๑. กนฺทรกสุตฺตวณฺณนา

๑. เอวํ เม สุตนฺติ กนฺทรกสุตฺตํ. ตตฺถ จมฺปายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺส หิ นครสฺส อารามโปกฺขรณีอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ จมฺปกรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา จมฺปาติ สงฺขมคมาสิ. คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเรติ ตสฺส จมฺปานครสฺส อวิทูเร คคฺคราย นาม ราชมเหสิยา ขณิตตฺตา คคฺคราติ ลทฺธโวหารา โปกฺขรณี อตฺถิ. ตสฺสา ตีเร สมนฺตโต นีลาทิปญฺจวณฺณกุสุมปฏิมณฺฑิตํ มหนฺตํ จมฺปกวนํ. ตสฺมึ ภควา กุสุมคนฺธสุคนฺเธ จมฺปกวเน วิหรติ. ตํ สนฺธาย ‘‘คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร’’ติ วุตฺตํ. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ อทสฺสิตปริจฺเฉเทน มหนฺเตน ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ. เปสฺโสติ ตสฺส นามํ. หตฺถาโรหปุตฺโตติ หตฺถาจริยสฺส ปุตฺโต. กนฺทรโก จ ปริพฺพาชโกติ กนฺทรโกติ เอวํนาโม ฉนฺนปริพฺพาชโก. อภิวาเทตฺวาติ ฉพฺพณฺณานํ ฆนพุทฺธรสฺมีนํ อนฺตรํ ปวิสิตฺวา ปสนฺนลาขารเส นิมุชฺชมาโน วิย, สิงฺคีสุวณฺณวณฺณํ ทุสฺสวรํ ปสาเรตฺวา สสีสํ ปารุปมาโน วิย, วณฺณคนฺธสมฺปนฺนจมฺปกปุปฺผานิ สิรสา สมฺปฏิจฺฉนฺโต วิย, สิเนรุปาทํ อุปคจฺฉนฺโต ปุณฺณจนฺโท วิย ภควโต จกฺกลกฺขณปฏิมณฺฑิเต อลตฺตกวณฺณผุลฺลปทุมสสฺสิริเก ปาเท วนฺทิตฺวาติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ฉนิสชฺชโทสวิรหิเต เอกสฺมึ โอกาเส นิสีทิ.

ตุณฺหีภู ตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยโต ยโต อนุวิโลเกติ, ตโต ตโต ตุณฺหีภูตเมวาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ เอกภิกฺขุสฺสาปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา นตฺถิ, สพฺเพ ภควโต เจว คารเวน อตฺตโน จ สิกฺขิตสิกฺขตาย อญฺญมญฺญํ วิคตสลฺลาปา อนฺตมโส อุกฺกาสิตสทฺทมฺปิ อกโรนฺตา สุนิขาตอินฺทขีลา วิย นิวาตฏฺฐาเน สนฺนิสินฺนํ มหาสมุทฺทอุทกํ วิย กาเยนปิ นิจฺจลา มนสาปิ อวิกฺขิตฺตา รตฺตวลาหกา วิย สิเนรุกูฏํ ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. ปริพฺพาชกสฺส เอวํ สนฺนิสินฺนํ ปริสํ ทิสฺวา มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. อุปฺปนฺนํ ปน อนฺโตหทยสฺมึเยว สนฺนิทหิตุํ อสกฺโกนฺโต ปิยสมุทาหารํ สมุฏฺฐาเปสิ. ตสฺมา อจฺฉริยํ โภติอาทิมาห.

ตตฺถ อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหนํ วิย นิจฺจํ น โหตีติ อจฺฉริยํ. อยํ ตาว สทฺทนโย. อยํ ปน อฏฺฐกถานโย, อจฺฉราโยคฺคนฺติ อจฺฉริยํ. อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. อุภยมฺเปตํ วิมฺหยสฺเสวาธิวจนํ. ตํ ปเนตํ ครหอจฺฉริยํ, ปสํสาอจฺฉริยนฺติ ทุวิธํ โหติ. ตตฺถ อจฺฉริยํ โมคฺคลฺลาน อพฺภุตํ โมคฺคลฺลาน, ยาว พาหาคหณาปิ นาม โส โมฆปุริโส อาคเมสฺสตีติ (จูฬว. ๓๘๓; อ. นิ. ๘.๒๐), อิทํ ครหอจฺฉริยํ นาม. ‘‘อจฺฉริยํ นนฺทมาเต อพฺภุตํ นนฺทมาเต, ยตฺร หิ นาม จิตฺตุปฺปาทมฺปิ ปริโสเธสฺสสีติ (อ. นิ. ๗.๕๓) อิทํ ปสํสาอจฺฉริยํ นาม. อิธาปิ อิทเมว อธิปฺเปตํ’’ อยญฺหิ ตํ ปสํสนฺโต เอวมาห.

ยาวญฺจิทนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยาวาติ ปมาณปริจฺเฉโท, ยาว สมฺมา ปฏิปาทิโต, ยตฺตเกน ปมาเณน สมฺมา ปฏิปาทิโต, น สกฺกา ตสฺส วณฺเณ วตฺตุํ, อถ โข อจฺฉริยเมเวตํ อพฺภุตเมเวตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตปรมํเยวาติ เอวํ สมฺมา ปฏิปาทิโต เอโส ภิกฺขุสงฺโฆ ตสฺสาปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปรโมติ เอตปรโม, ตํ เอตปรมํ ยถา อยํ ปฏิปาทิโต, เอวํ ปฏิปาทิตํ กตฺวา ปฏิปาเทสุํ, น อิโต ภิยฺโยติ อตฺโถ. ทุติยนเย เอวํ ปฏิปาเทสฺสนฺติ, น อิโต ภิยฺโยติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ปฏิปาทิโตติ อาภิสมาจาริกวตฺตํ อาทึ กตฺวา สมฺมา อปจฺจนีกปฏิปตฺติยํ โยชิโต. อถ กสฺมา อยํ ปริพฺพาชโก อตีตานาคเต พุทฺเธ ทสฺเสติ, กิมสฺส ติยทฺธชานนญาณํ อตฺถีติ. นตฺถิ, นยคฺคาเห ปน ฐตฺวา ‘‘เยนากาเรน อยํ ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺนิสินฺโน ทนฺโต วินีโต อุปสนฺโต, อตีตพุทฺธาปิ เอตปรมํเยว กตฺวา ปฏิปชฺชาเปสุํ, อนาคตพุทฺธาปิ ปฏิปชฺชาเปสฺสนฺติ, นตฺถิ อิโต อุตฺตริ ปฏิปาทนา’’ติ มญฺญมาโน อนุพุทฺธิยา เอวมาห.

๒. เอวเมตํ กนฺทรกาติ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควา กิร ตํ สุตฺวา ‘‘กนฺทรก ตฺวํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสนฺโตติ วทสิ, อิมสฺส ปน ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปสนฺตการณํ ตุยฺหํ อปากฏํ, น หิ ตฺวํ สมตึส ปารมิยา ปูเรตฺวา กุสลมูลํ ปริปาเจตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, มยา ปน ปารมิโย ปูเรตฺวา ญาตตฺถจริยํ โลกตฺถจริยํ พุทฺธตฺถจริยญฺจ โกฏึ ปาเปตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิทฺธํ, มยฺหํ เอเตสํ อุปสนฺตการณํ ปากฏ’’นฺติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

สนฺติ หิ กนฺทรกาติ อยมฺปิ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควโต กิร เอตทโหสิ – ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก อิมํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสนฺโตติ วทติ, อยญฺจ ภิกฺขุสงฺโฆ กปฺเปตฺวา ปกปฺเปตฺวา กุหกภาเวน อิริยาปถํ สณฺฐเปนฺโต จิตฺเตน อนุปสนฺโต น อุปสนฺตาการํ ทสฺเสติ. เอตฺถ ปน ภิกฺขุสงฺเฆ ปฏิปทํ ปูรยมานาปิ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺวา ฐิตภิกฺขูปิ อตฺถิ, ตตฺถ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺตา อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุเณเหว อุปสนฺตา, ปฏิปทํ ปูรยมานา อุปริมคฺคสฺส วิปสฺสนาย อุปสนฺตา, อิโต มุตฺตา ปน อวเสสา จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ อุปสนฺตา. ตํ เนสํ อุปสนฺตการณํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณน อยํ ภิกฺขุสงฺโฆ อุปสนฺโต’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘สนฺติ หิ กนฺทรกา’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ อรหนฺโต ขีณาสวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มูลปริยายสุตฺตวณฺณนายเมว วุตฺตํ. เสขปฏิปทมฺปิ ตตฺเถว วิตฺถาริตํ. สนฺตตสีลาติ สตตสีลา นิรนฺตรสีลา. สนฺตตวุตฺติโนติ ตสฺเสว เววจนํ, สนฺตตชีวิกา วาติปิ อตฺโถ. ตสฺมึ สนฺตตสีเล ฐตฺวาว ชีวิกํ กปฺเปนฺติ, น ทุสฺสีลฺยํ มรณํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ.

