺวารโต เจว, กปฺปฏฺฐิติยโต ตถา;

ปากสาธารณาทีหิ, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ตตฺถ กมฺมโต ตาว – เอตฺถ หิ มนุสฺสภูตสฺเสว มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา อปิ ปริวตฺตลิงฺคํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ โหติ, ตสฺส วิปากํ ปฏิพาหิสฺสามีติ สกลจกฺกวาฬํ มหาเจติยปฺปมาเณหิ กญฺจนถูเปหิ ปูเรตฺวาปิ สกลจกฺกวาฬํ ปูเรตฺวา นิสินฺนภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวาปิ พุทฺธสฺส ภควโต สงฺฆาฏิกณฺณํ อมุญฺจนฺโต วิจริตฺวาปิ กายสฺส เภทา นิรยเมว อุปปชฺชติ. โย ปน สยํ มนุสฺสภูโต ติรจฺฉานภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา, สยํ วา ติรจฺฉานภูโต มนุสฺสภูตํ, ติรจฺฉาโนเยว วา ติรจฺฉานภูตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ตสฺส กมฺมํ อานนฺตริยํ น โหติ, ภาริยํ ปน โหติ, อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐติ. มนุสฺสชาติกานํ ปน วเสน อยํ ปโญฺห กถิโต.

ตตฺถ เอฬกจตุกฺกํ สงฺคามจตุกฺกํ โจรจตุกฺกญฺจ กเถตพฺพํ. เอฬกํ มาเรมีติ อภิสนฺธินาปิ หิ เอฬกฏฺฐาเน ฐิตํ มนุสฺโส มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา มาเรนฺโต อานนฺตริยํ ผุสติ. เอฬกาภิสนฺธินา ปน มาตาปิตาอภิสนฺธินา วา เอฬกํ มาเรนฺโต อานนฺตริยํ น ผุสติ. มาตาปิตาอภิสนฺธินา มาตาปิตโร มาเรนฺโต ผุสเตว. เอเสว นโย อิตรสฺมิมฺปิ จตุกฺกทฺวเย. ยถา จ มาตาปิตูสุ, เอวํ อรหนฺเตปิ เอตานิ จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ.

มนุสฺสอรหนฺตเมว มาเรตฺวา อานนฺตริยํ ผุสติ, น ยกฺขภูตํ. กมฺมํ ปน ภาริยํ, อานนฺตริยสทิสเมว. มนุสฺสอรหนฺตสฺส จ ปุถุชฺชนกาเลเยว สตฺถปฺปหาเร วา วิเส วา ทินฺเนปิ ยทิ โส อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว มรติ, อรหนฺตฆาโต โหติเยว. ยํ ปน ปุถุชฺชนกาเล ทินฺนํ ทานํ อรหตฺตํ ปตฺวา ปริภุญฺชติ, ปุถุชฺชนสฺเสว ทินฺนํ โหติ. เสสอริยปุคฺคเล มาเรนฺตสฺส อานนฺตริยํ นตฺถิ. กมฺมํ ปน ภาริยํ, อานนฺตริยสทิสเมว.

โลหิตุปฺปาเท ตถาคตสฺส อเภชฺชกายตาย ปรูปกฺกเมน จมฺมจฺเฉทํ กตฺวา โลหิตปคฺฆรณํ นาม นตฺถิ. สรีรสฺส ปน อนฺโตเยว เอกสฺมึเยว ฐาเน โลหิตํ สโมสรติ. เทวทตฺเตน ปวิทฺธสิลโต ภิชฺชิตฺวา คตา สกลิกาปิ ตถาคตสฺส ปาทนฺตํ ปหริ, ผรสุนา ปหโฏ วิย ปาโท อนฺโตโลหิโตเยว อโหสิ. ตถา กโรนฺตสฺส อานนฺตริยํ โหติ. ชีวโก ปน ตถาคตสฺส รุจิยา สตฺถเกน จมฺมํ ฉินฺทิตฺวา ตมฺหา ฐานา ทุฏฺฐโลหิตํ นีหริตฺวา ผาสุมกาสิ, ตถา กโรนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมเมว โหติ.

อถ เย จ ปรินิพฺพุเต ตถาคเต เจติยํ ภินฺทนฺติ, โพธึ ฉินฺทนฺติ ธาตุมฺหิ อุปกฺกมนฺติ, เตสํ กึ โหตีติ? ภาริยํ กมฺมํ โหติ อานนฺตริยสทิสํ. สธาตุกํ ปน ถูปํ วา ปฏิมํ วา พาธมานํ โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจปิ ตตฺถ นิลีนา สกุณา เจติเย วจฺจํ ปาเตนฺติ, ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว. ปริโภคเจติยโต หิ สรีรเจติยํ มหนฺตตรํ. เจติยวตฺถุํ ภินฺทิตฺวา คจฺฉนฺตํ โพธิมูลมฺปิ ฉินฺทิตฺวา หริตุํ วฏฺฏติ. ยา ปน โพธิสาขา โพธิฆรํ พาธติ, ตํ เคหรกฺขณตฺถํ ฉินฺทิตุํ น ลภติ, โพธิอตฺถญฺหิ เคหํ, น เคหตฺถาย โพธิ. อาสนฆเรปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ ปน อาสนฆเร ธาตุ นิหิตา โหติ, ตสฺส รกฺขณตฺถาย โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. โพธิชคฺคนตฺถํ โอโชหรณสาขํ วา ปูติฏฺฐานํ วา ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว, ภควโต สรีรปฏิชคฺคเน วิย ปุญฺญมฺปิ โหติ.

