๓. มฆเทวสุตฺตวณฺณนา
๓๐๘. เอวํ เม สุตนฺติ มฆเทวสุตฺตํ. ตตฺถ มฆเทวอมฺพวเนติ ปุพฺเพ มฆเทโว นาม ราชา ตํ อมฺพวนํ โรเปสิ. เตสุ รุกฺเขสุ ปลุชฺชมาเนสุ อปรภาเค อญฺเญปิ ราชาโน โรเปสุํเยว. ตํ ปน ปฐมโวหารวเสน มฆเทวมฺพวนนฺเตว สงฺขํ คตํ. สิตํ ปาตฺวากาสีติ สายนฺหสมเย วิหารจาริกํ จรมาโน รมณียํ ภูมิภาคํ ทิสฺวา – ‘‘วสิตปุพฺพํ นุ โข เม อิมสฺมึ โอกาเส’’ติ อาวชฺชนฺโต – ‘‘ปุพฺเพ อหํ มฆเทโว นาม ราชา หุตฺวา อิมํ อมฺพวนํ โรเปสึ, เอตฺเถว ปพฺพชิตฺวา จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตึ. ตํ โข ปเนตํ การณํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อปากฏํ, ปากฏํ กริสฺสามี’’ติ อคฺคคฺคทนฺเต ทสฺเสนฺโต สิตํ ปาตุ อกาสิ.
ธมฺโม อสฺส อตฺถีติ ธมฺมิโก. ธมฺเมน ราชา ชาโตติ ธมฺมราชา. ธมฺเม ฐิโตติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเม ฐิโต. ธมฺมํ จรตีติ สมํ จรติ. ตตฺร พฺราหฺมณคหปติเกสูติ โยปิ โส ปุพฺพราชูหิ พฺราหฺมณานํ ทินฺนปริหาโร, ตํ อหาเปตฺวา ปกตินิยาเมเนว อทาสิ, ตถา คหปติกานํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ปกฺขสฺสาติ อิมินา ปาฏิหาริกปกฺโขปิ สงฺคหิโต. อฏฺฐมีอุโปสถสฺส หิ ปจฺจุคฺคมนานุคฺคมนวเสน สตฺตมิยญฺจ นวมิยญฺจ, จาตุทฺทสปนฺนรสานํ ปจฺจุคฺคมนานุคฺคมนวเสน เตรสิยญฺจ ปาฏิปเท จาติ อิเม ทิวสา ปาฏิหาริกปกฺขาติ เวทิตพฺพา. เตสุปิ อุโปสถํ อุปวสิ.
๓๐๙. เทวทูตาติ เทโวติ มจฺจุ, ตสฺส ทูตาติ เทวทูตา. สิรสฺมิญฺหิ ปลิเตสุ ปาตุภูเตสุ มจฺจุราชสฺส สนฺติเก ฐิโต วิย โหติ, ตสฺมา ปลิตานิ มจฺจุเทวสฺส ทูตาติ วุจฺจนฺติ. เทวา วิย ทูตาติปิ เทวทูตา. ยถา หิ อลงฺกตปฏิยตฺตาย เทวตาย อากาเส ฐตฺวา ‘‘อสุกทิวเส มริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ตํ ตเถว โหติ, เอวํ สิรสฺมึ ปลิเตสุ ปาตุภูเตสุ เทวตาพฺยากรณสทิสเมว โหติ. ตสฺมา ปลิตานิ เทวสทิสา ทูตาติ วุจฺจนฺติ. วิสุทฺธิเทวานํ ทูตาติปิ เทวทูตา. สพฺพโพธิสตฺตา หิ ชิณฺณพฺยาธิตมตปพฺพชิเต ทิสฺวาว สํเวคมาปชฺชิตฺวา นิกฺขมฺม ปพฺพชนฺติ. ยถาห –
‘‘ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุขิตญฺจ พฺยาธิตํ,
มตญฺจ ทิสฺวา คตมายุสงฺขยํ;
กาสายวตฺถํ ปพฺพชิตญฺจ ทิสฺวา,
ตสฺมา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราชา’’ติ.
