๕. ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนา

๑๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ ภทฺทาลิสุตฺตํ. ตตฺถ เอกาสนโภชนนฺติ เอกสฺมึ ปุเรภตฺเต อสนโภชนํ, ภุญฺชิตพฺพภตฺตนฺติ อตฺโถ. อปฺปาพาธตนฺติอาทีนิ กกโจปเม วิตฺถาริตานิ. น อุสฺสหามีติ น สกฺโกมิ. สิยา กุกฺกุจฺจํ สิยา วิปฺปฏิสาโรติ เอวํ ภุญฺชนฺโต ยาวชีวํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ สกฺขิสฺสามิ นุ โข, น นุ โขติ อิติ เม วิปฺปฏิสารกุกฺกุจฺจํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอกเทสํ ภุญฺชิตฺวาติ โปราณกตฺเถรา กิร ปตฺเต ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา สปฺปิมฺหิ ทินฺเน สปฺปินา อุณฺหเมว โถกํ ภุญฺชิตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา อวเสสํ พหิ นีหริตฺวา ฉายูทกผาสุเก ฐาเน นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺติ. เอตํ สนฺธาย สตฺถา อาห. ภทฺทาลิ, ปน จินฺเตสิ – ‘‘สเจ สกึ ปตฺตํ ปูเรตฺวา ทินฺนํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ปุน ปตฺตํ โธวิตฺวา โอทนสฺส ปูเรตฺวา ลทฺธํ พหิ นีหริตฺวา ฉายูทกผาสุเก ฐาเน ภุญฺเชยฺย, อิติ เอวํ วฏฺเฏยฺย, อิตรถา โก สกฺโกตี’’ติ. ตสฺมา เอวมฺปิ โข อหํ, ภนฺเต, น อุสฺสหามีติ อาห. อยํ กิร อตีเต อนนฺตราย ชาติยา กากโยนิยํ นิพฺพตฺติ. กากา จ นาม มหาฉาตกา โหนฺติ. ตสฺมา ฉาตกตฺเถโร นาม อโหสิ. ตสฺส ปน วิรวนฺตสฺเสว ภควา ตํ มทฺทิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา – ‘‘โย ปน ภิกฺขุ วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๔๘) สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ. เตน วุตฺตํ อถ โข อายสฺมา, ภทฺทาลิ,…เป… อนุสฺสาหํ ปเวเทสีติ.

ยถา ตนฺติ ยถา อญฺโญปิ สิกฺขาย น ปริปูรการี เอกวิหาเรปิ วสนฺโต สตฺถุ สมฺมุขีภาวํ น ทเทยฺย, ตเถว น อทาสีติ อตฺโถ. เนว ภควโต อุปฏฺฐานํ อคมาสิ, น ธมฺมเทสนฏฺฐานํ น วิตกฺกมาฬกํ, น เอกํ ภิกฺขาจารมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ยสฺมึ กุเล ภควา นิสีทติ, ตสฺส ทฺวาเรปิ น อฏฺฐาสิ. สจสฺส วสนฏฺฐานํ ภควา คจฺฉติ, โส ปุเรตรเมว ญตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉติ. สทฺธาปพฺพชิโต กิเรส กุลปุตฺโต ปริสุทฺธสีโล. เตนสฺส น อญฺโญ วิตกฺโก อโหสิ, – ‘‘มยา นาม อุทรการณา ภควโต สิกฺขาปทปญฺญาปนํ ปฏิพาหิตํ, อนนุจฺฉวิกํ เม กต’’นฺติ อยเมว วิตกฺโก อโหสิ. ตสฺมา เอกวิหาเร วสนฺโตปิ ลชฺชาย สตฺถุ สมฺมุขีภาวํ นาทาสิ.

