๘. โกสมฺพิยสุตฺตวณฺณนา

๔๙๑. เอวํ เม สุตนฺติ โกสมฺพิยสุตฺตํ. ตตฺถ โกสมฺพิยนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺส กิร นครสฺส อารามโปกฺขรณีอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ โกสมฺพรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา โกสมฺพีติ สงฺขํ อคมาสิ. กุสมฺพสฺส นาม อิสิโน อสฺสมโต อวิทูเร มาปิตตฺตาติปิ เอเก. โฆสิตาราเมติ โฆสิตเสฏฺฐินา การิเต อาราเม.

ปุพฺเพ กิร อทฺทิลรฏฺฐํ นาม อโหสิ. ตโต โกตูหลโก นาม ทลิทฺโท ฉาตกภเยน สปุตฺตทาโร เกทารปริจฺฉินฺนํ สุภิกฺขํ รฏฺฐํ คจฺฉนฺโต ปุตฺตํ วหิตุํ อสกฺโกนฺโต ฉฑฺเฑตฺวา อคมาสิ. มาตา นิวตฺติตฺวา ตํ คเหตฺวา คตา. เต เอกํ โคปาลกคามกํ ปวิสึสุ, โคปาลกานญฺจ ตทา ปหตปายโส ปฏิยตฺโต โหติ, ตโต ปายสํ ลภิตฺวา ภุญฺชึสุ. อถ โส ปุริโส ปหูตปายสํ ภุญฺชิตฺวา ชิราเปตุํ อสกฺโกนฺโต รตฺติภาเค กาลํ กตฺวา ตตฺเถว สุนขิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา กุกฺกุโร ชาโต. โส โคปาลกสฺส ปิโย อโหสิ มนาโป, โคปาลโก จ ปจฺเจกพุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ภตฺตกิจฺจาวสาเน กุกฺกุรสฺส เอกํ ปิณฺฑํ เทติ. โส ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา โคปาลเกน สทฺธึ ปณฺณสาลมฺปิ คจฺฉติ.

โส โคปาลเก อสนฺนิหิเต ภตฺตเวลาย สยเมว คนฺตฺวา กาลาโรจนตฺถํ ปณฺณสาลทฺวาเร ภุสฺสติ, อนฺตรามคฺเคปิ จณฺฑมิเค ทิสฺวา ภุสฺสิตฺวา ปลาเปติ. โส ปจฺเจกพุทฺเธ มุทุเกน จิตฺเตน กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ตตฺรสฺส โฆสกเทวปุตฺโตเตฺวว นามํ อโหสิ. โส เทวโลกโต จวิตฺวา โกสมฺพิยํ เอกสฺมึ กุลฆเร นิพฺพตฺติ. ตํ อปุตฺตโก เสฏฺฐิ ตสฺส มาตาปิตูนํ ธนํ ทตฺวา ปุตฺตํ กตฺวา อคฺคเหสิ. อถ โส อตฺตโน ปุตฺเต ชาเต สตฺตกฺขตฺตุํ มาราเปตุํ อุปกฺกมิ. โส ปุญฺญวนฺตตาย สตฺตสุปิ ฐาเนสุ มรณํ อปฺปตฺวา อวสาเน เอกาย เสฏฺฐิธีตาย เวยฺยตฺติเยน ลทฺธชีวิโก อปรภาเค ปิตุอจฺจเยน เสฏฺฐิฏฺฐานํ ปตฺวา โฆสิตเสฏฺฐิ นาม ชาโต. อญฺเญปิ โกสมฺพิยํ กุกฺกุฏเสฏฺฐิ ปาวาริกเสฏฺฐีติ เทฺว เสฏฺฐิโน สนฺติ. อิเมหิ สทฺธึ ตโย อเหสุํ.

