๙. มหาปุณฺณมสุตฺตวณฺณนา

๘๕. เอวํ เม สุตนฺติ มหาปุณฺณมสุตฺตํ. ตตฺถ ตทหูติ ตสฺมึ อหุ, ตสฺมึ ทิวเสติ อตฺโถ. อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ. อุปวสนฺตีติ สีเลน วา อนสเนน วา อุเปตา หุตฺวา วสนฺตีติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ อตฺถุทฺธาโร – ‘‘อายาม, อาวุโส, กปฺปิน, อุโปสถํ คมิสฺสามา’’ติอาทีสุ หิ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อุโปสโถ. ‘‘อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต โข วิสาเข อุโปสโถ อุปวุตฺโถ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๕๓) สีลํ. ‘‘สุทฺธสฺส เว สทา ผคฺคุ, สุทฺธสฺสุโปสโถ สทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๙) อุปวาโส. ‘‘อุโปสโถ นาม นาคราชา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๔๖) ปญฺญตฺติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๘๑) อุปวสิตพฺพทิวโส. อิธาปิ โสเยว อธิปฺเปโต. โส ปเนส อฏฺฐมีจาตุทฺทสีปนฺนรสีเภเทน ติวิโธ. ตสฺมา เสสทฺวยนิวารณตฺถํ ปนฺนรเสติ วุตฺตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปวสนฺติ เอตฺถาติ อุโปสโถ’’ติ. มาสปุณฺณตาย ปุณฺณา สํปุณฺณาติ ปุณฺณา. มา-อิติ จนฺโท วุจฺจติ, โส เอตฺถ ปุณฺโณติ ปุณฺณมา. เอวํ ปุณฺณาย ปุณฺณมายาติ อิมสฺมึ ปททฺวเย อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เทสนฺติ การณํ. เตน หิ ตฺวํ ภิกฺขุ สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉาติ กสฺมา ภควา ฐิตสฺส อกเถตฺวา นิสีทาเปสีติ. อยํ กิร ภิกฺขุ สฏฺฐิมตฺตานํ ปธานิยภิกฺขูนํ สงฺฆตฺเถโร สฏฺฐิ ภิกฺขู คเหตฺวา อรญฺเญ วสติ, เต ตสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ฆเฏนฺติ วายมนฺติ. มหาภูตานิ ปริคฺคณฺหนฺติ อุปาทารูปานิ, นามรูปปจฺจยลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนํ ปริคฺคณฺหนฺติ. อถ เน อาจริยุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสินฺเน เถโร มหาภูตปริคฺคหาทีนิ ปุจฺฉติ. เต สพฺพํ กเถนฺติ, มคฺคผลปญฺหํ ปุจฺฉิตา ปน กเถตุํ น สกฺโกนฺติ. อถ เถโร จินฺเตสิ – ‘‘มม สนฺติเก เอเตสํ โอวาทสฺส ปริหานิ นตฺถิ, อิเม จ อารทฺธวีริยา วิหรนฺติ. กุกฺกุฏสฺส ปานียปิวนกาลมตฺตมฺปิ เนสํ ปมาทกิริยา นตฺถิ. เอวํ สนฺเตปิ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกนฺติ. อหํ อิเมสํ อชฺฌาสยํ น ชานามิ, พุทฺธเวเนยฺยา เอเต ภวิสฺสนฺติ, คเหตฺวา เน สตฺถุ สนฺติกํ คจฺฉามิ, อถ เนสํ สตฺถา จริยวเสน ธมฺมํ เทเสสฺสตี’’ติ, เต ภิกฺขู คเหตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคโต.

สตฺถาปิ สายนฺหสมเย อานนฺทตฺเถเรน อุปนีตํ อุทกํ อาทาย สรีรํ อุตุํ คณฺหาเปตฺวา มิคารมาตุปาสาทปริเวเณ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิ, ภิกฺขุสงฺโฆปิ นํ ปริวาเรตฺวา นิสีทิ.