๑๓๕. จีวรกมฺมํ กโรนฺตีติ มนุสฺสา ภควโต จีวรสาฏกํ อทํสุ, ตํ คเหตฺวา จีวรํ กโรนฺติ. เอตํ โทสกนฺติ เอตํ โอกาสเมตํ อปราธํ, สตฺถุ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺตสฺส ปฏิพาหิตการณํ สาธุกํ มนสิ กโรหีติ อตฺโถ. ทุกฺกรตรนฺติ วสฺสญฺหิ วสิตฺวา ทิสาปกฺกนฺเต ภิกฺขู กุหึ วสิตฺถาติ ปุจฺฉนฺติ, เตหิ เชตวเน วสิมฺหาติ วุตฺเต, ‘‘อาวุโส, ภควา อิมสฺมึ อนฺโตวสฺเส กตรํ ชาตกํ กเถสิ, กตรํ สุตฺตนฺตํ, กตรํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสี’’ติ ปุจฺฉิตาโร โหนฺติ. ตโต ‘‘วิกาลโภชนสิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ, ภทฺทาลิ, นาม นํ เอโก เถโร ปฏิพาหี’’ติ วกฺขนฺติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู – ‘‘ภควโตปิ นาม สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺตสฺส ปฏิพาหิตํ อยุตฺตํ อการณ’’นฺติ วทนฺติ. เอวํ เต อยํ โทโส มหาชนนฺตเร ปากโฏ หุตฺวา ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานา เอวมาหํสุ. อปิจ อญฺเญปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคมิสฺสนฺติ. อถ ตฺวํ ‘‘เอถาวุโส, มม สตฺถารํ ขมาเปนฺตสฺส สหายา โหถา’’ติ สงฺฆํ สนฺนิปาเตสฺสสิ. ตตฺถ อาคนฺตุกา ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ‘‘อาวุโส, กึ อิมินาปิ ภิกฺขุนา กต’’นฺติ. ตโต เอตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘ภาริยํ กตํ ภิกฺขุนา, ทสพลํ นาม ปฏิพาหิสฺสตีติ อยุตฺตเมต’’นฺติ วกฺขนฺติ. เอวมฺปิ เต อยํ อปราโธ มหาชนนฺตเร ปากโฏ หุตฺวา ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานาปิ เอวมาหํสุ. อถ วา ภควา ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกมิสฺสติ, อถ ตฺวํ คตคตฏฺฐาเน ภควโต ขมาปนตฺถาย สงฺฆํ สนฺนิปาเตสฺสสิ. ตตฺร ทิสาวาสิโน ภิกฺขู ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ‘‘อาวุโส, กึ อิมินา ภิกฺขุนา กต’’นฺติ…เป… ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานาปิ เอวมาหํสุ.

เอตทโวจาติ อปฺปติรูปํ มยา กตํ, ภควา ปน มหนฺเตปิ อคุเณ อลคฺคิตฺวา มยฺหํ อจฺจยํ ปฏิคฺคณฺหิสฺสตีติ มญฺญมาโน เอตํ ‘‘อจฺจโย มํ, ภนฺเต,’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อจฺจโยติ อปราโธ. มํ อจฺจคมาติ มํ อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต. ปฏิคฺคณฺหาตูติ ขมตุ. อายตึ สํวรายาติ อนาคเต สํวรณตฺถาย, ปุน เอวรูปสฺส อปราธสฺส โทสสฺส ขลิตสฺส อกรณตฺถาย. ตคฺฆาติ เอกํเสน. สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลีติ, ภทฺทาลิ, ตยา ปฏิวิชฺฌิตพฺพยุตฺตกํ เอกํ การณํ อตฺถิ, ตมฺปิ เต น ปฏิวิทฺธํ น สลฺลกฺขิตนฺติ ทสฺเสติ.

๑๓๖. อุภโตภาควิมุตฺโตติอาทีสุ ธมฺมานุสารี, สทฺธานุสารีติ เทฺว เอกจิตฺตกฺขณิกา มคฺคสมงฺคิปุคฺคลา. เอเต ปน สตฺตปิ อริยปุคฺคเล ภควตาปิ เอวํ อาณาเปตุํ น ยุตฺตํ, ภควตา อาณตฺเต เตสมฺปิ เอวํ กาตุํ น ยุตฺตํ. อฏฺฐานปริกปฺปวเสน ปน อริยปุคฺคลานํ สุวจภาวทสฺสนตฺถํ ภทฺทาลิตฺเถรสฺส จ ทุพฺพจภาวทสฺสนตฺถเมตํ วุตฺตํ.

อปิ นุ ตฺวํ ตสฺมึ สมเย อุภโตภาควิมุตฺโตติ เทสนํ กสฺมา อารภิ? ภทฺทาลิสฺส นิคฺคหณตฺถํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ภทฺทาลิ, อิเม สตฺต อริยปุคฺคลา โลเก ทกฺขิเณยฺยา มม สาสเน สามิโน, มยิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺเต ปฏิพาหิตพฺพยุตฺเต การเณ สติ เอเตสํ ปฏิพาหิตุํ ยุตฺตํ. ตฺวํ ปน มม สาสนโต พาหิรโก, มยิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺเต ตุยฺหํ ปฏิพาหิตุํ น ยุตฺตนฺติ.

