๑. ฆฏิการสุตฺตวณฺณนา

๒๘๒. เอวํ เม สุตนฺติ ฆฏิการสุตฺตํ. ตตฺถ สิตํ ปาตฺวากาสีติ มหามคฺเคน คจฺฉนฺโต อญฺญตรํ ภูมิปฺปเทสํ โอโลเกตฺวา – ‘‘อตฺถิ นุ โข มยา จริยํ จรมาเนน อิมสฺมึ ฐาเน นิวุตฺถปุพฺพ’’นฺติ อาวชฺชนฺโต อทฺทส – ‘‘กสฺสปพุทฺธกาเล อิมสฺมึ ฐาเน เวคฬิงฺคํ นาม คามนิคโม อโหสิ, อหํ ตทา โชติปาโล นาม มาณโว อโหสึ, มยฺหํ สหาโย ฆฏิกาโร นาม กุมฺภกาโร อโหสิ, เตน สทฺธึ มยา อิธ เอกํ สุการณํ กตํ, ตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อปากฏํ ปฏิจฺฉนฺนํ, หนฺท นํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปากฏํ กโรมี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ ปเทเส ฐิตโกว สิตปาตุกมฺมมกาสิ, อคฺคคฺคทนฺเต ทสฺเสตฺวา มนฺทหสิตํ หสิ. ยถา หิ โลกิยมนุสฺสา อุรํ ปหรนฺตา – ‘‘กุหํ กุห’’นฺติ หสนฺติ, น เอวํ พุทฺธา, พุทฺธานํ ปน หสิตํ หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตเมว โหติ.

หสิตญฺจ นาเมตํ เตรสหิ โสมนสฺสสหคตจิตฺเตหิ โหติ. ตตฺถ โลกิยมหาชโน อกุสลโต จตูหิ, กามาวจรกุสลโต จตูหีติ อฏฺฐหิ จิตฺเตหิ หสติ, เสกฺขา อกุสลโต ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตานิ เทฺว อปเนตฺวา ฉหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ, ขีณาสวา จตูหิ สเหตุกกิริยจิตฺเตหิ เอเกน อเหตุกกิริยจิตฺเตนาติ ปญฺจหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. เตสุปิ พลวารมฺมเณ อาปาถคเต ทฺวีหิ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตหิ หสนฺติ, ทุพฺพลารมฺมเณ ทุเหตุกจิตฺตทฺวเยน จ อเหตุกจิตฺเตน จาติ ตีหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโสมนสฺสสหคตจิตฺตํ ภควโต หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตํ หสิตํ อุปฺปาเทสิ.

ตํ ปเนตํ หสิตํ เอวํ อปฺปมตฺตกมฺปิ เถรสฺส ปากฏํ อโหสิ. กถํ? ตถารูเป หิ กาเล ตถาคตสฺส จตูหิ ทาฐาหิ จตุทฺทีปิกมหาเมฆมุขโต สเตรตาวิชฺชุลตา วิย วิโรจมานา มหาตาลกฺขนฺธปมาณา รสฺมิวฏฺฏิโย อุฏฺฐหิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีสวรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทาฐคฺเคสุเยว อนฺตรธายนฺติ. เตน สญฺญาเณน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปจฺฉโต คจฺฉมาโนปิ สิตปาตุภาวํ ชานาติ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ – ‘‘เอตฺถ กิร กสฺสโป ภควา ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทิ, จตุสจฺจปฺปกาสนํ อกาสิ, ภควโตปิ เอตฺถ นิสีทิตุํ รุจึ อุปฺปาเทสฺสามิ, เอวมยํ ภูมิภาโค ทฺวีหิ พุทฺเธหิ ปริภุตฺโต ภวิสฺสติ, มหาชโน คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา เจติยฏฺฐานํ กตฺวา ปริจรนฺโต สคฺคมคฺคปรายโณ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอตํ ‘‘เตน หิ, ภนฺเต,’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

