๒. เสลสุตฺตวณฺณนา

๓๙๖. เอวํ เม สุตนฺติ เสลสุตฺตํ. ตตฺถ องฺคุตฺตราเปสูติอาทิ โปตลิยสุตฺเต วิตฺถาริตเมว. อฑฺฒเตฬเสหีติ อฑฺเฒน เตฬเสหิ, ทฺวาทสหิ สเตหิ ปญฺญาสาย จ ภิกฺขูหิ สทฺธินฺติ วุตฺตํ โหติ. เต ปน สาวกสนฺนิปาเต สนฺนิปติตา ภิกฺขูเยว สพฺเพ เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชาย ปพฺพชิตา ขีณาสวา. เกณิโยติ ตสฺส นามํ, ชฏิโลติ ตาปโส. โส กิร พฺราหฺมณมหาสาโล, ธนรกฺขณตฺถาย ปน ตาปสปพฺพชฺชํ สมาทาย รญฺโญ ปณฺณาการํ ทตฺวา ภูมิภาคํ คเหตฺวา ตตฺถ อสฺสมํ กาเรตฺวา วสติ ปญฺจหิ สกฏสเตหิ วณิชฺชํ ปโยเชตฺวา กุลสหสฺสสฺส นิสฺสโย หุตฺวา, อสฺสเมปิ จสฺส เอโก ตาลรุกฺโข ทิวเส ทิวเส เอกํ โสวณฺณมยํ ตาลผลํ มุญฺจตีติ วทนฺติ. โส ทิวา กาสายานิ ธาเรติ, ชฏา จ พนฺธติ, รตฺตึ กามสมฺปตฺตึ อนุภวติ. ธมฺมิยา กถายาติ ปานกานิสํสปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย. อยญฺหิ เกณิโย ตุจฺฉหตฺโถ ภควโต ทสฺสนาย คนฺตุํ ลชฺชายมาโน – ‘‘วิกาลโภชนา วิรตานมฺปิ ปานกํ กปฺปตี’’ติ จินฺเตตฺวา สุสงฺขตพทรปานํ ปญฺจหิ กาชสเตหิ คาหาเปตฺวา อคมาสิ. เอวํ คตภาโว จสฺส – ‘‘อถ โข เกณิยสฺส ชฏิลสฺส เอตทโหสิ กึ นุ โข อหํ สมณสฺส โคตมสฺส หราเปยฺย’’นฺติ เภสชฺชกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๐๐) ปาฬิอารุโฬฺหเยว.

ทุติยมฺปิ โข ภควาติ กสฺมา ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิปิ? ติตฺถิยานํ ปฏิกฺเขปปสนฺนตาย, อการณเมตํ, นตฺถิ พุทฺธานํ ปจฺจยเหตุ เอวรูปํ โกหญฺญํ. อยํ ปน อฑฺฒเตฬสานิ ภิกฺขุสตานิ ทิสฺวา เอตฺตกานํเยว ภิกฺขํ ปฏิยาเทสฺสติ, เสฺวว เสโล ตีหิ ปุริสสเตหิ สทฺธึ ปพฺพชิสฺสติ. อยุตฺตํ โข ปน นวเก อญฺญโต เปเสตฺวา อิเมเหว สทฺธึ คนฺตุํ, อิเม วา อญฺญโต เปเสตฺวา นวเกหิ สทฺธึ คนฺตุํ. อถาปิ สพฺเพ คเหตฺวา คมิสฺสามิ, ภิกฺขาหาโร นปฺปโหสฺสติ. ตโต ภิกฺขูสุ ปิณฺฑาย จรนฺเตสุ มนุสฺสา อุชฺฌายิสฺสนฺติ – ‘‘จิรสฺสาปิ เกณิโย สมณํ โคตมํ นิมนฺเตตฺวา ยาปนมตฺตํ ทาตุํ นาสกฺขี’’ติ, สยมฺปิ วิปฺปฏิสารี ภวิสฺสติ. ปฏิกฺเขเป ปน กเต ‘‘สมโณ โคตโม ปุนปฺปุนํ ‘ตฺวญฺจ พฺราหฺมเณสุ อภิปฺปสนฺโน’ติ พฺราหฺมณานํ นามํ คณฺหาตี’’ติ จินฺเตตฺวา พฺราหฺมเณปิ นิมนฺเตตุกาโม ภวิสฺสติ, ตโต พฺราหฺมเณ ปาฏิเยกฺกํ นิมนฺเตสฺสติ, เต เตน นิมนฺติตา ภิกฺขู หุตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ. เอวมสฺส สทฺธา อนุรกฺขิตา ภวิสฺสตีติ ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิปิ. กิญฺจาปิ โข, โภติ อิมินา อิทํ ทีเปติ, – ‘‘โภ โคตม, กึ ชาตํ ยทิ อหํ พฺราหฺมเณสุ อภิปฺปสนฺโน, อธิวาเสตุ ภวํ โคตโม, อหํ พฺราหฺมณานมฺปิ ทาตุํ สกฺโกมิ ตุมฺหากมฺปี’’ติ.

