๒. ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนา
๙๘. เอวํ เม สุตนฺติ ฉพฺพิโสธนสุตฺตํ. ตตฺถ ขีณา ชาตีติอาทีสุ เอเกนาปิ ปเทน อญฺญา พฺยากตาว โหติ, ทฺวีหิปิ. อิธ ปน จตูหิ ปเทหิ อญฺญพฺยากรณํ อาคตํ. ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาทิตาติอาทีสุ ยาย เจตนาย ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐํ เมติ วทติ, สา ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาทิตา นาม. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อยมนุธมฺโมติ อยํ สภาโว. อภินนฺทิตพฺพนฺติ น เกวลํ อภินนฺทิตพฺพํ, ปรินิพฺพุตสฺส ปนสฺส สพฺโพปิ ขีณาสวสฺส สกฺกาโร กาตพฺโพ. อุตฺตรึ ปโญฺหติ สเจ ปนสฺส เวยฺยากรเณน อสนฺตุฏฺฐา โหถ, อุตฺตริมฺปิ อยํ ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพติ ทสฺเสติ. อิโต ปเรสุปิ ตีสุ วาเรสุ อยเมว นโย.
๙๙. อพลนฺติ ทุพฺพลํ. วิราคุนนฺติ วิคจฺฉนสภาวํ. อนสฺสาสิกนฺติ อสฺสาสวิรหิตํ. อุปายูปาทานาติ ตณฺหาทิฏฺฐีนเมตํ อธิวจนํ. ตณฺหาทิฏฺฐิโย หิ เตภูมกธมฺเม อุเปนฺตีติ อุปายา, อุปาทิยนฺตีติ อุปาทานา. เจตโส อทิฏฺฐานาภินิเวสานุสยาติปิ ตาสํเยว นามํ. จิตฺตญฺหิ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ สกฺกายธมฺเมสุ ติฏฺฐติ อธิติฏฺฐตีติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย เจตโส อธิฏฺฐานา, ตาหิ ตํ อภินิวิสตีติ อภินิเวสา, ตาหิเยว ตํ อนุเสตีติ อนุสยาติ วุจฺจนฺติ. ขยา วิราคาติอาทีสุ ขเยน วิราเคนาติ อตฺโถ. สพฺพานิ เจตานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนว.
๑๐๐. ปถวีธาตูติ ปติฏฺฐานธาตุ. อาโปธาตูติ อาพนฺธนธาตุ. เตโชธาตูติ ปริปาจนธาตุ. วาโยธาตูติ วิตฺถมฺภนธาตุ. อากาสธาตูติ อสมฺผุฏฺฐธาตุ. วิญฺญาณธาตูติ วิชานนธาตุ. น อนตฺตโต อุปคจฺฉินฺติ อหํ อตฺตาติ อตฺตโกฏฺฐาเสน น อุปคมึ. น จ ปถวีธาตุนิสฺสิตนฺติ ปถวีธาตุนิสฺสิตา เสสธาตุโย จ อุปาทารูปญฺจ อรูปกฺขนฺธา จ. เตปิ หิ นิสฺสิตวตฺถุรูปานํ ปถวีธาตุนิสฺสิตตฺตา เอเกน ปริยาเยน ปถวีธาตุนิสฺสิตาว. ตสฺมา ‘‘น จ ปถวีธาตุนิสฺสิต’’นฺติ วทนฺโต เสสรูปารูปธมฺเมปิ อตฺตโต น อุปคจฺฉินฺติ วทติ. อากาสธาตุนิสฺสิตปเท ปน อวินิพฺโภควเสน สพฺพมฺปิ ภูตุปาทารูปํ อากาสธาตุนิสฺสิตํ นาม, ตถา ตํนิสฺสิตรูปวตฺถุกา อรูปกฺขนฺธา. เอวํ อิธาปิ รูปารูปํ คหิตเมว โหติ. วิญฺญาณธาตุนิสฺสิตปเท ปน สหชาตา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปญฺจ วิญฺญาณธาตุนิสฺสิตนฺติ รูปารูปํ คหิตเมว โหติ.