สงฺฆเภเท สีมฏฺฐกสงฺเฆ อสนฺนิปติเต วิสุํ ปริสํ คเหตฺวา กตโวหารานุสฺสาวน-สลากคฺคาหสฺส กมฺมํ วา กโรนฺตสฺส, อุทฺเทสํ วา อุทฺทิสนฺตสฺส เภโท จ โหติ อานนฺตริยกมฺมญฺจ. สมคฺคสญฺญาย ปน วฏฺฏตีติ กมฺมํ กโรนฺตสฺส เภโทว โหติ, น อานนฺตริยกมฺมํ, ตถา นวโต อูนปริสายํ. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน นวนฺนํ ชนานํ โย สงฺฆํ ภินฺทติ, ตสฺส อานนฺตริยกมฺมํ โหติ. อนุวตฺตกานํ อธมฺมวาทีนํ มหาสาวชฺชกมฺมํ. ธมฺมวาทิโน ปน อนวชฺชา.

ตตฺถ นวนฺนเมว สงฺฆเภเท อิทํ สุตฺตํ – ‘‘เอกโต อุปาลิ จตฺตาโร โหนฺติ, เอกโต จตฺตาโร, นวโม อนุสฺสาเวติ, สลากํ คาเหติ ‘อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ, อิทํ คณฺหถ, อิมํ โรเจถา’ติ, เอวํ โข, อุปาลิ, สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จ. นวนฺนํ วา, อุปาลิ, อติเรกนวนฺนํ วา สงฺฆราชิ เจว โหติ สงฺฆเภโท จา’’ติ (จูฬว. ๓๕๑). เอเตสุ ปน ปญฺจสุ สงฺฆเภโท วจีกมฺมํ, เสสานิ กายกมฺมานีติ. เอวํ กมฺมโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ทฺวารโตติ สพฺพาเนว เจตานิ กายทฺวารโตปิ วจีทฺวารโตปิ สมุฏฺฐหนฺติ. ปุริมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ อาณตฺติกวิชฺชามยปโยควเสน วจีทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ กายทฺวารเมว ปูเรนฺติ, สงฺฆเภโท หตฺถมุทฺทาย เภทํ กโรนฺตสฺส กายทฺวารโต สมุฏฺฐหิตฺวาปิ วจีทฺวารเมว ปูเรตีติ. เอวเมตฺถ ทฺวารโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

กปฺปฏฺฐิติยโตติ สงฺฆเภโทเยว เจตฺถ กปฺปฏฺฐิติโย. สณฺฐหนฺเต หิ กปฺเป กปฺปเวมชฺเฌ วา สงฺฆเภทํ กตฺวา กปฺปวินาเสเยว มุจฺจติ. สเจปิ หิ เสฺวว กปฺโป วินสฺสิสฺสตีติ อชฺช สงฺฆเภทํ กโรติ, เสฺวว มุจฺจติ, เอกทิวสเมว นิรเย ปจฺจติ. เอวํ กรณํ ปน นตฺถิ. เสสานิ จตฺตาริ กมฺมานิ อานนฺตริยาเนว โหนฺติ, น กปฺปฏฺฐิติยานีติ เอวเมตฺถ กปฺปฏฺฐิติยโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ปากโตติ เยน จ ปญฺจเป’ตานิ กมฺมานิ กตานิ โหนฺติ, ตสฺส สงฺฆเภโทเยว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ, เสสานิ ‘‘อโหสิกมฺมํ, นาโหสิ กมฺมวิปาโก’’ติ เอวมาทีสุ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. สงฺฆสฺส เภทาภาเว โลหิตุปฺปาโท, ตทภาเว อรหนฺตฆาโต, ตทภาเว จ สเจ ปิตา สีลวา โหติ, มาตา ทุสฺสีลา, โน วา ตถา สีลวตี, ปิตุฆาโต ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. สเจ มาตาปิตุฆาโต, ทฺวีสุปิ สีเลน วา ทุสฺสีเลน วา สมาเนสุ มาตุฆาโตว ปฏิสนฺธิวเสน วิปจฺจติ. มาตา หิ ทุกฺกรการินี พหูปการา จ ปุตฺตานนฺติ เอวเมตฺถ ปากโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

สาธารณาทีหีติ ปุริมานิ จตฺตาริ สพฺเพสมฺปิ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ สาธารณานิ. สงฺฆเภโท ปน ‘‘น โข, อุปาลิ ภิกฺขุนี, สงฺฆํ ภินฺทติ, น สิกฺขมานา, น สามเณโร, น สามเณรี, น อุปาสโก, น อุปาสิกา สงฺฆํ ภินฺทติ, ภิกฺขุ โข, อุปาลิ, ปกตตฺโต สมานสํวาสโก สมานสีมายํ ฐิโต สงฺฆํ ภินฺทตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๑) วจนโต วุตฺตปฺปการสฺส ภิกฺขุโนว โหติ, น อญฺญสฺส, ตสฺมา อสาธารโณ. อาทิสทฺเทน สพฺเพปิ เต ทุกฺขเวทนาสหคตา โทสโมหสมฺปยุตฺตา จาติ เอวเมตฺถ สาธารณาทีหิปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อญฺญํ สตฺถารนฺติ ‘‘อยํ เม สตฺถา สตฺถุกิจฺจํ กาตุํ อสมตฺโถ’’ติ ภวนฺตเรปิ อญฺญํ ติตฺถกรํ ‘‘อยํ เม สตฺถา’’ติ เอวํ คเณฺหยฺย, เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ อตฺโถ.