ริตฺโต ตุจฺโฉติ อนฺโต อริยคุณานํ อภาเวน ริตฺตโก ตุจฺฉโก, อิสฺสรวจเน กิญฺจิ น โหติ. ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสีติ ยถา ธมฺโม ฐิโต, ตเถว กโรสิ, ขมาเปสีติ วุตฺตํ โหติ. ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหามาติ ตํ ตว อปราธํ มยํ ขมาม. วุฑฺฒิ เหสา, ภทฺทาลิ, อริยสฺส วินเยติ เอสา, ภทฺทาลิ, อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน วุฑฺฒิ นาม. กตมา? อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกริตฺวา อายตึ สํวราปชฺชนา. เทสนํ ปน ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กโรนฺโต ‘‘โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, อายตึ สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ อาห.

๑๓๗. สตฺถาปิ อุปวทตีติ ‘‘อสุกวิหารวาสี อสุกสฺส เถรสฺส สทฺธิวิหาริโก อสุกสฺส อนฺเตวาสิโก อิตฺถนฺนาโม นาม ภิกฺขุ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตตุํ อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ’’ติ สุตฺวา – ‘‘กึ ตสฺส อรญฺญวาเสน, โย มยฺหํ ปน สาสเน สิกฺขาย อปริปูรการี’’ติ เอวํ อุปวทติ, เสสปเทสุปิ เอเสว นโย, อปิเจตฺถ เทวตา น เกวลํ อุปวทนฺติ, เภรวารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา ปลายนาการมฺปิ กโรนฺติ. อตฺตนาปิ อตฺตานนฺติ สีลํ อาวชฺชนฺตสฺส สํกิลิฏฺฐฏฺฐานํ ปากฏํ โหติ, จิตฺตํ วิธาวติ, น กมฺมฏฺฐานํ อลฺลียติ. โส ‘‘กึ มาทิสสฺส อรญฺญวาเสนา’’ติ วิปฺปฏิสารี อุฏฺฐาย ปกฺกมติ. อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทิโตติ อตฺตนาปิ อตฺตา อุปวทิโต, อยเมว วา ปาโฐ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปจฺจนีกนเยน เวทิตพฺโพ. โส วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิ เอวํ สจฺฉิกโรตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

๑๔๐. ปสยฺห ปสยฺห การณํ กโรนฺตีติ อปฺปมตฺตเกปิ โทเส นิคฺคเหตฺวา ปุนปฺปุนํ กาเรนฺติ. โน ตถาติ มหนฺเตปิ อปราเธ ยถา อิตรํ, เอวํ ปสยฺห น กาเรนฺติ. โส กิร, ‘‘อาวุโส, ภทฺทาลิ, มา จินฺตยิตฺถ, เอวรูปํ นาม โหติ, เอหิ สตฺถารํ ขมาเปหี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆโตปิ, กญฺจิ ภิกฺขุํ เปเสตฺวา อตฺตโน สนฺติกํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ภทฺทาลิ, มา จินฺตยิตฺถ, เอวรูปํ นาม โหตี’’ติ เอวํ สตฺถุสนฺติกาปิ อนุคฺคหํ ปจฺจาสีสติ. ตโต ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆนาปิ น สมสฺสาสิโต, สตฺถาราปี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวมาห.