๒๘๓. มุณฺฑเกน สมณเกนาติ มุณฺฑํ มุณฺโฑติ, สมณํ วา สมโณติ วตฺตุํ วฏฺฏติ, อยํ ปน อปริปกฺกญาณตฺตา พฺราหฺมณกุเล อุคฺคหิตโวหารวเสเนว หีเฬนฺโต เอวมาห. โสตฺติสินานินฺติ สินานตฺถาย กตโสตฺตึ. โสตฺติ นาม กุรุวินฺทปาสาณจุณฺณานิ ลาขาย พนฺธิตฺวา กตคุฬิกกลาปกา วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุรุวินฺทกสุตฺติยา นหายนฺตี’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วุตฺตํ. ตํ อุโภสุ อนฺเตสุ คเหตฺวา สรีรํ ฆํสนฺติ. เอวํ สมฺมาติ ยถา เอตรหิปิ มนุสฺสา ‘‘เจติยวนฺทนาย คจฺฉาม, ธมฺมสฺสวนตฺถาย คจฺฉามา’’ติ วุตฺตา อุสฺสาหํ น กโรนฺติ, ‘‘นฏสมชฺชาทิทสฺสนตฺถาย คจฺฉามา’’ติ วุตฺตา ปน เอกวจเนเนว สมฺปฏิจฺฉนฺติ, ตเถว สินฺหายิตุนฺติ วุตฺเต เอกวจเนน สมฺปฏิจฺฉนฺโต เอวมาห.

๒๘๔. โชติปาลํ มาณวํ อามนฺเตสีติ เอกปสฺเส อริยปริหาเรน ปฐมตรํ นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา ฐิโต ตสฺส มหนฺเตน อิสฺสริยปริหาเรน นฺหายนฺตสฺส นฺหานปริโยสานํ อาคเมตฺวา ตํ นิวตฺถนิวาสนํ เกเส โวทเก กุรุมานํ อามนฺเตสิ. อยนฺติ อาสนฺนตฺตา ทสฺเสนฺโต อาห. โอวฏฺฏิกํ วินิวฏฺเฐตฺวาติ นาคพโล โพธิสตฺโต ‘‘อเปหิ สมฺมา’’ติ อีสกํ ปริวตฺตมาโนว เตน คหิตคหณํ วิสฺสชฺชาเปตฺวาติ อตฺโถ. เกเสสุ ปรามสิตฺวา เอตทโวจาติ โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โชติปาโล ปญฺญวา, สกึ ทสฺสนํ ลภมาโน ตถาคตสฺส ทสฺสเนปิ ปสีทิสฺสติ, ธมฺมกถายปิ ปสีทิสฺสติ, ปสนฺโน จ ปสนฺนาการํ กาตุํ สกฺขิสฺสติ, มิตฺตา นาม เอตทตฺถํ โหนฺติ, ยํกิญฺจิ กตฺวา มม สหายํ คเหตฺวา ทสพลสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา นํ เกเสสุ ปรามสิตฺวา เอตทโวจ.

อิตฺตรชจฺโจติ อญฺญชาติโก, มยา สทฺธึ อสมานชาติโก, ลามกชาติโกติ อตฺโถ. น วติทนฺติ อิทํ อมฺหากํ คมนํ น วต โอรกํ ภวิสฺสติ น ขุทฺทกํ, มหนฺตํ ภวิสฺสติ. อยญฺหิ น อตฺตโน ถาเมน คณฺหิ, สตฺถุ ถาเมน คณฺหีติ คหณสฺมึเยว นิฏฺฐํ อคมาสิ. ยาวตาโทหิปีติ เอตฺถ โทการหิการปิการา นิปาตา, ยาวตุปริมนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘วาจาย อาลปนํ โอวฏฺฏิกาย คหณญฺจ อติกฺกมิตฺวา ยาว เกสคฺคหณมฺปิ ตตฺถ คมนตฺถํ ปโยโค กตฺตพฺโพ’’ติ.

