๗. มหาสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา

๒๓๗. เอวํ เม สุตนฺติ มหาสกุลุทายิสุตฺตํ. ตตฺถ โมรนิวาเปติ ตสฺมึ ฐาเน โมรานํ อภยํ โฆเสตฺวา โภชนํ อทํสุ. ตสฺมา ตํ ฐานํ โมรนิวาโปติ สงฺขํ คตํ. อนฺนภาโรติ เอกสฺส ปริพฺพาชกสฺส นามํ. ตถา วรธโรติ. อญฺเญ จาติ น เกวลํ อิเม ตโย, อญฺเญปิ อภิญฺญาตา พหู ปริพฺพาชกา. อปฺปสทฺทสฺส วณฺณวาทีติ อิธ อปฺปสทฺทวินีโตติ อวตฺวาว อิทํ วุตฺตํ. กสฺมา? น หิ ภควา อญฺเญน วินีโตติ.

๒๓๘. ปุริมานีติ หิยฺโยทิวสํ อุปาทาย ปุริมานิ นาม โหนฺติ, ตโต ปรํ ปุริมตรานิ. กุตูหลสาลายนฺติ กุตูหลสาลา นาม ปจฺเจกสาลา นตฺถิ, ยตฺถ ปน นานาติตฺถิยา สมณพฺราหฺมณา นานาวิธํ กถํ ปวตฺเตนฺติ, สา พหูนํ – ‘‘อยํ กึ วทติ, อยํ กึ วทตี’’ติ กุตูหลุปฺปตฺติฏฺฐานโต ‘‘กุตูหลสาลา’’ติ วุจฺจติ. ‘‘โกตูหลสาลา’’ติปิ ปาโฐ. ลาภาติ เย เอวรูเป สมณพฺราหฺมเณ ทฏฺฐุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ธมฺมกถํ วา เนสํ โสตุํ ลภนฺติ, เตสํ องฺคมคธานํ อิเม ลาภาติ อตฺโถ.

สงฺฆิโนติอาทีสุ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆ เอเตสํ อตฺถีติ สงฺฆิโน. เสฺวว คโณ เอเตสํ อตฺถีติ คณิโน. อาจารสิกฺขาปนวเสน ตสฺส คณสฺส อาจริยาติ คณาจริยา. ญาตาติ ปญฺญาตา ปากฏา. ยถาภุจฺจคุเณหิ เจว อยถาภูตคุเณหิ จ สมุคฺคโต ยโส เอเตสํ อตฺถีติ ยสสฺสิโน. ปูรณาทีนญฺหิ ‘‘อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ, อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสตี’’ติอาทินา นเยน ยโส สมุคฺคโต, ตถาคตสฺส ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทีหิ ยถาภูตคุเณหิ. ติตฺถกราติ ลทฺธิกรา. สาธุสมฺมตาติ อิเม สาธู สุนฺทรา สปฺปุริสาติ เอวํ สมฺมตา. พหุชนสฺสาติ อสฺสุตวโต เจว อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส วิภาวิโน จ ปณฺฑิตชนสฺส. ตตฺถ ติตฺถิยา พาลชนสฺส เอวํ สมฺมตา, ตถาคโต ปณฺฑิตชนสฺส. อิมินา นเยน ปูรโณ กสฺสโป สงฺฆีติอาทีสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภควา ปน ยสฺมา อฏฺฐตึส อารมฺมณานิ วิภชนฺโต พหูนิ นิพฺพานโอตรณติตฺถานิ อกาสิ, ตสฺมา ‘‘ติตฺถกโร’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.

กสฺมา ปเนเต สพฺเพปิ ตตฺถ โอสฏาติ? อุปฏฺฐากรกฺขณตฺถญฺเจว ลาภสกฺการตฺถญฺจ. เตสญฺหิ เอวํ โหติ – ‘‘อมฺหากํ อุปฏฺฐากา สมณํ โคตมํ สรณํ คจฺเฉยฺยุํ, เต จ รกฺขิสฺสาม. สมณสฺส จ โคตมสฺส อุปฏฺฐาเก สกฺการํ กโรนฺเต ทิสฺวา อมฺหากมฺปิ อุปฏฺฐากา อมฺหากํ สกฺการํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา ยตฺถ ยตฺถ ภควา โอสรติ, ตตฺถ ตตฺถ สพฺเพ โอสรนฺติ.

๒๓๙. วาทํ อาโรเปตฺวาติ วาเท โทสํ อาโรเปตฺวา. อปกฺกนฺตาติ, อปคตา, เกจิ ทิสํ ปกฺกนฺตา, เกจิ คิหิภาวํ ปตฺตา, เกจิ อิมํ สาสนํ อาคตา. สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ, อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อสหิตํ เตติ ตุยฺหํ วจนํ อสหิตํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตุยฺหํ ทีฆรตฺตาจิณฺณวเสน สุปฺปคุณํ, ตํ มยฺหํ เอกวจเนเนว วิปราวตฺตํ วิปริวตฺติตฺวา ฐิตํ, น กิญฺจิ ชาตนฺติ อตฺโถ. อาโรปิโต เต วาโทติ มยา ตว วาเท โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ โทสโมจนตฺถํ จร วิจร, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาติ อตฺโถ. นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสีติ อถ สยํ ปโหสิ, อิทาเนว นิพฺเพเฐหิ. ธมฺมกฺโกเสนาติ สภาวกฺโกเสน.

๒๔๐. ตํ โน โสสฺสามาติ ตํ อมฺหากํ เทสิตํ ธมฺมํ สุณิสฺสาม. ขุทฺทมธุนฺติ ขุทฺทกมกฺขิกาหิ กตํ ทณฺฑกมธุํ. อเนลกนฺติ นิทฺโทสํ อปคตมจฺฉิกณฺฑกํ. ปีเฬยฺยาติ ทเทยฺย. ปจฺจาสีสมานรูโปติ ปูเรตฺวา นุ โข โน โภชนํ ทสฺสตีติ ภาชนหตฺโถ ปจฺจาสีสมาโน ปจฺจุปฏฺฐิโต อสฺส. สมฺปโยเชตฺวาติ อปฺปมตฺตกํ วิวาทํ กตฺวา.

๒๔๑. อิตรีตเรนาติ ลามกลามเกน. ปวิวิตฺโตติ อิทํ ปริพฺพาชโก กายวิเวกมตฺตํ สนฺธาย วทติ, ภควา ปน ตีหิ วิเวเกหิ วิวิตฺโตว.

๒๔๒. โกสกาหาราปีติ ทานปตีนํ ฆเร อคฺคภิกฺขาฐปนตฺถํ ขุทฺทกสราวา โหนฺติ, ทานปติโน อคฺคภตฺตํ วา ตตฺถ ฐเปตฺวา ภุญฺชนฺติ, ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ตํ ภตฺตํ ตสฺส เทนฺติ. ตํ สราวกํ โกสโกติ วุจฺจติ. ตสฺมา เย จ เอเกเนว ภตฺตโกสเกน ยาเปนฺติ, เต โกสกาหาราติ. เพลุวาหาราติ เพลุวมตฺตภตฺตาหารา. สมติตฺติกนฺติ โอฏฺฐวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมเลขาสมํ. อิมินา ธมฺเมนาติ อิมินา อปฺปาหารตาธมฺเมน. เอตฺถ ปน สพฺพากาเรเนว ภควา อนปฺปาหาโรติ น วตฺตพฺโพ. ปธานภูมิยํ ฉพฺพสฺสานิ อปฺปาหาโรว อโหสิ, เวรญฺชายํ ตโย มาเส ปตฺโถทเนเนว ยาเปสิ ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑ ตโย มาเส ภิสมุฬาเลเหว ยาเปสิ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึ กาเล อปฺปาหาโร อโหสึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ. ตสฺมา ยทิ เต อิมินา ธมฺเมน สกฺกเรยฺยุํ, มยา หิ เต วิเสสตรา. อญฺโญ เจว ปน ธมฺโม อตฺถิ, เยน มํ เต สกฺกโรนฺตีติ ทสฺเสติ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ โยชนา เวทิตพฺพา.

