๕. โพธิราชกุมารสุตฺตวณฺณนา

๓๒๔. เอวํ เม สุตนฺติ โพธิราชกุมารสุตฺตํ. ตตฺถ โกกนโทติ โกกนทํ วุจฺจติ ปทุมํ. โส จ มงฺคลปาสาโท โอโลกนกปทุมํ ทสฺเสตฺวา กโต, ตสฺมา โกกนโทติ สงฺขํ ลภิ.

๓๒๕. ยาว ปจฺฉิมโสปานกเฬวราติ เอตฺถ ปจฺฉิมโสปานกเฬวรนฺติ ปฐมํ โสปานผลกํ วุตฺตํ. อทฺทสา โขติ โอโลกนตฺถํเยว ทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต อทฺทส. ภควา ตุณฺหี อโหสีติ ‘‘กิสฺส นุ โข อตฺถาย ราชกุมาเรน อยํ มหาสกฺกาโร กโต’’ติ อาวชฺชนฺโต ปุตฺตปตฺถนาย กตภาวํ อญฺญาสิ. โส หิ ราชกุมาโร อปุตฺตโก, สุตญฺจาเนน อโหสิ – ‘‘พุทฺธานํ กิร อธิการํ กตฺวา มนสา อิจฺฉิตํ ลภนฺตี’’ติ. โส – ‘‘สจาหํ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ มม เจลปฺปฏิกํ อกฺกมิสฺสติ. โน เจ ลภิสฺสามิ, น อกฺกมิสฺสตี’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา สนฺถราเปสิ. อถ ภควา ‘‘นิพฺพตฺติสฺสติ นุ โข เอตสฺส ปุตฺโต’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘น นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ อทฺทส.

ปุพฺเพ กิร โส เอกสฺมึ ทีเป วสมาโน สมจฺฉนฺเทน สกุณโปตเก ขาทิ. สจสฺส มาตุคาโม อญฺโญว ภเวยฺย, ปุตฺตํ ลเภยฺย. อุโภหิ ปน สมานจฺฉนฺเทหิ หุตฺวา ปาปกมฺมํ กตํ, เตนสฺส ปุตฺโต น นิพฺพตฺติสฺสตีติ อญฺญาสิ. ทุสฺเส ปน อกฺกนฺเต – ‘‘พุทฺธานํ อธิการํ กตฺวา ปตฺถิตปตฺถิตํ ลภนฺตีติ โลเก อนุสฺสโว, มยา จ มหาอภินีหาโร กโต, น จ ปุตฺตํ ลภามิ, ตุจฺฉํ อิทํ วจน’’นฺติ มิจฺฉาคหณํ คเณฺหยฺย. ติตฺถิยาปิ – ‘‘นตฺถิ สมณานํ อกตฺตพฺพํ นาม, เจลปฺปฏิกํ มทฺทนฺตา อาหิณฺฑนฺตี’’ติ อุชฺฌาเยยฺยุํ. เอตรหิ จ อกฺกมนฺเตสุ พหู ภิกฺขู ปรจิตฺตวิทุโน, เต ภพฺพํ ชานิตฺวา อกฺกมิสฺสนฺติ, อภพฺพํ ชานิตฺวา น อกฺกมิสฺสนฺติ. อนาคเต ปน อุปนิสฺสโย มนฺโท ภวิสฺสติ, อนาคตํ น ชานิสฺสนฺติ. เตสุ อกฺกมนฺเตสุ สเจ ปตฺถิตํ อิชฺฌิสฺสติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อิชฺฌิสฺสติ, – ‘‘ปุพฺเพ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อภินีหารํ กตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตํ ลภนฺติ, ตํ อิทานิ น ลภนฺติ. เตเยว มญฺเญ ภิกฺขู ปฏิปตฺติปูรกา อเหสุํ, อิเม ปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ มนุสฺสา วิปฺปฏิสาริโน ภวิสฺสนฺตีติ อิเมหิ การเณหิ ภควา อกฺกมิตุํ อนิจฺฉนฺโต ตุณฺหี อโหสิ. สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ ‘‘น, ภิกฺขเว, เจลปฺปฏิกา อกฺกมิตพฺพา’’ติ (จูฬว. ๒๖๘). มงฺคลตฺถาย ปญฺญตฺตํ อนกฺกมนฺเตสุ ปน อกฺกมนตฺถาย อนุปญฺญตฺตึ ฐเปสิ – ‘‘คิหี, ภิกฺขเว, มงฺคลิกา, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหีนํ มงฺคลตฺถายา’’ติ (จูฬว. ๒๖๘).