อิมินา ปริยาเยน ปลิตานิ วิสุทฺธิเทวานํ ทูตตฺตา เทวทูตาติ วุจฺจนฺติ.
กปฺปกสฺส คามวรํ ทตฺวาติ สตสหสฺสุฏฺฐานกํ เชฏฺฐกคามํ ทตฺวา. กสฺมา อทาสิ? สํวิคฺคมานสตฺตา. ตสฺส หิ อญฺชลิสฺมึ ฐปิตานิ ปลิตานิ ทิสฺวาว สํเวโค อุปฺปชฺชติ. อญฺญานิ จตุราสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุ อตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ มจฺจุราชสฺส สนฺติเก ฐิตํ วิย อตฺตานํ มญฺญมาโน สํวิคฺโค ปพฺพชฺชํ โรเจติ. เตน วุตฺตํ –
‘‘สิเร ทิสฺวาน ปลิตํ, มฆเทโว ทิสมฺปติ;
สํเวคํ อลภี ธีโร, ปพฺพชฺชํ สมโรจยี’’ติ.
อปรมฺปิ วุตฺตํ –
‘‘อุตฺตมงฺครุหา มยฺหํ, อิเม ชาตา วโยหรา;
ปาตุภูตา เทวทูตา, ปพฺพชฺชาสมโย มมา’’ติ.
ปุริสยุเคติ วํสสมฺภเว ปุริเส. เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวาติ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชนฺตาปิ หิ ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา ปพฺพชนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย วฑฺฒิเต เกเส พนฺธิตฺวา ชฏากลาปธรา หุตฺวา วิจรนฺติ. โพธิสตฺโตปิ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ปพฺพชิโต ปน อเนสนํ อนนุยุญฺชิตฺวา ราชเคหโต อาหฏภิกฺขาย ยาเปนฺโต พฺรหฺมวิหารํ ภาเวสิ. ตสฺมา โส เมตฺตาสหคเตนาติอาทิ วุตฺตํ.
กุมารกีฬิตํ กีฬีติ องฺเกน องฺกํ ปริหริยมาโน กีฬิ. มาลากลาปํ วิย หิ นํ อุกฺขิปิตฺวาว วิจรึสุ. รญฺโญ มฆเทวสฺส ปุตฺโต…เป… ปพฺพชีติ อิมสฺส ปพฺพชิตทิวเส ปญฺจ มงฺคลานิ อเหสุํ. มฆเทวรญฺโญ มตกภตฺตํ, ตสฺส รญฺโญ ปพฺพชิตมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส ฉตฺตุสฺสาปนมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส อุปรชฺชมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส นามกรณมงฺคลนฺติ เอกสฺมึเยว สมเย ปญฺจ มงฺคลานิ อเหสุํ, สกลชมฺพุทีปตเล อุนฺนงฺคลมโหสิ.