ปํสุกูลิกาติ สมาทินฺนปํสุกูลิกงฺคา. ลูขจีวรธราติ สตฺถสุตฺตลูขานิ จีวรานิ ธารยมานา. นนฺตกานีติ อนฺตวิรหิตานิ วตฺถขณฺฑานิ, ยทิ หิ เนสํ อนฺโต ภเวยฺย, ปิโลติกาติ สงฺขํ คจฺเฉยฺยุํ. อุจฺจินิตฺวาติ ผาเลตฺวา ทุพฺพลฏฺฐานํ ปหาย ถิรฏฺฐานเมว คเหตฺวา. อลาพุโลมสานีติ อลาพุโลมสทิสสุตฺตานิ สุขุมานีติ ทีเปติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา จีวรสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ. อติมุตฺตกสุสานโต หิสฺส ปุณฺณทาสิยา ปารุปิตฺวา ปาติตสาณปํสุกูลํ คหณทิวเส อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวี อกมฺปิ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล ปํสุกูลํ คณฺหึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

ปิณฺฑปาติกาติ อติเรกลาภํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนปิณฺฑปาติกงฺคา. สปทานจาริโนติ โลลุปฺปจารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนสปทานจารา. อุญฺฉาสเก วเต รตาติ อุญฺฉาจริยสงฺขาเต ภิกฺขูนํ ปกติวเต รตา, อุจฺจนีจฆรทฺวารฏฺฐายิโน หุตฺวา กพรมิสฺสกํ ภตฺตํ สํหริตฺวา ปริภุญฺชนฺตีติ อตฺโถ. อนฺตรฆรนฺติ พฺรหฺมายุสุตฺเต อุมฺมารโต ปฏฺฐาย อนฺตรฆรํ, อิธ อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อธิปฺเปตํ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา ปิณฺฑปาตสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ, อปฺปาหารตาย วุตฺตนิยาเมเนว ปน สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล นิมนฺตนํ น สาทยึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

รุกฺขมูลิกาติ ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนรุกฺขมูลิกงฺคา. อพฺโภกาสิกาติ ฉนฺนญฺจ รุกฺขมูลญฺจ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนอพฺโภกาสิกงฺคา. อฏฺฐมาเสติ เหมนฺตคิมฺหิเก มาเส. อนฺโตวสฺเส ปน จีวรานุคฺคหตฺถํ ฉนฺนํ ปวิสนฺติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา เสนาสนสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ, เสนาสนสนฺโตโส ปนสฺส ฉพฺพสฺสิกมหาปธาเนน จ ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑน จ ทีเปตพฺโพ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล ฉนฺนํ น ปาวิสึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

อารญฺญิกาติ คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนอารญฺญิกงฺคา. สงฺฆมชฺเฌ โอสรนฺตีติ อพทฺธสีมาย กถิตํ, พทฺธสีมายํ ปน วสนฺตา อตฺตโน วสนฏฺฐาเนเยว อุโปสถํ กโรนฺติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา โน ปวิวิตฺโตติ น วตฺตพฺโพ, ‘‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อฑฺฒมาสํ ปฏิสลฺลิยิตุ’’นฺติ (ปารา. ๑๖๒; ๕๖๕) เอวญฺหิสฺส ปวิเวโก ปญฺญายติ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว ตถารูเป กาเล ปฏิสลฺลิยึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ. มมํ สาวกาติ มํ สาวกา.

๒๔๔. สนิทานนฺติ สปฺปจฺจยํ. กึ ปน อปฺปจฺจยํ นิพฺพานํ น เทเสตีติ. โน น เทเสติ, สเหตุกํ ปน ตํ เทสนํ กตฺวา เทเสติ, โน อเหตุกนฺติ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ ปุริมสฺเสเวตํ เววจนํ, สการณนฺติ อตฺโถ. ตํ วตาติ เอตฺถ วตาติ นิปาตมตฺตํ.

๒๔๕. อนาคตํ วาทปถนฺติ อชฺช ฐเปตฺวา เสฺว วา ปุนทิวเส วา อฑฺฒมาเส วา มาเส วา สํวจฺฉเร วา ตสฺส ตสฺส ปญฺหสฺส อุปริ อาคมนวาทปถํ. น ทกฺขตีติ ยถา สจฺจโก นิคณฺโฐ อตฺตโน นิคฺคหณตฺถํ อาคตการณํ วิเสเสตฺวา วทนฺโต น อทฺทส, เอวํ น ทกฺขตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. สหธมฺเมนาติ สการเณน. อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตยฺยุนฺติ มม กถาวารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา อนฺตรนฺตเร อตฺตโน กถํ ปเวเสยฺยุนฺติ อตฺโถ. น โข ปนาหํ, อุทายีติ, อุทายิ, อหํ อมฺพฏฺฐโสณทณฺฑกูฏทนฺตสจฺจกนิคณฺฐาทีหิ สทฺธึ มหาวาเท วตฺตมาเนปิ – ‘‘อโห วต เม เอกสาวโกปิ อุปมํ วา การณํ วา อาหริตฺวา ทเทยฺยา’’ติ เอวํ สาวเกสุ อนุสาสนึ น ปจฺจาสีสามิ. มมเยวาติ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ สาวกา มมเยว อนุสาสนึ โอวาทํ ปจฺจาสีสนฺติ.

๒๔๖. เตสาหํ จิตฺตํ อาราเธมีติ เตสํ อหํ ตสฺส ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน จิตฺตํ คณฺหามิ สมฺปาเทมิ ปริปูเรมิ, อญฺญํ ปุฏฺโฐ อญฺญํ น พฺยากโรมิ, อมฺพํ ปุฏฺโฐ ลพุชํ วิย ลพุชํ วา ปุฏฺโฐ อมฺพํ วิย. เอตฺถ จ ‘‘อธิสีเล สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน พุทฺธสีลํ นาม กถิตํ, ‘‘อภิกฺกนฺเต ญาณทสฺสเน สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ‘‘อธิปญฺญาย สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน ฐานุปฺปตฺติกปญฺญา, ‘‘เยน ทุกฺเขนา’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน สจฺจพฺยากรณปญฺญา. ตตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ สจฺจพฺยากรณปญฺญญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปญฺญา อธิปญฺญํ ภชติ.

๒๔๗. อิทานิ เตสํ เตสํ วิเสสาธิคมานํ ปฏิปทํ อาจิกฺขนฺโต ปุน จปรํ อุทายีติอาทิมาห. ตตฺถ อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตาติ อภิญฺญาโวสานสงฺขาตญฺเจว อภิญฺญาปารมีสงฺขาตญฺจ อรหตฺตํ ปตฺตา.

สมฺมปฺปธาเนติ อุปายปธาเน. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทํ ชเนติ. วายมตีติ วายามํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ วีริยํ ปวตฺเตติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ อุปายปธานํ กโรติ. ภาวนาย ปาริปูริยาติ วฑฺฒิยา ปริปูรณตฺถํ. อปิเจตฺถ – ‘‘ยา ฐิติ, โส อสมฺโมโส…เป… ยํ เวปุลฺลํ, สา ภาวนาปาริปูรี’’ติ (วิภ. ๔๐๖) เอวํ ปุริมํ ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมสฺส อตฺโถติปิ เวทิตพฺพํ.

อิเมหิ ปน สมฺมปฺปธาเนหิ กึ กถิตํ? กสฺสปสํยุตฺตปริยาเยน สาวกสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตา. วุตฺตเญฺหตํ ตตฺถ –

‘‘จตฺตาโรเม, อาวุโส, สมฺมปฺปธานา. กตเม จตฺตาโร? อิธาวุโส, ภิกฺขุ, อนุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปฺปหียมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา อนุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๕).

เอตฺถ จ ปาปกา อกุสลาติ โลภาทโย เวทิตพฺพา. อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ สมถวิปสฺสนา เจว มคฺโค จ, อุปฺปนฺนา กุสลา นาม สมถวิปสฺสนาว. มคฺโค ปน สกึ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌมาโน อนตฺถาย สํวตฺตนโก นาม นตฺถิ. โส หิ ผลสฺส ปจฺจยํ ทตฺวาว นิรุชฺฌติ. ปุริมสฺมิมฺปิ วา สมถวิปสฺสนาว คเหตพฺพาติ วุตฺตํ, ตํ ปน น ยุตฺตํ.

