๒. มหาราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา

๑๑๓. เอวํ เม สุตนฺติ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ. ตตฺถ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธีติ ทสฺสนํ อวิชหิตฺวา คมนํ อพฺโพจฺฉินฺนํ กตฺวา ปจฺฉโต ปจฺฉโต อิริยาปถานุพนฺธเนน อนุพนฺธิ. ตทา หิ ภควา ปเท ปทํ นิกฺขิปนฺโต วิลาสิตคมเนน ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ, ราหุลตฺเถโร ทสพลสฺส ปทานุปทิโก หุตฺวา ปจฺฉโต ปจฺฉโต.

ตตฺถ ภควา สุปุปฺผิตสาลวนมชฺฌคโต สุภูมิโอตรณตฺถาย นิกฺขนฺตมตฺตวรวารโณ วิย วิโรจิตฺถ, ราหุลภทฺโท จ วรวารณสฺส ปจฺฉโต นิกฺขนฺตคชโปตโก วิย. ภควา สายนฺหสมเย มณิคุหโต นิกฺขมิตฺวา โคจรํ ปฏิปนฺโน เกสรสีโห วิย, ราหุลภทฺโท จ สีหมิคราชานํ อนุพนฺธนฺโต นิกฺขนฺตสีหโปตโก วิย. ภควา มณิปพฺพตสสฺสิริกวนสณฺฑโต ทาฐพโล มหาพฺยคฺโฆ วิย, ราหุลภทฺโท จ พฺยคฺฆราชานํ อนุพนฺธพฺยคฺฆโปตโก วิย. ภควา สิมฺพลิทายโต นิกฺขนฺตสุปณฺณราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ สุปณฺณราชสฺส ปจฺฉโต นิกฺขนฺตสุปณฺณโปตโก วิย. ภควา จิตฺตกูฏปพฺพตโต คคนตลํ ปกฺขนฺทสุวณฺณหํสราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ หํสาธิปตึ อนุปกฺขนฺทหํสโปตโก วิย. ภควา มหาสรํ อชฺโฌคาฬฺหา สุวณฺณมหานาวา วิย, ราหุลภทฺโท จ สุวณฺณนาวํ ปจฺฉา อนุพนฺธนาวาโปตโก วิย. ภควา จกฺกรตนานุภาเวน คคนตเล สมฺปยาตจกฺกวตฺติราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ ราชานํ อนุสมฺปยาตปริณายกรตนํ วิย. ภควา วิคตวลาหกํ นภํ ปฏิปนฺนตารกราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ ตารกาธิปติโน อนุมคฺคปฏิปนฺนา ปริสุทฺธโอสธิตารกา วิย.

ภควาปิ มหาสมฺมตปเวณิยํ โอกฺกากราชวํเส ชาโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควาปิ สงฺเข ปกฺขิตฺตขีรสทิโส สุปริสุทฺธชาติขตฺติยกุเล ชาโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควาปิ รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควโตปิ สรีรํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ เทวนคเรสุ สมุสฺสิตรตนโตรณํ วิย สพฺพปาลิผุลฺโล ปาริจฺฉตฺตโก วิย จ อติมโนหรณํ, ราหุลภทฺทสฺสาปิ. อิติ เทฺวปิ อภินีหารสมฺปนฺนา, เทฺวปิ ราชปพฺพชิตา, เทฺวปิ ขตฺติยสุขุมาลา, เทฺวปิ สุวณฺณวณฺณา, เทฺวปิ ลกฺขณสมฺปนฺนา เอกมคฺคํ ปฏิปนฺนา ปฏิปาฏิยา คจฺฉนฺตานํ ทฺวินฺนํ จนฺทมณฺฑลานํ ทฺวินฺนํ สูริยมณฺฑลานํ ทฺวินฺนํ สกฺกสุยามสนฺตุสิตสุนิมฺมิตวสวตฺติมหาพฺรหฺมาทีนํ สิริยา สิรึ อภิภวมานา วิย วิโรจึสุ.