๒๘๕. ธมฺมิยา กถายาติ อิธ สติปฏิลาภตฺถาย ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตา ธมฺมี กถา เวทิตพฺพา. ตสฺส หิ ภควา, – ‘‘โชติปาล, ตฺวํ น ลามกฏฺฐานํ โอติณฺณสตฺโต, มหาโพธิปลฺลงฺเก ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺเถตฺวา โอติณฺโณสิ, ตาทิสสฺส นาม ปมาทวิหาโร น ยุตฺโต’’ติอาทินา นเยน สติปฏิลาภาย ธมฺมํ กเถสิ. ปรสมุทฺทวาสีเถรา ปน วทนฺติ – ‘‘โชติปาล, ยถา อหํ ทสปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา วีสติสหสฺสภิกฺขุปริวาโร โลเก วิจรามิ, เอวเมวํ ตฺวมฺปิ ทสปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา สมณคณปริวาโร โลเก วิจริสฺสสิ. เอวรูเปน นาม ตยา ปมาทํ อาปชฺชิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ยถาสฺส ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมติ, เอวํ กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ กเถสีติ.

๒๘๖. อลตฺถ โข, อานนฺท,…เป… ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปทนฺติ ปพฺพชิตฺวา กิมกาสิ? ยํ โพธิสตฺเตหิ กตฺตพฺพํ. โพธิสตฺตา หิ พุทฺธานํ สมฺมุเข ปพฺพชนฺติ. ปพฺพชิตฺวา จ ปน อิตฺตรสตฺตา วิย ปติตสิงฺคา น โหนฺติ, จตุปาริสุทฺธิสีเล ปน สุปติฏฺฐาย เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตรส ธุตงฺคานิ สมาทาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูรยมานา สมณธมฺมํ กโรนฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ยาว อนุโลมญาณํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ, มคฺคผลตฺถํ วายามํ น กโรนฺติ. โชติปาโลปิ ตเถว อกาสิ.

๒๘๗. อฑฺฒมาสุปสมฺปนฺเนติ กุลทารกญฺหิ ปพฺพาเชตฺวา อฑฺฒมาสมฺปิ อวสิตฺวา คเต มาตาปิตูนํ โสโก น วูปสมฺมติ, โสปิ ปตฺตจีวรคฺคหณํ น ชานาติ, ทหรภิกฺขุสามเณเรหิ สทฺธึ วิสฺสาโส น อุปฺปชฺชติ, เถเรหิ สทฺธึ สิเนโห น ปติฏฺฐาติ, คตคตฏฺฐาเน อนภิรติ อุปฺปชฺชติ. เอตฺตกํ ปน กาลํ นิวาเส สติ มาตาปิตโร ปสฺสิตุํ ลภนฺติ. เตน เตสํ โสโก ตนุภาวํ คจฺฉติ, ปตฺตจีวรคฺคหณํ ชานาติ, สามเณรทหรภิกฺขูหิ สทฺธึ วิสฺสาโส ชายติ, เถเรหิ สทฺธึ สิเนโห ปติฏฺฐาติ, คตคตฏฺฐาเน อภิรมติ, น อุกฺกณฺฐติ. ตสฺมา เอตฺตกํ วสิตุํ วฏฺฏตีติ อฑฺฒมาสํ วสิตฺวา ปกฺกามิ.