๑๐๑. รูเป จกฺขุวิญฺญาเณ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสูติ เอตฺถ ยํ อตีเต จกฺขุทฺวารสฺส อาปาถํ อาคนฺตฺวา นิรุทฺธํ, ยญฺจ อนาคเต อาปาถํ อาคนฺตฺวา นิรุชฺฌิสฺสติ, ยมฺปิ เอตรหิ อาคนฺตฺวา นิรุทฺธํ, ตํ สพฺพํ รูปํ นาม. ยํ ปน อตีเตปิ อาปาถํ อนาคนฺตฺวา นิรุทฺธํ, อนาคเตปิ อนาคนฺตฺวา นิรุชฺฌิสฺสติ, เอตรหิปิ อนาคนฺตฺวา นิรุทฺธํ, ตํ จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพธมฺเมสุ สงฺคหิตนฺติ วุตฺเต ติปิฏกจูฬาภยตฺเถโร อาห – ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน ทฺวิธา กโรถ, อุปริ ฉนฺโทวาเร กินฺติ กริสฺสถ, นยิทํ ลพฺภตี’’ติ. ตสฺมา ตีสุ กาเลสุ อาปาถํ อาคตํ วา อนาคตํ วา สพฺพมฺปิ ตํ รูปเมว, จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ปน ตโย ขนฺธา จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพธมฺมาติ เวทิตพฺพา. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ ‘‘จกฺขุวิญฺญาเณน สทฺธึ วิญฺญาตพฺเพสุ ธมฺเมสู’’ติ. ฉนฺโทติ ตณฺหาฉนฺโท. ราโคติ เสฺวว รชฺชนวเสน ราโค. นนฺทีติ เสฺวว อภินนฺทนวเสน นนฺที. ตณฺหาติ เสฺวว ตณฺหายนวเสน ตณฺหา. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.
๑๐๒. อหงฺการมมงฺการมานานุสยาติ เอตฺถ อหงฺกาโร มาโน, มมงฺกาโร ตณฺหา, เสฺวว มานานุสโย. อาสวานํ ขยญาณายาติ อิทํ ปุพฺเพนิวาสํ ทิพฺพจกฺขุญฺจ อวตฺวา กสฺมา วุตฺตํ? ภิกฺขู โลกิยธมฺมํ น ปุจฺฉนฺติ, โลกุตฺตรเมว ปุจฺฉนฺติ, ตสฺมา ปุจฺฉิตปญฺหํเยว กเถนฺโต เอวมาห. เอกวิสฺสชฺชิตสุตฺตํ นาเมตํ, ฉพฺพิโสธนนฺติปิสฺส นามํ. เอตฺถ หิ จตฺตาโร โวหารา ปญฺจ ขนฺธา ฉ ธาตุโย ฉ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ อตฺตโน สวิญฺญาณกกาโย ปเรสํ สวิญฺญาณกกาโยติ อิเม ฉ โกฏฺฐาสา วิสุทฺธา, ตสฺมา ‘‘ฉพฺพิโสธนิย’’นฺติ วุตฺตํ. ปรสมุทฺทวาสิตฺเถรา ปน อตฺตโน จ ปรสฺส จ วิญฺญาณกกายํ เอกเมว กตฺวา จตูหิ อาหาเรหิ สทฺธินฺติ ฉ โกฏฺฐาเส วทนฺติ.
อิเม ปน ฉ โกฏฺฐาสา ‘‘กึ เต อธิคตํ, กินฺติ เต อธิคตํ, กทา เต อธิคตํ, กตฺถ เต อธิคตํ, กตเม เต กิเลสา ปหีนา, กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ (ปารา. ๑๙๘) เอวํ วินยนิทฺเทสปริยาเยน โสเธตพฺพา.
เอตฺถ หิ กึ เต อธิคตนฺติ อธิคมปุจฺฉา, ฌานวิโมกฺขาทีสุ โสตาปตฺติมคฺคาทีสุ วา กึ ตยา อธิคตํ. กินฺติ เต อธิคตนฺติ อุปายปุจฺฉา. อยญฺหิ เอตฺถาธิปฺปาโย – กึ ตยา อนิจฺจลกฺขณํ ธุรํ กตฺวา อธิคตํ, ทุกฺขานตฺตลกฺขเณสุ อญฺญตรํ วา, กึ วา สมาธิวเสน อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ วิปสฺสนาวเสน, ตถา กึ รูเป อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ อรูเป, กึ วา อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ พหิทฺธาติ. กทา เต อธิคตนฺติ กาลปุจฺฉา, ปุพฺพณฺหมชฺฌนฺหิกาทีสุ กตรสฺมึ กาเลติ วุตฺตํ โหติ.