๓๑๑. ปุตฺตปปุตฺตกาติ ปุตฺตา จ ปุตฺตปุตฺตา จาติ เอวํ ปวตฺตา ตสฺส ปรมฺปรา. ปจฺฉิมโก อโหสีติ ปพฺพชฺชาปจฺฉิมโก อโหสิ. โพธิสตฺโต กิร พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต – ‘‘ปวตฺตติ นุ โข ตํ มยา มนุสฺสโลเก นิหตํ กลฺยาณวตฺต’’นฺติ อาวชฺชนฺโต อทฺทส – ‘‘เอตฺตกํ อทฺธานํ ปวตฺตติ, อิทานิ น ปวตฺติสฺสตี’’ติ. น โข ปนาหํ มยฺหํ ปเวณิยา อุจฺฉิชฺชิตุํ ทสฺสามีติ อตฺตโน วํเส ชาตรญฺโญเยว อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อตฺตโน วํสสฺส เนมึ ฆเฏนฺโต วิย นิพฺพตฺโต, เตเนวสฺส นิมีติ นามํ อโหสิ. อิติ โส ปพฺพชิตราชูนํ สพฺพปจฺฉิมโก หุตฺวา ปพฺพชิโตติ ปพฺพชฺชาปจฺฉิมโก อโหสิ. คุเณหิ ปน อติเรกตโร. ตสฺส หิ สพฺพราชูหิ อติเรกตรา เทฺว คุณา อเหสุํ. จตูสุ ทฺวาเรสุ สตสหสฺสํ สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา เทวสิกํ ทานํ อทาสิ, อนุโปสถิกสฺส จ ทสฺสนํ นิวาเรสิ. อนุโปสถิเกสุ หิ ราชานํ ปสฺสิสฺสามาติ คเตสุ โทวาริโก ปุจฺฉติ ‘‘ตุเมฺห อุโปสถิกา โน วา’’ติ. เย อนุโปสถิกา โหนฺติ, เต นิวาเรติ ‘‘อนุโปสถิกานํ ราชา ทสฺสนํ น เทตี’’ติ. ‘‘มยํ ชนปทวาสิโน กาเล โภชนํ กุหึ ลภิสฺสามา’’ติปิ ตตฺถ วจโนกาโส นตฺถิ. จตูสุ หิ ทฺวาเรสุ ราชงฺคเณ จ อเนกานิ ภตฺตจาฏิสหสฺสานิ ปฏิยตฺตาเนว โหนฺติ. ตสฺมา มหาชโน อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐาเน มสฺสุํ กาเรตฺวา นฺหายิตฺวา วตฺถานิ ปริวตฺเตตฺวา ยถารุจิตํ โภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย รญฺโญ เคหทฺวารํ คจฺฉติ. โทวาริเกน ‘‘อุโปสถิกา ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตา ‘‘อาม อามา’’ติ วทนฺติ. เตน หิ อาคจฺฉถาติ ปเวเสตฺวา รญฺโญ ทสฺเสติ. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิ คุเณหิ อติเรกตโร อโหสิ.
๓๑๒. เทวานํ ตาวตึสานนฺติ ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตเทวานํ. เต กิร เทวา วิเทหรฏฺเฐ มิถิลนครวาสิโน รญฺโญ โอวาเท ฐตฺวา ปญฺจ สีลานิ รกฺขิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตตฺถ นิพฺพตฺตา รญฺโญ คุณกถํ กเถนฺติ. เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เทวานํ ตาวตึสาน’’นฺติ.
นิสินฺโน โหตีติ ปาสาทวรสฺส อุปริคโต ทานญฺจ สีลญฺจ อุปปริกฺขมาโน นิสินฺโน โหติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ทานํ นุ โข มหนฺตํ อุทาหุ สีลํ, ยทิ ทานํ มหนฺตํ, อชฺโฌตฺถริตฺวา ทานเมว ทสฺสามิ. อถ สีลํ, สีลเมว ปูริสฺสามี’’ติ. ตสฺส ‘‘อิทํ มหนฺตํ อิทํ มหนฺต’’นฺติ นิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺตสฺเสว สกฺโก คนฺตฺวา ปุรโต ปาตุรโหสิ. เตน วุตฺตํ อถ โข, อานนฺท,…เป… สมฺมุเข ปาตุรโหสีติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘รญฺโญ กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺส กงฺขจฺเฉทนตฺถํ ปญฺหญฺจ กเถสฺสามิ, อิธาคมนตฺถาย ปฏิญฺญญฺจ คณฺหิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา คนฺตฺวา สมฺมุเข ปาตุรโหสิ. ราชา อทิฏฺฐปุพฺพํ รูปํ ทิสฺวา ภีโต อโหสิ โลมหฏฺฐชาโต. อถ นํ สกฺโก – ‘‘มา ภายิ, มหาราช, วิสฺสตฺโถ ปญฺหํ ปุจฺฉ, กงฺขํ เต ปฏิวิโนเทสฺสามี’’ติ อาห.