อถ ภควา ภิกฺขุสงฺโฆปิ สตฺถาปิ โอวทิตพฺพยุตฺตเมว โอวทติ, น อิตรนฺติ ทสฺเสตุํ อิธ, ภทฺทาลิ, เอกจฺโจติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺเญนาญฺญนฺติอาทีนิ อนุมานสุตฺเต วิตฺถาริตานิ. น สมฺมา วตฺตตีติ สมฺมา วตฺตมฺปิ น วตฺตติ. น โลมํ ปาเตตีติ อนุโลมวตฺเต น วตฺตติ, วิโลมเมว คณฺหาติ. น นิตฺถารํ วตฺตตีติ นิตฺถารณกวตฺตมฺหิ น วตฺตติ, อาปตฺติวุฏฺฐานตฺถํ ตุริตตุริโต ฉนฺทชาโต น โหติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺส ทุพฺพจกรเณ. อภิณฺหาปตฺติโกติ นิรนฺตราปตฺติโก. อาปตฺติพหุโลติ สาปตฺติกกาโลวสฺส พหุ, สุทฺโธ นิราปตฺติกกาโล อปฺโปติ อตฺโถ. น ขิปฺปเมว วูปสมฺมตีติ ขิปฺปํ น วูปสมฺมติ, ทีฆสุตฺตํ โหติ. วินยธรา ปาทโธวนกาเล อาคตํ ‘‘คจฺฉาวุโส, วตฺตเวลา’’ติ วทนฺติ. ปุน กาลํ มญฺญิตฺวา อาคตํ ‘‘คจฺฉาวุโส, ตุยฺหํ วิหารเวลา, คจฺฉาวุโส, สามเณราทีนํ อุทฺเทสทานเวลา, อมฺหากํ นฺหานเวลา, เถรูปฏฺฐานเวลา, มุขโธวนเวลา’’ติอาทีนิ วตฺวา ทิวสภาเคปิ รตฺติภาเคปิ อาคตํ อุยฺโยเชนฺติเยว. ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต, โอกาโส ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘คจฺฉาวุโส, ตฺวํ อิมเมว ฐานํ ชานาสิ, อสุโก นาม วินยธรตฺเถโร สิเนหปานํ ปิวติ, อสุโก วิเรจนํ กาเรติ, กสฺมา ตุริโตสี’’ติอาทีนิ วตฺวา ทีฆสุตฺตเมว กโรนฺติ.

๑๔๑. ขิปฺปเมว วูปสมฺมตีติ ลหุํ วูปสมฺมติ, น ทีฆสุตฺตํ โหติ. อุสฺสุกฺกาปนฺนา ภิกฺขู – ‘‘อาวุโส, อยํ สุพฺพโจ ภิกฺขุ, ชนปทวาสิโน นาม คามนฺตเสนาสเน วสนฏฺฐานนิสชฺชนาทีนิ น ผาสุกานิ โหนฺติ, ภิกฺขาจาโรปิ ทุกฺโข โหติ, สีฆมสฺส อธิกรณํ วูปสเมมา’’ติ สนฺนิปติตฺวา อาปตฺติโต วุฏฺฐาเปตฺวา สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาเปนฺติ.

๑๔๒. อธิจฺจาปตฺติโกติ กทาจิ กทาจิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. โส กิญฺจาปิ ลชฺชี โหติ ปกตตฺโต, ทุพฺพจตฺตา ปนสฺส ภิกฺขู ตเถว ปฏิปชฺชนฺติ.

๑๔๔. สทฺธามตฺตเกน วหติ เปมมตฺตเกนาติ อาจริยุปชฺฌาเยสุ อปฺปมตฺติกาย เคหสฺสิตสทฺธาย อปฺปมตฺตเกน เคหสฺสิตเปเมน ยาเปติ. ปฏิสนฺธิคฺคหณสทิสา หิ อยํ ปพฺพชฺชา นาม, นวปพฺพชิโต ปพฺพชฺชาย คุณํ อชานนฺโต อาจริยุปชฺฌาเยสุ เปมมตฺเตน ยาเปติ, ตสฺมา เอวรูปา สงฺคณฺหิตพฺพา. อปฺปมตฺตกมฺปิ หิ สงฺคหํ ลภิตฺวา ปพฺพชฺชาย ฐิตา อภิญฺญาปตฺตา มหาสมณา ภวิสฺสนฺติ. เอตฺตเกน กถามคฺเคน ‘‘โอวทิตพฺพยุตฺตกํ โอวทนฺติ, น อิตร’’นฺติ อิมเมว ภควตา ทสฺสิตํ.

๑๔๕. อญฺญาย สณฺฐหึสูติ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สตฺเตสุ หายมาเนสูติ ปฏิปตฺติยา หายมานาย สตฺตา หายนฺติ นาม. สทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเนติ ปฏิปตฺติสทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเน. ปฏิปตฺติสทฺธมฺโมปิ หิ ปฏิปตฺติปูรเกสุ สตฺเตสุ อสติ อนฺตรธายติ นาม. อาสวฏฺฐานียาติ อาสวา ติฏฺฐนฺติ เอเตสูติ อาสวฏฺฐานียา. เยสุ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธนาทโย เจว อปายทุกฺขวิเสสภูตา จ อาสวา ติฏฺฐนฺติเยว. ยสฺมา เนสํ เต การณํ โหนฺตีติ อตฺโถ. เต อาสวฏฺฐานียา วีติกฺกมธมฺมา ยาว น สงฺเฆ ปาตุภวนฺติ, น ตาว สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตีติ อยเมตฺถ โยชนา.