กตฺถ เต อธิคตนฺติ โอกาสปุจฺฉา, กิสฺมึ โอกาเส, กึ รตฺติฏฺฐาเน ทิวาฏฺฐาเน รุกฺขมูเล มณฺฑเป กตรสฺมึ วา วิหาเรติ วุตฺตํ โหติ. กตเม เต กิเลสา ปหีนาติ ปหีนกิเลเส ปุจฺฉติ, กตรมคฺควชฺฌา ตว กิเลสา ปหีนาติ วุตฺตํ โหติ.
กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภีติ ปฏิลทฺธธมฺมปุจฺฉา, ปฐมมคฺคาทีสุ กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภีติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺมา อิทานิ เจปิ โกจิ ภิกฺขุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคมํ พฺยากเรยฺย, น โส เอตฺตาวตาว สกฺกาตพฺโพ. อิเมสุ ปน ฉสุ ฐาเนสุ โสธนตฺถํ วตฺตพฺโพ ‘‘กึ เต อธิคตํ, กึ ฌานํ อุทาหุ วิโมกฺขาทีสุ อญฺญตร’’นฺติ? โย หิ เยน อธิคโต ธมฺโม, โส ตสฺส ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อิทํ นาม เม อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กินฺติ เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ. อนิจฺจลกฺขณาทีสุ กึ ธุรํ กตฺวา, อฏฺฐตึสาย วา อารมฺมเณสุ รูปารูปอชฺฌตฺตพหิทฺธาทิเภเทสุ วา ธมฺเมสุ เกน มุเขน อภินิวิสิตฺวาติ? โย หิ ยสฺสาภินิเวโส, โส ตสฺส ปากโฏ โหติ.
สเจ ปน ‘‘อยํ นาม เม อภินิเวโส, เอวํ มยา อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กทา เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ปุพฺพเณฺห, อุทาหุ มชฺฌนฺหิกาทีสุ อญฺญตรสฺมึ กาเล’’ติ? สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคตกาโล ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อมุกสฺมึ นาม เม กาเล อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กตฺถ เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ทิวาฏฺฐาเน, อุทาหุ รตฺติฏฺฐานาทีสุ อญฺญตรสฺมึ โอกาเส’’ติ? สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคโตกาโส ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อมุกสฺมึ นาม เม โอกาเส อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กตเม เต กิเลสา ปหีนา’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ปฐมมคฺควชฺฌา, อุทาหุ ทุติยาทิมคฺควชฺฌา’’ติ? สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ปหีนกิเลสา ปากฏา โหนฺติ.
สเจ ‘‘อิเม นาม เม กิเลสา ปหีนา’’ติ วทติ, ตโต ‘‘กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ โสตาปตฺติมคฺคสฺส, อุทาหุ สกทาคามิมคฺคาทีสุ อญฺญตรสฺสา’’ติ? สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคตธมฺโม ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อิเมสํ นามาหํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ วทติ, เอตฺตาวตาปิสฺส วจนํ น สทฺธาตพฺพํ. พหุสฺสุตา หิ อุคฺคหปริปุจฺฉากุสลา ภิกฺขู อิมานิ ฉ ฐานานิ โสเธตุํ สกฺโกนฺติ. อิมสฺส ภิกฺขุโน อาคมนปฏิปทา โสเธตพฺพา, ยทิ อาคมนปฏิปทา น สุชฺฌติ, ‘‘อิมาย ปฏิปทาย โลกุตฺตรธมฺมา นาม น ลพฺภนฺตี’’ติ อปเนตพฺโพ.