ราชา –
‘‘ปุจฺฉามิ ตํ มหาราช, สพฺพภูตานมิสฺสร;
ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา, กตมํ สุ มหปฺผล’’นฺติ. –
ปญฺหํ ปุจฺฉิ. สกฺโก – ‘‘ทานํ นาม กึ, สีลเมว คุณวิสิฏฺฐตาย มหนฺตํ. อหญฺหิ ปุพฺเพ, มหาราช, ทสวสฺสสหสฺสานิ ทสนฺนํ ชฏิลสหสฺสานํ ทานํ ทตฺวา เปตฺติวิสยโต น มุตฺโต, สีลวนฺตา ปน มยฺหํ ทานํ ภุญฺชิตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตา’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อโวจ –
‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;
มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.
น เหเต สุลภา กายา, ยาจโยเคน เกนจิ;
เย กาเย อุปปชฺชนฺติ, อนาคารา ตปสฺสิโน’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๒๙-๔๓๐);
เอวํ รญฺโญ กงฺขํ วิโนเทตฺวา เทวโลกคมนาย ปฏิญฺญาคหณตฺถํ ลาภา เต มหาราชาติอาทิมาห. ตตฺถ อวิกมฺปมาโนติ อภายมาโน. อธิวาเสสีติ อหํ มหาชนํ กุสลํ สมาทเปมิ, ปุญฺญวนฺตานํ ปน วสนฏฺฐานํ ทิสฺวา อาคเตน มนุสฺสปเถ สุขํ กเถตุํ โหตีติ อธิวาเสสิ.
๓๑๓. เอวํ ภทฺทนฺตวาติ เอวํ โหตุ ภทฺทกํ ตว วจนนฺติ วตฺวา. โยเชตฺวาติ เอกสฺมึเยว ยุเค สหสฺสอสฺสาชานีเย โยเชตฺวา. เตสํ ปน ปาฏิเยกฺกํ โยชนกิจฺจํ นตฺถิ, มนํ อาคมฺม ยุตฺตาเยว โหนฺติ. โส ปน ทิพฺพรโถ ทิยฑฺฒโยชนสติโก โหติ, นทฺธิโต ปฏฺฐาย รถสีสํ ปญฺญาสโยชนานิ, อกฺขพนฺโธ ปณฺณาสโยชนานิ, อกฺขพนฺธโต ปฏฺฐาย ปจฺฉาภาโค ปณฺณาสโยชนานิ, สพฺโพ สตฺตวณฺณรตนมโย. เทวโลโก นาม อุทฺธํ, มนุสฺสโลโก อโธ, ตสฺมา เหฏฺฐามุขํ รถํ เปเสสีติ น สลฺลกฺเขตพฺพํ. ยถา ปน ปกติมคฺคํ เปเสติ, เอวเมว มนุสฺสานํ สายมาสภตฺเต นิฏฺฐิเต จนฺเทน สทฺธึ ยุคนทฺธํ กตฺวา เปเสสิ, ยมกจนฺทา อุฏฺฐิตา วิย อเหสุํ. มหาชโน ทิสฺวา ‘‘ยมกจนฺทา อุคฺคตา’’ติ อาห. อาคจฺฉนฺเต อาคจฺฉนฺเต น ยมกจนฺทา, เอกํ วิมานํ, น วิมานํ, เอโก รโถติ. รโถปิ อาคจฺฉนฺโต อาคจฺฉนฺโต ปกติรถปฺปมาโณว, อสฺสาปิ ปกติอสฺสปฺปมาณาว อเหสุํ. เอวํ รถํ อาหริตฺวา รญฺโญ ปาสาทํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาจีนสีหปญฺชรฏฺฐาเน รถํ นิวตฺเตตฺวา อาคตมคฺคาภิมุขํ กตฺวา สีหปญฺชเร ฐตฺวาว อาโรหนสชฺชํ ฐเปสิ.