เอวํ อกาลํ ทสฺเสตฺวา ปุน กาลํ ทสฺเสตุํ ยโต จ โข, ภทฺทาลีติอาทิมาห. ตตฺถ ยโตติ ยทา, ยสฺมึ กาเลติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. อยํ วา เอตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมึ กาเล อาสวฏฺฐานียา ธมฺมาติ สงฺขํ คตา วีติกฺกมโทสา สงฺเฆ ปาตุภวนฺติ, ตทา สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ. กสฺมา? เตสํเยว อาสวฏฺฐานียธมฺมสงฺขาตานํ วีติกฺกมโทสานํ ปฏิฆาตาย.

เอวํ อาสวฏฺฐานียานํ ธมฺมานํ อนุปฺปตฺตึ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อกาลํ, อุปฺปตฺติญฺจ กาลนฺติ วตฺวา อิทานิ เตสํ ธมฺมานํ อนุปฺปตฺติกาลญฺจ อุปฺปตฺติกาลญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘น ตาว, ภทฺทาลิ, อิเธกจฺเจ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มหตฺตนฺติ มหนฺตภาวํ. สงฺโฆ หิ ยาว น เถรนวมชฺฌิมานํ วเสน มหตฺตํ ปตฺโต โหติ, ตาว เสนาสนานิ ปโหนฺติ, สาสเน เอกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ. มหตฺตํ ปตฺเต ปน เต อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ. ตตฺถ มหตฺตํ ปตฺเต สงฺเฆ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ –

‘‘โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๕๑). ยา ปน ภิกฺขุนี อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปยฺย ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๑๑๗๑). ยา ปน ภิกฺขุนี เอกวสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปยฺย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๑๑๗๕).

อิมินา นเยน เวทิตพฺพานิ.

ลาภคฺคนฺติ ลาภสฺส อคฺคํ. สงฺโฆ หิ ยาว น ลาภคฺคปตฺโต โหติ, น ตาว ลาภํ ปฏิจฺจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. ปตฺเต ปน อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ –

‘‘โย ปน ภิกฺขุ อเจลกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ทเทยฺย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๗๐).

อิทญฺหิ ลาภคฺคปตฺเต สงฺเฆ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ.

ยสคฺคนฺติ ยสสฺส อคฺคํ. สงฺโฆ หิ ยาว น ยสคฺคปตฺโต โหติ, น ตาว ยสํ ปฏิจฺจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. ปตฺเต ปน อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ ‘‘สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๓๒๗). อิทญฺหิ ยสคฺคปตฺเต สงฺเฆ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ.

พาหุสจฺจนฺติ พหุสฺสุตภาวํ. สงฺโฆ หิ ยาว น พาหุสจฺจปตฺโต โหติ, น ตาว อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. พาหุสจฺจปตฺเต ปน ยสฺมา เอกํ นิกายํ เทฺว นิกาเย ปญฺจปิ นิกาเย อุคฺคเหตฺวา อโยนิโส อุมฺมุชฺชมานา ปุคฺคลา รเสน รสํ สํสนฺเทตฺวา อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุ สาสนํ ทีเปนฺติ, อถ สตฺถา – ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ (ปาจิ. ๔๑๘)…เป… สมณุทฺเทโสปิ เจ เอวํ วเทยฺยา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๒๙) นเยน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ.

รตฺตญฺญุตํ ปตฺโตติ เอตฺถ รตฺติโย ชานนฺตีติ รตฺตญฺญู. อตฺตโน ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย พหู รตฺติโย ชานนฺติ, จิรปพฺพชิตาติ วุตฺตํ โหติ. รตฺตญฺญูนํ ภาวํ รตฺตญฺญุตํ. ตตฺร รตฺตญฺญุตํ ปตฺเต สงฺเฆ อุปเสนํ วงฺคนฺตปุตฺตํ อารพฺภ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. โส หายสฺมา อูนทสวสฺเส ภิกฺขู อุปสมฺปาเทนฺเต ทิสฺวา เอกวสฺโส สทฺธิวิหาริกํ อุปสมฺปาเทสิ. อถ ภควา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, อูนทสวสฺเสน อุปสมฺปาเทตพฺโพ, โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๗๕). เอวํ ปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท ปุน ภิกฺขู ‘‘ทสวสฺสมฺหา ทสวสฺสมฺหา’’ติ พาลา อพฺยตฺตา อุปสมฺปาเทนฺติ. อถ ภควา อปรมฺปิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, พาเลน อพฺยตฺเตน อุปสมฺปาเทตพฺโพ, โย อุปสมฺปาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน ทสวสฺเสน วา อติเรกทสวสฺเสน วา อุปสมฺปาเทตุ’’นฺติ. อิติ รตฺตญฺญุตํ ปตฺตกาเล เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ.