๑๒๙. เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา. ตีณิ หิ เขตฺตานิ ชาติเขตฺตํ อาณาเขตฺตํ วิสยเขตฺตํ. ตตฺถ ชาติเขตฺตํ นาม ทสสหสฺสี โลกธาตุ. สา หิ ตถาคตสฺส มาตุกุจฺฉิโอกฺกมนกาเล นิกฺขมนกาเล สมฺโพธิกาเล ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน ปรินิพฺพาเน จ กมฺปติ. โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬํ ปน อาณาเขตฺตํ นาม. อาฏานาฏิยโมรปริตฺตธชคฺคปริตฺตรตนปริตฺตาทีนญฺหิ เอตฺถ อาณา วตฺตติ. วิสยเขตฺตสฺส ปน ปริมาณํ นตฺถิ. พุทฺธานญฺหิ ‘‘ยาวตกํ ญาณํ ตาวตกํ เนยฺยํ, ยาวตกํ เนยฺยํ ตาวตกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เนยฺยํ เนยฺยปริยนฺติกํ ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต อวิสโย นาม นตฺถิ.

อิเมสุ ปน ตีสุ เขตฺเตสุ ฐเปตฺวา อิมํ จกฺกวาฬํ อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ. ตีณิ ปิฏกานิ วินยปิฏกํ สุตฺตนฺตปิฏกํ อภิธมฺมปิฏกํ, ติสฺโส สงฺคีติโย มหากสฺสปตฺเถรสฺส สงฺคีติ, ยสตฺเถรสฺส สงฺคีติ, โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถรสฺส สงฺคีตีติ. อิมา ติสฺโส สงฺคีติโย อารุเฬฺห เตปิฏเก พุทฺธวจเน อิมํ จกฺกวาฬํ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตีติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ.

อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา. เอกโต น อุปฺปชฺชนฺติ, ปุเร วา ปจฺฉา วา อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ หิ โพธิปลฺลงฺเก โพธึ อปฺปตฺวา น อุฏฺฐหิสฺสามีติ นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ, ตาว ปุพฺเพติ น เวทิตพฺพํ. โพธิสตฺตสฺส หิ ปฏิสนฺธิคฺคหเณน ทสสหสฺสจกฺกวาฬกมฺปเนเนว เขตฺตปริคฺคโห กโต, อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตาว โหติ. ปรินิพฺพานกาลโต ปฏฺฐาย ยาว สาสปมตฺตา ธาตุ ติฏฺฐติ, ตาว ปจฺฉาติ น เวทิตพฺพํ. ธาตูสุ หิ ฐิตาสุ พุทฺธา ฐิตาว โหนฺติ. ตสฺมา เอตฺถนฺตเร อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นิวาริตาว โหติ. ธาตุปรินิพฺพาเน ปน ชาเต อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น นิวาริตา.

ตีณิ หิ อนฺตรธานานิ นาม ปริยตฺติอนฺตรธานํ, ปฏิเวธอนฺตรธานํ, ปฏิปตฺติอนฺตรธานนฺติ. ตตฺถ ปริยตฺตีติ ตีณิ ปิฏกานิ. ปฏิเวโธติ สจฺจปฏิเวโธ. ปฏิปตฺตีติ ปฏิปทา. ตตฺถ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ. เอกสฺมิญฺหิ กาเล ปฏิเวธธรา ภิกฺขู พหู โหนฺติ, เอโส ภิกฺขุ ปุถุชฺชโนติ องฺคุลึ ปสาเรตฺวา ทสฺเสตพฺโพ โหติ. อิมสฺมึเยว ทีเป เอกวาเร ปุถุชฺชนภิกฺขุ นาม นาโหสิ. ปฏิปตฺติปูริกาปิ กทาจิ พหู โหนฺติ กทาจิ อปฺปา. อิติ ปฏิเวโธ จ ปฏิปตฺติ จ โหติปิ น โหติปิ, สาสนฏฺฐิติยา ปน ปริยตฺติ ปมาณํ.

ปณฺฑิโต หิ เตปิฏกํ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ยถา อมฺหากํ โพธิสตฺโต อาฬารสฺส สนฺติเก ปญฺจาภิญฺญา สตฺต จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยา ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ, โส น ชานามีติ อาห. ตโต อุทกสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อธิคตํ วิเสสํ สํสนฺเทตฺวา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ ปุจฺฉิ, โส อาจิกฺขิ, ตสฺส วจนสมนนฺตรเมว มหาสตฺโต ตํ สมฺปาเทสิ, เอวเมว ปญฺญวา ภิกฺขุ ปริยตฺตึ สุตฺวา เทฺวปิ ปูเรติ. ตสฺมา ปริยตฺติยา ฐิตาย สาสนํ ฐิตํ โหติ.