กายเวยฺยาวฏิกนฺติ กายเวยฺยาวจฺจํ. มณฺฑลมาฬนฺติ ทุสฺสมณฺฑปํ.

๓๙๗. อาวาโหติ กญฺญาคหณํ. วิวาโหติ กญฺญาทานํ. โส เม นิมนฺติโตติ โส มยา นิมนฺติโต. อถ พฺราหฺมโณ ปริปกฺโกปนิสฺสยตฺตา พุทฺธสทฺทํ สุตฺวาว อมเตเนวาภิสิตฺโต ปสาทํ อาวิกโรนฺโต พุทฺโธติ, โภ เกณิย, วเทสีติ อาห. เกณิโย ยถาภูตํ อาจิกฺขนฺโต พุทฺโธติ, โภ เสล, วทามีติ อาห. ตโต นํ ปุนปิ ทฬฺหีกรณตฺถํ ปุจฺฉิ, อิตโรปิ ตเถว อาโรเจสิ.

๓๙๘. อถสฺส กปฺปสตสหสฺเสหิปิ พุทฺธสทฺทสฺเสว ทุลฺลภภาวํ สมฺปสฺสโต. เอตทโหสีติ. เอตํ ‘‘โฆโสปิ โข’’ติอาทิ อโหสิ. นีลวนราชีติ นีลวณฺณรุกฺขปนฺติ. ปเท ปทนฺติ ปทปฺปมาเณ ปทํ. อจฺจาสนฺเน หิ อติทูเร วา ปาเท นิกฺขิปมาเน สทฺโท อุฏฺฐาติ, ตํ ปฏิเสเธนฺโต เอวมาห. สีหาว เอกจราติ คณวาสี สีโห สีหโปตกาทีหิ สทฺธึ ปมาทํ อาปชฺชติ, เอกจโร อปฺปมตฺโต โหติ. อิติ อปฺปมาทวิหารํ ทสฺเสนฺโต เอกจรสีเหน โอปมฺมํ กโรติ. มา เม โภนฺโตติ อาจารํ สิกฺขาเปนฺโต อาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สเจ ตุเมฺห กถาวารํ อลภิตฺวา มม กถาย อนฺตเร กถํ ปเวเสสฺสถ, ‘‘อนฺเตวาสิเก สิกฺขาเปตุํ นาสกฺขี’’ติ มยฺหํ ครหา อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺมา โอกาสํ ปสฺสิตฺวา มนฺเตยฺยาถาติ. โน จ โข นํ ชานามีติ วิปสฺสีปิ โพธิสตฺโต จตุราสีติสหสฺสตฺเถรปพฺพชิตปริวาโร สตฺต มาสานิ โพธิสตฺตจาริกํ จริ, พุทฺธุปฺปาทกาโล วิย อโหสิ. อมฺหากมฺปิ โพธิสตฺโต ฉพฺพสฺสานิ โพธิสตฺตจาริกํ จริ. เอวํ ปริปุณฺณสรีรลกฺขเณหิ สมนฺนาคตาปิ พุทฺธา น โหนฺติ. ตสฺมา พฺราหฺมโณ ‘‘โน จ โข นํ ชานามี’’ติ อาห.