อภิรุห มหาราชาติ ราชา – ‘‘ทิพฺพยานํ เม ลทฺธ’’นฺติ น ตาวเทว อภิรุหิ, นาครานํ ปน โอวาทํ อทาสิ ‘‘ปสฺสถ ตาตา, ยํ เม สกฺเกน เทวรญฺญา ทิพฺพรโถ เปสิโต, โส จ โข น ชาติโคตฺตํ วา กุลปฺปเทสํ วา ปฏิจฺจ เปสิโต, มยฺหํ ปน สีลาจารคุเณ ปสีทิตฺวา เปสิโต. สเจ ตุเมฺหปิ สีลํ รกฺขิสฺสถ, ตุมฺหากมฺปิ เปเสสฺสติ, เอวํ รกฺขิตุํ ยุตฺตํ นาเมตํ สีลํ. นาหํ เทวโลกํ คนฺตฺวา จิรายิสฺสามิ, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา รถํ อภิรุหิ. ตโต มาตลิ สงฺคาหโก ‘‘อหมฺปิ มหาราชสฺส มมานุจฺฉวิกํ กริสฺสามี’’ติ อากาสมฺหิ เทฺว มคฺเค ทสฺเสตฺวา อปิจ มหาราชาติอาทิมาห.
ตตฺถ กตเมนาติ, มหาราช, อิเมสุ มคฺเคสุ เอโก นิรยํ คจฺฉติ, เอโก เทวโลกํ, เตสุ ตํ กตเมน เนมิ. เยนาติ เยน มคฺเคน คนฺตฺวา ยตฺถ ปาปกมฺมนฺตา ปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวทิยนฺติ, ตํ ฐานํ สกฺกา โหติ ปสฺสิตุนฺติ อตฺโถ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ชาตเกปิ –
‘‘เกน ตํ เนมิ มคฺเคน, ราชเสฏฺฐ ทิสมฺปติ;
เยน วา ปาปกมฺมนฺตา, ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๐) –
คาถาย อยเมวตฺโถ. เตเนวาห –
‘‘นิรเย ตาว ปสฺสามิ, อาวาเส ปาปกมฺมินํ;
ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ, ทุสฺสีลานญฺจ ยา คตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๑);
อุภเยเนว มํ มาตลิ เนหีติ มาตลิ ทฺวีหิ มคฺเคหิ มํ เนหิ, อหํ นิรยํ ปสฺสิตุกาโม เทวโลกมฺปีติ. ปฐมํ กตเมน เนมีติ. ปฐมํ นิรยมคฺเคน เนหีติ. ตโต มาตลิ อตฺตโน อานุภาเวน ราชานํ ปญฺจทส มหานิรเย ทสฺเสสิ. วิตฺถารกถา ปเนตฺถ –
‘‘ทสฺเสสิ มาตลิ รญฺโญ, ทุคฺคํ เวตรณึ นทึ;
กุถิตํ ขารสํยุตฺตํ, ตตฺตํ อคฺคิสิขูปม’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๒) –
ชาตเก วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. นิรยํ ทสฺเสตฺวา รถํ นิวตฺเตตฺวา เทวโลกาภิมุขํ คนฺตฺวา พีรณีเทวธีตาย โสณทินฺนเทวปุตฺตสฺส คณเทวปุตฺตานญฺจ วิมานานิ ทสฺเสนฺโต เทวโลกํ เนสิ. ตตฺราปิ วิตฺถารกถา –
‘‘ยทิ เต สุตา พีรณี ชีวโลเก,
อามายทาสี อหุ พฺราหฺมณสฺส;
สา ปตฺตกาเล อติถึ วิทิตฺวา,
มาตาว ปุตฺตํ สกิมาภินนฺที;
สํยมา สํวิภาคา จ,
สา วิมานสฺมิ โมทตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๕๐๗) –
ชาตเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
