๔. สามคามสุตฺตวณฺณนา
๔๑. เอวํ เม สุตนฺติ สามคามสุตฺตํ. ตตฺถ สามคาเมติ สามากานํ อุสฺสนฺนตฺตา เอวํลทฺธนาเม คาเม. อธุนา กาลงฺกโตติ สมฺปติ กาลํ กโต. เทฺวธิกชาตาติ เทฺวชฺฌชาตา เทฺวภาคชาตา. ภณฺฑนาทีสุ ภณฺฑนํ ปุพฺพภาคกลโห, ตํ ทณฺฑาทานาทิวเสน ปณฺณตฺติวีติกฺกมวเสน จ วทฺธิตํ กลโห, ‘‘น ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานาสี’’ติอาทิกํ วิรุทฺธวจนํ วิวาโท. วิตุทนฺตาติ วิตุชฺชนฺตา. สหิตํ เมติ มม วจนํ อตฺถสํหิตํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตว อธิจิณฺณํ จิรกาลเสวนวเสน ปคุณํ, ตํ มม วาทํ อาคมฺม นิวตฺตํ. อาโรปิโต เต วาโทติ ตุยฺหํ อุปริ มยา โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ ภตฺตปุฏํ อาทาย ตํ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา วาทปฺปโมกฺขตฺถาย อุตฺตริ ปริเยสมาโน จร. นิพฺเพเฐหิ วาติ อถ มยา อาโรปิตวาทโต อตฺตานํ โมเจหิ. สเจ ปโหสีติ สเจ สกฺโกสิ. วโธเยวาติ มรณเมว.
นาฏปุตฺติเยสูติ นาฏปุตฺตสฺส อนฺเตวาสิเกสุ. นิพฺพินฺนรูปาติ อุกฺกณฺฐิตสภาวา, อภิวาทนาทีนิ น กโรนฺติ. วิรตฺตรูปาติ วิคตเปมา. ปฏิวานรูปาติ เตสํ นิปจฺจกิริยโต นิวตฺตสภาวา. ยถา ตนฺติ ยถา จ ทุรกฺขาตาทิสภาเว ธมฺมวินเย นิพฺพินฺนวิรตฺตปฏิวานรูเปหิ ภวิตพฺพํ, ตเถว ชาตาติ อตฺโถ. ทุรกฺขาเตติ ทุกฺกถิเต. ทุปฺปเวทิเตติ ทุวิญฺญาปิเต. อนุปสมสํวตฺตนิเกติ ราคาทีนํ อุปสมํ กาตุํ อสมตฺโถ. ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ. เอตฺถ หิ นาฏปุตฺโตว เนสํ ปติฏฺเฐน ถูโป, โส ปน ภินฺโน มโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ภินฺนถูเป’’ติ. อปฺปฏิสรเณติ ตสฺเสว อภาเวน ปฏิสรณวิรหิเต.
นนุ จายํ นาฏปุตฺโต นาฬนฺทวาสิโก, โส กสฺมา ปาวายํ กาลํกโตติ. โส กิร อุปาลินา คหปตินา ปฏิวิทฺธสจฺเจน ทสหิ คาถาหิ ภาสิเต พุทฺธคุเณ สุตฺวา อุณฺหํ โลหิตํ ฉฑฺเฑสิ. อถ นํ อผาสุกํ คเหตฺวา ปาวํ อคมํสุ, โส ตตฺถ กาลมกาสิ. กาลํ กุรุมาโน จ ‘‘มม ลทฺธิ อนิยฺยานิกา สารรหิตา, มยํ ตาว นฏฺฐา, อวเสสชโน มา อปายปูรโก อโหสิ. สเจ ปนาหํ ‘มม สาสนํ อนิยฺยานิก’นฺติ วกฺขามิ, น สทฺทหิสฺสนฺติ. ยํนูนาหํ เทฺวปิ ชเน น เอกนีหาเรน อุคฺคณฺหาเปยฺยํ, เต มมจฺจเยน อญฺญมญฺญํ วิวทิสฺสนฺติ. สตฺถา ตํ วิวาทํ ปฏิจฺจ เอกํ ธมฺมกถํ กเถสฺสติ, ตโต เต สาสนสฺส มหนฺตภาวํ ชาติสฺสนฺตี’’ติ.
อถ นํ เอโก อนฺเตวาสิโก อุปสงฺกมิตฺวา อาห ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ทุพฺพลา, มยฺหํ อิมสฺมึ ธมฺเม สารํ อาจิกฺขถ อาจริยปฺปมาณ’’นฺติ. อาวุโส, ตฺวํ มมจฺจเยน สสฺสตนฺติ คเณฺหยฺยาสีติ. อปโรปิ ตํ อุปสงฺกมิ, ตํ อุจฺเฉทํ คณฺหาเปสิ. เอวํ เทฺวปิ ชเน เอกลทฺธิเก อกตฺวา พหู นานานีหาเรน อุคฺคณฺหาเปตฺวา กาลมกาสิ. เต ตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา สนฺนิปติตฺวา อญฺญมญฺญํ ปุจฺฉึสุ ‘‘กสฺสาวุโส, อาจริโย สารมาจิกฺขี’’ติ? เอโก อุฏฺฐหิตฺวา มยฺหนฺติ อาห. กึ อาจิกฺขีติ? สสฺสตนฺติ. อปโร ตํ ปฏิพาหิตฺวา มยฺหํ สารํ อาจิกฺขีติ อาห. เอวํ สพฺเพ ‘‘มยฺหํ สารํ อาจิกฺขิ, อหํ เชฏฺฐโก’’ติ อญฺญมญฺญํ วิวาทํ วฑฺเฒตฺวา อกฺโกเส เจว ปริภาเส จ หตฺถปาทปหาราทีนิ จ ปวตฺเตตฺวา เอกมคฺเคน เทฺว อคจฺฉนฺตา นานาทิสาสุ ปกฺกมึสุ, เอกจฺเจ คิหี อเหสุํ.