ยทา ปน สา อนฺตรธายติ, ตทา ปฐมํ อภิธมฺมปิฏกํ นสฺสติ. ตตฺถ ปฏฺฐานํ สพฺพปฐมํ อนฺตรธายติ, อนุกฺกเมน ปจฺฉา ธมฺมสงฺคโห, ตสฺมึ อนฺตรหิเต อิตเรสุ ทฺวีสุ ปิฏเกสุ ฐิเตสุ สาสนํ ฐิตเมว โหติ. ตตฺถ สุตฺตนฺตปิฏเก อนฺตรธายมาเน ปฐมํ องฺคุตฺตรนิกาโย เอกาทสกโต ปฏฺฐาย ยาว เอกกา อนฺตรธายติ, ตทนนฺตรํ สํยุตฺตนิกาโย จกฺกเปยฺยาลโต ปฏฺฐาย ยาว โอฆตรณา อนฺตรธายติ, ตทนนฺตรํ มชฺฌิมนิกาโย อินฺทฺริยภาวนโต ปฏฺฐาย ยาว มูลปริยายา อนฺตรธายติ, ตทนนฺตรํ ทีฆนิกาโย ทสุตฺตรโต ปฏฺฐาย ยาว พฺรหฺมชาลา อนฺตรธายติ. เอกิสฺสาปิ ทฺวินฺนมฺปิ คาถานํ ปุจฺฉา อทฺธานํ คจฺฉติ, สาสนํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ สภิยปุจฺฉา (สุ. นิ. สภิยสุตฺตํ) วิย อาฬวกปุจฺฉา (สุ. นิ. อาฬวกสุตฺตํ; สํ. นิ. ๑.๒๔๖) วิย จ. เอตา กิร กสฺสปพุทฺธกาลิกา อนฺตรา สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขึสุ.

ทฺวีสุ ปน ปิฏเกสุ อนฺตรหิเตสุปิ วินยปิฏเก ฐิเต สาสนํ ติฏฺฐติ, ปริวารขนฺธเกสุ อนฺตรหิเตสุ อุภโตวิภงฺเค ฐิเต ฐิตเมว โหติ. อุภโตวิภงฺเค อนฺตรหิเต มาติกาย ฐิตายปิ ฐิตเมว โหติ. มาติกาย อนฺตรหิตาย ปาติโมกฺขปพฺพชฺชอุปสมฺปทาสุ ฐิตาสุ สาสนํ ติฏฺฐติ. ลิงฺคมทฺธานํ คจฺฉติ, เสตวตฺถสมณวํโส ปน กสฺสปพุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย สาสนํ ธาเรตุํ นาสกฺขิ. ปจฺฉิมกสฺส ปน สจฺจปฏิเวธโต ปจฺฉิมกสฺส สีลเภทโต จ ปฏฺฐาย สาสนํ โอสกฺกิตํ นาม โหติ. ตโต ปฏฺฐาย อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ น วาริตาติ.

ตีณิ ปรินิพฺพานานิ นาม กิเลสปรินิพฺพานํ ขนฺธปรินิพฺพานํ ธาตุปรินิพฺพานนฺติ. ตตฺถ กิเลสปรินิพฺพานํ โพธิปลฺลงฺเก อโหสิ, ขนฺธปรินิพฺพานํ กุสินารายํ, ธาตุปรินิพฺพานํ อนาคเต ภวิสฺสติ. สาสนสฺส กิร โอสกฺกนกาเล อิมสฺมึ ตมฺพปณฺณิทีเป ธาตุโย สนฺนิปติตฺวา มหาเจติยํ คมิสฺสนฺติ, มหาเจติยโต นาคทีเป ราชายตนเจติยํ, ตโต มหาโพธิปลฺลงฺกํ คมิสฺสนฺติ, นาคภวนโตปิ เทวโลกโตปิ พฺรหฺมโลกโตปิ ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺกเมว คมิสฺสนฺติ. สาสปมตฺตาปิ ธาตุ อนฺตรา น นสฺสิสฺสติ. สพฺพา ธาตุโย มหาโพธิปลฺลงฺเก ราสิภูตา สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกคฺฆนา หุตฺวา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย วิสฺสชฺเชสฺสนฺติ, ตา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริสฺสนฺติ.

ตโต ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวตา โย สนฺนิปติตฺวา ‘‘อชฺช สตฺถา ปรินิพฺพายติ, อชฺช สาสนํ โอสกฺกติ, ปจฺฉิมทสฺสนํ ทานิ อิทํ อมฺหาก’’นฺติ ทสพลสฺส ปรินิพฺพุตทิวสโต มหนฺตตรํ การุญฺญํ กริสฺสนฺติ. ฐเปตฺวา อนาคามิขีณาสเว อวเสสา สกภาเวน สณฺฐาตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ธาตูสุ เตโชธาตุ อุฏฺฐหิตฺวา ยาว พฺรหฺมโลกา อุคฺคจฺฉิสฺสติ, สาสปมตฺตายปิ ธาตุยา สติ เอกชาลาว ภวิสฺสติ, ธาตูสุ ปริยาทานํ คตาสุ ปจฺฉิชฺชิสฺสติ. เอวํ มหนฺตํ อานุภาวํ ทสฺเสตฺวา ธาตูสุ อนฺตรหิตาสุ สาสนํ อนฺตรหิตํ นาม โหติ. ยาว เอวํ น อนนฺตรธายติ, ตาว อจริมํ นาม โหติ. เอวํ อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ.

กสฺมา ปน อปุพฺพํ อจริมํ น อุปฺปชฺชนฺตีติ. อนจฺฉริยตฺตา. พุทฺธา หิ อจฺฉริยมนุสฺสา. ยถาห – ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส, กตโม เอกปุคฺคโล, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๑-๑๗๔).