ตตฺรายสฺมา ราหุโล ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโตว ปาทตลโต ยาว อุปริ เกสนฺตา ตถาคตํ อาโลเกสิ. โส ภควโต พุทฺธเวสวิลาสํ ทิสฺวา ‘‘โสภติ ภควา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺตสรีโร พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตตาย วิปฺปกิณฺณสุวณฺณจุณฺณมชฺฌคโต วิย, วิชฺชุลตาปริกฺขิตฺโต กนกปพฺพโต วิย, ยนฺตสุตฺตสมากฑฺฒิตรตนวิจิตฺตํ สุวณฺณอคฺฆิกํ วิย, รตฺตปํสุกูลจีวรปฏิจฺฉนฺโนปิ รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตกนกปพฺพโต วิย, ปวาฬลตาปฏิมณฺฑิตํ สุวณฺณอคฺฆิกํ วิย, จีนปิฏฺฐจุณฺณปูชิตํ สุวณฺณเจติยํ วิย, ลาขารสานุลิตฺโต กนกยูโป วิย, รตฺตวลาหกนฺตรโต ตงฺขณพฺภุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิย, อโห สมตึสปารมิตานุภาวสชฺชิตสฺส อตฺตภาวสฺส สิรีสมฺปตฺตี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต อตฺตานมฺปิ โอโลเกตฺวา – ‘‘อหมฺปิ โสภามิ. สเจ ภควา จตูสุ มหาทีเปสุ จกฺกวตฺติรชฺชํ อกริสฺสา, มยฺหํ ปริณายกฏฺฐานนฺตรํ อทสฺสา. เอวํ สนฺเต อติวิย ชมฺพุทีปตลํ อโสภิสฺสา’’ติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสฺสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทสิ.

ภควาปิ ปุรโต คจฺฉนฺโตว จินฺเตสิ – ‘‘ปริปุณฺณจฺฉวิมํสโลหิโต ทานิ ราหุลสฺส อตฺตภาโว. รชนีเยสุ รูปารมฺมณาทีสุ หิ จิตฺตสฺส ปกฺขนฺทนกาโล ชาโต, กึ พหุลตาย นุ โข ราหุโล วีตินาเมตี’’ติ. อถ สหาวชฺชเนเนว ปสนฺนอุทเก มจฺฉํ วิย, ปริสุทฺเธ อาทาสมณฺฑเล มุขนิมิตฺตํ วิย จ ตสฺส ตํ จิตฺตุปฺปาทํ อทฺทส. ทิสฺวาว – ‘‘อยํ ราหุโล มยฺหํ อตฺรโช หุตฺวา มม ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต ‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’นฺติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสฺสิตฉนฺทราคํ อุปฺปาเทติ, อติตฺเถ ปกฺขนฺโท อุปฺปถํ ปฏิปนฺโน อโคจเร จรติ, ทิสามูฬฺหอทฺธิโก วิย อคนฺตพฺพํ ทิสํ คจฺฉติ. อยํ โข ปนสฺส กิเลโส อพฺภนฺตเร วฑฺฒนฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ ปสฺสิตุํ น ทสฺสติ, ปรตฺถมฺปิ, อุภยตฺถมฺปิ. ตโต นิรเยปิ ปฏิสนฺธึ คณฺหาเปสฺสติ, ติรจฺฉานโยนิยมฺปิ, เปตฺติวิสเยปิ, อสุรกาเยปิ, สมฺพาเธปิ มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ปริปาเตสฺสติ. อยญฺหิ –

อนตฺถชนโน โลโภ, โลโภ จิตฺตปฺปโกปโน;

ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.

ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โลโภ สหเต นรํ. (อิติวุ. ๘๘) –

ยถา โข ปน อเนกรตนปูรา มหานาวา ภินฺนผลกนฺตเรน อุทกํ อาทิยมานา มุหุตฺตมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺพา โหติ, เวเคนสฺสา วิวรํ ปิทหิตุํ วฏฺฏติ, เอวเมวํ อยมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ. ยาวสฺส อยํ กิเลโส อพฺภนฺตเร สีลรตนาทีนิ น วินาเสติ, ตาวเทว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยมกาสิ. เอวรูเปสุ ปน ฐาเนสุ พุทฺธานํ นาควิโลกนํ นาม โหติ. ตสฺมา ยนฺเตน ปริวตฺติตสุวณฺณปฏิมา วิย สกลกาเยเนว ปริวตฺเตตฺวา ฐิโต ราหุลภทฺทํ อามนฺเตสิ. ตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข ภควา อปโลเกตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทีนิ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส วิตฺถาริตานิ. เนตํ มมาติอาทีนิ มหาหตฺถิปโทปเม วุตฺตานิ. รูปเมว นุ โข ภควาติ กสฺมา ปุจฺฉติ? ตสฺส กิร – ‘‘สพฺพํ รูปํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตา’’ติ สุตฺวา – ‘‘ภควา สพฺพํ รูปํ วิปสฺสนาปญฺญาย เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ วทติ, เวทนาทีสุ นุ โข กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ นโย อุทปาทิ. ตสฺมา ตสฺมึ นเย ฐิโต ปุจฺฉติ. นยกุสโล เหส อายสฺมา ราหุโล, อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ วุตฺเต อิทมฺปิ น กตฺตพฺพํ อิทมฺปิ น กตฺตพฺพเมวาติ นยสเตนปิ นยสหสฺเสนปิ ปฏิวิชฺฌติ. อิทํ กตฺตพฺพนฺติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย.

สิกฺขากาโม หิ อยํ อายสฺมา, ปาโตว คนฺธกุฏิปริเวเณ ปตฺถมตฺตํ วาลิกํ โอกิรติ – ‘‘อชฺช สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติกา มยฺหํ อุปชฺฌายสฺส สนฺติกา เอตฺตกํ โอวาทํ เอตฺตกํ ปริภาสํ ลภามี’’ติ. สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ นํ เอตทคฺเค ฐเปนฺโต – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สิกฺขากามานํ ยทิทํ ราหุโล’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๙) สิกฺขายเมว อคฺคํ กตฺวา ฐเปสิ. โสปิ อายสฺมา ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ตเมว สีหนาทํ นทิ –

‘‘สพฺพเมตํ อภิญฺญาย, ธมฺมราชา ปิตา มม;

สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺฆสฺส, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.

สิกฺขากามานหํ อคฺโค, ธมฺมราเชน โถมิโต;

สทฺธาปพฺพชิตานญฺจ, สหาโย ปวโร มม.

ธมฺมราชา ปิตา มยฺหํ, ธมฺมารกฺโข จ เปตฺติโย;

สาริปุตฺโต อุปชฺฌาโย, สพฺพํ เม ชินสาสน’’นฺติ.

อถสฺส ภควา ยสฺมา น เกวลํ รูปเมว, เวทนาทโยปิ เอวํ ทฏฺฐพฺพา, ตสฺมา รูปมฺปิ ราหุลาติอาทิมาห. โก นชฺชาติ โก นุ อชฺช. เถรสฺส กิร เอตทโหสิ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ มยฺหํ อตฺตภาวนิสฺสิตํ ฉนฺทราคํ ญตฺวา ‘สมเณน นาม เอวรูโป วิตกฺโก น วิตกฺกิตพฺโพ’ติ เนว ปริยาเยน กถํ กเถสิ, คจฺฉ ภิกฺขุ ราหุลํ วเทหิ ‘มา ปุน เอวรูปํ วิตกฺกํ วิตกฺเกสี’ติ น ทูตํ เปเสสิ. มํ สมฺมุกฺเข ฐตฺวาเยว ปน สภณฺฑกํ โจรํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย สมฺมุขา สุคโตวาทํ อทาสิ. สุคโตวาโท จ นาม อสงฺเขยฺเยหิปิ กปฺเปหิ ทุลฺลโภ. เอวรูปสฺส พุทฺธสฺส สมฺมุขา โอวาทํ ลภิตฺวา โก นุ วิญฺญู ปณฺฑิตชาติโก อชฺช คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสตี’’ติ. อเถส อายสฺมา อาหารกิจฺจํ ปหาย ยสฺมึ นิสินฺนฏฺฐาเน ฐิเตน โอวาโท ลทฺโธ, ตโตว ปฏินิวตฺเตตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. ภควาปิ ตํ อายสฺมนฺตํ นิวตฺตมานํ ทิสฺวา น เอวมาห – ‘‘มา นิวตฺต ตาว, ราหุล, ภิกฺขาจารกาโล เต’’ติ. กสฺมา? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อชฺช ตาว กายคตาสติอมตโภชนํ ภุญฺชตู’’ติ.