๓๙๙. ปริปุณฺณกาโยติ ลกฺขเณหิ ปริปุณฺณตาย อหีนงฺคตาย จ ปริปุณฺณสรีโร. สุรุจีติ สุนฺทรสรีรปฺปโภ. สุชาโตติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา สณฺฐานสมฺปตฺติยา จ สุนิพฺพตฺโต. จารุทสฺสโนติ สุจิรมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติชนโก มโนหรทสฺสโน. สุวณฺณวณฺโณติ สุวณฺณสทิสวณฺโณ. สุสุกฺกทาโฐติ สุฏฺฐุ สุกฺกทาโฐ. มหาปุริสลกฺขณาติ ปฐมํ วุตฺตพฺยญฺชนาเนว วจนนฺตเรน นิคเมนฺโต อาห.

อิทานิ เตสุ ลกฺขเณสุ อตฺตโน จิตฺตรุจิตานิ คเหตฺวา โถเมนฺโต ปสนฺนเนตฺโตติอาทิมาห. ภควา หิ ปญฺจวณฺณปสาทสมฺปตฺติยา ปสนฺนเนตฺโต, ปุณฺณจนฺทสทิสมุขตาย สุมุโข, อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา พฺรหา, พฺรหฺมุชุคตฺตตาย อุชุ, ชุติมนฺตตาย ปตาปวา. ยมฺปิ เจตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ตํ ‘‘มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺสา’’ติ อิมินา ปริยาเยน โถมยตา ปุน วุตฺตํ. เอทิโส หิ เอวํ วิโรจติ. อุตฺตรคาถายปิ เอเสว นโย. อุตฺตมวณฺณีโนติ อุตฺตมวณฺณสมฺปนฺนสฺส. รเถสโภติ อุตฺตมสารถิ. ชมฺพุสณฺฑสฺสาติ ชมฺพุทีปสฺส. ปากเฏน อิสฺสริยํ อิสฺสโร โหติ.

ขตฺติยาติ ชาติขตฺติยา. โภคีติ โภคิยา. ราชาโนติ เย เกจิ รชฺชํ กาเรนฺตา. ราชาภิราชาติ ราชูนํ ปูชนีโย, อธิราชา หุตฺวา, จกฺกวตฺตีติ อธิปฺปาโย. มนุชินฺโทติ มนุสฺสาธิปติ ปรมิสฺสโร หุตฺวา.

เอวํ วุตฺเต ภควา – ‘‘เย เต ภวนฺติ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เต สกวณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตานํ ปาตุกโรนฺตี’’ติ อิมํ เสลสฺส มโนรถํ ปูเรนฺโต ราชาหมสฺมีติอาทิมาห. ตตฺรายมธิปฺปาโย – ยํ มํ ตฺวํ เสล ‘‘ราชา อรหสิ ภวิตุ’’นฺติ ยาจสิ, เอตฺถ อปฺโปสฺสุกฺโก โหติ ราชาหมสฺมิ. สติ จ ราชตฺเต ยถา อญฺโญ ราชา โยชนสตํ วา อนุสาสติ โยชนสหสฺสํ วา, จกฺกวตฺตี หุตฺวาปิ จตุทีปปริยนฺตมตฺตํ วา, นาหเมวํ ปริจฺฉินฺนวิสโย, อหญฺหิ ธมฺมราชา อนุตฺตโร ภวคฺคโต อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปฺปมาณโลกธาตุโย อนุสาสามิ. ยาวตา หิ อปททฺวิปทาทิเภทา สตฺตา, อหํ เตสํ อคฺโค. น หิ เม โกจิ สีเลน วา…เป… วิมุตฺติญาณทสฺสเนน วา ปฏิภาโค อตฺถิ, สฺวาหํ เอวํ ธมฺมราชา อนุตฺตโร อนุตฺตเรเนว จตุสติปฏฺฐานาทิเภเทน ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ. อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถาติ อาณาจกฺกํ, อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติอาทินา ปริยตฺติธมฺเมน ธมฺมจกฺกเมว วา. จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ยํ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ โหติ สมเณน วา…เป… เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ.

เอวํ อตฺตานํ อาวิกโรนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต เสโล ปุน ทฬฺหีกรณตฺถํ สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสีติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ โก นุ เสนาปตีติ รญฺโญ โภโต ธมฺเมน ปวตฺติตสฺส จกฺกสฺส อนุปวตฺตโก เสนาปติ โก นูติ ปุจฺฉิ.

