๓. สปฺปุริสธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๑๐๕. เอวํ เม สุตนฺติ สปฺปุริสธมฺมสุตฺตํ. ตตฺถ สปฺปุริสธมฺมนฺติ สปฺปุริสานํ ธมฺมํ. อสปฺปุริสธมฺมนฺติ ปาปปุริสานํ ธมฺมํ. เอวํ มาติกํ ฐเปตฺวาปิ ปุน ยถา นาม มคฺคกุสโล ปุริโส วามํ มุญฺจิตฺวา ทกฺขิณํ คณฺหาติ. ปฐมํ มุญฺจิตพฺพํ กเถติ, เอวํ ปหาตพฺพํ ธมฺมํ ปฐมํ เทเสนฺโต กตโม จ, ภิกฺขเว, อสปฺปุริสธมฺโมติอาทิมาห. ตตฺถ อุจฺจากุลาติ ขตฺติยกุลา วา พฺราหฺมณกุลา วา. เอตเทว หิ กุลทฺวยํ ‘‘อุจฺจากุล’’นฺติ วุจฺจติ. โส ตตฺถ ปุชฺโชติ โส ภิกฺขุ เตสุ ภิกฺขูสุ ปูชารโห. อนฺตรํ กริตฺวาติ อพฺภนฺตรํ กตฺวา.

มหากุลาติ ขตฺติยกุลา วา พฺราหฺมณกุลา วา เวสฺสกุลา วา. อิทเมว หิ กุลตฺตยํ ‘‘มหากุล’’นฺติ วุจฺจติ. มหาโภคกุลาติ มหนฺเตหิ โภเคหิ สมนฺนาคตา กุลา. อุฬารโภคกุลาติ อุฬาเรหิ ปณีเตหิ โภเคหิ สมฺปนฺนกุลา. อิมสฺมึ ปททฺวเย จตฺตาริปิ กุลานิ ลพฺภนฺติ. ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ชาโต หิ ปุญฺญพเลหิ มหาโภโคปิ อุฬารโภโคปิ โหติเยว.

๑๐๖. ยสสฺสีติ ปริวารสมฺปนฺโน. อปฺปญฺญาตาติ รตฺตึ ขิตฺตสรา วิย สงฺฆมชฺฌาทีสุ น ปญฺญายนฺติ. อปฺเปสกฺขาติ อปฺปปริวารา.

๑๐๗. อารญฺญิโกติ สมาทินฺนอารญฺญิกธุตงฺโค. เสสธุตงฺเคสุปิ เอเสว นโย. อิมสฺมิญฺจ สุตฺเต ปาฬิยํ นเวว ธุตงฺคานิ อาคตานิ, วิตฺถาเรน ปเนตานิ เตรส โหนฺติ. เตสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค ธุตงฺคนิทฺเทเส วุตฺตเมว.

๑๐๘. อตมฺมยตาติ ตมฺมยตา วุจฺจติ ตณฺหา, นิตฺตณฺหาติ อตฺโถ. อตมฺมยตญฺเญว อนฺตรํ กริตฺวาติ นิตฺตณฺหตํเยว การณํ กตฺวา อพฺภนฺตรํ วา กตฺวา, จิตฺเต อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ.

นิโรธวาเร ยสฺมา อนาคามิขีณาสวาว ตํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ, ปุถุชฺชนสฺส สา นตฺถิ, ตสฺมา อสปฺปุริสวาโร ปริหีโน. น กญฺจิ มญฺญตีติ กญฺจิ ปุคฺคลํ ตีหิ มญฺญนาหิ น มญฺญติ. น กุหิญฺจิ มญฺญตีติ กิสฺมิญฺจิ โอกาเส น มญฺญติ. น เกนจิ มญฺญตีติ เกนจิ วตฺถุนาปิ ตํ ปุคฺคลํ น มญฺญติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สปฺปุริสธมฺมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.