ภควโต ปน ธรมานกาเลปิ ภิกฺขุสงฺเฆ วิวาโท น อุปฺปชฺชิ. สตฺถา หิ เตสํ วิวาทการเณ อุปฺปนฺนมตฺเตเยว สยํ วา คนฺตฺวา เต วา ภิกฺขู ปกฺโกสาเปตฺวา ขนฺติ เมตฺตา ปฏิสงฺขา อวิหึสา สารณียธมฺเมสุ เอกํ การณํ กเถตฺวา วิวาทํ วูปสเมติ. เอวํ ธรมาโนปิ สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาว อโหสิ. ปรินิพฺพายมาโนปิ อวิวาทการณํ กตฺวาว ปรินิพฺพายิ. ภควตา หิ สุตฺเต เทสิตา จตฺตาโร มหาปเทสา (อ. นิ. ๔.๑๘๐; ที. นิ. ๒.๑๘๗) ยาวชฺชทิวสา ภิกฺขูนํ ปติฏฺฐา จ อวสฺสโย จ. ตถา ขนฺธเก เทสิตา จตฺตาโร มหาปเทสา (มหาว. ๓๐๕) สุตฺเต วุตฺตานิ จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานิ (อ. นิ. ๔.๔๒) จ. เตเนวาห – ‘‘โย โว มยา, อานนฺท, ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖).
๔๒. อถ โข จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ อยํ เถโร ธมฺมเสนาปติสฺส กนิฏฺฐภาติโก. ตํ ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺนกาเล จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ สมุทาจริตฺวา เถรกาเลปิ ตเถว สมุทาจรึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ. อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? นาฏปุตฺเต กิร กาลํกเต ชมฺพุทีเป มนุสฺสา ตตฺถ ตตฺถ กถํ ปวตฺตยึสุ – ‘‘นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เอโก สตฺถาติ ปญฺญายิตฺถ, ตสฺส กาลกิริยาย สาวกานํ เอวรูโป วิวาโท ชาโต, สมโณ ปน โคตโม ชมฺพุทีเป จนฺโท วิย สูริโย วิย จ ปากโฏเยว, กีทิโส นุ โข สมเณ โคตเม ปรินิพฺพุเต สาวกานํ วิวาโท ภวิสฺสตี’’ติ. เถโร ตํ กถํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ กถํ คเหตฺวา ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามิ, สตฺถา จ เอตํ อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา เอกํ เทสนํ กเถสฺสตี’’ติ. โส นิกฺขมิตฺวา เยน สามคาโม, เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ. อุชุเมว ภควโต สนฺติกํ อคนฺตฺวา เยนสฺส อุปชฺฌาโย อายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมีติ อตฺโถ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อุปชฺฌาโย เม มหาปญฺโญ, โส อิมํ สาสนํ สตฺถุ อาโรเจสฺสติ, อถ สตฺถา ตทนุรูปํ ธมฺมํ เทเสสฺสตี’’ติ. กถาปาภตนฺติ กถามูลํ, มูลญฺหิ ปาภตนฺติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘อปฺปเกนปิ เมธาวี, ปาภเตน วิจกฺขโณ;
สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ, อณุํ อคฺคึว สนฺธม’’นฺติ. (ชา. ๒.๑.๔);
ทสฺสนายาติ ทสฺสนตฺถาย. กึ ปนิมินา ภควา น ทิฏฺฐปุพฺโพติ? โน น ทิฏฺฐปุพฺโพ, อยญฺหิ อายสฺมา ทิวา นว วาเร รตฺตึ นว วาเรติ เอกาหํ อฏฺฐารส วาเร อุปฏฺฐานเมว คจฺฉติ. ทิวสสฺส ปน สตกฺขตฺตุํ วา สหสฺสกฺขตฺตุํ วา คนฺตุกาโม สมาโนปิ น อการณา คจฺฉติ, เอกํ ปญฺหุทฺธารํ คเหตฺวาว คจฺฉติ. โส ตํทิวสํ เตน คนฺตุกาโม เอวมาห.
อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานนฺติ เอกสฺมึ วิหาเร สงฺฆมชฺเฌ อุปฺปนฺโน วิวาโท กถํ เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตติ? โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑) วิย หิ ทฺวีสุ ภิกฺขูสุ วิวาทํ อาปนฺเนสุ ตสฺมึ วิหาเร เตสํ อนฺเตวาสิกา วิวทนฺติ, เตสํ โอวาทํ คณฺหนฺโต ภิกฺขุนิสงฺโฆ วิวทติ, ตโต เตสํ อุปฏฺฐากา วิวทนฺติ, อถ มนุสฺสานํ อารกฺขเทวตา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ตตฺถ ธมฺมวาทีนํ อารกฺขเทวตา ธมฺมวาทินิโย โหนฺติ, อธมฺมวาทีนํ อธมฺมวาทินิโย โหนฺติ. ตโต ตาสํ อารกฺขเทวตานํ มิตฺตา ภุมฺมเทวตา ภิชฺชนฺติ. เอวํ ปรมฺปราย ยาว พฺรหฺมโลกา ฐเปตฺวา อริยสาวเก สพฺเพ เทวมนุสฺสา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีหิ ปน อธมฺมวาทิโนว พหุตรา โหนฺติ, ตโต ยํ พหูหิ คหิตํ, ตํ คณฺหนฺติ. ธมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหุตราว อธมฺมํ คณฺหนฺติ. เต อธมฺมํ ปูเรตฺวา วิหรนฺตา อปาเย นิพฺพตฺตนฺติ. เอวํ เอกสฺมึ วิหาเร สงฺฆมชฺเฌ อุปฺปนฺโน วิวาโท พหูนํ อหิตาย ทุกฺขาย โหติ.
๔๓. อภิญฺญา เทสิตาติ มหาโพธิมูเล นิสินฺเนน ปจฺจกฺขํ กตฺวา ปเวทิตา. ปติสฺสยมานรูปา วิหรนฺตีติ อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ. ภควโต อจฺจเยนาติ เอตรหิ ภควนฺตํ เชฏฺฐกํ กตฺวา สคารวา วิหรนฺติ, ตุมฺหากํ, ภนฺเต, อุคฺคเตชตาย ทุราสทตาย วิวาทํ ชเนตุํ น สกฺโกนฺติ, ภควโต ปน อจฺจเยน วิวาทํ ชเนยฺยุนฺติ วทติ. ยตฺถ ปน ตํ วิวาทํ ชเนยฺยุํ, ตํ ทสฺเสนฺโต อชฺฌาชีเว วา อธิปาติโมกฺเข วาติ อาห. ตตฺถ อชฺฌาชีเวติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา – ‘‘ภิกฺขุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา (ปริ. ๒๘๗) นเยน ปริวาเร ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานิ, ตานิ ฐเปตฺวา เสสานิ สพฺพสิกฺขาปทานิ อธิปาติโมกฺขํ นาม. อปฺปมตฺตโก โส อานนฺทาติ อชฺฌาชีวํ อธิปาติโมกฺขญฺจ อารพฺภ อุปฺปนฺนวิวาโท นาม ยสฺมา ปรสฺส กถายปิ อตฺตโน ธมฺมตายปิ สลฺลกฺเขตฺวา สุปฺปชโห โหติ, ตสฺมา ‘‘อปฺปมตฺตโก’’ติ วุตฺโต.
ตตฺรายํ นโย – อิเธกจฺโจ ‘‘น สกฺกา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อนุลฺลปนฺเตน กิญฺจิ ลทฺธุ’’นฺติอาทีนิ จินฺเตตฺวา อาชีวเหตุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วา อุลฺลปติ สญฺจริตฺตํ วา อาปชฺชติ, โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหาติอาทินา นเยน สามนฺตชปฺปนํ วา กโรติ, อคิลาโน วา อตฺตโน อตฺถาย ปณีตโภชนานิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, ภิกฺขุนี วา ปน ตานิ วิญฺญาเปตฺวา ปาฏิเทสนียํ อาปชฺชติ, โย โกจิ ทุกฺกฏวตฺถุกํ ยํกิญฺจิ สูโปทนวิญฺญตฺติเมว วา กโรติ, อญฺญตรํ วา ปน ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรนฺโต วิหรติ, ตเมนํ สพฺรหฺมจารี เอวํ สญฺชานนฺติ – ‘‘กึ อิมสฺส อิมินา ลาเภน ลทฺเธน, โย สาสเน ปพฺพชิตฺวา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรตี’’ติ. อตฺตโน ธมฺมตายปิสฺส เอวํ โหติ – ‘‘กิสฺส มยฺหํ อิมินา ลาเภน, ยฺวาหํ เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตฺวา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ, ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรมี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ตโต โอรมติ. เอวํ ปรสฺส กถายปิ อตฺตโน ธมฺมตายปิ สลฺลกฺเขตฺวา สุปฺปชโห โหติ. เตน ภควา ‘‘อปฺปมตฺตโก’’ติ อาห.