ยทิ ปนสฺส อาคมนปฏิปทา สุชฺฌติ, ‘‘ทีฆรตฺตํ ตีสุ สิกฺขาสุ อปฺปมตฺโต ชาคริยมนุยุตฺโต จตูสุ ปจฺจเยสุ อลคฺโค อากาเส ปาณิสเมน เจตสา วิหรตี’’ติ ปญฺญายติ, ตสฺส ภิกฺขุโน พฺยากรณํ ปฏิปทาย สทฺธึ สํสนฺทติ สเมติ. ‘‘เสยฺยถาปิ นาม คงฺโคทกํ ยมุโนทเกน สทฺธึ สํสนฺทติ สเมติ, เอวเมว สุปญฺญตฺตา เตน ภควตา สาวกานํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา สํสนฺทติ สเมติ นิพฺพานญฺจ ปฏิปทา จา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๙๖) วุตฺตสทิสํ โหติ.
อปิจ โข เอตฺตเกนาปิ สกฺกาโร น กาตพฺโพ. กสฺมา? เอกจฺจสฺส หิ ปุถุชฺชนสฺสาปิ สโต ขีณาสวปฏิปตฺติสทิสา ปฏิปทา โหติ. ตสฺมา โส ภิกฺขุ เตหิ เตหิ อุปาเยหิ อุตฺตาเสตพฺโพ. ขีณาสวสฺส นาม อสนิยาปิ มตฺถเก ปตมานาย ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา น โหติ, ปุถุชฺชนสฺส อปฺปมตฺตเกนาปิ โหติ.
ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – ทีฆภาณกอภยตฺเถโร กิร เอกํ ปิณฺฑปาติกํ ปริคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโต ทหรสฺส สญฺญํ อทาสิ. โส ตํ นฺหายมานํ กลฺยาณีนทีมุขทฺวาเร นิมุชฺชิตฺวา ปาเท อคฺคเหสิ. ปิณฺฑปาติโก กุมฺภีโลติ สญฺญาย มหาสทฺทมกาสิ, ตทา นํ ปุถุชฺชโนติ สญฺชานึสุ. จนฺทมุขติสฺสราชกาเล ปน มหาวิหาเร สงฺฆตฺเถโร ขีณาสโว ทุพฺพลจกฺขุโก วิหาเรเยว อจฺฉิ. ราชา เถรํ ปริคฺคณฺหิสฺสามีติ ภิกฺขูสุ ภิกฺขาจารํ คเตสุ อปฺปสทฺโท อุปสงฺกมิตฺวา สปฺโป วิย ปาเท อคฺคเหสิ. เถโร สิลาถมฺโภ วิย นิจฺจโล หุตฺวา โก เอตฺถาติ อาห? อหํ, ภนฺเต, ติสฺโสติ. สุคนฺธํ วายสิ โน ติสฺสาติ? เอวํ ขีณาสวสฺส ภยํ นาม นตฺถีติ.
เอกจฺโจ ปน ปุถุชฺชโนปิ อติสูโร โหติ นิพฺภโย. โส รญฺชนีเยน อารมฺมเณน ปริคฺคณฺหิตพฺโพ. วสภราชาปิ หิ เอกํ เถรํ ปริคฺคณฺหมาโน ฆเร นิสีทาเปตฺวา ตสฺส สนฺติเก พทรสาฬวํ มทฺทมาโน นิสีทิ. มหาเถรสฺส เขโฬ จลิ, ตโต เถรสฺส ปุถุชฺชนภาโว อาวิภูโต. ขีณาสวสฺส หิ รสตณฺหา นาม สุปฺปหีนา, ทิพฺเพสุปิ รเสสุ นิกนฺติ นาม น โหติ. ตสฺมา อิเมหิ อุปาเยหิ ปริคฺคเหตฺวา สจสฺส ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา รสตณฺหา วา อุปฺปชฺชติ, น ตฺวํ อรหาติ อปเนตพฺโพ. สเจ ปน อภีรู อจฺฉมฺภี อนุตฺราสี หุตฺวา สีโห วิย นิสีทติ, ทิพฺพารมฺมเณปิ นิกนฺตึ น ชเนติ. อยํ ภิกฺขุ สมฺปนฺนเวยฺยากรโณ สมนฺตา ราชราชมหามตฺตาทีหิ เปสิตํ สกฺการํ อรหตีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ฉพฺพิโสธนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.