เตน จ สมเยน เตสํ สหายกานํ เสฏฺฐีนํ กุลูปกา ปญฺจสตา อิสโย ปพฺพตปาเท วสึสุ. เต กาเลน กาลํ โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ อาคจฺฉนฺติ. อเถกสฺมึ วาเร คิมฺหสมเย มนุสฺสปถํ อาคจฺฉนฺตา นิรุทกมหากนฺตารํ อติกฺกมิตฺวา กนฺตารปริโยสาเน มหนฺตํ นิโคฺรธรุกฺขํ ทิสฺวา จินฺเตสุํ – ‘‘ยาทิโส อยํ รุกฺโข, อทฺธา เอตฺถ มเหสกฺขาย เทวตาย ภวิตพฺพํ, สาธุ วตสฺส, สเจ โน ปานียํ วา โภชนียํ วา ทเทยฺยา’’ติ. เทวตา อิสีนํ อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา อิเมสํ สงฺคหํ กริสฺสามีติ อตฺตโน อานุภาเวน วิฏปนฺตรโต นงฺคลสีสมตฺตํ อุทกธารํ ปวตฺเตสิ. อิสิคโณ รชตกฺขนฺธสทิสํ อุทกวฏฺฏึ ทิสฺวา อตฺตโน ภาชเนหิ อุทกํ คเหตฺวา ปริโภคํ กตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘เทวตาย อมฺหากํ ปริโภคอุทกํ ทินฺนํ, อิทํ ปน อคามกํ มหาอรญฺญํ, สาธุ วตสฺส, สเจ โน อาหารมฺปิ ทเทยฺยา’’ติ. เทวตา อิสีนํ อุปสํกปฺปนวเสน ทิพฺพานิ ยาคุขชฺชกาทีนิ ทตฺวา สนฺตปฺเปสิ. อิสโย จินฺตยึสุ – ‘‘เทวตาย อมฺหากํ ปริโภคอุทกมฺปิ โภชนมฺปิ สพฺพํ ทินฺนํ, สาธุ วตสฺส, สเจ โน อตฺตานํ ทสฺเสยฺยา’’ติ.

เทวตา เตสํ อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา อุปฑฺฒกายํ ทสฺเสสิ. เต อาหํสุ – ‘‘เทวเต, มหตี เต สมฺปตฺติ, กึ กมฺมํ กตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ อธิคตาสี’’ติ? ภนฺเต, นาติมหนฺตํ ปริตฺตกํ กมฺมํ กตฺวาติ. อุปฑฺฒอุโปสถกมฺมํ นิสฺสาย หิ เทวตาย สา สมฺปตฺติ ลทฺธา.

อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร เคเห อยํ เทวปุตฺโต กมฺมกาโร อโหสิ. เสฏฺฐิสฺส หิ เคเห อุโปสถทิวเสสุ อนฺตมโส ทาสกมฺมกาเร อุปาทาย สพฺโพ ชโน อุโปสถิโก โหติ. เอกทิวสํ อยํ กมฺมกาโร เอกโกว ปาโต อุฏฺฐาย กมฺมนฺตํ คโต. มหาเสฏฺฐิ นิวาปํ ลภนมนุสฺเส สลฺลกฺเขนฺโต เอตสฺเสเวกสฺส อรญฺญํ คตภาวํ ญตฺวา อสฺส สายมาสตฺถาย นิวาปํ อทาสิ. ภตฺตการิกา ทาสี เอกสฺเสว ภตฺตํ ปจิตฺวา อรญฺญโต อาคตสฺส ภตฺตํ วฑฺเฒตฺวา อทาสิ, กมฺมกาโร อาห – ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิมสฺมึ กาเล เคหํ เอกสทฺทํ อโหสิ, อชฺช อติวิย สนฺนิสินฺนํ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ? ตสฺส สา อาจิกฺขิ – ‘‘อชฺช อิมสฺมึ เคเห สพฺเพ มนุสฺสา อุโปสถิกา, มหาเสฏฺฐิ ตุเยฺหเวกสฺส นิวาปํ อทาสี’’ติ. เอวํ อมฺมาติ? อาม สามีติ. อิมสฺมึ กาเล อุโปสถํ สมาทินฺนสฺส อุโปสถกมฺมํ โหติ น โหตีติ มหาเสฏฺฐึ ปุจฺฉ อมฺมาติ? ตาย คนฺตฺวา ปุจฺฉิโต มหาเสฏฺฐิ อาห – ‘‘สกลอุโปสถกมฺมํ น โหติ, อุปฑฺฒกมฺมํ ปน โหติ, อุโปสถิโก โหตู’’ติ. กมฺมกาโร ภตฺตํ อภุญฺชิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถิโก หุตฺวา วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา นิปชฺชิ. ตสฺส อาหารปริกฺขีณกายสฺส รตฺตึ วาโต กุปฺปิ. โส ปจฺจูสสมเย กาลํ กตฺวา อุปฑฺฒอุโปสถกมฺมนิสฺสนฺเทน มหาวฏฺฏนิอฏวิยํ นิโคฺรธรุกฺเข เทวปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส ตํ ปวตฺตึ อิสีนํ อาโรเจสิ.