๑๔๖. อาชานียสุสูปมํ ธมฺมปริยายํ เทเสสินฺติ ตรุณาชานียอุปมํ กตฺวา ธมฺมํ เทสยึ. ตตฺราติ ตสฺมึ อสรเณ. น โข, ภทฺทาลิ, เอเสว เหตูติ น เอส สิกฺขาย อปริปูรการีภาโวเยว เอโก เหตุ.

๑๔๗. มุขาธาเน การณํ กาเรตีติ ขลีนพนฺธาทีหิ มุขฏฺฐปเน สาธุกํ คีวํ ปคฺคณฺหาเปตุํ การณํ กาเรติ. วิสูกายิตานีติอาทีหิ วิเสวนาจารํ กเถสิ. สพฺพาเนว เหตานิ อญฺญมญฺญเววจนานิ. ตสฺมึ ฐาเนติ ตสฺมึ วิเสวนาจาเร. ปรินิพฺพายตีติ นิพฺพิเสวโน โหติ, ตํ วิเสวนํ ชหตีติ อตฺโถ. ยุคาธาเนติ ยุคฏฺฐปเน ยุคสฺส สาธุกํ คหณตฺถํ.

อนุกฺกเมติ จตฺตาโรปิ ปาเท เอกปฺปหาเรเนว อุกฺขิปเน จ นิกฺขิปเน จ. ปรเสนาย หิ อาวาเฏ ฐตฺวา อสึ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺส อสฺสสฺส ปาเท ฉินฺทนฺติ. ตสฺมึ สมเย เอส เอกปฺปหาเรเนว จตฺตาโรปิ ปาเท อุกฺขิปิสฺสตีติ รชฺชุพนฺธนวิธาเนน เอตํ การณํ กโรนฺติ. มณฺฑเลติ ยถา อสฺเส นิสินฺโนเยว ภูมิยํ ปติตํ อาวุธํ คเหตุํ สกฺโกติ, เอวํ กรณตฺถํ มณฺฑเล การณํ กาเรติ. ขุรกาเสติ อคฺคคฺคขุเรหิ ปถวีกมเน. รตฺตึ โอกฺกนฺตกรณสฺมิญฺหิ ยถา ปทสทฺโท น สุยฺยติ, ตทตฺถํ เอกสฺมึ ฐาเน สญฺญํ ทตฺวา อคฺคคฺคขุเรหิเยว คมนํ สิกฺขาเปนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ชเวติ สีฆวาหเน. ‘‘ธาเว’’ติปิ ปาโฐ. อตฺตโน ปราชเย สติ ปลายนตฺถํ, ปรํ ปลายนฺตํ อนุพนฺธิตฺวา คหณตฺถญฺจ เอตํ การณํ กาเรติ. ทวตฺเตติ ทวตฺตาย, ยุทฺธกาลสฺมิญฺหิ หตฺถีสุ วา โกญฺจนาทํ กโรนฺเตสุ อสฺเสสุ วา หสนฺเตสุ รเถสุ วา นิโฆสนฺเตสุ โยเธสุ วา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺเตสุ ตสฺส รวสฺส อภายิตฺวา ปรเสนปเวสนตฺถํ อยํ การณา กรียติ.