ตตฺถ ‘‘อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺตี’’ติ อตฺถสฺส อาวิภาวตฺถมิทํ วตฺถุ – เอโก กิร ขีณาสวตฺเถโร ‘‘มหาเจติยญฺจ มหาโพธิญฺจ วนฺทิสฺสามี’’ติ สมาปตฺติลาภินา ภณฺฑคาหกสามเณเรน สทฺธึ ชนปทโต มหาวิหารํ อาคนฺตฺวา วิหารปริเวณํ ปาวิสิ. สายนฺหสมเย มหาภิกฺขุสงฺเฆ เจติยํ วนฺทมาเน เจติยํ วนฺทนตฺถาย น นิกฺขมิ. กสฺมา? ขีณาสวานญฺหิ ตีสุ รตเนสุ มหนฺตํ คารวํ โหติ. ตสฺมา ภิกฺขุสงฺเฆ วนฺทิตฺวา ปฏิกฺกมนฺเต มนุสฺสานํ สายมาสภุตฺตเวลายํ สามเณรมฺปิ อชานาเปตฺวา ‘‘เจติยํ วนฺทิสฺสามี’’ติ เอกโกว นิกฺขมิ. สามเณโร – ‘‘กึ นุ โข เถโร อเวลาย เอกโกว คจฺฉติ, ชานิสฺสามี’’ติ อุปชฺฌายสฺส ปทานุปทิโก นิกฺขมิ. เถโร อนาวชฺชเนน ตสฺส อาคมนํ อชานนฺโต ทกฺขิณทฺวาเรน เจติยงฺคณํ อารุหิ. สามเณโรปิ อนุปทํเยว อารุโฬฺห.

มหาเถโร มหาเจติยํ อุลฺโลเกตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ คเหตฺวา สพฺพํ เจตโส สมนฺนาหริตฺวา หฏฺฐปหฏฺโฐ เจติยํ วนฺทติ. สามเณโร เถรสฺส วนฺทนาการํ ทิสฺวา ‘‘อุปชฺฌาโย เม อติวิย ปสนฺนจิตฺโต วนฺทติ, กึ นุ โข ปุปฺผานิ ลภิตฺวา ปูชํ กเรยฺยา’’ติ จินฺเตสิ. เถโร วนฺทิตฺวา อุฏฺฐาย สิรสิ อญฺชลึ ฐเปตฺวา มหาเจติยํ อุลฺโลเกตฺวา ฐิโต. สามเณโร อุกฺกาสิตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปสิ. เถโร ปริวตฺเตตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘กทา อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ตุมฺหากํ เจติยํ วนฺทนกาเล, ภนฺเต. อติวิย ปสนฺนา เจติยํ วนฺทิตฺถ กึ นุ โข ปุปฺผานิ ลภิตฺวา ปูเชยฺยาถาติ? อาม สามเณร อิมสฺมึ เจติเย วิย อญฺญตฺร เอตฺตกํ ธาตูนํ นิธานํ นาม นตฺถิ, เอวรูปํ อสทิสํ มหาถูปํ ปุปฺผานิ ลภิตฺวา โก น ปูเชยฺยาติ. เตน หิ, ภนฺเต, อธิวาเสถ, อาหริสฺสามีติ ตาวเทว ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อิทฺธิยา หิมวนฺตํ คนฺตฺวา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนปุปฺผานิ ปริสฺสาวนํ ปูเรตฺวา มหาเถเร ทกฺขิณมุขโต ปจฺฉิมํ มุขํ อสมฺปตฺเตเยว อาคนฺตฺวา ปุปฺผปริสฺสาวนํ หตฺเถ ฐเปตฺวา ‘‘ปูเชถ, ภนฺเต,’’ติ อาห. เถโร ‘‘อติมนฺทานิ โน สามเณร ปุปฺผานี’’ติ อาห. คจฺฉถ, ภนฺเต, ภควโต คุเณ อาวชฺชิตฺวา ปูเชถาติ.

เถโร ปจฺฉิมมุขนิสฺสิเตน โสปาเณน อารุยฺห กุจฺฉิเวทิกาภูมิยํ ปุปฺผปูชํ กาตุํ อารทฺโธ. เวทิกาภูมิยํ ปริปุณฺณานิ ปุปฺผานิ ปติตฺวา ทุติยภูมิยํ ชณฺณุปมาเณน โอธินา ปูรยึสุ. ตโต โอตริตฺวา ปาทปิฏฺฐิกปนฺตึ ปูเชสิ. สาปิ ปริปูริ. ปริปุณฺณภาวํ ญตฺวา เหฏฺฐิมตเล วิกิรนฺโต อคมาสิ. สพฺพํ เจติยงฺคณํ ปริปูริ. ตสฺมึ ปริปุณฺเณ ‘‘สามเณร ปุปฺผานิ น ขียนฺตี’’ติ อาห. ปริสฺสาวนํ, ภนฺเต, อโธมุขํ กโรถาติ. อโธมุขํ กตฺวา จาเลสิ, ตทา ปุปฺผานิ ขีณานิ. ปริสฺสาวนํ สามเณรสฺส ทตฺวา สทฺธึ หตฺถิปากาเรน เจติยํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา ปริเวณํ คจฺฉนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘ยาว มหิทฺธิโก วตายํ สามเณโร, สกฺขิสฺสติ นุ โข อิมํ อิทฺธานุภาวํ รกฺขิตุ’’นฺติ. ตโต ‘‘น สกฺขิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา สามเณรมาห – ‘‘สามเณร ตฺวํ อิทานิ มหิทฺธิโก, เอวรูปํ ปน อิทฺธึ นาเสตฺวา ปจฺฉิมกาเล กาณเปสการิยา หตฺเถน มทฺทิตกญฺชิยํ ปิวิสฺสสี’’ติ. ทหรกภาวสฺส นาเมส โทโสยํ, โส อุปชฺฌายสฺส กถายํ สํวิชฺชิตฺวา – ‘‘กมฺมฏฺฐานํ เม, ภนฺเต, อาจิกฺขถา’’ติ น ยาจิ, อมฺหากํ อุปชฺฌาโย กึ วทตีติ ตํ ปน อสุณนฺโต วิย อคมาสิ.

เถโร มหาเจติยญฺจ มหาโพธิญฺจ วนฺทิตฺวา สามเณรํ ปตฺตจีวรํ คาหาเปตฺวา อนุปุพฺเพน กุเฏฬิติสฺสมหาวิหารํ อคมาสิ. สามเณโร อุปชฺฌายสฺส ปทานุปทิโก หุตฺวา ภิกฺขาจารํ น คจฺฉติ, ‘‘กตรํ คามํ ปวิสถ, ภนฺเต,’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปน ‘‘อิทานิ เม อุปชฺฌาโย คามทฺวารํ ปตฺโต ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา อตฺตโน จ อุปชฺฌายสฺส จ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อากาเสน คนฺตฺวา เถรสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ปิณฺฑาย ปวิสติ. เถโร สพฺพกาลํ โอวทติ – ‘‘สามเณร มา เอวมกาสิ, ปุถุชฺชนิทฺธิ นาม จลา อนิพทฺธา, อสปฺปายํ รูปาทิอารมฺมณํ ลภิตฺวา อปฺปมตฺตเกเนว ภิชฺชติ, สนฺตาย สมาปตฺติยา ปริหีนาย พฺรหฺมจริยวาโส สนฺถมฺภิตุํ น สกฺโกตี’’ติ. สามเณโร ‘‘กึ กเถติ มยฺหํ อุปชฺฌาโย’’ติ โสตุํ น อิจฺฉติ, ตเถว กโรติ. เถโร อนุปุพฺเพน เจติยวนฺทนํ กโรนฺโต กมฺมุพินฺทุวิหารํ นาม คโต. ตตฺถ วสนฺเตปิ เถเร สามเณโร ตเถว กโรติ.

อเถกทิวสํ เอกา เปสการธีตา อภิรูปา ปฐมวเย ฐิตา กมฺมพินฺทุคามโต นิกฺขมิตฺวา ปทุมสฺสรํ โอรุยฺห คายมานา ปุปฺผานิ ภญฺชติ. ตสฺมึ สมเย สามเณโร ปทุมสฺสรมตฺถเกน คจฺฉติ, คจฺฉนฺโต ปน สิเลสิกาย กาณมจฺฉิกา วิย ตสฺสา คีตสทฺเท พชฺฌิ. ตาวเทวสฺส อิทฺธิ อนฺตรหิตา, ฉินฺนปกฺขกาโก วิย อโหสิ. สนฺตสมาปตฺติพเลน ปน ตตฺเถว อุทกปิฏฺเฐ อปติตฺวา สิมฺพลิตูลํ วิย ปตมานํ อนุปุพฺเพน ปทุมสรตีเร อฏฺฐาสิ. โส เวเคน คนฺตฺวา อุปชฺฌายสฺส ปตฺตจีวรํ ทตฺวา นิวตฺติ. มหาเถโร ‘‘ปเคเวตํ มยา ทิฏฺฐํ, นิวาริยมาโนปิ น นิวตฺติสฺสตี’’ติ กิญฺจิ อวตฺวา ปิณฺฑาย ปาวิสิ.