อทฺทสา โข อายสฺมา สาริปุตฺโตติ ภควติ คเต ปจฺฉา คจฺฉนฺโต อทฺทส. เอตสฺส กิรายสฺมโต เอกกสฺส วิหรโต อญฺญํ วตฺตํ, ภควตา สทฺธึ วิหรโต อญฺญํ. ยทา หิ เทฺว อคฺคสาวกา เอกากิโน วสนฺติ, ตทา ปาโตว เสนาสนํ สมฺมชฺชิตฺวา สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา สนฺนิสินฺนา อตฺตโน จิตฺตรุจิยา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺติ. ภควตา สทฺธึ วิหรนฺตา ปน เถรา เอวํ น กโรนฺติ. ตทา หิ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ปฐมํ ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ. ตสฺมึ คเต เถโร อตฺตโน เสนาสนา นิกฺขมิตฺวา – ‘‘พหูนํ วสนฏฺฐาเน นาม สพฺเพว ปาสาทิกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ วา, น วา สกฺโกนฺตี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา อสมฺมฏฺฐํ ฐานํ สมฺมชฺชติ. สเจ กจวโร อฉฑฺฑิโต โหติ, ตํ ฉฑฺเฑติ. ปานียฏฺฐเปตพฺพฏฺฐานมฺหิ ปานียกูเฏ อสติ ปานียฆฏํ ฐเปติ. คิลานานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อาวุโส, ตุมฺหากํ กึ อาหรามิ, กึ โว อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ? ปุจฺฉติ. อวสฺสิกทหรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา – ‘‘อภิรมถ, อาวุโส, มา อุกฺกณฺฐิตฺถ, ปฏิปตฺติสารกํ พุทฺธสาสน’’นฺติ โอวทติ. เอวํ กตฺวา สพฺพปจฺฉา ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ. ยถา หิ จกฺกวตฺติ กุหิญฺจิ คนฺตุกาโม เสนาย ปริวาริโต ปฐมํ นิกฺขมติ, ปริณายกรตนํ เสนงฺคานิ สํวิธาย ปจฺฉา นิกฺขมติ, เอวํ สทฺธมฺมจกฺกวตฺติ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ปฐมํ นิกฺขมติ, ตสฺส ภควโต ปริณายกรตนภูโต ธมฺมเสนาปติ อิมํ กิจฺจํ กตฺวา สพฺพปจฺฉา นิกฺขมติ. โส เอวํ นิกฺขนฺโต ตสฺมึ ทิวเส อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ราหุลภทฺทํ อทฺทส. เตน วุตฺตํ ‘‘ปจฺฉา คจฺฉนฺโต อทฺทสา’’ติ.