มคฺเค วา หิ, อานนฺท, ปฏิปทาย วาติ โลกุตฺตรมคฺคํ ปตฺวา วิวาโท นาม สพฺพโส วูปสมฺมติ, นตฺถิ อธิคตมคฺคานํ วิวาโท. ปุพฺพภาคมคฺคํ ปน ปุพฺพภาคปฏิปทญฺจ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
ตตฺรายํ นโย – เอวํ ภิกฺขุํ มนุสฺสา โลกุตฺตรธมฺเม สมฺภาเวนฺติ. โส สทฺธิวิหาริกาทโย อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิเต ปุจฺฉติ ‘‘กึ อาคตตฺถา’’ติ. มนสิกาตพฺพกมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉิตุํ, ภนฺเตติ. นิสีทถ, ขเณเนว อรหตฺตํ ปาเปตุํ สมตฺถกมฺมฏฺฐานกถํ อาจิกฺขิสฺสามีติ วตฺวา วทติ – ‘‘อิธ ภิกฺขุ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา นิสินฺโน มูลกมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, ตสฺส ตํ มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ. อยํ ปฐมมคฺโค นาม. โส ทุติยํ โอภาสญาณํ นิพฺพตฺเตติ, ทุติยมคฺโค อธิคโต โหติ, เอวํ ตติยญฺจ จตุตฺถญฺจ. เอตฺตาวตา มคฺคปฺปตฺโต เจว ผลปฺปตฺโต จ โหตี’’ติ. อถ เต ภิกฺขู ‘‘อขีณาสโว นาม เอวํ กมฺมฏฺฐานํ กเถตุํ น สกฺโกติ, อทฺธายํ ขีณาสโว’’ติ นิฏฺฐํ คจฺฉนฺติ.
โส อปเรน สมเยน กาลํ กโรติ. สมนฺตา ภิกฺขาจารคาเมหิ มนุสฺสา อาคนฺตฺวา ปุจฺฉนฺติ ‘‘เกนจิ, ภนฺเต, เถโร ปญฺหํ ปุจฺฉิโต’’ติ. อุปาสกา ปุพฺเพว เถเรน ปโญฺห กถิโต อมฺหากนฺติ. เต ปุปฺผมณฺฑปํ ปุปฺผกูฏาคารํ สชฺเชตฺวา สุวณฺเณน อกฺขิปิธานมุขปิธานาทึ กริตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา สตฺตาหํ สาธุกีฬิกํ กีเฬตฺวา ฌาเปตฺวา อฏฺฐีนิ อาทาย เจติยํ กโรนฺติ. อญฺเญ อาคนฺตุกา วิหารํ อาคนฺตฺวา ปาเท โธวิตฺวา ‘‘มหาเถรํ ปสฺสิสฺสาม, กหํ, อาวุโส, มหาเถโร’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ปรินิพฺพุโต, ภนฺเตติ. ทุกฺกรํ, อาวุโส, เถเรน กตํ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตนฺเตน, ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ, อาวุโสติ. ภิกฺขูนํ กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต อิมินา นิยาเมน กเถสิ, ภนฺเตติ. น เอโส, อาวุโส, มคฺโค, วิปสฺสนุปกฺกิเลโส นาเมส, น ตุเมฺห ชานิตฺถ, ปุถุชฺชโน, อาวุโส, เถโรติ. เต กลหํ กโรนฺตา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘สกลวิหาเร ภิกฺขู จ ภิกฺขาจารคาเมสุ มนุสฺสา จ น ชานนฺติ, ตุเมฺหเยว ชานาถ. กตรมคฺเคน ตุเมฺห อาคตา, กึ โว วิหารทฺวาเร เจติยํ น ทิฏฺฐ’’นฺติ. เอวํวาทีนํ ปน ภิกฺขูนํ สตํ วา, โหตุ สหสฺสํ วา, ยาว ตํ ลทฺธึ นปฺปชหนฺติ, สคฺโคปิ มคฺโคปิ วาริโตเยว.
อปโรปิ ตาทิโสว กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เอวํ กเถติ – จิตฺเตเนว ตีสุ อุทฺธเนสุ ตีณิ กปลฺลานิ อาโรเปตฺวา เหฏฺฐา อคฺคึ กตฺวา จิตฺเตเนว อตฺตโน ทฺวตฺตึสาการํ อุปฺปาเฏตฺวา กปลฺเลสุ ปกฺขิปิตฺวา จิตฺเตเนว ทณฺฑเกน ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา ภชฺชิตพฺพํ, ยา ฌายมาเน ฉาริกา โหติ, สา มุขวาเตน ปลาเสตพฺพา. เอตฺตเกน ธูตปาโป นาเมส สมโณ โหติ. เสสํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
อปโร เอวํ กเถติ – จิตฺเตเนว มหาจาฏึ ฐเปตฺวา มตฺถุํ โยเชตฺวา จิตฺเตเนว อตฺตโน ทฺวตฺตึสาการํ อุปฺปาเฏตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปิตฺวา มตฺถุํ โอตาเรตฺวา มนฺถิตพฺพํ. มถิยมานํ วิลียติ, วิลีเน อุปริ เผโณ อุคฺคจฺฉติ. โส เผโณ ปริภุญฺชิตพฺโพ. เอตฺตาวตา โว อมตํ ปริภุตฺตํ นาม ภวิสฺสติ. อิโต ปรํ ‘‘อถ เต ภิกฺขู’’ติอาทิ สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
๔๔. อิทานิ โย เอวํ วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส มูลํ ทสฺเสนฺโต ฉยิมานีติอาทิมาห. ตตฺถ อคารโวติ คารววิรหิโต. อปฺปติสฺโสติ อปฺปติสฺสโย อนีจวุตฺติ. เอตฺถ ปน โย ภิกฺขุ สตฺถริ ธรมาเน ตีสุ กาเลสุ อุปฏฺฐานํ น ยาติ, สตฺถริ อนุปาหเน จงฺกมนฺเต สอุปาหโน จงฺกมติ, นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺเต อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ, เหฏฺฐา วสนฺเต อุปริ วสติ, สตฺถุ ทสฺสนฏฺฐาเน อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตํ ธาเรติ, อุปาหนํ ธาเรติ, นฺหานติตฺเถ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา กโรติ, ปรินิพฺพุเต วา ปน เจติยํ วนฺทิตุํ น คจฺฉติ, เจติยสฺส ปญฺญายนฏฺฐาเน สตฺถุทสฺสนฏฺฐาเน วุตฺตํ สพฺพํ กโรติ, อญฺเญหิ จ ภิกฺขูหิ ‘‘กสฺมา เอวํ กโรสิ, น อิทํ วฏฺฏติ, สมฺมาสพุทฺธสฺส นาม ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตูณฺหี โหติ, กึ พุทฺโธ พุทฺโธติ วทสี’’ติ ภณติ, อยํ สตฺถริ อคารโว นาม.