ราชคุเณติ รญฺญา ชานิตพฺพคุเณ. กูฏกณฺณรญฺโญ กิร คุฬวณฺโณ นาม อสฺโส อโหสิ. ราชา ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เจติยปพฺพตํ คมิสฺสามีติ กลมฺพนทีตีรํ สมฺปตฺโต. อสฺโส ตีเร ฐตฺวา อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉติ, ราชา อสฺสาจริยํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘อโห ตยา อสฺโส สิกฺขาปิโต อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉตี’’ติ อาห. อาจริโย – ‘‘สุสิกฺขาปิโต เทว อสฺโส, เอวมสฺส หิ จิตฺตํ ‘สจาหํ อุทกํ โอตริสฺสามิ, วาลํ เตมิสฺสติ, วาเล ตินฺเต รญฺโญ องฺเค อุทกํ ปาเตยฺยา’ติ เอวํ ตุมฺหากํ สรีเร อุทกปาตนภเยน น โอตรติ, วาลํ คณฺหาเปถา’’ติ อาห. ราชา ตถา กาเรสิ. อสฺโส เวเคน โอตริตฺวา ปารํ คโต. เอตทตฺถํ อยํ การณา กรียติ. ราชวํเสติ อสฺสราชวํเส. วํโส เจโส อสฺสราชานํ, ตถารูเปน ปหาเรน ฉินฺนภินฺนสรีราปิ อสฺสาโรหํ ปรเสนาย อปาเตตฺวา พหิ นีหรนฺติเยว. เอตทตฺถํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ.

อุตฺตเม ชเวติ ชวสมฺปตฺติยํ, ยถา อุตฺตมชโว โหติ, เอวํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ. อุตฺตเม หเยติ อุตฺตมหยภาเว, ยถา อุตฺตมหโย โหติ, เอวํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ. ตตฺถ ปกติยา อุตฺตมหโยว อุตฺตมหยการณํ อรหติ, น อญฺโญ. อุตฺตมหยการณาย เอว จ หโย อุตฺตมชวํ ปฏิปชฺชติ, น อญฺโญติ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร ราชา เอกํ สินฺธวโปตกํ ลภิตฺวา สินฺธวภาวํ อชานิตฺวาว อิมํ สิกฺขาเปหีติ อาจริยสฺส อทาสิ. อาจริโยปิ ตสฺส สินฺธวภาวํ อชานนฺโต ตํ มาสขาทกโฆฏกานํ การณาสุ อุปเนติ. โส อตฺตโน อนนุจฺฉวิกตฺตา การณํ น ปฏิปชฺชติ. โส ตํ ทเมตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘กูฏสฺโส อยํ มหาราชา’’ติ วิสฺสชฺชาเปสิ.

อเถกทิวสํ เอโก อสฺสาจริยปุพฺพโก ทหโร อุปชฺฌายสฺส ภณฺฑกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต ตํ ปริขาปิฏฺเฐ จรนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อนคฺโฆ, ภนฺเต, สินฺธวโปตโก’’ติ อุปชฺฌายสฺส กเถสิ. สเจ ราชา ชาเนยฺย, มงฺคลสฺสํ นํ กเรยฺยาติ. เถโร อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ตาต, ราชา อปฺเปว นาม พุทฺธสาสเน ปสีเทยฺย รญฺโญ กเถหี’’ติ. โส คนฺตฺวา, – ‘‘มหาราช, อนคฺโฆ สินฺธวโปตโก อตฺถี’’ติ กเถสิ. ตยา ทิฏฺโฐ, ตาตาติ? อาม, มหาราชาติ. กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ? ตุมฺหากํ ภุญฺชนกสุวณฺณถาเล ตุมฺหากํ ภุญฺชนกภตฺตํ ตุมฺหากํ ปิวนกรโส ตุมฺหากํ คนฺธา ตุมฺหากํ มาลาติ. ราชา สพฺพํ ทาเปสิ. ทหโร คาหาเปตฺวา อคมาสิ.

อสฺโส คนฺธํ ฆายิตฺวาว ‘‘มยฺหํ คุณชานนกอาจริโย อตฺถิ มญฺเญ’’ติ สีสํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ทหโร คนฺตฺวา ‘‘ภตฺตํ ภุญฺชา’’ติ อจฺฉรํ ปหริ. อสฺโส อาคนฺตฺวา สุวณฺณถาเล ภตฺตํ ภุญฺชิ, รสํ ปิวิ. อถ นํ คนฺเธหิ วิลิมฺปิตฺวา ราชปิฬนฺธนํ ปิฬนฺธิตฺวา ‘‘ปุรโต ปุรโต คจฺฉา’’ติ อจฺฉรํ ปหริ. โส ทหรสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มงฺคลสฺสฏฺฐาเน อฏฺฐาสิ. ทหโร – ‘‘อยํ เต, มหาราช, อนคฺโฆ สินฺธวโปตโก, อิมินาว นํ นิยาเมน กติปาหํ ปฏิชคฺคาเปหี’’ติ วตฺวา นิกฺขมิ.