อถ กสฺมา อานาปานสฺสติยํ นิโยเชสิ? นิสชฺชานุจฺฉวิกตฺตา. เถโร กิร ‘‘เอตสฺส ภควตา รูปกมฺมฏฺฐานํ กถิต’’นฺติ อนาวชฺชิตฺวาว เยนากาเรน อยํ อจโล อโนพทฺโธ หุตฺวา นิสินฺโน, อิทมสฺส เอติสฺสา นิสชฺชาย กมฺมฏฺฐานํ อนุจฺฉวิกนฺติ จินฺเตตฺวา เอวมาห. ตตฺถ อานาปานสฺสตินฺติ อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคเหตฺวา ตตฺถ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาหีติ ทสฺเสติ.

มหปฺผลา โหตีติ กีวมหปฺผลา โหติ? อิธ ภิกฺขุ อานาปานสฺสตึ อนุยุตฺโต เอกาสเน นิสินฺโนว สพฺพาสเว เขเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตถา อสกฺโกนฺโต มรณกาเล สมสีสี โหติ, ตถา อสกฺโกนฺโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ธมฺมกถิกเทวปุตฺตสฺส ธมฺมํ สุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตโต วิรทฺโธ อนุปฺปนฺเน พุทฺธุปฺปาเท ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, ตํ อสจฺฉิกโรนฺโต พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว พาหิยตฺเถราทโย วิย ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, เอวํ มหปฺผลา. มหานิสํสาติ ตสฺเสว เววจนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘อานาปานสฺสตี ยสฺส, ปริปุณฺณา สุภาวิตา;

อนุปุพฺพํ ปริจิตา, ยถา พุทฺเธน เทสิตา;

โสมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา’’ติ. (เถรคา. ๕๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๑.๖๐) –

อิมํ มหปฺผลตํ สมฺปสฺสมาโน เถโร สทฺธิวิหาริกํ ตตฺถ นิโยเชติ.

อิติ ภควา รูปกมฺมฏฺฐานํ, เถโร อานาปานสฺสตินฺติ อุโภปิ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา คตา, ราหุลภทฺโท วิหาเรเยว โอหีโน. ภควา ตสฺส โอหีนภาวํ ชานนฺโตปิ เนว อตฺตนา ขาทนียํ โภชนียํ คเหตฺวา อคมาสิ, น อานนฺทตฺเถรสฺส หตฺเถ เปเสสิ, น ปเสนทิมหาราชอนาถปิณฺฑิกาทีนํ สญฺญํ อทาสิ. สญฺญามตฺตกญฺหิ ลภิตฺวา เต กาชภตฺตํ อภิหเรยฺยุํ. ยถา จ ภควา, เอวํ สาริปุตฺตตฺเถโรปิ น กิญฺจิ อกาสิ. ราหุลตฺเถโร นิราหาโร ฉินฺนภตฺโต อโหสิ. ตสฺส ปนายสฺมโต – ‘‘ภควา มํ วิหาเร โอหีนํ ชานนฺโตปิ อตฺตนา ลทฺธปิณฺฑปาตํ นาปิ สยํ คเหตฺวา อาคโต, น อญฺญสฺส หตฺเถ ปหิณิ, น มนุสฺสานํ สญฺญํ อทาสิ, อุปชฺฌาโยปิ เม โอหีนภาวํ ชานนฺโต ตเถว น กิญฺจิ อกาสี’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺนํ, กุโต ตปฺปจฺจยา โอมานํ วา อติมานํ วา ชเนสฺสติ. ภควตา ปน อาจิกฺขิตกมฺมฏฺฐานเมว ปุเรภตฺตมฺปิ ปจฺฉาภตฺตมฺปิ – ‘‘อิติปิ รูปํ อนิจฺจํ, อิติปิ ทุกฺขํ, อิติปิ อสุภํ, อิติปิ อนตฺตา’’ติ อคฺคึ อภิมตฺเถนฺโต วิย นิรนฺตรํ มนสิกตฺวา สายนฺหสมเย จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อุปชฺฌาเยน อานาปานสฺสตึ ภาเวหีติ วุตฺโต, ตสฺส วจนํ น กริสฺสามิ. อาจริยุปชฺฌายานญฺหิ วจนํ อกโรนฺโต ทุพฺพโจ นาม โหติ. ‘ทุพฺพโจ ราหุโล, อุปชฺฌายสฺสปิ วจนํ น กโรตี’ติ จ ครหุปฺปตฺติโต กกฺขฬตรา ปีฬา นาม นตฺถี’’ติ ภาวนาวิธานํ ปุจฺฉิตุกาโม ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข อายสฺมา ราหุโลติอาทิ วุตฺตํ.