ตสฺมึ สมเย สูริโย อตฺถงฺคเมติ, จนฺโท อุคฺคจฺฉติ, มชฺฌฏฺฐาเน จ ภควา นิสินฺโน. จนฺทสฺส ปภา นตฺถิ, สูริยสฺส ปภา นตฺถิ, จนฺทิมสูริยานํ ปภํ มกฺเขตฺวา ฉพฺพณฺณา ยมกพุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา ปุญฺชา ปุญฺชา หุตฺวา ทิสาวิทิสาสุ ธาวนฺตีติ สพฺพํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน วิตฺถาเรตพฺพํ. วณฺณภูมิ นาเมสา, ธมฺมกถิกสฺเสเวตฺถ ถาโม ปมาณํ, ยตฺตกํ สกฺโกติ, ตตฺตกํ กเถตพฺพํ. ทุกฺกถิตนฺติ น วตฺตพฺพํ. เอวํ สนฺนิสินฺนาย ปริสาย เถโร อุฏฺฐหิตฺวา สตฺถารํ ปญฺหสฺส โอกาสํ กาเรสิ. ตโต ภควา – ‘‘สเจ อิมสฺมึ ฐิตเก ปุจฺฉนฺเต ‘อาจริโย โน อุฏฺฐิโต’ติ เสสภิกฺขู อุฏฺฐหิสฺสนฺติ, เอวํ ตถาคเต อคารโว กโต ภวิสฺสติ. อถ นิสินฺนาว ปุจฺฉิสฺสนฺติ, อาจริเย อคารโว กโต ภวิสฺสติ, เอกคฺคา หุตฺวา ธมฺมเทสนํ ปฏิจฺฉิตุํ น สกฺกุณิสฺสนฺติ. อาจริเย ปน นิสินฺเน เตปิ นิสีทิสฺสนฺติ. ตโต เอกคฺคา ธมฺมเทสนํ ปฏิจฺฉิตุํ สกฺกุณิสฺสนฺตี’’ติ อิมินา การเณน ภควา ฐิตสฺส อกเถตฺวา นิสีทาเปตีติ.

อิเม นุ โข, ภนฺเตติ วิมติปุจฺฉา วิย กถิตา. เถโร ปน ปญฺจกฺขนฺธานํ อุทยพฺพยํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต มหาขีณาสโว, นตฺถิ เอตสฺส วิมติ. ชานนฺเตนปิ ปน อชานนฺเตน วิย หุตฺวา ปุจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. สเจ หิ ชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ, ‘‘ชานาติ อย’’นฺติ ตสฺส ตสฺส วิสฺสชฺเชนฺโต เอกเทสเมว กเถติ. อชานนฺเตน วิย ปุจฺฉิเต ปน กเถนฺโต อิโต จ เอตฺโต จ การณํ อาหริตฺวา ปากฏํ กตฺวา กเถติ. โกจิ ปน อชานนฺโตปิ ชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ. เถโร เอวรูปํ วจนํ กึ กริสฺสติ, ชานนฺโตเยว ปน อชานนฺโต วิย ปุจฺฉตีติ เวทิตพฺโพ.

ฉนฺทมูลกาติ ตณฺหามูลกา. เอวํรูโป สิยนฺติ สเจ โอทาโต โหตุกาโม, หริตาลวณฺโณ วา มโนสิลาวณฺโณ วา สิยนฺติ ปตฺเถติ. สเจ กาโฬ โหตุกาโม, นีลุปฺปลวณฺโณ วา อญฺชนวณฺโณ วา อตสีปุปฺผวณฺโณ วา สิยนฺติ ปตฺเถติ. เอวํเวทโนติ กุสลเวทโน วา สุขเวทโน วา สิยนฺติ ปตฺเถติ. สญฺญาทีสุปิ เอเสว นโย. ยสฺมา ปน อตีเต ปตฺถนา นาม นตฺถิ, ปตฺเถนฺเตนาปิ จ น สกฺกา ตํ ลทฺธุํ, ปจฺจุปฺปนฺเนปิ น โหติ, น หิ โอทาโต กาฬภาวํ ปตฺเถตฺวา ปจฺจุปฺปนฺเน กาโฬ โหติ, น กาโฬ วา โอทาโต, ทีโฆ วา รสฺโส, รสฺโส วา ทีโฆ, ทานํ ปน ทตฺวา สีลํ วา สมาทิยิตฺวา ‘‘อนาคเต ขตฺติโย วา โหมิ พฺราหฺมโณ วา’’ติ ปตฺเถนฺตสฺส ปตฺถนา สมิชฺฌติ. ตสฺมา อนาคตเมว คหิตํ.