สามเณโร คนฺตฺวา ปทุมสรตีเร อฏฺฐาสิ ตสฺสา ปจฺจุตฺตรณํ อาคมยมาโน. สาปิ สามเณรํ อากาเสน คจฺฉนฺตญฺจ ปุน อาคนฺตฺวา ฐิตญฺจ ทิสฺวา ‘‘อทฺธา เอส มํ นิสฺสาย อุกฺกณฺฐิโต’’ติ ญตฺวา ‘‘ปฏิกฺกม สามเณรา’’ติ อาห. โส ปฏิกฺกมิ. อิตรา ปจฺจุตฺตริตฺวา สาฏกํ นิวาเสตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต,’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สา พหูหิ การเณหิ ฆราวาเส อาทีนวํ พฺรหฺมจริยวาเส อานิสํสญฺจ ทสฺเสตฺวา โอวทมานาปิ ตสฺส อุกฺกณฺฐํ วิโนเทตุํ อสกฺโกนฺตี – ‘‘อยํ มม การณา เอวรูปาย อิทฺธิยา ปริหีโน, น ทานิ ยุตฺตํ ปริจฺจชิตุ’’นฺติ อิเธว ติฏฺฐาติ วตฺวา ฆรํ คนฺตฺวา มาตาปิตูนํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. เตปิ อาคนฺตฺวา นานปฺปการํ โอวทมานา วจนํ อคฺคณฺหนฺตํ อาหํสุ – ‘‘ตฺวํ อเมฺห อุจฺจกุลาติ สลฺลกฺเขสิ, มยํ เปสการา. สกฺขิสฺสสิ เปสการกมฺมํ กาตุ’’นฺติ สามเณโร อาห – ‘‘อุปาสก คิหิภูโต นาม เปสการกมฺมํ วา กเรยฺย นฬการกมฺมํ วา, กึ อิมินา สาฏกมตฺเตน โลภํ กโรถา’’ติ. เปสกาโร อุทเร พทฺธสาฏกํ ทตฺวา ฆรํ เนตฺวา ธีตรํ อทาสิ.

โส เปสการกมฺมํ อุคฺคณฺหิตฺวา เปสกาเรหิ สทฺธึ สาลาย กมฺมํ กโรติ. อญฺเญสํ อิตฺถิโย ปาโตว ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา อาหรึสุ, ตสฺส ภริยา น ตาว อาคจฺฉติ. โส อิตเรสุ กมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา ภุญฺชมาเนสุ ตสรํ วฏฺเฏนฺโต นิสีทิ. สา ปจฺฉา อคมาสิ. อถ นํ โส ‘‘อติจิเรน อาคตาสี’’ติ ตชฺเชสิ. มาตุคาโม จ นาม อปิ จกฺกวตฺติราชานํ อตฺตนิ ปฏิพทฺธจิตฺตํ ญตฺวา ทาสํ วิย สลฺลกฺเขติ. ตสฺมา สา เอวมาห – ‘‘อญฺเญสํ ฆเร ทารุปณฺณโลณาทีนิ สนฺนิหิตานิ, พาหิรโต อาหริตฺวา ทายกา เปสนตการกาปิ อตฺถิ, อหํ ปน เอกิกาว, ตฺวมฺปิ มยฺหํ ฆเร อิทํ อตฺถิ อิทํ นตฺถีติ น ชานาสิ. สเจ อิจฺฉสิ, ภุญฺช, โน เจ อิจฺฉสิ, มา ภุญฺชา’’ติ. โส ‘‘น เกวลญฺจ อุสฺสูเร ภตฺตํ อาหรสิ, วาจายปิ มํ ฆฏฺเฏสี’’ติ กุชฺฌิตฺวา อญฺญํ ปหรณํ อปสฺสนฺโต ตเมว ตสรทณฺฑกํ ตสรโต ลุญฺจิตฺวา ขิปิ. สา ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อีสกํ ปริวตฺติ. ตสรทณฺฑกสฺส จ โกฏิ นาม ติขิณา โหติ, สา ตสฺสา ปริวตฺตมานาย อกฺขิโกฏิยํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐาสิ. สา อุโภหิ หตฺเถหิ เวเคน อกฺขึ อคฺคเหสิ, ภินฺนฏฺฐานโต โลหิตํ ปคฺฆรติ. โส ตสฺมึ กาเล อุปชฺฌายสฺส วจนํ อนุสฺสริ – ‘‘อิทํ สนฺธาย มํ อุปชฺฌาโย ‘อนาคเต กาเล กาณเปสการิยา หตฺเถหิ มทฺทิตกญฺชิยํ ปิวิสฺสสี’ติ อาห, อิทํ เถเรน ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ, อโห ทีฆทสฺสี อยฺโย’’ติ มหาสทฺเทน โรทิตุํ อารภิ. ตเมนํ อญฺเญ – ‘‘อลํ, อาวุโส, มา โรทิ, อกฺขิ นาม ภินฺนํ น สกฺกา โรทเนน ปฏิปากติกํ กาตุ’’นฺติ อาหํสุ. โส ‘‘นาหเมตมตฺถํ โรทามิ, อปิจ โข อิมํ สนฺธาย โรทามี’’ติ สพฺพํ ปฏิปาฏิยา กเถสิ. เอวํ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺติ.

อปรมฺปิ วตฺถุ – ตึสมตฺตา ภิกฺขู กลฺยาณิมหาเจติยํ วนฺทิตฺวา อฏวิมคฺเคน มหามคฺคํ โอตรมานา อนฺตรามคฺเค ฌามเขตฺเต กมฺมํ กตฺวา อาคจฺฉนฺตํ เอกํ มนุสฺสํ อทฺทสํสุ. ตสฺส สรีรํ มสิมกฺขิตํ วิย อโหสิ. มสิมกฺขิตํเยว เอกํ กาสาวํ กจฺฉํ ปีเฬตฺวา นิวตฺถํ, โอโลกิยมาโน ฌามขาณุโก วิย ขายติ. โส ทิวสภาเค กมฺมํ กตฺวา อุปฑฺฒชฺฌายมานานํ ทารูนํ กลาปํ อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิปฺปกิณฺเณหิ เกเสหิ กุมฺมคฺเคน อาคนฺตฺวา ภิกฺขูนํ สมฺมุเข อฏฺฐาสิ. สามเณรา ทิสฺวา อญฺญมญฺญํ โอโลกยมานา, – ‘‘อาวุโส, ตุยฺหํ ปิตา ตุยฺหํ มหาปิตา ตุยฺหํ มาตุโล’’ติ หสมานา คนฺตฺวา ‘‘โกนาโม ตฺวํ อุปาสกา’’ติ นามํ ปุจฺฉึสุ. โส นามํ ปุจฺฉิโต วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ทารุกลาปํ ฉฑฺเฑตฺวา วตฺถํ สํวิธาย นิวาเสตฺวา มหาเถเร วนฺทิตฺวา ‘‘ติฏฺฐถ ตาว, ภนฺเต,’’ติ อาห. มหาเถรา อฏฺฐํสุ.

ทหรสามเณรา อาคนฺตฺวา มหาเถรานํ สมฺมุขาปิ ปริหาสํ กโรนฺติ. อุปาสโก อาห – ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห มํ ปสฺสิตฺวา ปริหสถ, เอตฺตเกเนว มตฺถกํ ปตฺตมฺหาติ มา สลฺลกฺเขถ. อหมฺปิ ปุพฺเพ ตุมฺหาทิโสว สมโณ อโหสึ. ตุมฺหากํ ปน จิตฺเตกคฺคตามตฺตกมฺปิ นตฺถิ, อหํ อิมสฺมึ สาสเน มหิทฺธิโก มหานุภาโว อโหสึ, อากาสํ คเหตฺวา ปถวึ กโรมิ, ปถวึ อากาสํ. ทูรํ คณฺหิตฺวา สนฺติกํ กโรมิ, สนฺติกํ ทูรํ. จกฺกวาฬสตสหสฺสํ ขเณน วินิวิชฺฌามิ. หตฺเถ เม ปสฺสถ, อิทานิ มกฺกฏหตฺถสทิสา, อหํ อิเมเหว หตฺเถหิ อิธ นิสินฺโนว จนฺทิมสูริเย ปรามสึ. อิเมสํเยว ปาทานํ จนฺทิมสูริเย ปาทกถลิกํ กตฺวา นิสีทึ. เอวรูปา เม อิทฺธิ ปมาเทน อนฺตรหิตา, ตุเมฺห มา ปมชฺชิตฺถ. ปมาเทน หิ เอวรูปํ พฺยสนํ ปาปุณนฺติ. อปฺปมตฺตา วิหรนฺตา ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กโรนฺติ. ตสฺมา ตุเมฺห มญฺเญว อารมฺมณํ กริตฺวา อปฺปมตฺตา โหถ, ภนฺเต,’’ติ ตชฺเชตฺวา โอวาทมทาสิ. เต ตสฺส กเถนฺตสฺเสว สํเวคํ อาปชฺชิตฺวา วิปสฺสมานา ตึสชนา ตตฺเถว อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ. เอวมฺปิ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺตีติ เวทิตพฺพา.

อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ เจตฺถ ‘‘อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว น อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ เอตฺถ ปน จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ วตฺตมานุปฺปนฺนํ ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนํ, โอกาสกตุปฺปนฺนํ, ภูมิลทฺธุปฺปนฺนนฺติ. ตตฺถ เย กิเลสา วิชฺชมานา อุปฺปาทาทิสมงฺคิโน, อิทํ วตฺตมานุปฺปนฺนํ นาม. กมฺเม ปน ชวิเต อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา นิรุทฺธวิปาโก ภุตฺวา วิคตํ นาม. กมฺมํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธํ ภวิตฺวา วิคตํ นาม. ตทุภยมฺปิ ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนนฺติ สงฺขํ คจฺฉติ. กุสลากุสลํ กมฺมํ อญฺญสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ, เอวํ กเต โอกาเส วิปาโก อุปฺปชฺชมาโน โอกาสกรณโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺโนติ สงฺขํ คจฺฉติ. อิทํ โอกาสกตุปฺปนฺนํ นาม. ปญฺจกฺขนฺธา ปน วิปสฺสนาย ภูมิ นาม. เต อตีตาทิเภทา โหนฺติ. เตสุ อนุสยิตกิเลสา ปน อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา. อตีตขนฺเธสุ อนุสยิตาปิ หิ อปฺปหีนาว โหนฺติ, อนาคตขนฺเธสุ, ปจฺจุปฺปนฺนขนฺเธสุ อนุสยิตาปิ อปฺปหีนาว โหนฺติ. อิทํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม. เตนาหุ โปราณา – ‘‘ตาสุ ตาสุ ภูมีสุ อสมุคฺฆาติตกิเลสา ภูมิลทฺธุปฺปนฺนาติ สงฺขํ คจฺฉนฺตี’’ติ.

อปรมฺปิ จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ สมุทาจารุปฺปนฺนํ, อารมฺมณาธิคหิตุปฺปนฺนํ, อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนนฺติ. ตตฺถ สมฺปติ วตฺตมานํเยว สมุทาจารุปฺปนฺนํ นาม. สกึ จกฺขูนิ อุมฺมีเลตฺวา อารมฺมเณ นิมิตฺเต คหิเต อนุสฺสริตานุสฺสริตกฺขเณ กิเลสา นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อารมฺมณสฺส อธิคหิตตฺตา. ยถา กึ? ยถา ขีรรุกฺขสฺส กุฐาริยา อาหตาหตฏฺฐาเน ขีรํ น นิกฺขมิสฺสตีติ น วตฺตพฺพํ, เอวํ. อิทํ อารมฺมณาธิคหิตุปฺปนฺนํ นาม. สมาปตฺติยา อวิกฺขมฺภิตา กิเลสา ปน อิมสฺมึ นาม ฐาเน นุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพา. กสฺมา? อวิกฺขมฺภิตตฺตา. ยถา กึ? ยถา สเจ ขีรรุกฺเข กุฐาริยา อาหเนยฺยุํ, อิมสฺมึ นาม ฐาเน ขีรํ น นิกฺขเมยฺยาติ น วตฺตพฺพํ, เอวํ. อิทํ อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ นาม. มคฺเคน อสมุคฺฆาติตกิเลสา ปน ภวคฺเค นิพฺพตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชนฺตีติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. อิทํ อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนํ นาม.

อิเมสุ อุปฺปนฺเนสุ วตฺตมานุปฺปนฺนํ ภุตฺวาวิคตุปฺปนฺนํ โอกาสกตุปฺปนฺนํ สมุทาจารุปฺปนฺนนฺติ จตุพฺพิธํ อุปฺปนฺนํ น มคฺควชฺฌํ, ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ อารมฺมณาธิคหิตุปฺปนฺนํ อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ อสมุคฺฆาติตุปฺปนฺนนฺติ จตุพฺพิธํ มคฺควชฺฌํ. มคฺโค หิ อุปฺปชฺชมาโน เอเต กิเลเส ปชหติ. โส เย กิเลเส ปชหติ, เต อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘หญฺจิ อตีเต กิเลเส ปชหติ, เตน หิ ขีณํ เขเปติ, นิรุทฺธํ นิโรเธติ, วิคตํ วิคเมติ อตฺถงฺคตํ อตฺถงฺคเมติ. อตีตํ ยํ นตฺถิ, ตํ ปชหติ. หญฺจิ อนาคเต กิเลเส ปชหติ, เตน หิ อชาตํ ปชหติ, อนิพฺพตฺตํ, อนุปฺปนฺนํ, อปาตุภูตํ ปชหติ. อนาคตํ ยํ นตฺถิ, ตํ ปชหติ, หญฺจิ ปจฺจุปฺปนฺเน กิเลเส ปชหติ, เตน หิ รตฺโต ราคํ ปชหติ, ทุฏฺโฐ โทสํ, มูโฬฺห โมหํ, วินิพทฺโธ มานํ, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐึ, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจํ, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉํ, ถามคโต อนุสยํ ปชหติ. กณฺหสุกฺกธมฺมา ยุคนทฺธา สมเมว วตฺตนฺติ. สํกิเลสิกา มคฺคภาวนา โหติ…เป… เตน หิ นตฺถิ มคฺคภาวนา, นตฺถิ ผลสจฺฉิกิริยา, นตฺถิ กิเลสปฺปหานํ, นตฺถิ ธมฺมาภิสมโยติ. อตฺถิ มคฺคภาวนา…เป… อตฺถิ ธมฺมาภิสมโยติ. ยถา กถํ วิย, เสยฺยถาปิ ตรุโณ รุกฺโข อชาตผโล…เป… อปาตุภูตาเยว น ปาตุภวนฺตี’’ติ.

อิติ ปาฬิยํ อชาตผลรุกฺโข อาคโต, ชาตผลรุกฺเขน ปน ทีเปตพฺพํ. ยถา หิ สผโล ตรุณมฺพรุกฺโข, ตสฺส ผลานิ มนุสฺสา ปริภุญฺเชยฺยุํ, เสสานิ ปาเตตฺวา ปจฺฉิโย ปูเรยฺยุํ. อถญฺโญ ปุริโส ตํ ผรสุนา ฉินฺเทยฺย, เตนสฺส เนว อตีตานิ ผลานิ นาสิตานิ โหนฺติ, น อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานิ นาสิตานิ. อตีตานิ หิ มนุสฺเสหิ ปริภุตฺตานิ, อนาคตานิ อนิพฺพตฺตานิ, น สกฺกา นาเสตุํ. ยสฺมึ ปน สมเย โส ฉินฺโน, ตทา ผลานิเยว นตฺถีติ ปจฺจุปฺปนฺนานิปิ อนาสิตานิ. สเจ ปน รุกฺโข อจฺฉินฺโน, อถสฺส ปถวีรสญฺจ อาโปรสญฺจ อาคมฺม ยานิ ผลานิ นิพฺพตฺเตยฺยุํ, ตานิ นาสิตานิ โหนฺติ. ตานิ หิ อชาตาเนว น ชายนฺติ, อนิพฺพตฺตาเนว น นิพฺพตฺตนฺติ, อปาตุภูตาเนว น ปาตุภวนฺติ, เอวเมว มคฺโค นาปิ อตีตาทิเภเท กิเลเส ปชหติ, นาปิ น ปชหติ. เยสญฺหิ กิเลสานํ มคฺเคน ขนฺเธสุ อปริญฺญาเตสุ อุปฺปตฺติ สิยา, มคฺเคน อุปฺปชฺชิตฺวา ขนฺธานํ ปริญฺญาตตฺตา เต กิเลสา อชาตาว น ชายนฺติ, อนิพฺพตฺตาว น นิพฺพตฺตนฺติ, อปาตุภูตาว น ปาตุภวนฺติ, ตรุณปุตฺตาย อิตฺถิยา ปุน อวิชายนตฺถํ, พฺยาธิตานํ โรควูปสมนตฺถํ ปีตเภสชฺเชหิ จาปิ อยมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ. เอวํ มคฺโค เย กิเลเส ปชหติ, เต อตีตา วา อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วาติ น วตฺตพฺพา, น จ มคฺโค กิเลเส น ปชหติ. เย ปน มคฺโค กิเลเส ปชหติ, เต สนฺธาย ‘‘อุปฺปนฺนานํ ปาปกาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

น เกวลญฺจ มคฺโค กิเลเสเยว ปชหติ, กิเลสานํ ปน อปฺปหีนตฺตา เย จ อุปฺปชฺเชยฺยุํ อุปาทินฺนกกฺขนฺธา, เตปิ ปชหติเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรเธน สตฺต ภเว ฐเปตฺวา อนมตคฺเค สํสาเร เย อุปฺปชฺเชยฺยุํ นามญฺจ รูปญฺจ, เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺตี’’ติ (จูฬนิ. ๖) วิตฺถาโร. อิติ มคฺโค อุปาทินฺนอนุปาทินฺนโต วุฏฺฐาติ. ภววเสน ปน โสตาปตฺติมคฺโค อปายภวโต วุฏฺฐาติ, สกทาคามิมคฺโค สุคติภเวกเทสโต, อนาคามิมคฺโค สุคติกามภวโต, อรหตฺตมคฺโค รูปารูปภวโต วุฏฺฐาติ. สพฺพภเวหิ วุฏฺฐาติเยวาติปิ วทนฺติ.