๑๑๔. ตตฺถ ปฏิสลฺลานาติ เอกีภาวโต. ยํกิญฺจิ ราหุลาติ กสฺมา? ภควา อานาปานสฺสตึ ปุฏฺโฐ รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถตีติ. รูเป ฉนฺทราคปฺปหานตฺถํ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ราหุลสฺส อตฺตภาวํ นิสฺสาย ฉนฺทราโค อุปฺปนฺโน, เหฏฺฐา จสฺส สงฺเขเปน รูปกมฺมฏฺฐานํ กถิตํ. อิทานิสฺสาปิ ทฺวิจตฺตาลีสาย อากาเรหิ อตฺตภาวํ วิราเชตฺวา วิสงฺขริตฺวา ตํนิสฺสิตํ ฉนฺทราคํ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทสฺสามี’’ติ. อถ อากาสธาตุํ กสฺมา วิตฺถาเรสีติ? อุปาทารูปทสฺสนตฺถํ. เหฏฺฐา หิ จตฺตาริ มหาภูตาเนว กถิตานิ, น อุปาทารูปํ. ตสฺมา อิมินา มุเขน ตํ ทสฺเสตุํ อากาสธาตุํ วิตฺถาเรสิ. อปิจ อชฺฌตฺติเกน อากาเสน ปริจฺฉินฺนรูปมฺปิ ปากฏํ โหติ.

อากาเสน ปริจฺฉินฺนํ, รูปํ ยาติ วิภูตตํ;

ตสฺเสวํ อาวิภาวตฺถํ, ตํ ปกาเสสิ นายโก.

เอตฺถ ปน ปุริมาสุ ตาว จตูสุ ธาตูสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาหตฺถิปโทปเม วุตฺตเมว.

๑๑๘. อากาสธาตุยํ อากาสคตนฺติ อากาสภาวํ คตํ. อุปาทินฺนนฺติอาทินฺนํ คหิตํ ปรามฏฺฐํ, สรีรฏฺฐกนฺติ อตฺโถ. กณฺณจฺฉิทฺทนฺติ มํสโลหิตาทีหิ อสมฺผุฏฺฐกณฺณวิวรํ. นาสจฺฉิทฺทาทีสุปิ เอเสว นโย. เยน จาติ เยน ฉิทฺเทน. อชฺโฌหรตีติ อนฺโต ปเวเสติ, ชิวฺหาพนฺธนโต หิ ยาว อุทรปฏลา มนุสฺสานํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลํ ฉิทฺทฏฺฐานํ โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยตฺถ จาติ ยสฺมึ โอกาเส. สนฺติฏฺฐตีติ ปติฏฺฐาติ. มนุสฺสานญฺหิ มหนฺตํ ปฏปริสฺสาวนมตฺตญฺจ อุทรปฏลํ นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อโธภาคํ นิกฺขมตีติ เยน เหฏฺฐา นิกฺขมติ. ทฺวตฺตึสหตฺถมตฺตํ เอกวีสติยา ฐาเนสุ วงฺกํ อนฺตํ นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยํ วา ปนญฺญมฺปีติ อิมินา สุขุมสุขุมํ จมฺมมํสาทิอนฺตรคตญฺเจว โลมกูปภาเวน จ ฐิตํ อากาสํ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถาปิ ปถวีธาตุอาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๑๑๙. อิทานิสฺส ตาทิภาวลกฺขณํ อาจิกฺขนฺโต ปถวีสมนฺติอาทิมาห. อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ หิ อรชฺชนฺโต อทุสฺสนฺโต ตาที นาม โหติ. มนาปามนาปาติ เอตฺถ อฏฺฐ โลภสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา มนาปา นาม, เทฺว โทมนสฺสจิตฺตสมฺปยุตฺตา อมนาปา นาม. จิตฺตํ น ปริยาทาย ฐสฺสนฺตีติ เอเต ผสฺสา อุปฺปชฺชิตฺวา ตว จิตฺตํ อนฺโตมุฏฺฐิคตํ กโรนฺโต วิย ปริยาทาย คเหตฺวา ฐาตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ ‘‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’’นฺติ ปุน อตฺตภาวํ นิสฺสาย ฉนฺทราโค นุปฺปชฺชิสฺสติ. คูถคตนฺติอาทีสุ คูถเมว คูถคตํ. เอวํ สพฺพตฺถ.