นิปกาติ เนปกฺเกน สมนฺนาคตา ปญฺญวนฺโต. นิปกวุตฺติโนติ ปญฺญาย วุตฺติโน, ปญฺญาย ฐตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺติ. ยถา เอกจฺโจ สาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ ชีวิตการณา ฉสุ อโคจเรสุ จรติ, เวสิยาโคจโร โหติ, วิธวถุลฺลกุมาริกปณฺฑกปานาคารภิกฺขุนิโคจโร โหติ. สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน (วิภ. ๕๑๔), เวชฺชกมฺมํ กโรติ, ทูตกมฺมํ กโรติ, ปหิณกมฺมํ กโรติ, คณฺฑํ ผาเลติ, อรุมกฺขนํ เทติ, อุทฺธํวิเรจนํ เทติ, อโธวิเรจนํ เทติ, นตฺถุเตลํ ปจติ, ปิวนเตลํ ปจติ, เวฬุทานํ, ปตฺตทานํ, ปุปฺผทานํ, ผลทานํ, สินานทานํ, ทนฺตกฏฺฐทานํ, มุโขทกทานํ, จุณฺณมตฺติกทานํ เทติ, จาฏุกมฺยํ กโรติ, มุคฺคสูปิยํ, ปาริภฏุํ, ชงฺฆเปสนิยํ กโรตีติ เอกวีสติวิธาย อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปนฺโต อนิปกวุตฺติ นาม โหติ, น ปญฺญาย ฐตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ, ตโต กาลกิริยํ กตฺวา สมณยกฺโข นาม หุตฺวา ‘‘ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา โหติ สมฺปชฺชลิตา’’ติ วุตฺตนเยน มหาทุกฺขํ อนุโภติ. เอวํวิธา อหุตฺวา ชีวิตเหตุปิ สิกฺขาปทํ อนติกฺกมนฺโต จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐาย ยถาพลํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา รถวินีตปฏิปทํ, มหาโคสิงฺคปฏิปทํ, มหาสุญฺญตปฏิปทํ, อนงฺคณปฏิปทํ, ธมฺมทายาทปฏิปทํ, นาลกปฏิปทํ, ตุวฏฺฏกปฏิปทํ, จนฺโทปมปฏิปทนฺติ อิมานิ อริยปฏิปทานิ ปูเรนฺโต จตุปจฺจย-สนฺโตส-ภาวนาราม-อริยวํสปฏิปตฺติยํ กายสกฺขิโน หุตฺวา อนีกา นิกฺขนฺตหตฺถี วิย ยูถา วิสฺสฏฺฐสีโห วิย นิปจฺฉาพนฺธมหานาวา วิย จ คมนาทีสุ เอกวิหาริโน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อชฺชอชฺเชว อรหตฺตนฺติ ปวตฺตอุสฺสาหา วิหรนฺตีติ อตฺโถ.

สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตาติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุฏฺฐปิตจิตฺตา หุตฺวา. เสสา สติปฏฺฐานกถา เหฏฺฐา วิตฺถาริตาว. อิธ ปน โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา สติปฏฺฐานา กถิตา, เอตฺตเกน ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปสนฺตการณํ กถิตํ โหติ.