อิสโย ตุเมฺหหิ มยํ พุทฺโธ, ธมฺโม, สงฺโฆติ อสุตปุพฺพํ สาวิตา, อุปฺปนฺโน นุ โข โลเก พุทฺโธติ? อาม, ภนฺเต, อุปฺปนฺโนติ. อิทานิ กุหึ วสตีติ? สาวตฺถึ นิสฺสาย เชตวเน, ภนฺเตติ. อิสโย ติฏฺฐถ ตาว ตุเมฺห มยํ สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามาติ หฏฺฐตุฏฺฐา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน โกสมฺพินครํ สมฺปาปุณึสุ. มหาเสฏฺฐิโน, ‘‘อิสโย อาคตา’’ติ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา, ‘‘เสฺว อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส อิสิคณสฺส มหาทานํ อทํสุ. อิสโย ภุญฺชิตฺวาว คจฺฉามาติ อาปุจฺฉึสุ. ตุเมฺห, ภนฺเต, อญฺญสฺมึ กาเล เอกมฺปิ มาสํ เทฺวปิ ตโยปิ จตฺตาโรปิ มาเส วสิตฺวา คจฺฉถ. อิมสฺมึ ปน วาเร หิยฺโย อาคนฺตฺวา อชฺเชว คจฺฉามาติ วทถ, กิมิทนฺติ? อาม คหปตโย พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, น โข ปน สกฺกา ชีวิตนฺตราโย วิทิตุํ, เตน มยํ ตุริตา คจฺฉามาติ. เตน หิ, ภนฺเต, มยมฺปิ คจฺฉาม, อเมฺหหิ สทฺธึเยว คจฺฉถาติ. ตุเมฺห อคาริยา นาม มหาชฏา, ติฏฺฐถ ตุเมฺห, มยํ ปุเรตรํ คมิสฺสามาติ นิกฺขมิตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน เทฺวปิ ทิวสานิ อวสิตฺวา ตุริตคมเนเนว สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนวิหาเร สตฺถุ สนฺติกเมว อคมํสุ. สตฺถุ มธุรธมฺมกถํ สุตฺวา สพฺเพว ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

เตปิ ตโย เสฏฺฐิโน ปญฺจหิ ปญฺจหิ สกฏสเตหิ สปฺปิมธุผาณิตาทีนิ เจว ปฏฺฏุนฺนทุกูลาทีนิ จ อาทาย โกสมฺพิโต นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนสามนฺเต ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. สตฺถา ติณฺณมฺปิ สหายกานํ มธุรธมฺมกถํ กเถสิ. เต พลวโสมนสฺสชาตา สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส มหาทานํ อทํสุ. ปุน นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเสติ เอวํ อฑฺฒมาสํ ทานํ ทตฺวา, ‘‘อมฺหากํ ชนปทํ อาคมนาย ปฏิญฺญํ เทถา’’ติ ปาทมูเล นิปชฺชึสุ. ภควา, ‘‘สุญฺญาคาเร โข คหปตโย ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ อาห. เอตฺตาวตา ปฏิญฺญา ทินฺนา นาม โหตีติ คหปตโย สลฺลกฺเขตฺวา ทินฺนา โน ภควตา ปฏิญฺญาติ ทสพลํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรามคฺเค โยชเน โยชเน ฐาเน วิหารํ กาเรตฺวา อนุปุพฺเพน โกสมฺพึ ปตฺวา, ‘‘โลเก พุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ กถยึสุ. ตโยปิ ชนา อตฺตโน อตฺตโน อาราเม มหนฺตํ ธนปริจฺจาคํ กตฺวา ภควโต วสนตฺถาย วิหาเร การาปยึสุ. ตตฺถ กุกฺกุฏเสฏฺฐินา การิโต กุกฺกุฏาราโม นาม อโหสิ. ปาวาริกเสฏฺฐินา อมฺพวเน การิโต ปาวาริกมฺพวโน นาม อโหสิ. โฆสิเตน การิโต โฆสิตาราโม นาม อโหสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘โฆสิตเสฏฺฐินา การิเต อาราเม’’ติ.