๓๒๖. ปจฺฉิมํ ชนตํ ตถาคโต อนุกมฺปตีติ อิทํ เถโร วุตฺเตสุ การเณสุ ตติยํ การณํ สนฺธายาห. น โข สุเขน สุขนฺติ กสฺมา อาห? กามสุขลฺลิกานุโยคสญฺญี หุตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺโธ น อกฺกมิ, ตสฺมา อหมฺปิ สตฺถารา สมานจฺฉนฺโท ภวิสฺสามีติ มญฺญมาโน เอวมาห.

๓๒๗. โส โข อหนฺติอาทิ ‘‘ยาว รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม’’ติ ตาว มหาสจฺจเก (ม. นิ. ๑.๓๖๔ อาทโย) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ตโต ปรํ ยาว ปญฺจวคฺคิยานํ อาสวกฺขยา ปาสราสิสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๒๗๒ อาทโย) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.

๓๔๓. องฺกุสคเยฺห สิปฺเปติ องฺกุสคหณสิปฺเป. กุสโล อหนฺติ เฉโก อหํ. กสฺส ปนายํ สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหีติ? ปิตุ สนฺติเก, ปิตาปิสฺส ปิตุ สนฺติเกว อุคฺคณฺหิ. โกสมฺพิยํ กิร ปรนฺตปราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. ราชมเหสี ครุภารา อากาสตเล รญฺญา สทฺธึ พาลาตปํ ตปฺปมานา รตฺตกมฺพลํ ปารุปิตฺวา นิสินฺนา โหติ, เอโก หตฺถิลิงฺคสกุโณ ‘‘มํสเปสี’’ติ มญฺญมาโน คเหตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. สา ‘‘ฉฑฺเฑยฺย ม’’นฺติ ภเยน นิสฺสทฺทา อโหสิ, โส ตํ ปพฺพตปาเท รุกฺขวิฏเป ฐเปสิ. สา ปาณิสฺสรํ กโรนฺตี มหาสทฺทมกาสิ. สกุโณ ปลายิ, ตสฺสา ตตฺเถว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. ติยามรตฺตึ เทเว วสฺสนฺเต กมฺพลํ ปารุปิตฺวา นิสีทิ. ตโต จ อวิทูเร ตาปโส วสติ. โส ตสฺสา สทฺเทน อรุเณ อุคฺคเต รุกฺขมูลํ อาคโต ชาตึ ปุจฺฉิตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา โอตาเรตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา ยาคุํ ปาเยสิ. ทารกสฺส เมฆอุตุญฺจ ปพฺพตอุตุญฺจ คเหตฺวา ชาตตฺตา อุเทโนติ นามํ อกาสิ. ตาปโส ผลาผลานิ อาหริตฺวา เทฺวปิ ชเน โปเสสิ.

สา เอกทิวสํ ตาปสสฺส อาคมนเวลาย ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อิตฺถิกุตฺตํ ทสฺเสตฺวา ตาปสํ สีลเภทํ อาปาเทสิ. เตสํ เอกโต วสนฺตานํ กาเล คจฺฉนฺเต ปรนฺตปราชา กาลํ อกาสิ. ตาปโส รตฺติภาเค นกฺขตฺตํ โอโลเกตฺวา รญฺโญ มตภาวํ ญตฺวา – ‘‘ตุยฺหํ ราชา มโต, ปุตฺโต เต กึ อิธ วสิตุํ อิจฺฉติ, อุทาหุ เปตฺติเก รชฺเช ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุ’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา ปุตฺตสฺส อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺพํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุกามตญฺจสฺส ญตฺวา ตาปสสฺส อาโรเจสิ. ตาปโส จ หตฺถิคนฺถสิปฺปํ ชานาติ, กุโตเนน ลทฺธํ? สกฺกสฺส สนฺติกา. ปุพฺเพ กิรสฺส สกฺโก อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา ‘‘เกน กิลมถา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘หตฺถิปริสฺสโย อตฺถี’’ติ อาโรเจสิ. ตสฺส สกฺโก หตฺถิคนฺถญฺเจว วีณกญฺจ ทตฺวา ‘‘ปลาเปตุกามตาย สติ อิมํ ตนฺตึ วาเทตฺวา อิมํ สิโลกํ วเทยฺยาถ, ปกฺโกสิตุกามตาย สติ อิมํ สิโลกํ วเทยฺยาถา’’ติ อาห. ตาปโส ตํ สิปฺปํ กุมารสฺส อทาสิ. โส เอกํ วฏรุกฺขํ อภิรุหิตฺวา หตฺถีสุ อาคเตสุ ตนฺตึ วาเทตฺวา สิโลกํ วทติ, หตฺถี ภีตา ปลายึสุ.