อถ มคฺคกฺขเณ กถํ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทาย ภาวนา โหติ, กถํ วา อุปฺปนฺนานํ ฐิติยาติ. มคฺคปฺปวตฺติยาเยว. มคฺโค หิ ปวตฺตมาโน ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา อนุปฺปนฺโน นาม วุจฺจติ. อนาคตปุพฺพญฺหิ ฐานํ อาคนฺตฺวา อนนุภูตปุพฺพํ วา อารมฺมณํ อนุภวิตฺวา วตฺตาโร ภวนฺติ ‘‘อนาคตฏฺฐานํ อาคตมฺหา, อนนุภูตํ อารมฺมณํ อนุภวามา’’ติ. ยา จสฺส ปวตฺติ, อยเมว ฐิติ นามาติ ฐิติยา ภาเวตีติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ.

อิทฺธิปาเทสุ สงฺเขปกถา เจโตขิลสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๑๘๕ อาทโย) วุตฺตา. อุปสมมานํ คจฺฉติ, กิเลสูปสมตฺถํ วา คจฺฉตีติ อุปสมคามี. สมฺพุชฺฌมานา คจฺฉติ, มคฺคสมฺโพธตฺถาย วา คจฺฉตีติ สมฺโพธคามี.

วิเวกนิสฺสิตาทีนิ สพฺพาสวสํวเร วุตฺตานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปนายํ โพธิปกฺขิยกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา.

๒๔๘. วิโมกฺขกถายํ วิโมกฺเขติ เกนฏฺเฐน วิโมกฺขา, อธิมุจฺจนฏฺเฐน. โก ปนายํ อธิมุจฺจนฏฺโฐ นาม? ปจฺจนีกธมฺเมหิ จ สุฏฺฐุ มุจฺจนฏฺโฐ, อารมฺมเณ จ อภิรติวเสน สุฏฺฐุ มุจฺจนฏฺโฐ, ปิตุองฺเก วิสฺสฏฺฐงฺคปจฺจงฺคสฺส ทารกสฺส สยนํ วิย อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อารมฺมเณ ปวตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อยํ ปนตฺโถ ปจฺฉิมวิโมกฺเข นตฺถิ, ปุริเมสุ สพฺเพสุ อตฺถิ. รูปี รูปานิ ปสฺสตีติ เอตฺถ อชฺฌตฺตเกสาทีสุ นีลกสิณาทิวเสน อุปฺปาทิตํ รูปชฺฌานํ รูปํ, ตทสฺส อตฺถีติ รูปี. พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ พหิทฺธาปิ นีลกสิณาทีนิ รูปานิ ฌานจกฺขุนา ปสฺสติ. อิมินา อชฺฌตฺต พหิทฺธาวตฺถุเกสุ กสิเณสุ อุปฺปาทิตชฺฌานสฺส ปุคฺคลสฺส จตฺตาริปิ รูปาวจรชฺฌานานิ ทสฺสิตานิ.

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญีติ อชฺฌตฺตํ น รูปสญฺญี, อตฺตโน เกสาทีสุ อนุปฺปาทิตรูปาวจรชฺฌาโนติ อตฺโถ. อิมินา พหิทฺธา ปริกมฺมํ กตฺวา พหิทฺธาว อุปฺปาทิตชฺฌานสฺส รูปาวจรชฺฌานานิ ทสฺสิตานิ. สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ อิมินา สุวิสุทฺเธสุ นีลาทีสุ วณฺณกสิเณสุ ฌานานิ ทสฺสิตานิ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อนฺโตอปฺปนายํ สุภนฺติ อาโภโค นตฺถิ, โย ปน สุวิสุทฺธํ สุภกสิณํ อารมฺมณํ กตฺวา วิหรติ, โส ยสฺมา สุภนฺติ อธิมุตฺโต โหตีติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, ตสฺมา เอวํ เทสนา กตา. ปฏิสมฺภิทามคฺเค ปน ‘‘กถํ สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ วิโมกฺโข. อิธ ภิกฺขุ เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ…เป… เมตฺตาย ภาวิตตฺตา สตฺตา อปฺปฏิกูลา โหนฺติ. กรุณาสหคเตน, มุทิตาสหคเตน, อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ…เป… อุเปกฺขาย ภาวิตตฺตา สตฺตา อปฺปฏิกูลา โหนฺติ. เอวํ สุภนฺเตว อธิมุตฺโต โหตีติ วิโมกฺโข’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๑๒) วุตฺตํ.

สพฺพโส รูปสญฺญานนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตเมว. อยํ อฏฺฐโม วิโมกฺโขติ อยํ จตุนฺนํ ขนฺธานํ สพฺพโส วิสฺสฏฺฐตฺตา วิมุตฺตตฺตา อฏฺฐโม อุตฺตโม วิโมกฺโข นาม.

๒๔๙. อภิภายตนกถายํ อภิภายตนานีติ อภิภวนการณานิ. กึ อภิภวนฺติ? ปจฺจนีกธมฺเมปิ อารมฺมณานิปิ. ตานิ หิ ปฏิปกฺขภาเวน ปจฺจนีกธมฺเม อภิภวนฺติ, ปุคฺคลสฺส ญาณุตฺตริตาย อารมฺมณานิ. อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญีติอาทีสุ ปน อชฺฌตฺตรูเป ปริกมฺมวเสน อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี นาม โหติ. อชฺฌตฺตญฺจ นีลปริกมฺมํ กโรนฺโต เกเส วา ปิตฺเต วา อกฺขิตารกาย วา กโรติ, ปีตปริกมฺมํ กโรนฺโต เมเท วา ฉวิยา วา หตฺถตลปาทตเลสุ วา อกฺขีนํ ปีตฏฺฐาเน วา กโรติ, โลหิตปริกมฺมํ กโรนฺโต มํเส วา โลหิเต วา ชิวฺหาย วา อกฺขีนํ รตฺตฏฺฐาเน วา กโรติ, โอทาตปริกมฺมํ กโรนฺโต อฏฺฐิมฺหิ วา ทนฺเต วา นเข วา อกฺขีนํ เสตฏฺฐาเน วา กโรติ. ตํ ปน สุนีลํ สุปีตกํ สุโลหิตกํ สุโอทาตํ น โหติ, อสุวิสุทฺธเมว โหติ.

เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ ยสฺเสตํ ปริกมฺมํ อชฺฌตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, นิมิตฺตํ ปน พหิทฺธา, โส เอวํ อชฺฌตฺตํ ปริกมฺมสฺส พหิทฺธา จ อปฺปนาย วเสน – ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. ปริตฺตานีติ อวฑฺฒิตานิ. สุวณฺณทุพฺพณฺณานีติ สุวณฺณานิ วา โหนฺตุ ทุพฺพณฺณานิ วา, ปริตฺตวเสเนว อิทมภิภายตนํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตานิ อภิภุยฺยาติ ยถา นาม สมฺปนฺนคหณิโก กฏจฺฉุมตฺตํ ภตฺตํ ลภิตฺวา ‘‘กิเมตฺถ ภุญฺชิตพฺพํ อตฺถี’’ติ สงฺกฑฺฒิตฺวา เอกกพฬเมว กโรติ, เอวเมวํ ญาณุตฺตริโก ปุคฺคโล วิสทญาโณ – ‘‘กิเมตฺถ ปริตฺตเก อารมฺมเณ สมาปชฺชิตพฺพํ อตฺถิ, นายํ มม ภาโร’’ติ ตานิ รูปานิ อภิภวิตฺวา สมาปชฺชติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตีติ อตฺโถ. ชานามิ ปสฺสามีติ อิมินา ปนสฺส อาโภโค กถิโต, โส จ โข สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส, น อนฺโตสมาปตฺติยํ. เอวํสญฺญี โหตีติ อาโภคสญฺญายปิ ฌานสญฺญายปิ เอวํสญฺญี โหติ. อภิภวสญฺญา หิสฺส อนฺโตสมาปตฺติยํ อตฺถิ, อาโภคสญฺญา ปน สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺเสว.

