๙. จูฬสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา

๒๗๐. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬสกุลุทายิสุตฺตํ. ตตฺถ ยทา ปน, ภนฺเต, ภควาติ อิทํ ปริพฺพาชโก ธมฺมกถํ โสตุกาโม ภควโต ธมฺมเทสนาย สาลยภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห.

๒๗๑. ตํเยเวตฺถ ปฏิภาตูติ สเจ ธมฺมํ โสตุกาโม, ตุเยฺหเวตฺถ เอโก ปโญฺห เอกํ การณํ อุปฏฺฐาตุ. ยถา มํ ปฏิภาเสยฺยาติ เยน การเณน มม ธมฺมเทสนา อุปฏฺฐเหยฺย, เอเตน หิ การเณน กถาย สมุฏฺฐิตาย สุขํ ธมฺมํ เทเสตุนฺติ ทีเปติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเตติ โส กิร ตํ ทิสฺวา – ‘‘สเจ ภควา อิธ อภวิสฺสา, อยเมตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถติ ทีปสหสฺสํ วิย อุชฺชลาเปตฺวา อชฺช เม ปากฏํ อกริสฺสา’’ติ ทสพลํเยว อนุสฺสริ. ตสฺมา ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ อโห นูนาติ อนุสฺสรณตฺเถ นิปาตทฺวยํ. เตน ตสฺส ภควนฺตํ อนุสฺสรนฺตสฺส เอตทโหสิ ‘‘อโห นูน ภควา อโห นูน สุคโต’’ติ. โย อิเมสนฺติ โย อิเมสํ ธมฺมานํ. สุกุสโลติ สุฏฺฐุ กุสโล นิปุโณ เฉโก. โส ภควา อโห นูน กเถยฺย, โส สุคโต อโห นูน กเถยฺย, ตสฺส หิ ภควโต ปุพฺเพนิวาสญาณสฺส อเนกานิ กปฺปโกฏิสหสฺสานิ เอกงฺคณานิ ปากฏานีติ, อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

ตสฺส วาหํ ปุพฺพนฺตํ อารพฺภาติ โย หิ ลาภี โหติ, โส ‘‘ปุพฺเพ ตฺวํ ขตฺติโย อโหสิ, พฺราหฺมโณ อโหสี’’ติ วุตฺเต ชานนฺโต สกฺกจฺจํ สุสฺสูสติ. อลาภี ปน – ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ สีสกมฺปเมตฺตเมว ทสฺเสติ. ตสฺมา เอวมาห – ‘‘ตสฺส วาหํ ปุพฺพนฺตํ อารพฺภ ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน จิตฺตํ อาราเธยฺย’’นฺติ.

โส วา มํ อปรนฺตนฺติ ทิพฺพจกฺขุลาภิโน หิ อนาคตํสญาณํ อิชฺฌติ, ตสฺมา เอวมาห. อิตรํ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมว.

ธมฺมํ เต เทเสสฺสามีติ อยํ กิร อตีเต เทสิยมาเนปิ น พุชฺฌิสฺสติ, อนาคเต เทสิยมาเนปิ น พุชฺฌิสฺสติ. อถสฺส ภควา สณฺหสุขุมํ ปจฺจยาการํ เทเสตุกาโม เอวมาห. กึ ปน ตํ พุชฺฌิสฺสตีติ? เอตํ ปเคว น พุชฺฌิสฺสติ, อนาคเต ปนสฺส วาสนาย ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ ทิสฺวา ภควา เอวมาห.