ภณฺฑนชาตาติอาทีสุ กลหสฺส ปุพฺพภาโค ภณฺฑนํ นาม, ตํ ชาตํ เอเตสนฺติ ภณฺฑนชาตา. หตฺถปรามาสาทิวเสน มตฺถกํ ปตฺโต กลโห ชาโต เอเตสนฺติ กลหชาตา. วิรุทฺธภูตํ วาทนฺติ วิวาทํ, ตํ อาปนฺนาติ วิวาทาปนฺนา. มุขสตฺตีหีติ วาจาสตฺตีหิ. วิตุทนฺตาติ วิชฺฌนฺตา. เต น เจว อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปนฺติ น จ สญฺญตฺตึ อุเปนฺตีติ เต อตฺถญฺจ การณญฺจ ทสฺเสตฺวา เนว อญฺญมญฺญํ ชานาเปนฺติ. สเจปิ สญฺญาเปตุํ อารภนฺติ, ตถาปิ สญฺญตฺตึ น อุเปนฺติ, ชานิตุํ น อิจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. นิชฺฌตฺติยาปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ นิชฺฌตฺตีติ สญฺญตฺติเววจนเมเวตํ. กสฺมา ปเนเต ภณฺฑนชาตา อเหสุนฺติ? อปฺปมตฺตเกน การเณน.

เทฺว กิร ภิกฺขู เอกสฺมึ อาวาเส วสนฺติ วินยธโร จ สุตฺตนฺติโก จ. เตสุ สุตฺตนฺติโก ภิกฺขุ เอกทิวสํ วจฺจกุฏึ ปวิฏฺโฐ อาจมนอุทกาวเสสํ ภาชเน ฐเปตฺวาว นิกฺขมิ. วินยธโร ปจฺฉา ปวิฏฺโฐ ตํ อุทกํ ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉิ, อาวุโส, ตยา อิทํ อุทกํ ฐปิตนฺติ? อาม, อาวุโสติ. ตฺวเมตฺถ อาปตฺติภาวํ น ชานาสีติ? อาม น ชานามีติ. โหติ, อาวุโส, เอตฺถ อาปตฺตีติ. สเจ โหติ เทเสสฺสามีติ. สเจ ปน เต, อาวุโส, อสญฺจิจฺจ อสติยา กตํ, นตฺถิ เต อาปตฺตีติ. โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ อโหสิ.

วินยธโร อตฺตโน นิสฺสิตกานํ, ‘‘อยํ สุตฺตนฺติโก อาปตฺตึ อาปชฺชมาโนปิ น ชานาตี’’ติ อาโรเจสิ. เต ตสฺส นิสฺสิตเก ทิสฺวา – ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาปิ อาปตฺติภาวํ น ชานาตี’’ติ อาหํสุ. เต คนฺตฺวา อตฺตโน อุปชฺฌายสฺส อาโรเจสุํ. โส เอวมาห – ‘‘อยํ วินยธโร ปุพฺเพ ‘อนาปตฺตี’ติ วตฺวา อิทานิ ‘อาปตฺตี’ติ วทติ, มุสาวาที เอโส’’ติ. เต คนฺตฺวา, ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย มุสาวาที’’ติ เอวํ อญฺญมญฺญํ กลหํ วฑฺฒยึสุ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ เอตํ, ‘‘อิธ, ภนฺเต, โกสมฺพิยํ ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตญฺจ โข เนว ปิยกมฺยตาย น เภทาธิปฺปาเยน, อถ โข อตฺถกามตาย หิตกามตาย. สามคฺคิการโก กิเรส ภิกฺขุ, ตสฺมาสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ยถา อิเม ภิกฺขู วิวาทํ อารทฺธา, น สกฺกา มยา, นาปิ อญฺเญน ภิกฺขุนา สมคฺคา กาตุํ, อปฺเปว นาม สเทวเก โลเก อปฺปฏิปุคฺคโล ภควา สยํ วา คนฺตฺวา, อตฺตโน วา สนฺติกํ ปกฺโกสาเปตฺวา เอเตสํ ภิกฺขูนํ ขนฺติเมตฺตาปฏิสํยุตฺตํ สารณียธมฺมเทสนํ กเถตฺวา สามคฺคึ กเรยฺยา’’ติ อตฺถกามตาย หิตกามตาย คนฺตฺวา อโวจ.