ยทิ จ เทฺว วา จตฺตาโร วา อฏฺฐ วา โสฬส วา เอกโต อุปฺปชฺเชยฺยุํ, น อจฺฉริยา ภเวยฺยุํ. เอกสฺมิญฺหิ วิหาเร ทฺวินฺนํ เจติยานมฺปิ ลาภสกฺกาโร อุฬาโร น โหติ ภิกฺขูปิ พหุตาย น อจฺฉริยา ชาตา, เอวํ พุทฺธาปิ ภเวยฺยุํ. ตสฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ.

เทสนาย จ วิเสสาภาวโต. ยญฺหิ สติปฏฺฐานาทิเภทํ ธมฺมํ เอโก เทเสติ, อญฺเญน อุปฺปชฺชิตฺวาปิ โสว เทเสตพฺโพ สิยา. ตโต น อจฺฉริโย สิยา, เอกสฺมึ ปน ธมฺมํ เทเสนฺเต เทสนาปิ อจฺฉริยา โหติ.

วิวาทาภาวโต จ. พหูสุ จ พุทฺเธสุ อุปฺปชฺชนฺเตสุ พหูนํ อาจริยานํ อนฺเตวาสิกา วิย ‘‘อมฺหากํ พุทฺโธ ปาสาทิโก, อมฺหากํ พุทฺโธ มธุรสฺสโร ลาภี ปุญฺญวา’’ติ วิวเทยฺยุํ, ตสฺมาปิ เอวํ น อุปฺปชฺชนฺติ. อปิเจตํ การณํ มิลินฺทรญฺญา ปุฏฺเฐน นาคเสนตฺเถเรน วิตฺถาริตเมว. วุตฺตญฺหิ (มิ. ป. ๕.๑.๑) –

‘‘ตตฺถ, ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’ติ. เทเสนฺตา จ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพปิ ตถาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม เทเสนฺติ, กถยมานา จ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ กเถนฺติ, สิกฺขาเปนฺตา จ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขาเปนฺติ, อนุสาสมานา จ อปฺปมาทปฏิปตฺติยํ อนุสาสนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพสมฺปิ ตถาคตานํ เอกา เทสนา เอกา กถา เอกา สิกฺขา เอกา อนุสิฏฺฐิ, เกน การเณน เทฺว ตถาคตา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ? เอเกนปิ ตาว พุทฺธุปฺปาเทน อยํ โลโก โอภาสชาโต. ยทิ ทุติโย พุทฺโธ ภเวยฺย, ทฺวินฺนํ ปภาย อยํ โลโก ภิยฺโยโสมตฺตาย โอภาสชาโต ภเวยฺย. โอวทมานา จ เทฺว ตถาคตา สุขํ โอวเทยฺยุํ, อนุสาสมานา จ สุขํ อนุสาเสยฺยุํ, ตตฺถ เม การณํ พฺรูหิ, ยถาหํ นิสฺสํสโย ภเวยฺยนฺติ.

อยํ มหาราช ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

ยถา, มหาราช, นาวา เอกปุริสสนฺธารณี ภเวยฺย. เอกสฺมึ ปุริเส อภิรูเฬฺห สา นาวา สมุปาทิกา ภเวยฺย. อถ ทุติโย ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ตาทิโส อายุนา วณฺเณน วเยน ปมาเณน กิสถูเลน สพฺพงฺคปจฺจงฺเคน, โส ตํ นาวํ อภิรูเหยฺย. อปินุ สา มหาราช, นาวา ทฺวินฺนมฺปิ ธาเรยฺยาติ? น หิ, ภนฺเต, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย, โอสีเทยฺย อุทเกติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย…เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.

ยถา วา ปน มหาราช ปุริโส ยาวทตฺถํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย ฉาเทนฺตํ ยาวกณฺฐมภิปูรยิตฺวา, โส ธาโต ปีณิโต ปริปุณฺโณ นิรนฺตโร ตนฺทิกโต อโนนมิตทณฺฑชาโต ปุนเทว ตตฺตกํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย, อปินุ โข, มหาราช, ปุริโส สุขิโต ภเวยฺยาติ? น หิ, ภนฺเต, สกึ ภุตฺโตว มเรยฺยาติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี …เป… น ฐานมุปคจฺเฉยฺยาติ.

กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ? อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา รตนปริปูริตา ภเวยฺยุํ ยาว มุขสมา. เอกสฺมา สกฏโต รตนํ คเหตฺวา เอกสฺมึ สกเฏ อากิเรยฺยุํ, อปินุ โข ตํ, มหาราช, สกฏํ ทฺวินฺนมฺปิ สกฏานํ รตนํ ธาเรยฺยาติ? น หิ, ภนฺเต, นาภิปิ ตสฺส ผเลยฺย, อราปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยุํ, เนมิปิ ตสฺส โอปเตยฺย, อกฺโขปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยาติ. กึ นุ โข, มหาราช, อติรตนภาเรน สกฏํ ภิชฺชตีติ? อาม, ภนฺเตติ. เอวเมว โข, มหาราช, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตีติ.