ปํสุปิสาจกนฺติ อสุจิฏฺฐาเน นิพฺพตฺตปิสาจํ. โส หิ เอกํ มูลํ คเหตฺวา อทิสฺสมานกาโย โหติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – เอกา กิร ยกฺขินี เทฺว ทารเก ถูปารามทฺวาเร นิสีทาเปตฺวา อาหารปริเยสนตฺถํ นครํ คตา. ทารกา เอกํ ปิณฺฑปาติกตฺเถรํ ทิสฺวา อาหํสุ, – ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ มาตา อนฺโต นครํ ปวิฏฺฐา, ตสฺสา วเทยฺยาถ ‘ยํ วา ตํ วา ลทฺธกํ, คเหตฺวา สีฆํ คจฺฉ, ทารกา เต ชิฆจฺฉิตํ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกนฺตี’’’ติ. ตมหํ กถํ ปสฺสิสฺสามีติ? อิทํ, ภนฺเต, คณฺหถาติ เอกํ มูลขณฺฑํ อทํสุ. เถรสฺส อเนกานิ ยกฺขสหสฺสานิ ปญฺญายึสุ, โส ทารเกหิ ทินฺนสญฺญาเณน ตํ ยกฺขินึ อทฺทส วิรูปํ พีภจฺฉํ เกวลํ วีถิยํ คพฺภมลํ ปจฺจาสีสมานํ. ทิสฺวา ตมตฺถํ กเถสิ. กถํ มํ ตฺวํ ปสฺสสีติ วุตฺเต มูลขณฺฑํ ทสฺเสสิ, สา อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหิ. เอวํ ปํสุปิสาจกา เอกํ มูลํ คเหตฺวา อทิสฺสมานกายา โหนฺติ. ตํ สนฺธาเยส ‘‘ปํสุปิสาจกมฺปิ น ปสฺสามี’’ติ อาห. น ปกฺขายตีติ น ทิสฺสติ น อุปฏฺฐาติ.

๒๗๒. ทีฆาปิ โข เต เอสาติ อุทายิ เอสา ตว วาจา ทีฆาปิ ภเวยฺย, เอวํ วทนฺตสฺส วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ ปวตฺเตยฺย, น จ อตฺถํ ทีเปยฺยาติ อธิปฺปาโย. อปฺปาฏิหีรกตนฺติ อนิยฺยานิกํ อมูลกํ นิรตฺถกํ สมฺปชฺชตีติ อตฺโถ.

อิทานิ ตํ วณฺณํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโตติ วิสภาควณฺเณ รตฺตกมฺพเล ฐปิโต. เอวํวณฺโณ อตฺตา โหตีติ อิทํ โส สุภกิณฺหเทวโลเก นิพฺพตฺตกฺขนฺเธ สนฺธาย – ‘‘อมฺหากํ มตกาเล อตฺตา สุภกิณฺหเทวโลเก ขนฺธา วิย โชเตตี’’ติ วทติ.

๒๗๓. อยํ อิเมสํ อุภินฺนนฺติ โส กิร ยสฺมา มณิสฺส พหิ อาภา น นิจฺฉรติ, ขชฺโชปนกสฺส องฺคุลทฺวงฺคุลจตุรงฺคุลมตฺตํ นิจฺฉรติ, มหาขชฺโชปนกสฺส ปน ขฬมณฺฑลมตฺตมฺปิ นิจฺฉรติเยว, ตสฺมา เอวมาห.

วิทฺเธติ อุพฺพิทฺเธ, เมฆวิคเมน ทูรีภูเตติ อตฺโถ. วิคตวลาหเกติ อปคตเมเฆ. เทเวติ อากาเส. โอสธิตารกาติ สุกฺกตารกา. สา หิ ยสฺมา ตสฺสา อุทยโต ปฏฺฐาย เตน สญฺญาเณน โอสธานิ คณฺหนฺติปิ ปิวนฺติปิ, ตสฺมา ‘‘โอสธิตารกา’’ติ วุจฺจติ. อภิโท อฑฺฒรตฺตสมยนฺติ อภินฺเน อฑฺฒรตฺตสมเย. อิมินา คคนมชฺเฌ ฐิตจนฺทํ ทสฺเสติ. อภิโท มชฺฌนฺหิเกปิ เอเสว นโย.