โย ปน ธมฺมสฺสวเน สงฺฆุฏฺเฐ สกฺกจฺจํ น คจฺฉติ, สกฺกจฺจํ ธมฺมํ น สุณาติ, นิทฺทายติ วา สลฺลเปนฺโต วา นิสีทติ, สกฺกจฺจํ น คณฺหาติ น ธาเรติ, ‘‘กึ ธมฺเม อคารวํ กโรสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตุณฺหี โหติ, ธมฺโม ธมฺโมติ วทสิ, กึ ธมฺโม นามา’’ติ วทติ, อยํ ธมฺเม อคารโว นาม.
โย ปน เถเรน ภิกฺขุนา อนชฺฌิฏฺโฐ ธมฺมํ เทเสติ, นิสีทติ ปญฺหํ กเถติ, วุฑฺเฒ ภิกฺขู ฆฏฺเฏนฺโต คจฺฉติ, ติฏฺฐติ นิสีทติ, ทุสฺสปลฺลตฺถิกํ วา หตฺถปลฺลตฺถิกํ วา กโรติ, สงฺฆมชฺเฌ อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตุปาหนํ ธาเรติ, ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘ตุณฺหี โหติ, สงฺโฆ สงฺโฆติ วทสิ, กึ สงฺโฆ, มิคสงฺโฆ อชสงฺโฆ’’ติอาทีนิ วทติ, อยํ สงฺเฆ อคารโว นาม. เอกภิกฺขุสฺมิมฺปิ หิ อคารเว กเต สงฺเฆ กโตเยว โหติ. ติสฺโส สิกฺขา ปน อปริปูรยมาโนว สิกฺขาย น ปริปูรการี นาม.
อชฺฌตฺตํ วาติ อตฺตนิ วา อตฺตโน ปริสาย วา. พาหิทฺธาติ ปรสฺมึ วา ปรสฺส ปริสาย วา.
๔๖. อิทานิ อยํ ฉ ฐานานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนวิวาโท วฑฺฒนฺโต ยานิ อธิกรณานิ ปาปุณาติ, ตานิ ทสฺเสตุํ จตฺตาริมานีติอาทิมาห. ตตฺถ วูปสมนตฺถาย ปวตฺตมาเนหิ สมเถหิ อธิกาตพฺพานีติ อธิกรณานิ. วิวาโทว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย.
อิทานิ อิมานิปิ จตฺตาริ อธิกรณานิ ปตฺวา อุปริ วฑฺเฒนฺโต โส วิวาโท เยหิ สมเถหิ วูปสมฺมติ, เตสํ ทสฺสนตฺถํ สตฺต โข ปนิเมติอาทิมาห. ตตฺถ อธิกรณานิ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติ อธิกรณสมถา. อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานนฺติ อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานํ. อธิกรณานนฺติ เอเตสํ วิวาทาธิกรณาทีนํ จตุนฺนํ. สมถาย วูปสมายาติ สมนตฺถญฺเจว วูปสมนตฺถญฺจ. สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโกติ อิเม สตฺต สมถา ทาตพฺพา.
ตตฺรายํ วินิจฺฉยกถา – อธิกรเณสุ ตาว ธมฺโมติ วา อธมฺโมติ วาติ อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตานํ ภิกฺขูนํ โย วิวาโท, อิทํ วิวาทาธิกรณํ นาม. สีลวิปตฺติยา วา อาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺติยา วา อนุวทนฺตานํ โย อนุวาโท อุปวทนา เจว โจทนา จ, อิทํ อนุวาทาธิกรณํ นาม. มาติกายํ อาคตา ปญฺจ วิภงฺเค เทฺวติ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ นาม. ยํ สงฺฆสฺส อปโลกนาทีนํ จตุนฺนํ กมฺมานํ กรณํ, อิทํ กิจฺจาธิกรณํ นาม.
ตตฺถ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ. สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว วา, อญฺญตฺถ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา, ยตฺถ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน วา คเณน วา วูปสเมตุํ อสกฺโกนฺเต ตตฺเถว อุพฺพาหิกาย สมฺมตปุคฺคเลหิ วา วินิจฺฉิตํ สมฺมติ. เอวํ สมฺมมาเน ปน ตสฺมึ ยา สงฺฆสมฺมุขตา ธมฺมสมฺมุขตา, วินยสมฺมุขตา, ปุคฺคลสมฺมุขตา, อยํ สมฺมุขาวินโย นาม.