ปณฺฑุปุฏกสฺส สาลิโนติ ปุฏเก กตฺวา สุกฺขาปิตสฺส รตฺตสาลิโน. ตสฺส กิร สาลิโน วปฺปกาลโต ปฏฺฐาย อยํ ปริหาโร – เกทารา สุปริกมฺมกตา โหนฺติ, ตตฺถ พีชานิ ปติฏฺฐาเปตฺวา คนฺโธทเกน สิญฺจึสุ, วปฺปกาเล วิตานํ วิย อุปริ วตฺถกิลญฺชํ พนฺธิตฺวา ปริปกฺกกาเล วีหิสีสานิ ฉินฺทิตฺวา มุฏฺฐิมตฺเต ปุฏเก กตฺวา โยตฺตพทฺเธ เวหาสํเยว สุกฺขาเปตฺวา คนฺธจุณฺณานิ อตฺถริตฺวา โกฏฺฐเกสุ ปูเรตฺวา ตติเย วสฺเส วิวรึสุ. เอวํ ติวสฺสํ ปริวุตฺถสฺส สุคนฺธรตฺตสาลิโน อปคตกาฬเก สุปริสุทฺเธ ตณฺฑุเล คเหตฺวา ขชฺชกวิกติมฺปิ ภตฺตมฺปิ ปฏิยาทิยึสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ…เป… กาลํ อาโรจาเปสีติ.

๒๘๘. อธิวุฏฺโฐ เมติ กึ สนฺธาย วทติ? เวคฬิงฺคโต นิกฺขมนกาเล ฆฏิกาโร อตฺตโน สนฺติเก วสฺสาวาสํ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ อคฺคเหสิ, ตํ สนฺธาย วทติ. อหุเทว อญฺญถตฺตํ อหุ โทมนสฺสนฺติ เตมาสํ ทานํ ทาตุํ, ธมฺมญฺจ โสตุํ, อิมินา จ นิยาเมน วีสติ ภิกฺขุสหสฺสานิ ปฏิชคฺคิตุํ นาลตฺถนฺติ อลาภํ อารพฺภ จิตฺตญฺญถตฺตํ จิตฺตโทมนสฺสํ อโหสิ, น ตถาคตํ อารพฺภ. กสฺมา? โสตาปนฺนตฺตา. โส กิร ปุพฺเพ พฺราหฺมณภตฺโต อโหสิ. อเถกสฺมึ สมเย ปจฺจนฺเต กุปิเต วูปสมนตฺถํ คจฺฉนฺโต อุรจฺฉทํ นาม ธีตรมาห – ‘‘อมฺม อมฺหากํ เทเว มา ปมชฺชี’’ติ. พฺราหฺมณา ตํ ราชธีตรํ ทิสฺวา วิสญฺญิโน อเหสุํ. เก อิเม จาติ วุตฺเต ตุมฺหากํ ภูมิเทวาติ. ภูมิเทวา นาม เอวรูปา โหนฺตีติ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ. สา เอกทิวสํ วีถึ โอโลเกนฺตี ฐิตา กสฺสปสฺส ภควโต อคฺคสาวกํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา อนุโมทนํ สุณมานาเยว โสตาปนฺนา หุตฺวา ‘‘อญฺเญปิ ภิกฺขู อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สตฺถา วีสติยา ภิกฺขุสหสฺเสหิ สทฺธึ อิสิปตเน วสตี’’ติ จ สุตฺวา นิมนฺเตตฺวา ทานํ อทาสิ.

ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา อาคโต. อถ นํ ปฐมตรเมว พฺราหฺมณา อาคนฺตฺวา ธีตุ อวณฺณํ วตฺวา ปริภินฺทึสุ. ราชา ปน ธีตุ ชาตกาเลเยว วรํ อทาสิ. ตสฺสา ‘‘สตฺต ทิวสานิ รชฺชํ ทาตพฺพ’’นฺติ วรํ คณฺหึสุ. อถสฺสา ราชา สตฺต ทิวสานิ รชฺชํ นิยฺยาเตสิ. สา สตฺถารํ โภชยมานา ราชานํ ปกฺโกสาเปตฺวา พหิสาณิยํ นิสีทาเปสิ. ราชา สตฺถุ อนุโมทนํ สุตฺวาว โสตาปนฺโน ชาโต. โสตาปนฺนสฺส จ นาม ตถาคตํ อารพฺภ อาฆาโต นตฺถิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘น ตถาคตํ อารพฺภา’’ติ.