๔๙๒. ฉยิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สารณียาติ เหฏฺฐา กลหภณฺฑนวเสน เทสนา อารทฺธา. อิมสฺมึ ฐาเน ฉ สารณียา ธมฺมา อาคตาติ เอวมิทํ โกสมฺพิยสุตฺตํ ยถานุสนฺธินาว คตํ โหติ. ตตฺถ สารณียาติ สริตพฺพยุตฺตา อทฺธาเน อติกฺกนฺเตปิ น ปมุสฺสิตพฺพา. โย เต ธมฺเม ปูเรติ, ตํ สพฺรหฺมจารีนํ ปิยํ กโรนฺตีติ ปิยกรณา. ครุํ กโรนฺตีติ ครุกรณา. สงฺคหายาติ สงฺคหณตฺถาย. อวิวาทายาติ อวิวาทนตฺถาย. สามคฺคิยาติ สมคฺคภาวตฺถาย. เอกีภาวายาติ เอกีภาวตฺถาย นินฺนานากรณาย. สํวตฺตนฺตีติ ภวนฺติ. เมตฺตํ กายกมฺมนฺติ เมตฺตจิตฺเตน กตฺตพฺพํ กายกมฺมํ. วจีกมฺมมโนกมฺเมสุปิ เอเสว นโย. อิมานิ ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ, คิหีสุปิ ลพฺภนฺติเยว. ภิกฺขูนญฺหิ เมตฺตจิตฺเตน อาภิสมาจาริกธมฺมปูรณํ เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. คิหีนํ เจติยวนฺทนตฺถาย โพธิวนฺทนตฺถาย สงฺฆนิมนฺตนตฺถาย คมนํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺเฐ ภิกฺขู ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนํ ปตฺตปฏิคฺคหณํ อาสนปญฺญาปนํ อนุคมนนฺติ เอวมาทิกํ เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม.

ภิกฺขูนํ เมตฺตจิตฺเตน อาจารปญฺญตฺติสิกฺขาปทํ, กมฺมฏฺฐานกถนํ ธมฺมเทสนา เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม. คิหีนญฺจ, ‘‘เจติยวนฺทนตฺถาย คจฺฉาม, โพธิวนฺทนตฺถาย คจฺฉาม, ธมฺมสฺสวนํ กริสฺสาม, ปทีปมาลาปุปฺผปูชํ กริสฺสาม, ตีณิ สุจริตานิ สมาทาย วตฺติสฺสาม, สลากภตฺตาทีนิ ทสฺสาม, วสฺสาวาสิกํ ทสฺสาม, อชฺช สงฺฆสฺส จตฺตาโร ปจฺจเย ทสฺสาม, สงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ขาทนียาทีนิ สํวิทหถ, อาสนานิ ปญฺญาเปถ, ปานียํ อุปฏฺฐเปถ, สงฺฆํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา อาเนถ, ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา ฉนฺทชาตา อุสฺสาหชาตา เวยฺยาวจฺจํ กโรถา’’ติอาทิกถนกาเล เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม.

ภิกฺขูนํ ปาโตว อุฏฺฐาย สรีรปฏิชคฺคนํ เจติยงฺคณวตฺตาทีนิ จ กตฺวา วิวิตฺตาสเน นิสีทิตฺวา, ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู สุขี โหนฺตุ, อเวรา อพฺยาปชฺฌา’’ติ จินฺตนํ เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม. คิหีนํ ‘‘อยฺยา สุขี โหนฺตุ, อเวรา อพฺยาปชฺฌา’’ติ จินฺตนํ เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม.