ตตฺถ จ การกสงฺฆสฺส สามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว สงฺฆสมฺมุขตา. สเมตพฺพสฺส วตฺถุโน ภูตตา ธมฺมสมฺมุขตา. ยถา ตํ สเมตพฺพํ, ตเถว สมนํ วินยสมฺมุขตา. โย จ วิวทติ, เยน จ วิวทติ, เตสํ อุภินฺนํ อตฺตปจฺจตฺถิกานํ สมฺมุขีภาโว ปุคฺคลสมฺมุขตา. อุพฺพาหิกาย วูปสเม ปเนตฺถ สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ. เอวํ ตาว สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมติ.
สเจ ปเนวมฺปิ น สมฺมติ, อถ นํ อุพฺพาหิกาย สมฺมตา ภิกฺขู ‘‘น มยํ สกฺโกม วูปสเมตุ’’นฺติ สงฺฆสฺเสว นิยฺยาเตนฺติ. ตโต สงฺโฆ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ สลากคฺคาหกํ สมฺมนฺนิตฺวา เตน คุฬฺหกวิวฏกสกณฺณชปฺปเกสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสุ อญฺญตรวเสน สลากํ คาเหตฺวา สนฺนิปติตปริสาย ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาย ยถา เต ธมฺมวาทิโน วทนฺติ, เอวํ วูปสนฺตํ อธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินโย วุตฺตนโย เอว. ยํ ปน เยภุยฺยสิกาย กมฺมสฺส กรณํ, อยํ เยภุยฺยสิกา นาม. เอวํ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ.
อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ ตสฺสปาปิยสิกาย จ. สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ โย จ อนุวทติ, ยญฺจ อนุวทติ, เตสํ วจนํ สุตฺวา, สเจ กาจิ อาปตฺติ นตฺถิ, อุโภ ขมาเปตฺวา, สเจ อตฺถิ, อยํ นาเมตฺถ อาปตฺตีติ เอวํ วินิจฺฉิตํ วูปสมฺมติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินยลกฺขณํ วุตฺตนยเมว.
ยทา ปน ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน อมูลิกาย สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํสิตสฺส สติวินยํ ยาจมานสฺส สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน สติวินยํ เทติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ. ทินฺเน ปน สติวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ อนุวาโท น รุหติ.
ยทา อุมฺมตฺตโก ภิกฺขุ อุมฺมาทวเสน กเต อสฺสามณเก อชฺฌาจาเร ‘‘สรตายสฺมา เอวรูปึ อาปตฺติ’’นฺติ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน – ‘‘อุมฺมตฺตเกน เม, อาวุโส, เอตํ กตํ, นาหํ ตํ สรามี’’ติ ภณนฺโตปิ ภิกฺขูหิ โจทิยมาโนว ปุน อโจทนตฺถาย อมูฬฺหวินยํ ยาจติ, สงฺโฆ จสฺส ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อมูฬฺหวินยํ เทติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ. ทินฺเน ปน อมูฬฺหวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ ตปฺปจฺจยา อนุวาโท น รุหติ.
ยทา ปน ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา โจทิยมานสฺส อญฺเญนาญฺญํ ปฏิจรโต ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิยสฺส ปุคฺคลสฺส – ‘‘สจายํ อจฺฉินฺนมูโล ภวิสฺสติ, สมฺมา วตฺติตฺวา โอสารณํ ลภิสฺสติ, สเจ ฉินฺนมูโล, อยเมวสฺส นาสนา ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ตสฺสปาปิยสิกํ กโรติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ ตสฺส ปาปิยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ. เอวํ อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ.
อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ติณวตฺถารเกน จ. ตสฺส สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ. ยทา ปน เอกสฺส วา ภิกฺขุโน สนฺติเก สงฺฆคณมชฺเฌสุ วา ภิกฺขุ ลหุกํ อาปตฺตึ เทเสติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ วูปสมฺมติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ตาว โย จ เทเสติ, ยสฺส จ เทเสติ, เตสํ สมฺมุขตา. เสสํ วุตฺตนยเมว. ปุคฺคลสฺส จ คณสฺส จ เทสนากาเล สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ. ยํ ปเนตฺถ ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อปนฺโน’’ติ จ, อาม ‘‘ปสฺสามี’’ติ จ ปฏิญฺญาตาย ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ กรณํ, ตํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม. สงฺฆาทิเสเส ปริวาสาทิยาจนา ปฏิญฺญา, ปริวาสาทีนํ ทานํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม.
เทฺวปกฺขชาตา ปน ภณฺฑนการกา ภิกฺขู พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจารํ จริตฺวา ปุน ลชฺชิธมฺเม อุปฺปนฺเน ‘‘สเจ มยํ อิมาหิ อาปตฺตีหิ อญฺญมญฺญํ กาเรสฺสาม, สิยาปิ ตํ อธิกรณํ กกฺขฬตฺตาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ อญฺญมญฺญํ อาปตฺติยา การาปเน โทสํ ทิสฺวา ยทา ติณวตฺถารกกมฺมํ กโรนฺติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ สมฺมติ. ตตฺร หิ ยตฺตกา หตฺถปาสุปคตา ‘‘น เม ตํ ขมตี’’ติ เอวํ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ อกตฺวา ‘‘ทุกฺกฏํ กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ กมฺม’’นฺติ น อุกฺโกเฏนฺติ, นิทฺทมฺปิ โอกฺกนฺตา โหนฺติ, สพฺเพสมฺปิ ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชญฺจ คิหิปฏิสํยุตฺตญฺจ สพฺพาปตฺติโย วุฏฺฐหนฺติ. เอวํ อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ. กิจฺจาธิกรณํ เอเกน สมเถน สมฺมติ สมฺมุขาวินเยเนว.