อปิจ มหาราช อิมํ การณํ พุทฺธพลปริทีปนาย โอสาริตํ, อญฺญมฺปิ ตตฺถ อภิรูปํ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย – ‘‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ อมฺหากํ พุทฺโธ’’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. ยถา, มหาราช, ทฺวินฺนํ พลวามจฺจานํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย ‘ตุมฺหากํ อมจฺโจ อมฺหากํ อมจฺโจ’ติ อุภโตปกฺขชาตา โหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ อุภโตปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. อิทํ ตาว, มหาราช, เอกํ การณํ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.

อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, อคฺโค พุทฺโธติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. เชฏฺโฐ พุทฺโธติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. เสฏฺโฐ พุทฺโธติ, วิสิฏฺโฐ พุทฺโธติ, อุตฺตโม พุทฺโธติ, ปวโร พุทฺโธติ, อสโม พุทฺโธติ, อสมสโม พุทฺโธติ, อปฺปฏิสโม พุทฺโธติ, อปฺปฏิภาโค พุทฺโธติ, อปฺปฏิปุคฺคโล พุทฺโธติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. อิทมฺปิ โข ตฺวํ, มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.

อปิจ โข มหาราช พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สภาวปกติ เอสา, ยํ เอโกเยว พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชติ. กสฺมา การณา? มหนฺตตาย สพฺพญฺญุพุทฺธคุณานํ. อญฺญมฺปิ มหาราช ยํ โลเก มหนฺตํ, ตํ เอกํเยว โหติ. ปถวี, มหาราช, มหนฺตี, สา เอกาเยว. สาคโร มหนฺโต, โส เอโกเยว. สิเนรุ คิริราชา มหนฺโต, โส เอโกเยว. อากาโส มหนฺโต, โส เอโกเยว. สกฺโก มหนฺโต, โส เอโกเยว. มาโร มหนฺโต, โส เอโกเยว. พฺรหฺมา มหนฺโต, โส เอโกเยว. ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มหนฺโต, โส เอโกเยว โลกสฺมึ. ยตฺถ เต อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ อญฺญสฺส โอกาโส น โหติ. ตสฺมา, มหาราช, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอโกเยว โลกสฺมึ อุปฺปชฺชตีติ. สุกถิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห โอปมฺเมหิ การเณหี’’ติ.

เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ เอกสฺมึ จกฺกวาเฬ. เหฏฺฐา อิมินาว ปเทน ทสจกฺกวาฬสหสฺสานิ คหิตานิ ตานิปิ, เอกจกฺกวาเฬเนว ปริจฺฉินฺทิตุํ วฏฺฏนฺติ. พุทฺธา หิ อุปฺปชฺชมานา อิมสฺมึเยว จกฺกวาเฬ อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปชฺชนฏฺฐาเน ปน วาริเต อิโต อญฺเญสุ จกฺกวาเฬสุ นุปฺปชฺชนฺตีติ วาริตเมว โหติ.

อปุพฺพํ อจริมนฺติ เอตฺถ จกฺกรตนปาตุภาวโต ปุพฺเพ ปุพฺพํ, ตสฺเสว อนฺตรธานโต ปจฺฉา จริมํ. ตตฺถ ทฺวิธา จกฺกรตนสฺส อนฺตรธานํ โหติ, จกฺกวตฺติโน กาลํกิริยโต วา ปพฺพชฺชาย วา. อนฺตรธายมานญฺจ ปน ตํ กาลํกิริยโต วา ปพฺพชฺชโต วา สตฺตเม ทิวเส อนฺตรธายติ, ตโต ปรํ จกฺกวตฺติโน ปาตุภาโว อวาริโต.

กสฺมา ปน เอกจกฺกวาเฬ เทฺว จกฺกวตฺติโน นุปฺปชฺชนฺตีติ. วิวาทุปจฺเฉทโต อจฺฉริยภาวโต จกฺกรตนสฺส มหานุภาวโต จ. ทฺวีสุ หิ อุปฺปชฺชนฺเตสุ ‘‘อมฺหากํ ราชา มหนฺโต อมฺหากํ ราชา มหนฺโต’’ติ วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย. เอกสฺมึ ทีเป จกฺกวตฺตีติ จ เอกสฺมึ ทีเป จกฺกวตฺตีติ จ อนจฺฉริยา ภเวยฺยุํ. โย จายํ จกฺกรตนสฺส ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ มหาทีเปสุ อิสฺสริยานุปฺปทานสมตฺโถ มหานุภาโว, โส ปริหาเยถ. อิติ วิวาทุปจฺเฉทโต อจฺฉริยภาวโต จกฺกรตนสฺส มหานุภาวโต จ น เอกจกฺกวาเฬ เทฺว อุปฺปชฺชนฺติ.

๑๓๐. ยํ อิตฺถี อสฺส อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธติ เอตฺถ ติฏฺฐตุ ตาว สพฺพญฺญุคุเณ นิพฺพตฺเตตฺวา โลกุตฺตารณสมตฺโถ พุทฺธภาโว, ปณิธานมตฺตมฺปิ อิตฺถิยา น สมฺปชฺชติ.

มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;

ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;

อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตีติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –

อิมานิ หิ ปณิธานสมฺปตฺติการณานิ. อิติ ปณิธานมฺปิ สมฺปาเทตุํ อสมตฺถาย อิตฺถิยา กุโต พุทฺธภาโวติ ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ อิตฺถี อสฺส อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ. สพฺพาการปริปูโร จ ปุญฺญุสฺสโย สพฺพาการปริปูรเมว อตฺตภาวํ นิพฺพตฺเตตีติ ปุริโสว อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ.