๓. ยาว สุปญฺญตฺตาติ ยาว สุฏฺฐปิตา สุเทสิตา. มยมฺปิ หิ, ภนฺเตติ อิมินา เอส อตฺตโน การกภาวํ ทสฺเสติ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุกฺขิปติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย, มยมฺปิ หิ, ภนฺเต, คิหิ…เป… สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา วิหราม, ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปน อยเมว กสิ จ พีชญฺจ ยุคนงฺคลญฺจ ผาลปาจนญฺจ, ตสฺมา ภิกฺขุสงฺโฆ สพฺพกาลํ สติปฏฺฐานปรายโณ, มยํ ปน กาเลน กาลํ โอกาสํ ลภิตฺวา เอตํ มนสิการํ กโรม, มยมฺปิ การกา, น สพฺพโส วิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐานาเยวาติ. มนุสฺสคหเนติ มนุสฺสานํ อชฺฌาสยคหเนน คหนตา, อชฺฌาสยสฺสาปิ เนสํ กิเลสคหเนน คหนตา เวทิตพฺพา. กสฏสาเฐยฺเยสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อปริสุทฺธฏฺเฐน กสฏตา, เกราฏิยฏฺเฐน สาเฐยฺยตา เวทิตพฺพา. สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานาตีติ เอวํ คหนกสฏเกราฏิยานํ มนุสฺสานํ หิตาหิตปฏิปทํ ยาว สุฏฺฐุ ภควา ชานาติ. ยทิทํ ปสโวติ เอตฺถ สพฺพาปิ จตุปฺปทชาติ ปสโวติ อธิปฺเปตา. ปโหมีติ สกฺโกมิ. ยาวตเกน อนฺตเรนาติ ยตฺตเกน ขเณน. จมฺปํ คตาคตํ กริสฺสตีติ อสฺสมณฺฑลโต ยาว จมฺปานครทฺวารา คมนญฺจ อาคมนญฺจ กริสฺสติ. สาเฐยฺยานีติ สฐตฺตานิ. กูเฏยฺยานีติ กูฏตฺตานิ. วงฺเกยฺยานีติ วงฺกตฺตานิ. ชิเมฺหยฺยานีติ ชิมฺหตฺตานิ. ปาตุกริสฺสตีติ ปกาเสสฺสติ ทสฺเสสฺสติ. น หิ สกฺกา เตน ตานิ เอตฺตเกน อนฺตเรน ทสฺเสตุํ.

ตตฺถ ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน ฐาตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา ฐสฺสามีติ น โหติ, ตสฺมึ ฐาตุกามฏฺฐาเนเยว นิขาตตฺถมฺโภ วิย จตฺตาโร ปาเท นิจฺจเล กตฺวา ติฏฺฐติ, อยํ สโฐ นาม. ยสฺส ปน กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน อวจฺฉินฺทิตฺวา ขนฺธคตํ ปาเตตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา ปาเตสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว อวจฺฉินฺทิตฺวา ปาเตติ, อยํ กูโฏ นาม. ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหิตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหติ, อยํ วงฺโก นาม. ยสฺส ปน กาเลน วามโต กาเลน ทกฺขิณโต กาเลน อุชุมคฺเคเนว คนฺตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว กาเลน วามโต กาเลน ทกฺขิณโต กาเลน อุชุมคฺคํ คจฺฉติ, ตถา ลณฺฑํ วา ปสฺสาวํ วา วิสฺสชฺเชตุกามสฺส สโต อิทํ ฐานํ สุสมฺมฏฺฐํ อากิณฺณมนุสฺสํ รมณียํ, อิมสฺมึ ฐาเน เอวรูปํ กาตุํ น ยุตฺตํ, ปุรโต คนฺตฺวา ปฏิจฺฉนฺนฐาเน กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว กโรติ, อยํ ชิโมฺห นาม. อิติ อิมํ จตุพฺพิธมฺปิ กิริยํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สพฺพานิ ตานิ สาเฐยฺยานิ กูเฏยฺยานิ วงฺเกยฺยานิ ชิเมฺหยฺยานิ ปาตุกริสฺสตีติ เอวํ กโรนฺตาปิ เต สฐาทโย ตานิ สาเฐยฺยาทีนิ ปาตุกโรนฺติ นาม.

เอวํ ปสูนํ อุตฺตานภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มนุสฺสานํ คหนภาวํ ทสฺเสนฺโต อมฺหากํ ปน, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ทาสาติ อนฺโตชาตกา วา ธนกฺกีตา วา กรมรานีตา วา สยํ วา ทาสพฺยํ อุปคตา. เปสฺสาติ เปสนการกา. กมฺมกราติ ภตฺตเวตนภตา. อญฺญถาว กาเยนาติ อญฺเญเนวากาเรน กาเยน สมุทาจรนฺติ, อญฺเญเนวากาเรน วาจาย, อญฺเญน จ เนสํ อากาเรน จิตฺตํ ฐิตํ โหตีติ ทสฺเสติ. ตตฺถ เย สมฺมุขา สามิเก ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺติ, หตฺถโต ภณฺฑกํ คณฺหนฺติ, อิมํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิมํ คณฺหนฺตา เสสานิปิ อาสน-ปญฺญาปน-ตาลวณฺฏพีชน-ปาทโธวนาทีนิ สพฺพานิ กิจฺจานิ กโรนฺติ, ปรมฺมุขกาเล ปน เตลมฺปิ อุตฺตรนฺตํ น โอโลเกนฺติ, สตคฺฆนเกปิ สหสฺสคฺฆนเกปิ กมฺเม ปริหายนฺเต นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉนฺติ, อิเม อญฺญถา กาเยน สมุทาจรนฺติ นาม. เย ปน สมฺมุขา ‘‘อมฺหากํ สามิ อมฺหากํ อยฺโย’’ติอาทีนิ วตฺวา ปสํสนฺติ, ปรมฺมุขา อวตฺตพฺพํ นาม นตฺถิ, ยํ อิจฺฉนฺติ, ตํ วทนฺติ, อิเม อญฺญถา วาจาย สมุทาจรนฺติ นาม.