เตน จ สมเยน ภควโต ทกฺขิณปสฺเส อายสฺมา สาริปุตฺโต นิสินฺโน โหติ สุวณฺณปุญฺโช วิย สิริยา โสภมาโน, ตํ ทสฺเสนฺโต ภควา มยา ปวตฺติตนฺติ คาถมาห. ตตฺถ อนุชาโต ตถาคตนฺติ ตถาคตํ เหตุํ อนุชาโต, ตถาคเตน เหตุนา ชาโตติ อตฺโถ. อปิจ อวชาโต อนุชาโต อติชาโตติ ตโย วุตฺตา. เตสุ อวชาโต ทุสฺสีโล, โส ตถาคตสฺส ปุตฺโต นาม น โหติ. อติชาโต นาม ปิตรา อุตฺตริตโร, ตาทิโสปิ ตถาคตสฺส ปุตฺโต นตฺถิ. ตถาคตสฺส ปน เอโก อนุชาโตว ปุตฺโต โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห.

เอวํ ‘‘โก นุ เสนาปตี’’ติ ปญฺหํ พฺยากริตฺวา ยํ เสโล อาห ‘‘สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสี’’ติ, ตตฺร นํ นิกฺกงฺขํ กาตุกาโม ‘‘นาหํ ปฏิญฺญามตฺเตเนว ปฏิชานามิ, อปิจาหํ อิมินา การเณน พุทฺโธ’’ติ ญาเปตุํ อภิญฺเญยฺยนฺติ คาถมาห. ตตฺร อภิญฺเญยฺยนฺติ วิชฺชา จ วิมุตฺติ จ. ภาเวตพฺพํ มคฺคสจฺจํ. ปหาตพฺพํ สมุทยสจฺจํ. เหตุวจเนน ปน ผลสิทฺธิโต เตสํ ผลานิ นิโรธสจฺจทุกฺขสจฺจานิปิ วุตฺตาเนว โหนฺติ. เอวํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ปริญฺญาตพฺพํ ปริญฺญาตนฺติ อิทมฺเปตฺถ สงฺคหิตนฺติ จตุสจฺจภาวนาผลญฺจ วิมุตฺติญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุชฺฌิตพฺพํ พุชฺฌิตฺวา พุทฺโธ ชาโตสฺมี’’ติ ยุตฺตเหตุนา พุทฺธภาวํ สาเธติ.

เอวํ นิปฺปริยาเยน อตฺตานํ อาวิกตฺวา อตฺตนิ กงฺขาวิตรณตฺถํ พฺราหฺมณํ อติจาริยมาโน วินยสฺสูติ คาถตฺตยมาห. ตตฺถ สลฺลกตฺโตติ ราคาทิสลฺลกนฺตโน. อนุตฺตโรติ ยถา พาหิรเวชฺเชน วูปสมิตโรโค อิมสฺมิญฺเญวตฺตภาเว กุปฺปติ, น เอวํ. มยา วูปสมิตสฺส ปน โรคสฺส ภวนฺตเรปิ อุปฺปตฺติ นตฺถิ, ตสฺมา อหํ อนุตฺตโรติ อตฺโถ. พฺรหฺมภูโตติ เสฏฺฐภูโต. อติตุโลติ ตุลํ อตีโต, นิรุปโมติ อตฺโถ. มารเสนปฺปมทฺทโนติ กามา เต ปฐมา เสนาติ เอวํ อาคตาย มารเสนาย ปมทฺทโน. สพฺพามิตฺเตติ ขนฺธกิเลสาภิสงฺขารมจฺจุเทวปุตฺตมารสงฺขาเต สพฺพปจฺจตฺถิเก. วสีกตฺวาติ อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา. อกุโตภโยติ กุโตจิ อภโย.

เอวํ วุตฺเต เสโล พฺราหฺมโณ ตาวเทว ภควติ สญฺชาตปสาโท ปพฺพชฺชาเปกฺโข หุตฺวา อิมํ โภนฺโตติ คาถตฺตยมาห. ตตฺถ กณฺหาภิชาติโกติ จณฺฑาลาทินีจกุเล ชาโต. ตโต เตปิ มาณวกา ปพฺพชฺชาเปกฺขา หุตฺวา เอวญฺเจ รุจฺจติ, โภโตติ คาถมาหํสุ. อถ เสโล เตสุ มาณวเกสุ ตุฏฺฐจิตฺโต เต จ ทสฺเสนฺโต ปพฺพชฺชํ ยาจนฺโต ‘‘พฺราหฺมณา’’ติ คาถมาห.