อโต โขติ เย อนุโภนฺติ, เตหิ พหุตรา, พหู เจว พหุตรา จาติ อตฺโถ. อาภา นานุโภนฺตีติ โอภาสํ น วฬญฺชนฺติ, อตฺตโน สรีโรภาเสเนว อาโลกํ ผริตฺวา วิหรนฺติ.

๒๗๔. อิทานิ ยสฺมา โส ‘‘เอกนฺตสุขํ โลกํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ นิสินฺโน, ปุจฺฉามูโฬฺห ปน ชาโต, ตสฺมา นํ ภควา ตํ ปุจฺฉํ สราเปนฺโต กึ ปน, อุทายิ, อตฺถิ เอกนฺตสุโข โลโกติอาทิมาห. ตตฺถ อาการวตีติ การณวตี. อญฺญตรํ วา ปน ตโปคุณนฺติ อเจลกปาฬึ สนฺธายาห, สุราปานวิรตีติ อตฺโถ.

๒๗๕. กตมา ปน สา, ภนฺเต, อาการวตี ปฏิปทา เอกนฺตสุขสฺสาติ กสฺมา ปุจฺฉติ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มยํ สตฺตานํ เอกนฺตสุขํ วทาม, ปฏิปทํ ปน กาเลน สุขํ กาเลน ทุกฺขํ วทาม. เอกนฺตสุขสฺส โข ปน อตฺตโน ปฏิปทายปิ เอกนฺตสุขาย ภวิตพฺพํ. อมฺหากํ กถา อนิยฺยานิกา, สตฺถุ กถาว นิยฺยานิกา’’ติ. อิทานิ สตฺถารํเยว ปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามีติ ตสฺมา ปุจฺฉติ.

เอตฺถ มยํ อนสฺสามาติ เอตสฺมึ การเณ มยํ อนสฺสาม. กสฺมา ปน เอวมาหํสุ? เต กิร ปุพฺเพ ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ตติยชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌานา กาลํ กตฺวา สุภกิเณฺหสุ นิพฺพตฺตนฺตีติ ชานนฺติ, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ปน กาเล กสิณปริกมฺมมฺปิ น ชานึสุ, ตติยชฺฌานมฺปิ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขึสุ. ปญฺจ ปุพฺพภาคธมฺเม ปน ‘‘อาการวตี ปฏิปทา’’ติ อุคฺคเหตฺวา ตติยชฺฌานํ ‘‘เอกนฺตสุโข โลโก’’ติ อุคฺคณฺหึสุ. ตสฺมา เอวมาหํสุ. อุตฺตริตรนฺติ อิโต ปญฺจหิ ธมฺเมหิ อุตฺตริตรํ ปฏิปทํ วา ตติยชฺฌานโต อุตฺตริตรํ เอกนฺตสุขํ โลกํ วา น ชานามาติ วุตฺตํ โหติ. อปฺปสทฺเท กตฺวาติ เอกปฺปหาเรเนว มหาสทฺทํ กาตุํ อารทฺเธ นิสฺสทฺเท กตฺวา.

๒๗๖. สจฺฉิกิริยาเหตูติ เอตฺถ เทฺว สจฺฉิกิริยา ปฏิลาภสจฺฉิกิริยา จ ปจฺจกฺขสจฺฉิกิริยา จ. ตตฺถ ตติยชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา สุภกิณฺหโลเก เตสํ เทวานํ สมานายุวณฺโณ หุตฺวา นิพฺพตฺตติ, อยํ ปฏิลาภสจฺฉิกิริยา นาม. จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อิทฺธิวิกุพฺพเนน สุภกิณฺหโลกํ คนฺตฺวา เตหิ เทเวหิ สทฺธึ สนฺติฏฺฐติ สลฺลปติ สากจฺฉํ อาปชฺชติ, อยํ ปจฺจกฺขสจฺฉิกิริยา นาม. ตาสํ ทฺวินฺนมฺปิ ตติยชฺฌานํ อาการวตี ปฏิปทา นาม. ตญฺหิ อนุปฺปาเทตฺวา เนว สกฺกา สุภกิณฺหโลเก นิพฺพตฺติตุํ, น จตุตฺถชฺฌานํ อุปฺปาเทตุํ. อิติ ทุวิธมฺเปตํ สจฺฉิกิริยํ สนฺธาย – ‘‘เอตสฺส นูน, ภนฺเต, เอกนฺตสุขสฺส โลกสฺส สจฺฉิกิริยาเหตู’’ติ อาห.