๔. จตฺตาโรเม เปสฺสปุคฺคลาติ อยมฺปิ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. อยญฺหิ เปสฺโส ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภนฺเต, ภควา เอวํ มนุสฺสคหเณ เอวํ มนุสฺสกสเฏ เอวํ มนุสฺสสาเฐยฺเย วตฺตมาเน สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานาตี’’ติ อาห. ปุริเม จ ตโย ปุคฺคลา อหิตปฏิปทํ ปฏิปนฺนา, อุปริ จตุตฺโถ หิตปฏิปทํ, เอวมหํ สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานามีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. เหฏฺฐา กนฺทรกสฺส กถาย สทฺธึ โยเชตุมฺปิ วฏฺฏติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยาวญฺจิทํ โภตา โคตเมน สมฺมา ภิกฺขุสงฺโฆ ปฏิปาทิโต’’ติ. อถสฺส ภควา ‘‘ปุริเม ตโย ปุคฺคเล ปหาย อุปริ จตุตฺถปุคฺคลสฺส หิตปฏิปตฺติยํเยว ปฏิปาเทมี’’ติ ทสฺเสนฺโตปิ อิมํ เทสนํ อารภิ. สนฺโตติ อิทํ สํวิชฺชมานาติ ปทสฺเสว เววจนํ. ‘‘สนฺตา โหนฺติ สมิตา วูปสนฺตา’’ติ (วิภ. ๕๔๒) เอตฺถ หิ นิรุทฺธา สนฺตาติ วุตฺตา. ‘‘สนฺตา เอเต วิหารา อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺตี’’ติ เอตฺถ (ม. นิ. ๑.๘๒) นิพฺพุตา. ‘‘สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺตี’’ติ เอตฺถ (ชา. ๒.๒๑.๔๑๓) ปณฺฑิตา. อิธ ปน วิชฺชมานา อุปลพฺภมานาติ อตฺโถ.

อตฺตนฺตปาทีสุ อตฺตานํ ตปติ ทุกฺขาเปตีติ อตฺตนฺตโป. อตฺตโน ปริตาปนานุโยคํ อตฺตปริตาปนานุโยคํ. ปรํ ตปติ ทุกฺขาเปตีติ ปรนฺตโป. ปเรสํ ปริตาปนานุโยคํ ปรปริตาปนานุโยคํ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. นิจฺฉาโตติ ฉาตํ วุจฺจติ ตณฺหา, สา อสฺส นตฺถีติ นิจฺฉาโต. สพฺพกิเลสานํ นิพฺพุตตฺตา นิพฺพุโต. อนฺโต ตาปนกิเลสานํ อภาวา สีตโล ชาโตติ สีติภูโต. ฌานมคฺคผลนิพฺพานสุขานิ ปฏิสํเวเทตีติ สุขปฏิสํเวที. พฺรหฺมภูเตน อตฺตนาติ เสฏฺฐภูเตน อตฺตนา. จิตฺตํ อาราเธตีติ จิตฺตํ สมฺปาเทติ, ปริปูเรติ คณฺหาติ ปสาเทตีติ อตฺโถ.

๕. ทุกฺขปฏิกฺกูลนฺติ ทุกฺขสฺส ปฏิกูลํ, ปจฺจนีกสณฺฐิตํ ทุกฺขํ อปตฺถยมานนฺติ อตฺโถ.