ตโต ภควา ยสฺมา เสโล อตีเต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต สาสเน เตสํเยว ติณฺณํ ปุริสสตานํ คณเสฏฺโฐ หุตฺวา เตหิ สทฺธึ ปริเวณํ กาเรตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา เตน กมฺเมน เทวมนุสฺสสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน ปจฺฉิเม ภเว เตสํเยว อาจริโย หุตฺวา นิพฺพตฺโต, ตญฺจ เตสํ กมฺมํ วิมุตฺติปริปากาย ปริปกฺกํ เอหิภิกฺขุภาวสฺส จ อุปนิสฺสยภูตํ, ตสฺมา เต สพฺเพว เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชํ ปพฺพาเชนฺโต สฺวากฺขาตนฺติ คาถมาห. ตตฺถ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ สยเมว ทฏฺฐพฺพํ ปจฺจกฺขํ. อกาลิกนฺติ มคฺคานนฺตรผลุปฺปตฺติยา น กาลนฺตรํ ปตฺตพฺพผลํ. ยตฺถ อโมฆาติ ยสฺมึ มคฺคพฺรหฺมจริเย อปฺปมตฺตสฺส สิกฺขตฺตยปูรเณน สิกฺขโต ปพฺพชฺชา อโมฆา โหติ, สผลาติ อตฺโถ. เอวญฺจ วตฺวา ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ ภควา อโวจ. เต สพฺเพ ปตฺตจีวรธรา หุตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา วสฺสสติกตฺเถรา วิย สุวินีตา ภควนฺตํ อภิวาทยึสุ. เอวมิมํ เตสํ เอหิภิกฺขุภาวํ สนฺธาย ‘‘อลตฺถ โข เสโล’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๔๐๐. อิมาหีติ อิมาหิ เกณิยสฺส จิตฺตานุกูลาหิ คาถาหิ. ตตฺถ อคฺคิปริจริยํ วินา พฺราหฺมณานํ ยญฺญาภาวโต ‘‘อคฺคิหุตฺตมุขา ยญฺญา’’ติ วุตฺตํ. อคฺคิหุตฺตเสฏฺฐา อคฺคิชุหนปฺปธานาติ อตฺโถ. เวเท สชฺฌายนฺเตหิ ปฐมํ สชฺฌายิตพฺพโต, สาวิตฺตี, ‘‘ฉนฺทโส มุข’’นฺติ วุตฺโต. มนุสฺสานํ เสฏฺฐโต ราชา ‘‘มุข’’นฺติ วุตฺโต. นทีนํ อาธารโต ปฏิสรณโต จ สาคโร ‘‘มุข’’นฺติ วุตฺโต. จนฺทโยควเสน ‘‘อชฺช กตฺติกา อชฺช โรหิณี’’ติ สญฺญาณโต อาโลกกรณโต โสมฺมภาวโต จ ‘‘นกฺขตฺตานํ มุขํ จนฺโท’’ติ วุตฺตํ. ตปนฺตานํ อคฺคตฺตา อาทิจฺโจ ‘‘ตปตํ มุข’’นฺติ วุตฺโต. ทกฺขิเณยฺยานํ ปน อคฺคตฺตา วิเสเสน ตสฺมึ สมเย พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ สนฺธาย ‘‘ปุญฺญํ อากงฺขมานานํ, สงฺโฆ เอว ยชตํ มุข’’นฺติ วุตฺตํ. เตน สงฺโฆ ปุญฺญสฺส อายมุขนฺติ ทสฺเสติ.

ยํ ตํ สรณนฺติ อญฺญํ พฺยากรณคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา ภควา ยสฺมา มยํ อิโต อฏฺฐเม ทิวเส ตํ สรณํ อาคตมฺหา, ตสฺมา อตฺตนา ตว สาสเน อนุตฺตเรน ทมเถน ทนฺตามฺหา, อโห เต สรณสฺส อานุภาโวติ.

ตโต ปรํ ภควนฺตํ ทฺวีหิ คาถาหิ โถเมตฺวา ตติยาย วนฺทนํ ยาจนฺโต ภิกฺขโว ติสตา อิเมติอาทิมาหาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

เสลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.