โส สิปฺปสฺส อานุภาวํ ญตฺวา ปุนทิวเส ปกฺโกสนสิปฺปํ ปโยเชสิ. เชฏฺฐกหตฺถี อาคนฺตฺวา ขนฺธํ อุปนาเมสิ. โส ตสฺส ขนฺธคโต ยุทฺธสมตฺเถ ตรุณหตฺถี อุจฺจินิตฺวา กมฺพลญฺจ มุทฺทิกญฺจ คเหตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต อนุปุพฺเพน ตํ ตํ คามํ ปวิสิตฺวา – ‘‘อหํ รญฺโญ ปุตฺโต, สมฺปตฺตึ อตฺถิกา อาคจฺฉนฺตู’’ติ ชนสงฺคหํ กตฺวา นครํ ปริวาเรตฺวา – ‘‘อหํ รญฺโญ ปุตฺโต, มยฺหํ ฉตฺตํ เทถา’’ติ อสทฺทหนฺตานํ กมฺพลญฺจ มุทฺทิกญฺจ ทสฺเสตฺวา ฉตฺตํ อุสฺสาเปสิ. โส หตฺถิวิตฺตโก หุตฺวา ‘‘อสุกฏฺฐาเน สุนฺทโร หตฺถี อตฺถี’’ติ วุตฺเต คนฺตฺวา คณฺหาติ. จณฺฑปชฺโชโต ‘‘ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ คณฺหิสฺสามี’’ติ กฏฺฐหตฺถึ ปโยเชตฺวา ตสฺส อนฺโต โยเธ นิสีทาเปตฺวา ตํ หตฺถึ คหณตฺถาย อาคตํ คณฺหิตฺวา ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ คหณตฺถาย ธีตรํ อุยฺโยเชสิ. โส ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตฺวา ตํ คเหตฺวา อตฺตโน นครํเยว อคมาสิ. ตสฺสา กุจฺฉิยํ อุปฺปนฺโน อยํ โพธิราชกุมาโร อตฺตโน ปิตุ สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหิ.

๓๔๔. ปธานิยงฺคานีติ ปธานํ วุจฺจติ ปทหนภาโว, ปธานมสฺส อตฺถีติ ปธานิโย. ปธานิยสฺส ภิกฺขุโน องฺคานีติ ปธานิยงฺคานิ. สทฺโธติ สทฺธาย สมนฺนาคโต. สา ปเนสา อาคมนสทฺธา อธิคมสทฺธา โอกปฺปนสทฺธา ปสาทสทฺธาติ จตุพฺพิธา. ตตฺถ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ สทฺธา อภินีหารโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา อาคมนสทฺธา นาม. อริยสาวกานํ ปฏิเวเธน อธิคตตฺตา อธิคมสทฺธา นาม. พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆติ วุตฺเต อจลภาเวน โอกปฺปนํ โอกปฺปนสทฺธา นาม. ปสาทุปฺปตฺติ ปสาทสทฺธา นาม, อิธ ปน โอกปฺปนสทฺธา อธิปฺเปตา. โพธินฺติ จตุมคฺคญาณํ. ตํ สุปฺปฏิวิทฺธํ ตถาคเตนาติ สทฺทหติ, เทสนาสีสเมว เจตํ, อิมินา ปน องฺเคน ตีสุปิ รตเนสุ สทฺธา อธิปฺเปตา. ยสฺส หิ พุทฺธาทีสุ ปสาโท พลวา, ตสฺส ปธานํ วีริยํ อิชฺฌติ.