๖. ปณฺฑิโตติ อิธ จตูหิ การเณหิ ปณฺฑิโตติ น วตฺตพฺโพ, สติปฏฺฐาเนสุ ปน กมฺมํ กโรตีติ ปณฺฑิโตติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. มหาปญฺโญติ อิทมฺปิ มหนฺเต อตฺเถ ปริคฺคณฺหาตีติอาทินา มหาปญฺญลกฺขเณน น วตฺตพฺพํ, สติปฏฺฐานปริคฺคาหิกาย ปน ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา มหาปญฺโญติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต อคมิสฺสาติ มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต หุตฺวา คโต ภเวยฺย, โสตาปตฺติผลํ ปาปุเณยฺยาติ อตฺโถ. กึ ปน เยสํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย อตฺถิ, พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ฐิเตปิ เตสํ อนฺตราโย โหตีติ. อาม โหติ, น ปน พุทฺเธ ปฏิจฺจ, อถ โข กิริยปริหานิยา วา ปาปมิตฺตตาย วา โหติ. ตตฺถ กิริยปริหานิยา โหติ นาม – สเจ หิ ธมฺมเสนาปติ ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส อาสยํ ญตฺวา ธมฺมํ อเทสยิสฺสา, โส พฺราหฺมโณ โสตาปนฺโน อภวิสฺสา, เอวํ ตาว กิริยปริหานิยา โหติ. ปาปมิตฺตตาย โหติ นาม – สเจ หิ อชาตสตฺตุ เทวทตฺตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมํ นากริสฺสา, สามญฺญผลสุตฺตกถิตทิวเสว โสตาปนฺโน อภวิสฺสา, ตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมสฺส กตตฺตา ปน น โหติ, เอวํ ปาปมิตฺตตาย โหติ. อิมสฺสาปิ อุปาสกสฺส กิริยปริหานิ ชาตา, อปรินิฏฺฐิตาย เทสนาย อุฏฺฐหิตฺวา ปกฺกนฺโต. อปิจ, ภิกฺขเว, เอตฺตาวตาปิ เปสฺโสหตฺถาโรหปุตฺโต มหตา อตฺเถน สํยุตฺโตติ กตเรน มหนฺเตน อตฺเถน? ทฺวีหิ อานิสํเสหิ. โส กิร อุปาสโก สงฺเฆ จ ปสาทํ ปฏิลภิ, สติปฏฺฐานปริคฺคหณตฺถาย จสฺส อภินโว นโย อุทปาทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต’’ติ. กนฺทรโก ปน สงฺเฆ ปสาทเมว ปฏิลภิ. เอตสฺส ภควา กาโลติ เอตสฺส ธมฺมกฺขานสฺส, จตุนฺนํ วา ปุคฺคลานํ วิภชนสฺส กาโล.

๘. โอรพฺภิกาทีสุ อุรพฺภา วุจฺจนฺติ เอฬกา, อุรพฺเภ หนตีติ โอรพฺภิโก. สูกริกาทีสุปิ เอเสว นโย. ลุทฺโทติ ทารุโณ กกฺขโฬ. มจฺฉฆาตโกติ มจฺฉพนฺธเกวฏฺโฏ. พนฺธนาคาริโกติ พนฺธนาคารโคปโก. กุรุรกมฺมนฺตาติ ทารุณกมฺมนฺตา.

๙. มุทฺธาวสิตฺโตติ ขตฺติยาภิเสเกน มุทฺธนิ อภิสิตฺโต. ปุรตฺถิเมน นครสฺสาติ นครโต ปุรตฺถิมทิสาย. สนฺถาคารนฺติ ยญฺญสาลํ. ขราชินํ นิวาเสตฺวาติ สขุรํ อชินจมฺมํ นิวาเสตฺวา. สปฺปิเตเลนาติ สปฺปินา จ เตเลน จ. ฐเปตฺวา หิ สปฺปึ อวเสโส โย โกจิ เสฺนโห เตลนฺติ วุจฺจติ. กณฺฑูวมาโนติ นขานํ ฉินฺนตฺตา กณฺฑูวิตพฺพกาเล เตน กณฺฑูวมาโน. อนนฺตรหิตายาติ อสนฺถตาย. สรูปวจฺฉายาติ สทิสวจฺฉาย. สเจ คาวี เสตา โหติ, วจฺโฉปิ เสตโกว. สเจ คาวี กพรา วา รตฺตา วา, วจฺโฉปิ ตาทิโส วาติ เอวํ สรูปวจฺฉาย. โส เอวมาหาติ โส ราชา เอวํ วเทติ. วจฺฉตราติ ตรุณวจฺฉกภาวํ อติกฺกนฺตา พลววจฺฉา. วจฺฉตรีสุปิ เอเสว นโย. พริหิสตฺถายาติ ปริกฺเขปกรณตฺถาย เจว ยญฺญภูมิยํ อตฺถรณตฺถาย จ. เสสํ เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถาริตตฺตา อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

กนฺทรกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.