๒๗๗. อุทญฺจนิโกติ อุทกวารโก. อนฺตรายมกาสีติ ยถา ปพฺพชฺชํ น ลภติ, เอวํ อุปทฺทุตมกาสิ ยถา ตํ อุปนิสฺสยวิปนฺนํ. อยํ กิร กสฺสปพุทฺธกาเล ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมมกาสิ. อถสฺส เอโก สหายโก ภิกฺขุ สาสเน อนภิรโต, ‘‘อาวุโส, วิพฺภมิสฺสามี’’ติ อาโรเจสิ. โส ตสฺส ปตฺตจีวเร โลภํ อุปฺปาเทตฺวา คิหิภาวาย วณฺณํ อภาสิ. อิตโร ตสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา วิพฺภมิ. เตนสฺส กมฺมุนา อิทานิ ภควโต สมฺมุขา ปพฺพชฺชาย อนฺตราโย ชาโต. ภควตา ปนสฺส ปุริมสุตฺตํ อติเรกภาณวารมตฺตํ, อิทํ ภาณวารมตฺตนฺติ เอตฺตกาย ตนฺติยา ธมฺโม กถิโต, เอกเทสนายปิ มคฺคผลปฏิเวโธ น ชาโต, อนาคเต ปนสฺส ปจฺจโย ภวิสฺสตีติ ภควา ธมฺมํ เทเสติ. อนาคเต ปจฺจยภาวญฺจสฺส ทิสฺวา ภควา ธรมาโน เอกํ ภิกฺขุมฺปิ เมตฺตาวิหาริมฺหิ เอตทคฺเค น ฐเปสิ. ปสฺสติ หิ ภควา – ‘‘อนาคเต อยํ มม สาสเน ปพฺพชิตฺวา เมตฺตาวิหารีนํ อคฺโค ภวิสฺสตี’’ติ.

โส ภควติ ปรินิพฺพุเต ธมฺมาโสกราชกาเล ปาฏลิปุตฺเต นิพฺพตฺติตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตปฺปตฺโต อสฺสคุตฺตตฺเถโร นาม หุตฺวา เมตฺตาวิหารีนํ อคฺโค อโหสิ. เถรสฺส เมตฺตานุภาเวน ติรจฺฉานคตาปิ เมตฺตจิตฺตํ ปฏิลภึสุ, เถโร สกลชมฺพุทีเป ภิกฺขุสงฺฆสฺส โอวาทาจริโย หุตฺวา วตฺตนิเสนาสเน อาวสิ, ตึสโยชนมตฺตา อฏวี เอกํ ปธานฆรํ อโหสิ. เถโร อากาเส จมฺมขณฺฑํ ปตฺถริตฺวา ตตฺถ นิสินฺโน กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล ภิกฺขาจารมฺปิ อคนฺตฺวา วิหาเร นิสินฺโน กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ, มนุสฺสา วิหารเมว คนฺตฺวา ทานมทํสุ. ธมฺมาโสกราชา เถรสฺส คุณํ สุตฺวา ทฏฺฐุกาโม ติกฺขตฺตุํ ปหิณิ. เถโร ภิกฺขุสงฺฆสฺส โอวาทํ ทมฺมีติ เอกวารมฺปิ น คโตติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

จูฬสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.