อาวิ เจว รโห จาติ สมฺมุขา จ ปรมฺมุขา จ. ตตฺถ นวกานํ จีวรกมฺมาทีสุ สหายภาวูปคมนํ สมฺมุขา เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. เถรานํ ปน ปาทโธวนวนฺทนพีชนทานาทิเภทมฺปิ สพฺพํ สามีจิกมฺมํ สมฺมุขา เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. อุภเยหิปิ ทุนฺนิกฺขิตฺตานํ ทารุภณฺฑาทีนํ เตสุ อวมญฺญํ อกตฺวา อตฺตนา ทุนฺนิกฺขิตฺตานํ วิย ปฏิสามนํ ปรมฺมุขา เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. เทวตฺเถโร ติสฺสตฺเถโรติ เอวํ ปคฺคยฺห วจนํ สมฺมุขา เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม. วิหาเร อสนฺตํ ปน ปริปุจฺฉนฺตสฺส, กุหึ อมฺหากํ เทวตฺเถโร, อมฺหากํ ติสฺสตฺเถโร กทา นุ โข อาคมิสฺสตีติ เอวํ มมายนวจนํ ปรมฺมุขา เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม. เมตฺตาสิเนหสินิทฺธานิ ปน นยนานิ อุมฺมีเลตฺวา สุปฺปสนฺเนน มุเขน โอโลกนํ สมฺมุขา เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม. เทวตฺเถโร, ติสฺสตฺเถโร อโรโค โหตุ อปฺปาพาโธติ สมนฺนาหรณํ ปรมฺมุขา เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม.

ลาภาติ จีวราทโย ลทฺธปจฺจยา. ธมฺมิกาติ กุหนาทิเภทํ มิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน ภิกฺขาจริยวตฺเตน อุปฺปนฺนา. อนฺตมโส ปตฺตปริยาปนฺนมตฺตมฺปีติ ปจฺฉิมโกฏิยา ปตฺเต ปริยาปนฺนํ ปตฺตสฺส อนฺโตคตํ ทฺวตฺติกฏจฺฉุภิกฺขามตฺตมฺปิ. อปฺปฏิวิภตฺตโภคีติ เอตฺถ เทฺว ปฏิวิภตฺตานิ นาม อามิสปฏิวิภตฺตํ ปุคฺคลปฏิวิภตฺตญฺจ. ตตฺถ, ‘‘เอตฺตกํ ทสฺสามิ, เอตฺตกํ น ทสฺสามี’’ติ เอวํ จิตฺเตน วิภชนํ อามิสปฏิวิภตฺตํ นาม. ‘‘อสุกสฺส ทสฺสามิ, อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ เอวํ จิตฺเตน วิภชนํ ปน ปุคฺคลปฏิวิภตฺตํ นาม. ตทุภยมฺปิ อกตฺวา โย อปฺปฏิวิภตฺตํ ภุญฺชติ, อยํ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี นาม.

สีลวนฺเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ สาธารณโภคีติ เอตฺถ สาธารณโภคิโน อิทํ ลกฺขณํ, ยํ ยํ ปณีตํ ลพฺภติ, ตํ ตํ เนว ลาเภน ลาภํ ชิคีสนามุเขน คิหีนํ เทติ, น อตฺตนา ปริภุญฺชติ; ปฏิคฺคณฺหนฺโตว สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ คเหตฺวา คณฺฑึ ปหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ สงฺฆสนฺตกํ วิย ปสฺสติ. อิทํ ปน สารณียธมฺมํ โก ปูเรติ, โก น ปูเรตีติ? ทุสฺสีโล ตาว น ปูเรติ. น หิ ตสฺส สนฺตกํ สีลวนฺตา คณฺหนฺติ. ปริสุทฺธสีโล ปน วตฺตํ อขณฺเฑนฺโต ปูเรติ.