ยํ อิตฺถี ราชา อสฺส จกฺกวตฺตีติอาทีสุปิ ยสฺมา อิตฺถิยา โกโสหิตวตฺถคุยฺหตาทีนํ อภาเวน ลกฺขณานิ น ปริปูเรนฺติ, อิตฺถิรตนาภาเวน สตฺตรตนสมงฺคิตา น สมฺปชฺชติ, สพฺพมนุสฺเสหิ จ อธิโก อตฺตภาโว น โหติ, ตสฺมา ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ อิตฺถี ราชา อสฺส จกฺกวตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา จ สกฺกตฺตาทีนิ ตีณิ ฐานานิ อุตฺตมานิ, อิตฺถิลิงฺคญฺจ หีนํ, ตสฺมา ตสฺสา สกฺกตฺตาทีนิปิ ปฏิสิทฺธานิ.

นนุ จ ยถา อิตฺถิลิงฺคํ, เอวํ ปุริสลิงฺคมฺปิ พฺรหฺมโลเก นตฺถิ? ตสฺมา ‘‘ยํ ปุริโส พฺรหฺมตฺตํ กเรยฺย, ฐานเมตํ วิชฺชตี’’ติปิ น วตฺตพฺพํ สิยาติ. โน น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อิธ ปุริสสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตนโต. พฺรหฺมตฺตนฺติ หิ มหาพฺรหฺมตฺตํ อธิปฺเปตํ. อิตฺถี จ อิธ ฌานํ ภาเวตฺวา กาลํ กตฺวา พฺรหฺมปาริสชฺชานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ, น มหาพฺรหฺมานํ, ปุริโส ปน ตตฺถ น อุปฺปชฺชตีติ น วตฺตพฺโพ. สมาเนปิ เจตฺถ อุภยลิงฺคาภาเว ปุริสสณฺฐานาว พฺรหฺมาโน, น อิตฺถิสณฺฐานา, ตสฺมา สุวุตฺตเมเวตํ.

๑๓๑. กายทุจฺจริตสฺสาติอาทีสุ ยถา นิมฺพพีชโกสาตกีพีชาทีนิ มธุรผลํ น นิพฺพตฺเตนฺติ, อสาตํ อมธุรเมว นิพฺพตฺเตนฺติ, เอวํ กายทุจฺจริตาทีนิ มธุรวิปากํ น นิพฺพตฺเตนฺติ, อมธุรเมว วิปากํ นิพฺพตฺเตนฺติ. ยถา จ อุจฺฉุพีชสาลิพีชาทีนิ มธุรํ สาทุรสเมว ผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ, น อสาตํ กฏุกํ, เอวํ กายสุจริตาทีนิ มธุรเมว วิปากํ นิพฺพตฺเตนฺติ, น อมธุรํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผลํ;

กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปก’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕๖);

ตสฺมา ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ กายทุจฺจริตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

กายทุจฺจริตสมงฺคีติอาทีสุ สมงฺคีติ ปญฺจวิธา สมงฺคิตา อายูหนสมงฺคิตา เจตนาสมงฺคิตา กมฺมสมงฺคิตา วิปากสมงฺคิตา, อุปฏฺฐานสมงฺคิตาติ. ตตฺถ กุสลากุสลกมฺมายูหนกฺขเณ อายูหนสมงฺคิตาติ วุจฺจติ. ตถา เจตนาสมงฺคิตา. ยาว ปน อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สพฺเพปิ สตฺตา ปุพฺเพ อุปจิตํ วิปาการหํ กมฺมํ สนฺธาย ‘‘กมฺมสมงฺคิโน’’ติ วุจฺจนฺติ, เอสา กมฺมสมงฺคิตา. วิปากสมงฺคิตา วิปากกฺขเณเยว เวทิตพฺพา. ยาว ปน สตฺตา อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ, ตาว เนสํ ตโต ตโต จวิตฺวา นิรเย ตาว อุปฺปชฺชมานานํ อคฺคิชาลโลหกุมฺภิอาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ นิรโย, คพฺภเสยฺยกตฺตํ อาปชฺชมานานํ มาตุกุจฺฉิ, เทเวสุ อุปฺปชฺชมานานํ กปฺปรุกฺขวิมานาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ เทวโลโกติ เอวํ อุปฺปตฺตินิมิตฺตํ อุปฏฺฐาติ, อิติ เนสํ อิมินา อุปฺปตฺตินิมิตฺตอุปฏฺฐาเนน อปริมุตฺตตา อุปฏฺฐานสมงฺคิตา นาม. สา จลติ เสสา นิจฺจลา. นิรเย หิ อุปฏฺฐิเตปิ เทวโลโก อุปฏฺฐาติ, เทวโลเก อุปฏฺฐิเตปิ นิรโย อุปฏฺฐาติ, มนุสฺสโลเก อุปฏฺฐิเตปิ ติรจฺฉานโยนิ อุปฏฺฐาติ, ติรจฺฉานโยนิยา จ อุปฏฺฐิตายปิ มนุสฺสโลโก อุปฏฺฐาติเยว.