อปฺปมาณานีติ วฑฺฒิตปฺปมาณานิ, มหนฺตานีติ อตฺโถ. อภิภุยฺยาติ เอตฺถ ปน ยถา มหคฺฆโส ปุริโส เอกํ ภตฺตวฑฺฒิตกํ ลภิตฺวา ‘‘อญฺญาปิ โหตุ, อญฺญาปิ โหตุ, กิเมสา มยฺหํ กริสฺสตี’’ติ ตํ น มหนฺตโต ปสฺสติ, เอวเมว ญาณุตฺตโร ปุคฺคโล วิสทญาโณ ‘‘กิเมตฺถ สมาปชฺชิตพฺพํ, นยิทํ อปฺปมาณํ, น มยฺหํ จิตฺเตกคฺคตากรเณ ภาโร อตฺถี’’ติ ตานิ อภิภวิตฺวา สมาปชฺชติ, สห นิมิตฺตุปฺปาเทเนเวตฺถ อปฺปนํ ปาเปตีติ อตฺโถ.

อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญีติ อลาภิตาย วา อนตฺถิกตาย วา อชฺฌตฺตรูเป ปริกมฺมสญฺญาวิรหิโต. เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ ยสฺส ปริกมฺมมฺปิ นิมิตฺตมฺปิ พหิทฺธาว อุปฺปนฺนํ, โส เอวํ พหิทฺธา ปริกมฺมสฺส เจว อปฺปนาย จ วเสน – ‘‘อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. เสสเมตฺถ จตุตฺถาภิภายตเน วุตฺตนยเมว. อิเมสุ ปน จตูสุ ปริตฺตํ วิตกฺกจริตวเสน อาคตํ, อปฺปมาณํ โมหจริตวเสน, สุวณฺณํ โทสจริตวเสน, ทุพฺพณฺณํ ราคจริตวเสน. เอเตสญฺหิ เอตานิ สปฺปายานิ. สา จ เนสํ สปฺปายตา วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเคจริยนิทฺเทเส วุตฺตา.

ปญฺจมอภิภายตนาทีสุ นีลานีติ สพฺพสงฺคาหิกวเสน วุตฺตํ. นีลวณฺณานีติ วณฺณวเสน. นีลนิทสฺสนานีติ นิทสฺสนวเสน. อปญฺญายมานวิวรานิ อสมฺภินฺนวณฺณานิ เอกนีลาเนว หุตฺวา ทิสฺสนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. นีลนิภาสานีติ อิทํ ปน โอภาสวเสน วุตฺตํ, นีโลภาสานิ นีลปภายุตฺตานีติ อตฺโถ. เอเตน เนสํ สุวิสุทฺธตํ ทสฺเสติ. วิสุทฺธวณฺณวเสเนว หิ อิมานิ จตฺตาริ อภิภายตนานิ วุตฺตานิ. อุมาปุปฺผนฺติ เอตญฺหิ ปุปฺผํ สินิทฺธํ มุทุํ ทิสฺสมานมฺปิ นีลเมว โหติ. คิริกณฺณิกปุปฺผาทีนิ ปน ทิสฺสมานานิ เสตธาตุกานิ โหนฺติ. ตสฺมา อิทเมว คหิตํ, น ตานิ. พาราณเสยฺยกนฺติ พาราณสิยํ ภวํ. ตตฺถ กิร กปฺปาโสปิ มุทุ, สุตฺตกนฺติกาโยปิ ตนฺตวายาปิ เฉกา, อุทกมฺปิ สุจิ สินิทฺธํ, ตสฺมา วตฺถํ อุภโตภาควิมฏฺฐํ โหติ, ทฺวีสุ ปสฺเสสุ มฏฺฐํ มุทุ สินิทฺธํ ขายติ. ปีตานีติอาทีสุ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘นีลกสิณํ อุคฺคณฺหนฺโต นีลสฺมึ นิมิตฺตํ คณฺหาติ ปุปฺผสฺมึ วา วตฺถสฺมึ วา วณฺณธาตุยา วา’’ติอาทิกํ ปเนตฺถ กสิณกรณญฺเจว ปริกมฺมญฺจ อปฺปนาวิธานญฺจ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถารโต วุตฺตเมว.

อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตาติ อิโต ปุพฺเพสุ สติปฏฺฐานาทีสุ เต ธมฺเม ภาเวตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตาว อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตา นาม โหนฺติ, อิเมสุ ปน อฏฺฐสุ อภิภายตเนสุ จิณฺณวสีภาวาเยว อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตา นาม.

๒๕๐. กสิณกถายํ สกลฏฺเฐน กสิณานิ, ตทารมฺมณานํ ธมฺมานํ เขตฺตฏฺเฐน อธิฏฺฐานฏฺเฐน วา อายตนานิ. อุทฺธนฺติ อุปริ คคนตลาภิมุขํ. อโธติ เหฏฺฐา ภูมิตลาภิมุขํ. ติริยนฺติ เขตฺตมณฺฑลมิว สมนฺตา ปริจฺฉินฺทิตฺวา. เอกจฺโจ หิ อุทฺธเมว กสิณํ วฑฺเฒติ, เอกจฺโจ อโธ, เอกจฺโจ สมนฺตโต. เตน เตน การเณน เอวํ ปสาเรติ อาโลกมิว รูปทสฺสนกาโม. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปถวีกสิณเมโก สญฺชานาติ อุทฺธํอโธติริย’’นฺติ. อทฺวยนฺติ ทิสาอนุทิสาสุ อทฺวยํ. อิทํ ปน เอกสฺส อญฺญภาวานุปคมนตฺถํ วุตฺตํ. ยถา หิ อุทกํ ปวิฏฺฐสฺส สพฺพทิสาสุ อุทกเมว โหติ อนญฺญํ, เอวเมวํ ปถวีกสิณํ ปถวีกสิณเมว โหติ, นตฺถิ ตสฺส อญฺโญ กสิณสมฺเภโทติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปฺปมาณนฺติ อิทํ ตสฺส ตสฺส ผรณอปฺปมาณวเสน วุตฺตํ. ตญฺหิ เจตสา ผรนฺโต สกลเมว ผรติ, อยมสฺส อาทิ, อิทํ มชฺฌนฺติ ปมาณํ คณฺหาตีติ. วิญฺญาณกสิณนฺติ เจตฺถ กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตํ วิญฺญาณํ. ตตฺถ กสิณวเสน กสิณุคฺฆาฏิมากาเส, กสิณุคฺฆาฏิมากาสวเสน ตตฺถ ปวตฺตวิญฺญาเณ อุทฺธํอโธติริยตา เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. กมฺมฏฺฐานภาวนานเยน ปเนตานิ ปถวีกสิณาทีนิ วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาเนว. อิธาปิ จิณฺณวสิภาเวเนว อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ตถา อิโต อนนฺตเรสุ จตูสุ ฌาเนสุ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาอสฺสปุรสุตฺเต วุตฺตเมว.

๒๕๒. วิปสฺสนาญาเณ ปน รูปีติอาทีนมตฺโถ วุตฺโตเยว. เอตฺถ สิตเมตฺถ ปฏิพทฺธนฺติ เอตฺถ จาตุมหาภูติเก กาเย นิสฺสิตญฺจ ปฏิพทฺธญฺจ. สุโภติ สุนฺทโร. ชาติมาติ สุปริสุทฺธอากรสมุฏฺฐิโต. สุปริกมฺมกโตติ สุฏฺฐุ กตปริกมฺโม อปนีตปาสาณสกฺขโร. อจฺโฉติ ตนุจฺฉวิ. วิปฺปสนฺโนติ สุฏฺฐุ วิปฺปสนฺโน. สพฺพาการสมฺปนฺโนติ โธวน เวธนาทีหิ สพฺเพหิ อากาเรหิ สมฺปนฺโน. นีลนฺติอาทีหิ วณฺณสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. ตาทิสญฺหิ อาวุตํ ปากฏํ โหติ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ เอวํ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ – มณิ วิย หิ กรชกาโย. อาวุตสุตฺตํ วิย วิปสฺสนาญาณํ. จกฺขุมา ปุริโส วิย วิปสฺสนาลาภี ภิกฺขุ. หตฺเถ กริตฺวา ปจฺจเวกฺขโต ‘‘อยํ โข มณี’’ติ มณิโน อาวิภูตกาโล วิย วิปสฺสนาญาณํ อภินีหริตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน จาตุมหาภูติกกายสฺส อาวิภูตกาโล. ‘‘ตตฺริทํ สุตฺตํ อาวุต’’นฺติ สุตฺตสฺส อาวิภูตกาโล วิย วิปสฺสนาญาณํ อภินีหริตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน ตทารมฺมณานํ ผสฺสปญฺจมกานํ วา สพฺพจิตฺตเจตสิกานํ วา วิปสฺสนาญาณสฺเสว วา อาวิภูตกาโลติ.