อถ กติปาหสฺส อจฺจเยน อาคนฺตฺวา อสฺสสฺส อานุภาวํ ปสฺสิสฺสสิ, มหาราชาติ. สาธุ อาจริย กุหึ ฐตฺวา ปสฺสามาติ? อุยฺยานํ คจฺฉ, มหาราชาติ. ราชา อสฺสํ คาหาเปตฺวา อคมาสิ. ทหโร อจฺฉรํ ปหริตฺวา ‘‘เอตํ รุกฺขํ อนุปริยาหี’’ติ อสฺสสฺส สญฺญํ อทาสิ. อสฺโส ปกฺขนฺทิตฺวา รุกฺขํ อนุปริคนฺตฺวา อาคโต. ราชา เนว คจฺฉนฺตํ น อาคจฺฉนฺตํ อทฺทส. ทิฏฺโฐ เต, มหาราชาติ? น ทิฏฺโฐ, ตาตาติ. วลญฺชกทณฺฑํ เอตํ รุกฺขํ นิสฺสาย ฐเปถาติ วตฺวา อจฺฉรํ ปหริ ‘‘วลญฺชกทณฺฑํ คเหตฺวา เอหี’’ติ. อสฺโส ปกฺขนฺทิตฺวา มุเขน คเหตฺวา อาคโต. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ.

ปุน อจฺฉรํ ปหริ ‘‘อุยฺยานสฺส ปาการมตฺถเกน จริตฺวา เอหี’’ติ. อสฺโส ตถา อกาสิ. ทิฏฺโฐ, มหาราชาติ. น ทิฏฺโฐ, ตาตาติ. รตฺตกมฺพลํ อาหราเปตฺวา อสฺสสฺส ปาเท พนฺธาเปตฺวา ตเถว สญฺญํ อทาสิ. อสฺโส อุลฺลงฺฆิตฺวา ปาการมตฺถเกน อนุปริยายิ. พลวตา ปุริเสน อาวิญฺฉนอลาตคฺคิสิขา วิย อุยฺยานปาการมตฺถเก ปญฺญายิตฺถ. อสฺโส คนฺตฺวา สมีเป ฐิโต. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. มงฺคลโปกฺขรณิปาการมตฺถเก อนุปริยาหีติ สญฺญํ อทาสิ.

ปุน ‘‘โปกฺขรณึ โอตริตฺวา ปทุมปตฺเตสุ จาริกํ จราหี’’ติ สญฺญํ อทาสิ. โปกฺขรณึ โอตริตฺวา สพฺพปทุมปตฺเต จริตฺวา อคมาสิ, เอกํ ปตฺตมฺปิ อนกฺกนฺตํ วา ผาลิตํ วา ฉินฺทิตํ วา ขณฺฑิตํ วา นาโหสิ. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. อจฺฉรํ ปหริตฺวา ตํ หตฺถตลํ อุปนาเมสิ. ธาตูปตฺถทฺโธ ลงฺฆิตฺวา หตฺถตเล อฏฺฐาสิ. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ? ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. เอวํ อุตฺตมหโย เอว อุตฺตมการณาย อุตฺตมชวํ ปฏิปชฺชติ.

อุตฺตเม สาขเลฺยติ มุทุวาจาย. มุทุวาจาย หิ, ‘‘ตาต, ตฺวํ มา จินฺตยิ, รญฺโญ มงฺคลสฺโส ภวิสฺสสิ, ราชโภชนาทีนิ ลภิสฺสสี’’ติ อุตฺตมหยการณํ กาเรตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตฺตเม สาขเลฺย’’ติ. ราชโภคฺโคติ รญฺโญ อุปโภโค. รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉตีติ ยตฺถ กตฺถจิ คจฺฉนฺเตน หตฺถํ วิย ปาทํ วิย อโนหาเยว คนฺตพฺพํ โหติ. ตสฺมา องฺคนฺติ สงฺขํ คจฺฉติ, จตูสุ วา เสนงฺเคสุ เอกํ องฺคํ โหติ.

อเสขาย สมฺมาทิฏฺฐิยาติ อรหตฺตผลสมฺมาทิฏฺฐิยา. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ตํสมฺปยุตฺตาว. สมฺมาญาณํ ปุพฺเพ วุตฺตสมฺมาทิฏฺฐิเยว. ฐเปตฺวา ปน อฏฺฐ ผลงฺคานิ เสสา ธมฺมา วิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อยํ ปน เทสนา อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลสฺส วเสน อรหตฺตนิกูฏํ คเหตฺวา นิฏฺฐาปิตาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.