ตตฺริทํ วตฺถุ – โสณคิริปาเท กิร อเจลวิหาเร โสณตฺเถโร นาม เอโก ธมฺมกถิโก, ตสฺส ปิตา สุนขชีวิโก อโหสิ. เถโร ตํ ปฏิพาหนฺโตปิ สํวเร ฐเปตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘มา นสฺสิ ชรโก’’ติ มหลฺลกกาเล อกามกํ ปพฺพาเชสิ. ตสฺส คิลานเสยฺยาย นิปนฺนสฺส นิรโย อุปฏฺฐาติ, โสณคิริปาทโต มหนฺตา มหนฺตา สุนขา อาคนฺตฺวา ขาทิตุกามา วิย สมฺปริวาเรสุํ. โส มหาภยภีโต – ‘‘วาเรหิ, ตาต โสณ, วาเรหิ, ตาต โสณา’’ติ อาห. กึ มหาเถราติ. น ปสฺสสิ ตาตาติ ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. โสณตฺเถโร – ‘‘กถญฺหิ นาม มาทิสสฺส ปิตา นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, ปติฏฺฐา’สฺส ภวิสฺสามี’’ติ สามเณเรหิ นานาปุปฺผานิ อาหราเปตฺวา เจติยงฺคณโพธิยงฺคเณสุ ตลสนฺถรณปูชํ อาสนปูชญฺจ กาเรตฺวา ปิตรํ มญฺเจน เจติยงฺคณํ อาหริตฺวา มญฺเจ นิสีทาเปตฺวา – ‘‘อยํ มหาเถร-ปูชา ตุมฺหากํ อตฺถาย กตา ‘อยํ เม ภควา ทุคฺคตปณฺณากาโร’ติ วตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา จิตฺตํ ปสาเทหี’’ติ อาห. โส มหาเถโร ปูชํ ทิสฺวา ตถา กโรนฺโต จิตฺตํ ปสาเทสิ, ตาวเทวสฺส เทวโลโก อุปฏฺฐาสิ, นนฺทนวน-จิตฺตลตาวน-มิสฺสกวน-ผารุสกวนวิมานานิ เจว นาฏกานิ จ ปริวาเรตฺวา ฐิตานิ วิย อเหสุํ. โส ‘‘อเปถ อเปถ โสณา’’ติ อาห. กิมิทํ เถราติ? เอตา เต, ตาต, มาตโร อาคจฺฉนฺตีติ. เถโร ‘‘สคฺโค อุปฏฺฐิโต มหาเถรสฺสา’’ติ จินฺเตสิ. เอวํ อุปฏฺฐานสมงฺคิตา จลตีติ เวทิตพฺพา. เอตาสุ สมงฺคิตาสุ อิธ อายูหนเจตนากมฺมสมงฺคิตาวเสน กายทุจฺจริตสมงฺคีติอาทิ วุตฺตํ.

๑๓๒. เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโทติ ‘‘เอวํ ภควตา อิมสฺมึ สุตฺเต วุตฺเต เถโร อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺพสุตฺตํ สมนฺนาหริตฺวา เอวํ สสฺสิริกํ กตฺวา เทสิตสุตฺตสฺส นาม ภควตา นามํ น คหิตํ. หนฺทสฺส นามํ คณฺหาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ.

ตสฺมา ติห ตฺวนฺติอาทีสุ อยํ อตฺถโยชนา –

อานนฺท, ยสฺมา อิมสฺมึ ธมฺมปริยาเย ‘‘อฏฺฐารส โข อิมา, อานนฺท, ธาตุโย, ฉ อิมา, อานนฺท, ธาตุโย’’ติ เอวํ พหุธาตุโย วิภตฺตา, ตสฺมา ติห ตฺวํ อิมํ ธมฺมปริยายํ พหุธาตุโกติปิ นํ ธาเรหิ. ยสฺมา ปเนตฺถ ธาตุอายตนปฏิจฺจสมุปฺปาทฏฺฐานาฏฺฐานวเสน จตฺตาโร ปริวฏฺฏา กถิตา, ตสฺมา จตุปริวฏฺโฏติปิ นํ ธาเรหิ. ยสฺมา จ อาทาสํ โอโลเกนฺตสฺส มุขนิมิตฺตํ วิย อิมํ ธมฺมปริยายํ โอโลเกนฺตสฺส เอเต ธาตุอาทโย อตฺถา ปากฏา โหนฺติ, ตสฺมา ธมฺมาทาโสติปิ นํ ธาเรหิ. ยสฺมา จ ยถา นาม ปรเสนมทฺทนา โยธา สงฺคามตูริยํ ปคฺคเหตฺวา ปรเสนํ ปวิสิตฺวา สปตฺเต มทฺทิตฺวา อตฺตโน ชยํ คณฺหนฺติ, เอวเมว กิเลสเสนมทฺทนา โยคิโน อิธ วุตฺตวเสน วิปสฺสนํ ปคฺคเหตฺวา กิเลเส มทฺทิตฺวา อตฺตโน อรหตฺตชยํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา อมตทุนฺทุภีติปิ นํ ธาเรหิ. ยสฺมา จ ยถา สงฺคามโยธา ปญฺจาวุธํ คเหตฺวา ปรเสนํ วิทฺธํเสตฺวา ชยํ คณฺหนฺติ, เอวํ โยคิโนปิ อิธ วุตฺตํ วิปสฺสนาวุธํ คเหตฺวา กิเลสเสนํ วิทฺธํเสตฺวา อรหตฺตชยํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา อนุตฺตโร สงฺคามวิชโยติปิ นํ ธาเรหีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

พหุธาตุกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.