ขนฺธาธิวจนนฺติ ขนฺธานํ ขนฺธปณฺณตฺติ กิตฺตเกน โหตีติ ปุจฺฉติ.

มหาภูตา เหตูติ ‘‘ตโย กุสลเหตู’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๔๔๑) หิ เหตุเหตุ วุตฺโต. อวิชฺชา ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ สาธารณตฺตา สาธารณเหตุ. กุสลากุสลํ อตฺตโน อตฺตโน วิปากทาเน อุตฺตมเหตุ. อิธ ปจฺจยเหตุ อธิปฺเปโต. ตตฺถ ปถวีธาตุ มหาภูตํ อิตเรสํ ติณฺณํ ภูตานํ อุปาทารูปสฺส จ ปญฺญาปนาย ทสฺสนตฺถาย เหตุ เจว ปจฺจโย จ. เอวํ เสเสสุปิ โยชนา เวทิตพฺพา.

ผสฺโสติ ‘‘ผุฏฺโฐ, ภิกฺขเว, เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ, ผุฏฺโฐ เจเตตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓) วจนโต ผสฺโส ติณฺณํ ขนฺธานํ ปญฺญาปนาย เหตุ เจว ปจฺจโย จ. วิญฺญาณกฺขนฺธสฺสาติ เอตฺถ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน ตาว สทฺธึ คพฺภเสยฺยกานํ อุปริมปริจฺเฉเทน สมตึส รูปานิ สมฺปยุตฺตา จ ตโย ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ นามรูปํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปญฺญาปนาย เหตุ เจว ปจฺจโย จ. จกฺขุทฺวาเร จกฺขุปสาโท เจว รูปารมฺมณญฺจ รูปํ, สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา นามํ. ตํ นามรูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปญฺญาปนาย เหตุ เจว ปจฺจโย จ. เอเสว นโย เสสวิญฺญาเณสุ.

๘๗. กถํ ปน, ภนฺเตติ อิทํ กิตฺตเกน นุ โขติ วฏฺฏํ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห. สกฺกายทิฏฺฐิ น โหตีติ อิทํ วิวฏฺฏํ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห.

๘๘. อยํ รูเป อสฺสาโทติ อิมินา ปริญฺญาปฏิเวโธ เจว ทุกฺขสจฺจญฺจ กถิตํ. อยํ รูเป อาทีนโวติ อิมินา ปหานปฏิเวโธ เจว สมุทยสจฺจญฺจ. อิทํ รูเป นิสฺสรณนฺติ อิมินา สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ เจว นิโรธสจฺจญฺจ. เย อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย ธมฺมา, อยํ ภาวนาปฏิเวโธ มคฺคสจฺจํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

๘๙. พหิทฺธาติ ปรสฺส สวิญฺญาณเก กาเย. สพฺพนิมิตฺเตสูติ อิมินา ปน อนินฺทฺริยพทฺธมฺปิ สงฺคณฺหาติ. ‘‘สวิญฺญาณเก กาเย’’ติ วจเนน วา อตฺตโน จ ปรสฺส จ กาโย คหิโตว, พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺตคฺคหเณน อนินฺทฺริยพทฺธํ คณฺหาติ.

๙๐. อนตฺตกตานีติ อนตฺตนิ ฐตฺวา กตานิ. กมตฺตานํ ผุสิสฺสนฺตีติ กตรสฺมึ อตฺตนิ ฐตฺวา วิปากํ ทสฺเสนฺตีติ สสฺสตทสฺสนํ โอกฺกมนฺโต เอวมาห. ตณฺหาธิปเตยฺเยนาติ ตณฺหาเชฏฺฐเกน. ตตฺร ตตฺราติ เตสุ เตสุ ธมฺเมสุ. สฏฺฐิมตฺตานนฺติ อิเม ภิกฺขู ปกติกมฺมฏฺฐานํ ชหิตฺวา อญฺญํ นวกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺตา ปลฺลงฺกํ อภินฺทิตฺวา ตสฺมึเยว อาสเน อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาปุณฺณมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.