อปฺปาพาโธติ อโรโค. อปฺปาตงฺโกติ นิทฺทุกฺโข. สมเวปากินิยาติ สมวิปาจนิยา. คหณิยาติ กมฺมชเตโชธาตุยา. นาติสีตาย นาจฺจุณฺหายาติ อติสีตคหณิโก หิ สีตภีรู โหติ, อจฺจุณฺหคหณิโก อุณฺหภีรู, เตสํ ปธานํ น อิชฺฌติ. มชฺฌิมคหณิกสฺส อิชฺฌติ. เตนาห ‘‘มชฺฌิมาย ปธานกฺขมายา’’ติ. ยถาภูตํ อตฺตานํ อาวิกตฺตาติ ยถาภูตํ อตฺตโน อคุณํ ปกาเสตา. อุทยตฺถคามินิยาติ อุทยญฺจ อตฺถญฺจ คนฺตุํ ปริจฺฉินฺทิตุํ สมตฺถาย, เอเตน ปญฺญาสลกฺขณปริคฺคาหิกํ อุทยพฺพยญาณํ วุตฺตํ. อริยายาติ ปริสุทฺธาย. นิพฺเพธิกายาติ อนิพฺพิทฺธปุพฺเพ โลภกฺขนฺธาทโย นิพฺพิชฺฌิตุํ สมตฺถาย. สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยาติ ตทงฺควเสน กิเลสานํ ปหีนตฺตา ยํ ทุกฺขํ ขียติ, ตสฺส ทุกฺขสฺส ขยคามินิยา. อิติ สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปเทหิ วิปสฺสนาปญฺญาว กถิตา. ทุปฺปญฺญสฺส หิ ปธานํ น อิชฺฌติ. อิมานิ จ ปญฺจ ปธานิยงฺคานิ โลกิยาเนว เวทิตพฺพานิ.

๓๔๕. สายมนุสิฏฺโฐ ปาโต วิเสสํ อธิคมิสฺสตีติ อตฺถงฺคเต สูริเย อนุสิฏฺโฐ อรุณุคฺคมเน วิเสสํ อธิคมิสฺสติ. ปาตมนุสิฏฺโฐ สายนฺติ อรุณุคฺคมเน อนุสิฏฺโฐ สูริยตฺถงฺคมนเวลายํ. อยญฺจ ปน เทสนา เนยฺยปุคฺคลวเสน วุตฺตา. ทนฺธปญฺโญ หิ เนยฺยปุคฺคโล สตฺตหิ ทิวเสหิ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ติกฺขปญฺโญ เอกทิวเสน, เสสทิวเส มชฺฌิมปญฺญาวเสน เวทิตพฺพํ. อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม อโห ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตตาติ ยสฺมา พุทฺธธมฺมานํ อุฬารตาย ธมฺมสฺส จ สฺวากฺขาตตาย ปาโต กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา สายํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตสฺมา ปสํสนฺโต เอวมาห. ยตฺร หิ นามาติ วิมฺหยตฺเถ นิปาโต.

๓๔๖. กุจฺฉิมตีติ อาปนฺนสตฺตา. โย เม อยํ, ภนฺเต, กุจฺฉิคโตติ กึ ปเนวํ สรณํ คหิตํ โหตีติ. น โหติ. อจิตฺตกสรณคมนํ นาม นตฺถิ, อารกฺโข ปนสฺส ปจฺจุปฏฺฐิโตว โหติ. อถ นํ ยทา มหลฺลกกาเล มาตาปิตโร, – ‘‘ตาต, กุจฺฉิคตเมว ตํ สรณํ คณฺหาปยิมฺหา’’ติ สาเรนฺติ, โส จ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อหํ สรณํ คโต อุปาสโก’’ติ สตึ อุปฺปาเทติ, ตทา สรณํ คหิตํ นาม โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

โพธิราชกุมารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.