อิมานิ จตฺตาริ อธิกรณานิ ยถานุรูปํ อิเมหิ สตฺตหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโก’’ติ. อยเมตฺถ วินิจฺฉยนโย, วิตฺถาโร ปน สมถกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๘๕) อาคโตเยว. วินิจฺฉโยปิสฺส สมนฺตปาสาทิกาย วุตฺโต.
๔๗. โย ปนายํ อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขู วิวทนฺตี’’ติอาทิโก วิตฺถาโร วุตฺโต, โส เอเตน นเยน สงฺเขปโตว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ธมฺโมติอาทีสุ สุตฺตนฺตปริยาเยน ตาว ทส กุสลกมฺมปถา ธมฺโม, อกุสลกมฺมปถา อธมฺโม. ตถา ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ เหฏฺฐา อาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา, ตโย สติปฏฺฐานา ตโย สมฺมปฺปธานา ตโย อิทฺธิปาทา ฉ อินฺทฺริยานิ ฉ พลานิ อฏฺฐ โพชฺฌงฺคา นวงฺคิโก มคฺโค จาติ, จตฺตาโร อุปาทานา ปญฺจ นีวรณานีติอาทโย สงฺกลิฏฺฐธมฺมา จาติ อยํ อธมฺโม.
ตตฺถ ยํกิญฺจิ เอกํ อธมฺมโกฏฺฐาสํ คเหตฺวา ‘‘อิมํ อธมฺมํ ธมฺโมติ กริสฺสาม, เอวํ อมฺหากํ อาจริยกุลํ นิยฺยานิกํ ภวิสฺสติ, มยญฺจ โลเก ปากฏา ภวิสฺสามา’’ติ ตํ อธมฺมํ ‘‘ธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา ธมฺโมติ วิวทนฺติ. ตตฺเถว ธมฺมโกฏฺฐาเสสุ เอกํ คเหตฺวา ‘‘อธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา อธมฺโมติ วิวทนฺติ.
วินยปริยาเยน ปน ภูเตน วตฺถุนา โจเทตฺวา สาเรตฺวา ยถาปฏิญฺญาย กาตพฺพกมฺมํ ธมฺโม นาม, อภูเตน ปน วตฺถุนา อโจเทตฺวา อสาเรตฺวา อปฏิญฺญาย กตพฺพกมฺมํ อธมฺโม นาม. เตสุปิ อธมฺมํ ‘‘ธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา ธมฺโมติ วิวทนฺติ, ‘‘อธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา อธมฺโมติ วิวทนฺติ.
สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน ราควินโย โทสวินโย โมหวินโย สํวโร ปหานํ ปฏิสงฺขาติ อยํ วินโย นาม, ราคาทีนํ อวินโย อสํวโร อปฺปหานํ อปฺปฏิสงฺขาติ อยํ อวินโย นาม. วินยปริยาเยน วตฺถุสมฺปตฺติ ญตฺติสมฺปตฺติ อนุสาวนสมฺปตฺติ สีมสมฺปติ ปริสสมฺปตฺตีติ อยํ วินโย นาม, วตฺถุวิปตฺติ…เป… ปริสวิปตฺตีติ อยํ อวินโย นาม. เตสุปิ ยํกิญฺจิ อวินยํ ‘‘วินโย อย’’นฺติ กเถนฺตา วินโยติ วิวทนฺติ, วินยํ อวินโยติ กเถนฺตา อวินโยติ วิวทนฺติ.
ธมฺมเนตฺติ สมนุมชฺชิตพฺพาติ ธมฺมรชฺชุ อนุมชฺชิตพฺพา ญาเณน ฆํสิตพฺพา อุปปริกฺขิตพฺพา. สา ปเนสา ธมฺมเนตฺติ ‘‘อิติ โข วจฺฉ อิเม ทส ธมฺมา อกุสลา ทส ธมฺมา กุสลา’’ติ เอวํ มหาวจฺฉโคตฺตสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๙๔) อาคตาติ วุตฺตา. สา เอว วา โหตุ, โย วา อิธ ธมฺโมติ จ วินโย จ วุตฺโต. ยถา ตตฺถ สเมตีติ ยถา ตาย ธมฺมเนตฺติยา สเมติ, ‘‘ธมฺโม ธมฺโมว โหติ, อธมฺโม อธมฺโมว, วินโย วินโยว โหติ, อวินโย อวินโยว’’. ตถา ตนฺติ เอวํ ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ. เอกจฺจานํ อธิกรณานนฺติ อิธ วิวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ, สมฺมุขาวินโย ปน น กิสฺมิญฺจิ อธิกรเณ น ลพฺภติ.