ยํ อิจฺฉติ ตํ หรตูติ โส กิร ภาชนานิ ปจิตฺวา กยวิกฺกยํ น กโรติ, เอวํ ปน วตฺวา ทารุตฺถาย วา มตฺติกตฺถาย วา ปลาลตฺถาย วา อรญฺญํ คจฺฉติ. มหาชนา ‘‘ฆฏิกาเรน ภาชนานิ ปกฺกานี’’ติ สุตฺวา ปริสุทฺธตณฺฑุลโลณทธิเตลผาณิตาทีนิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺติ. สเจ ภาชนํ มหคฺฆํ โหติ, มูลํ อปฺปํ, ยํ วา ตํ วา ทตฺวา คณฺหามาติ ตํ น คณฺหนฺติ. ธมฺมิโก วาณิโช มาตาปิตโร ปฏิชคฺคติ, สมฺมาสมฺพุทฺธํ อุปฏฺฐหติ, พหุ โน อกุสลํ ภวิสฺสตีติ ปุน คนฺตฺวา มูลํ อาหรนฺติ. สเจ ปน ภาชนํ อปฺปคฺฆํ โหติ, อาภตํ มูลํ พหุ, ธมฺมิโก วาณิโช, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสตีติ ยถาภตํ ฆรสามิกา วิย สาธุกํ ปฏิสาเมตฺวา คจฺฉนฺติ. เอวํคุโณ ปน กสฺมา น ปพฺพชตีติ. รญฺโญ วจนปถํ ปจฺฉินฺทนฺโต อนฺเธ ชิณฺเณ มาตาปิตโร โปเสตีติ อาห.

๒๘๙. โก นุ โขติ กุหึ นุ โข. กุมฺภิยาติ อุกฺขลิโต. ปริโยคาติ สูปภาชนโต. ปริภุญฺชาติ ภุญฺช. กสฺมา ปเนเต เอวํ วทนฺติ? ฆฏิกาโร กิร ภตฺตํ ปจิตฺวา สูปํ สมฺปาเทตฺวา มาตาปิตโร โภเชตฺวา สยมฺปิ ภุญฺชิตฺวา ภควโต วฑฺฒมานกํ ภตฺตสูปํ ปฏฺฐเปตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา อาธารกํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุทกํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา มาตาปิตูนํ สญฺญํ ทตฺวา อรญฺญํ คจฺฉติ. ตสฺมา เอวํ วทนฺติ. อภิวิสฺสตฺโถติ อติวิสฺสตฺโถ. ปีติสุขํ น วิชหตีติ น นิรนฺตรํ วิชหติ, อถ โข รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา คาเม วา อรญฺเญ วา ยสฺมึ ยสฺมึ ขเณ – ‘‘สเทวเก นาม โลเก อคฺคปุคฺคโล มยฺหํ เคหํ ปวิสิตฺวา สหตฺเถน อามิสํ คเหตฺวา ปริภุญฺชติ, ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชติ. ตํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ.

๒๙๐. กโฬปิยาติ ปจฺฉิโต. กึ ปน ภควา เอวมกาสีติ. ปจฺจโย ธมฺมิโก, ภิกฺขูนํ ปตฺเต ภตฺตสทิโส, ตสฺมา เอวมกาสิ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติปิ จ สาวกานํเยว โหติ, พุทฺธานํ สิกฺขาปทเวลา นาม นตฺถิ. ยถา หิ รญฺโญ อุยฺยาเน ปุปฺผผลานิ โหนฺติ, อญฺเญสํ ตานิ คณฺหนฺตานํ นิคฺคหํ กโรนฺติ, ราชา ยถารุจิยา ปริภุญฺชติ, เอวํสมฺปทเมตํ. ปรสมุทฺทวาสีเถรา ปน ‘‘เทวตา กิร ปฏิคฺคเหตฺวา อทํสู’’ติ วทนฺติ.