เอวํ คจฺฉโต ปน ตสฺส รถเนมิ วฏฺฏิยา จิตฺตกูฏทฺวารโกฏฺฐกสฺส อุมฺมาเร ปหตมตฺเตว เทวนคเร โกลาหลํ อโหสิ. สกฺกํ เทวราชานํ เอกกํเยว โอหาย เทวสงฺโฆ มหาสตฺตํ ปจฺจุคฺคมนมกาสิ, ตํ เทวตานํ อาทรํ ทิสฺวา สกฺโก จิตฺตํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต – ‘‘อภิรม, มหาราช, เทเวสุ เทวานุภาเวนา’’ติ อาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ราชา อชฺช อาคนฺตฺวา เอกทิวเสเนว เทวคณํ อตฺตโน อภิมุขมกาสิ. สเจ เอกํ เทฺว ทิวเส วสิสฺสติ, น มํ เทวา โอโลเกสฺสนฺตี’’ติ. โส อุสูยมาโน, ‘‘มหาราช, ตุยฺหํ อิมสฺมึ เทวโลเก วสิตุํ ปุญฺญํ นตฺถิ, อญฺเญสํ ปุญฺเญน วสาหี’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน เอวมาห. โพธิสตฺโต – ‘‘นาสกฺขิ ชรสกฺโก มนํ สนฺธาเรตุํ, ปรํ นิสฺสาย ลทฺธํ โข ปน ยาจิตฺวา ลทฺธภณฺฑกํ วิย โหตี’’ติ ปฏิกฺขิปนฺโต อลํ มาริสาติอาทิมาห. ชาตเกปิ วุตฺตํ –
‘‘ยถา ยาจิตกํ ยานํ, ยถา ยาจิตกํ ธนํ;
เอวํสมฺปทเมเว ตํ, ยํ ปรโต ทานปจฺจยา;
น จาหเมตมิจฺฉามิ, ยํ ปรโต ทานปจฺจยา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๕๘๕-๕๘๖) –
สพฺพํ วตฺตพฺพํ. โพธิสตฺโต ปน มนุสฺสตฺตภาเวน กติวาเร เทวโลกํ คโตติ. จตฺตาโร – มนฺธาตุราชกาเล สาธินราชกาเล คุตฺติลวีณาวาทกกาเล นิมิมหาราชกาเลติ. โส มนฺธาตุกาเล เทวโลเก อสงฺเขฺยยฺยํ กาลํ วสิ, ตสฺมิญฺหิ วสมาเนเยว ฉตฺตึส สกฺกา จวึสุ. สาธินราชกาเล สตฺตาหํ วสิ, มนุสฺสคณนาย สตฺต วสฺสสตานิ โหนฺติ. คุตฺติลวีณาวาทกกาเล จ นิมิราชกาเล จ มุหุตฺตมตฺตํ วสิ, มนุสฺสคณนาย สตฺต ทิวสานิ โหนฺติ.
๓๑๔. ตตฺเถว มิถิลํ ปฏิเนสีติ ปฏิเนตฺวา ปกติสิริคพฺเภเยว ปติฏฺฐาเปสิ.
๓๑๕. กฬารชนโกติ ตสฺส นามํ. กฬารทนฺตตาย ปน กฬารชนโกติ วุตฺโต. น โส อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชีติ เอตฺตกมตฺตเมว น อกาสิ, เสสํ สพฺพํ ปากติกเมว อโหสิ.
๓๑๖. สมุจฺเฉโท โหตีติ เอตฺถ กลฺยาณวตฺตํ โก สมุจฺฉินฺทติ, เกน สมุจฺฉินฺนํ, โก ปวตฺเตติ, เกน ปวตฺติตํ นาม โหตีติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สีลวา ภิกฺขุ ‘‘น สกฺกา มยา อรหตฺตํ ลทฺธุ’’นฺติ วีริยํ อกโรนฺโต สมุจฺฉินฺทติ. ทุสฺสีเลน สมุจฺฉินฺนํ นาม โหติ. สตฺต เสขา ปวตฺเตนฺติ. ขีณาสเวน ปวตฺติตํ นาม โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
มฆเทวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.