๔๘. ตํ ปเนตํ ยสฺมา ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ, ตสฺมา เหฏฺฐา มาติกาย ฐปิตานุกฺกเมน อิทานิ สติวินยสฺส วาเร ปตฺเตปิ ตํ อวตฺวา วิวาทาธิกรณเยว ตาว ทุติยสมถํ ทสฺเสนฺโต กถญฺจานนฺท, เยภุยฺยสิกาติอาทิมาห. ตตฺถ พหุตราติ อนฺตมโส ทฺวีหิ ตีหิปิ อติเรกตรา. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๔๙. อิทานิ เหฏฺฐา อวิตฺถาริตํ สติวินยํ อาทึ กตฺวา วิตฺถาริตาวเสสสมเถ ปฏิปาฏิยา วิตฺถาเรตุํ กถญฺจานนฺท, สติวินโยติอาทิมาห. ตตฺถ ปาราชิกสามนฺเตน วาติ เทฺว สามนฺตานิ ขนฺธสามนฺตญฺจ อาปตฺติสามนฺตญฺจ. ตตฺถ ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺโธ สงฺฆาทิเสสาปตฺติกฺขนฺโธ ถุลฺลจฺจย-ปาจิตฺติย-ปาฏิเทสนีย-ทุกฺกฏ-ทุพฺภาสิตาปตฺติกฺขนฺโธติ เอวํ ปุริมสฺส ปจฺฉิมขนฺธํ ขนฺธสามนฺตํ นาม โหติ. ปฐมปาราชิกสฺส ปน ปุพฺพภาเค ทุกฺกฏํ, เสสานํ ถุลฺลจฺจยนฺติ อิทํ อาปตฺติสามนฺตํ นาม. ตตฺถ ขนฺธสามนฺเต ปาราชิกสามนฺตํ ครุกาปตฺติ นาม โหติ. สรตายสฺมาติ สรตุ อายสฺมา. เอกจฺจานํ อธิกรณานนฺติ อิธ อนุวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ.
๕๐. ภาสิตปริกฺกนฺตนฺติ วาจาย ภาสิตํ กาเยน จ ปริกฺกนฺตํ, ปรกฺกมิตฺวา กตนฺติ อตฺโถ. เอกจฺจานนฺติ อิธาปิ อนุวาทาธิกรณเมว อธิปฺเปตํ. ปฏิญฺญาตกรเณ ‘‘เอกจฺจาน’’นฺติ อาปตฺตาธิกรณํ ทสฺสิตํ.
๕๒. ทวาติ สหสา. รวาติ อญฺญํ ภณิตุกาเมน อญฺญํ วุตฺตํ. เอวํ โข, อานนฺท, ตสฺสปาปิยสิกา โหตีติ ตสฺสปุคฺคลสฺส ปาปุสฺสนฺนตา ปาปิยสิกา โหติ. อิมินา กมฺมสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ. เอวรูปสฺส หิ ปุคฺคลสฺส กมฺมํ กาตฺตพฺพํ. กมฺเมน หิ อธิกรณสฺส วูปสโม โหติ, น ปุคฺคลสฺส ปาปุสฺสนฺนตาย. อิธาปิ จ อนุวาทาธิกรณเมว อธิกรณนฺติ เวทิตพฺพํ.
๕๓. กถญฺจานนฺท, ติณวตฺถารโกติ เอตฺถ อิทํ กมฺมํ ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโกติ วุตฺตํ. ยถา หิ คูถํ วา มุตฺตํ วา ฆฏฺฏิยมานํ ทุคฺคนฺธตาย พาธติ, ติเณหิ อวตฺถริตฺวา สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปนสฺส โส คนฺโธ น พาธติ, เอวเมว ยํ อธิกรณํ มูลานุมูลํ คนฺตฺวา วูปสมิยมานํ กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตาย เภทาย สํวตฺตติ, ตํ อิมินา กมฺเมน วูปสนฺตํ คูถํ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ วูปสนฺตํ โหตีติ อิทํ กมฺมํ ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโกติ วุตฺตํ. ตสฺส อิธานนฺท, ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานนฺติอาทิวจเนน อาการมตฺตเมว ทสฺสิตํ, ขนฺธเก อาคตาเยว ปเนตฺถ กมฺมวาจา ปมาณํ. ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชํ ฐเปตฺวา คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ. เอตฺถ ปน ถุลฺลวชฺชนฺติ ถูลฺลวชฺชํ ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจ. คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนธมฺมิกปฏิสฺสเวสุ อาปนฺนา อาปตฺติ. อธิกรณานนฺติ อิธ อาปตฺตาธิกรณเมว เวทิตพฺพํ. กิจฺจาธิกรณสฺส ปน วเสน อิธ น กิญฺจิ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ น วุตฺตํ, สมฺมุขาวินเยเนว ปนสฺส วูปสโม โหตีติ เวทิตพฺโพ.
๕๔. ฉยิเม, อานนฺท, ธมฺมา สารณียาติ เหฏฺฐา กลหวเสน สุตฺตํ อารทฺธํ, อุปริ สารณียธมฺมา อาคตา. อิติ ยถานุสนฺธินาว เทสนา คตา โหติ. เหฏฺฐา โกสมฺพิยสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๙๘-๕๐๐) ปน โสตาปตฺติมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ กถิตา, อิมสฺมึ สุตฺเต โสตาปตฺติผลสมฺมาทิฏฺฐิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อณุนฺติ อปฺปสาวชฺชํ. ถูลนฺติ มหาสาวชฺชํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
สามคามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.