น กตฺถจิ ปติฏฺฐิโตติ ปถวีปพฺพตรุกฺขาทีสุ เอกสฺมิมฺปิ น ปติฏฺฐิโต, ยทิ หิ ปถวิยํ ปติฏฺฐิโต ภเวยฺย, ปถวิยา ภิชฺชมานาย สเหว ภิชฺเชยฺย, ปพฺพเต ปตมาเน สเหว ปเตยฺย, รุกฺเข ฉิชฺชมาเน สเหว ฉิชฺเชยฺย.

๑๒๐. เมตฺตํ ราหุลาติ กสฺมา อารภิ? ตาทิภาวสฺส การณทสฺสนตฺถํ. เหฏฺฐา หิ ตาทิภาวลกฺขณํ ทสฺสิตํ, น จ สกฺกา อหํ ตาที โหมีติ อการณา ภวิตุํ, นปิ ‘‘อหํ อุจฺจากุลปฺปสุโต พหุสฺสุโต ลาภี, มํ ราชราชมหามตฺตาทโย ภชนฺติ, อหํ ตาที โหมี’’ติ อิเมหิ การเณหิ โกจิ ตาที นาม โหติ, เมตฺตาทิภาวนาย ปน โหตีติ ตาทิภาวสฺส การณทสฺสนตฺถํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ ภาวยโตติ อุปจารํ วา อปฺปนํ วา ปาเปนฺตสฺส. โย พฺยาปาโทติ โย สตฺเต โกโป, โส ปหียิสฺสติ. วิเหสาติ ปาณิอาทีหิ สตฺตานํ วิหึสนํ. อรตีติ ปนฺตเสนาสเนสุ เจว อธิกุสลธมฺเมสุ จ อุกฺกณฺฐิตตา. ปฏิโฆติ ยตฺถ กตฺถจิ สตฺเตสุ สงฺขาเรสุ จ ปฏิหญฺญนกิเลโส. อสุภนฺติ อุทฺธุมาตกาทีสุ อุปจารปฺปนํ. อุทฺธุมาตกาทีสุ อสุภภาวนา จ นาเมสา วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเค กถิตาว. ราโคติ ปญฺจกามคุณิกราโค. อนิจฺจสญฺญนฺติ อนิจฺจานุปสฺสนาย สหชาตสญฺญํ. วิปสฺสนา เอว วา เอสา อสญฺญาปิ สญฺญาสีเสน สญฺญาติ วุตฺตา. อสฺมิมาโนติ รูปาทีสุ อสฺมีติ มาโน.

๑๒๑. อิทานิ เถเรน ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ วิตฺถาเรนฺโต อานาปานสฺสตินฺติอาทิมาห. ตตฺถ อิทํ กมฺมฏฺฐานญฺจ กมฺมฏฺฐานภาวนา จ ปาฬิอตฺโถ จ สทฺธึ อานิสํสกถาย สพฺโพ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค อนุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริโตเยว. อิมํ เทสนํ ภควา เนยฺยปุคฺคลวเสเนว ปรินิฏฺฐาเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มาหาราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.