๒๙๑. หรถ, ภนฺเต, หรถ ภทฺรมุขาติ อมฺหากํ ปุตฺโต ‘‘กุหึ คโตสี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ทสพลสฺส สนฺติก’’นฺติ วทติ, กุหึ นุ โข คจฺฉติ, สตฺถุ วสนฏฺฐานสฺส โอวสฺสกภาวมฺปิ น ชานาตีติ ปุตฺเต อปราธสญฺญิโน คหเณ ตุฏฺฐจิตฺตา เอวมาหํสุ.

เตมาสํ อากาสจฺฉทนํ อฏฺฐาสีติ ภควา กิร จตุนฺนํ วสฺสิกานํ มาสานํ เอกํ มาสํ อติกฺกมิตฺวา ติณํ อาหราเปสิ, ตสฺมา เอวมาห. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – อากาสํ ฉทนมสฺสาติ อากาสจฺฉทนํ. น เทโวติวสฺสีติ เกวลํ นาติวสฺสิ, ยถา ปเนตฺถ ปกติยา จ นิพฺพโกสสฺส อุทกปาตฏฺฐานพฺภนฺตเร เอกมฺปิ อุทกพินฺทุ นาติวสฺสิ, เอวํ ฆนฉทนเคหพฺภนฺตเร วิย น วาตาตปาปิ อาพาธํ อกํสุ, ปกติยา อุตุผรณเมว อโหสิ. อปรภาเค ตสฺมึ นิคเม ฉฑฺฑิเตปิ ตํ ฐานํ อโนวสฺสกเมว อโหสิ. มนุสฺสา กมฺมํ กโรนฺตา เทเว วสฺสนฺเต ตตฺถ สาฏเก ฐเปตฺวา กมฺมํ กโรนฺติ. ยาว กปฺปุฏฺฐานา ตํ ฐานํ ตาทิสเมว ภวิสฺสติ. ตญฺจ โข ปน น ตถาคตสฺส อิทฺธานุภาเวน, เตสํเยว ปน คุณสมฺปตฺติยา. เตสญฺหิ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ กตฺถ น ลเภยฺย, อมฺหากํ นาม ทฺวินฺนํ อนฺธกานํ นิเวสนํ อุตฺติณํ กาเรสี’’ติ น ตปฺปจฺจยา โทมนสฺสํ อุทปาทิ – ‘‘สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคโล อมฺหากํ นิเวสนา ติณํ อาหราเปตฺวา คนฺธกุฏึ ฉาทาเปสี’’ติ ปน เตสํ อนปฺปกํ พลวโสมนสฺสํ อุทปาทิ. อิติ เตสํเยว คุณสมฺปตฺติยา อิทํ ปาฏิหาริยํ ชาตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๙๒. ตณฺฑุลวาหสตานีติ เอตฺถ เทฺว สกฏานิ เอโก วาโหติ เวทิตพฺโพ. ตทุปิยญฺจ สูเปยฺยนฺติ สูปตฺถาย ตทนุรูปํ เตลผาณิตาทึ. วีสติภิกฺขุสหสฺสสฺส เตมาสตฺถาย ภตฺตํ ภวิสฺสตีติ กิร สญฺญาย ราชา เอตฺตกํ เปเสสิ. อลํ เม รญฺโญว โหตูติ กสฺมา ปฏิกฺขิปิ? อธิคตอปฺปิจฺฉตาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘นาหํ รญฺญา ทิฏฺฐปุพฺโพ, กถํ นุ โข เปเสสี’’ติ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา พาราณสึ คโต, อทฺธา โส รญฺโญ วสฺสาวาสํ ยาจิยมาโน มยฺหํ ปฏิญฺญาตภาวํ อาโรเจตฺวา มม คุณกถํ กเถสิ, คุณกถาย ลทฺธลาโภ ปน นเฏน นจฺจิตฺวา ลทฺธํ วิย คายเกน คายิตฺวา ลทฺธํ วิย จ โหติ. กึ มยฺหํ อิมินา, กมฺมํ กตฺวา อุปฺปนฺเนน มาตาปิตูนมฺปิ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสปิ อุปฏฺฐานํ สกฺกา กาตุ’’นฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ฆฏิการสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.