กึ ปเนตํ ญาณสฺส อาวิภูตํ, ปุคฺคลสฺสาติ. ญาณสฺส, ตสฺส ปน อาวิภาวตฺตา ปุคฺคลสฺส อาวิภูตาว โหนฺติ. อิทญฺจ วิปสฺสนาญาณํ มคฺคสฺส อนนฺตรํ, เอวํ สนฺเตปิ ยสฺมา อภิญฺญาวาเร อารทฺเธ เอตสฺส อนฺตราวาโร นตฺถิ, ตสฺมา อิเธว ทสฺสิตํ. ยสฺมา จ อนิจฺจาทิวเสน อกตสมฺมสนสฺส ทิพฺพาย โสตธาตุยา เภรวสทฺทํ สุณนฺโต ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยา เภรเว ขนฺเธ อนุสฺสรโต ทิพฺเพน จกฺขุนา เภรวรูปํ ปสฺสโต ภยสนฺตาโส อุปฺปชฺชติ, น อนิจฺจาทิวเสน กตสมฺมสนสฺส, ตสฺมา อภิญฺญาปตฺตสฺส ภยวิโนทกเหตุสมฺปาทนตฺถมฺปิ อิทํ อิเธว ทสฺสิตํ. อิธาปิ อรหตฺตวเสเนว อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตตา เวทิตพฺพา.

๒๕๓. มโนมยิทฺธิยํ จิณฺณวสิตาย. ตตฺถ มโนมยนฺติ มเนน นิพฺพตฺตํ. สพฺพงฺคปจฺจงฺคินฺติ สพฺเพหิ องฺเคหิ จ ปจฺจงฺเคหิ จ สมนฺนาคตํ. อหีนินฺทฺริยนฺติ สณฺฐานวเสน อวิกลินฺทฺริยํ. อิทฺธิมตา นิมฺมิตรูปญฺหิ สเจ อิทฺธิมา โอทาโต, ตมฺปิ โอทาตํ. สเจ อวิทฺธกณฺโณ, ตมฺปิ อวิทฺธกณฺณนฺติ เอวํ สพฺพากาเรหิ เตน สทิสเมว โหติ. มุญฺชมฺหา อีสิกนฺติอาทิ อุปมตฺตยมฺปิ ตํ สทิสภาวทสฺสนตฺถเมว วุตฺตํ. มุญฺชสทิสา เอว หิ ตสฺส อนฺโต อีสิกา โหติ. โกสสทิโสเยว อสิ, วฏฺฏาย โกสิยา วฏฺฏํ อสิเมว ปกฺขิปนฺติ, ปตฺถฏาย ปตฺถฏํ.

กรณฺฑาติ อิทมฺปิ อหิกญฺจุกสฺส นามํ, น วิลีวกรณฺฑกสฺส. อหิกญฺจุโก หิ อหินา สทิโสว โหติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘ปุริโส อหึ กรณฺฑา อุทฺธเรยฺยา’’ติ หตฺเถน อุทฺธรมาโน วิย ทสฺสิโต, อถ โข จิตฺเตเนวสฺส อุทฺธรณํ เวทิตพฺพํ. อยญฺหิ อหิ นาม สชาติยํ ฐิโต, กฏฺฐนฺตรํ วา รุกฺขนฺตรํ วา นิสฺสาย, ตจโต สรีรนิกฺกฑฺฒนปโยคสงฺขาเตน ถาเมน, สรีรํ ขาทมานํ วิย ปุราณตจํ ชิคุจฺฉนฺโตติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ สยเมว กญฺจุกํ ชหาติ, น สกฺกา ตโต อญฺเญน อุทฺธริตุํ. ตสฺมา จิตฺเตน อุทฺธรณํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิติ มุญฺชาทิสทิสํ อิมสฺส ภิกฺขุโน สรีรํ, อีสิกาทิสทิสํ นิมฺมิตรูปนฺติ อิทเมตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ. นิมฺมานวิธานํ ปเนตฺถ ปรโต จ อิทฺธิวิธาทิปญฺจอภิญฺญากถา สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตาติ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อุปมามตฺตเมว หิ อิธ อธิกํ.

ตตฺถ เฉกกุมฺภการาทโย วิย อิทฺธิวิธญาณลาภี ภิกฺขุ ทฏฺฐพฺโพ. สุปริกมฺมกตมตฺติกาทโย วิย อิทฺธิวิธญาณํ ทฏฺฐพฺพํ. อิจฺฉิติจฺฉิตภาชนวิกติอาทิกรณํ วิย ตสฺส ภิกฺขุโน วิกุพฺพนํ ทฏฺฐพฺพํ. อิธาปิ จิณฺณวสิตาวเสเนว อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตตา เวทิตพฺพา. ตถา อิโต ปราสุ จตูสุ อภิญฺญาสุ.

๒๕๕. ตตฺถ ทิพฺพโสตธาตุอุปมายํ สงฺขธโมติ สงฺขธมโก. อปฺปกสิเรเนวาติ นิทฺทุกฺเขเนว. วิญฺญาเปยฺยาติ ชานาเปยฺย. ตตฺถ เอวํ จาตุทฺทิสา วิญฺญาเปนฺเต สงฺขธมเก ‘‘สงฺขสทฺโท อย’’นฺติ ววตฺถาเปนฺตานํ สตฺตานํ ตสฺส สงฺขสทฺทสฺส อาวิภูตกาโล วิย โยคิโน ทูรสนฺติกเภทานํ ทิพฺพานญฺเจว มานุสกานญฺจ สทฺทานํ อาวิภูตกาโล ทฏฺฐพฺโพ.

๒๕๖. เจโตปริยญาณ-อุปมายํ ทหโรติ ตรุโณ. ยุวาติ โยพฺพเนน สมนฺนาคโต. มณฺฑนกชาติโกติ ยุวาปิ สมาโน น อลสิโย กิลิฏฺฐวตฺถสรีโร, อถ โข มณฺฑนกปกติโก, ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร นฺหายิตฺวา สุทฺธวตฺถ-ปริทหน-อลงฺการกรณสีโลติ อตฺโถ. สกณิกนฺติ กาฬติลกวงฺก-มุขทูสิปีฬกาทีนํ อญฺญตเรน สโทสํ. ตตฺถ ยถา ตสฺส มุขนิมิตฺตํ ปจฺจเวกฺขโต มุขโทโส ปากโฏ โหติ, เอวํ เจโตปริยญาณาย จิตฺตํ อภินีหริตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน ปเรสํ โสฬสวิธํ จิตฺตํ ปากฏํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. ปุพฺเพนิวาสอุปมาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สพฺพํ มหาอสฺสปุเร วุตฺตเมว.

๒๕๙. อยํ โข อุทายิ ปญฺจโม ธมฺโมติ เอกูนวีสติ ปพฺพานิ ปฏิปทาวเสน เอกํ ธมฺมํ กตฺวา ปญฺจโม ธมฺโมติ วุตฺโต. ยถา หิ อฏฺฐกนาครสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๗ อาทโย) เอกาทส ปพฺพานิ ปุจฺฉาวเสน เอกธมฺโม กโต, เอวมิธ เอกูนวีสติ ปพฺพานิ ปฏิปทาวเสน เอโก ธมฺโม กโตติ เวทิตพฺพานิ. อิเมสุ จ ปน เอกูนวีสติยา ปพฺเพสุ ปฏิปาฏิยา อฏฺฐสุ โกฏฺฐาเสสุ วิปสฺสนาญาเณ จ อาสวกฺขยญาเณ จ อรหตฺตวเสน อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตตา เวทิตพฺพา, เสเสสุ จิณฺณวสิภาววเสน. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.