ตตฺริทํ วตฺตํ – โย หิ โอทิสฺสกํ กตฺวา มาตุ วา ปิตุ วา อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทติ, สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ. สารณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ, เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานุปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานญฺเจว นวปพฺพชิตสฺส จ สงฺฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส ตตฺตกํ ทาตพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ, ‘‘สีลวนฺเตหี’’ติ วจนโต ทุสฺสีลสฺส อทาตุมฺปิ วฏฺฏติ.

อยํ ปน สารณียธมฺโม สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ, โน อสิกฺขิตาย ปริสาย. สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ, อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยญฺจ ปน สารณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสาปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเมปิ วสฺเส สารณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นหายิตุํ คจฺฉติ, สงฺฆตฺเถโร จ กสฺเสโส ปตฺโตติ? สารณียธมฺมปูรกสฺสาติ วุตฺเต – ‘‘อาหรถ น’’นฺติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวา ภุญฺชิตฺวา จ ริตฺตปตฺตํ ฐเปติ. อถ โส ภิกฺขุ ริตฺตปตฺตํ ทิสฺวา, ‘‘มยฺหํ อเสเสตฺวาว ปริภุญฺชึสู’’ติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทติ, สารณียธมฺโม ภิชฺชติ, ปุน ทฺวาทส วสฺสานิ ปูเรตพฺโพ โหติ, ติตฺถิยปริวาสสทิโส เหส. สกึ ขณฺเฑ ชาเต ปุน ปูเรตพฺโพว. โย ปน, ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม ปตฺตคตํ อนาปุจฺฉาว สพฺรหฺมจารี ปริภุญฺชนฺตี’’ติ โสมนสฺสํ ชเนติ, ตสฺส ปุณฺโณ นาม โหติ.

เอวํ ปูริตสารณียธมฺมสฺส ปน เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ, โส มนุสฺสานํ ปิโย โหติ, สุลภปจฺจโย; ปตฺตคตมสฺส ทียมานมฺปิ น ขียติ, ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ลภติ, ภเย วา ฉาตเก วา สมฺปตฺเต เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺติ.

ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – เลณคิริวาสี ติสฺสตฺเถโร กิร มหาคิริคามํ อุปนิสฺสาย วสติ. ปญฺญาส มหาเถรา นาคทีปํ เจติยวนฺทนตฺถาย คจฺฉนฺตา คิริคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา นิกฺขมึสุ. เถโร ปวิสนฺโต เต ทิสฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘ลทฺธํ, ภนฺเต’’ติ? วิจริมฺหา, อาวุโสติ. โส อลทฺธภาวํ ญตฺวา อาห – ‘‘ยาวาหํ, ภนฺเต, อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา’’ติ. มยํ, อาวุโส, ปญฺญาส ชนา ปตฺตเตมนมตฺตมฺปิ น ลภิมฺหาติ. เนวาสิกา นาม, ภนฺเต, ปฏิพลา โหนฺติ, อลภนฺตาปิ ภิกฺขาจารมคฺคสภาวํ ชานนฺตีติ. เถรา อาคมึสุ. เถโร คามํ ปาวิสิ. ธุรเคเหเยว มหาอุปาสิกา ขีรภตฺตํ สชฺเชตฺวา เถรํ โอโลกยมานา ฐิตา เถรสฺส ทฺวารํ สมฺปตฺตสฺเสว ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ. โส ตํ อาทาย เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ สงฺฆตฺเถรมาห. เถโร, ‘‘อเมฺหหิ เอตฺตเกหิ กิญฺจิ น ลทฺธํ, อยํ สีฆเมว คเหตฺวา อาคโต, กึ นุ โข’’ติ เสสานํ มุขํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกนากาเรเนว ญตฺวา – ‘‘ธมฺเมน สเมน ลทฺธปิณฺฑปาโต, นิกฺกุกฺกุจฺจา คณฺหถ ภนฺเต’’ติอาทิโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ ยาวทตฺถํ ทตฺวา อตฺตนาปิ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ.

อถ นํ ภตฺตกิจฺจาวสาเน เถรา ปุจฺฉึสุ – ‘‘กทา, อาวุโส, โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌี’’ติ? นตฺถิ เม, ภนฺเต, โลกุตฺตรธมฺโมติ. ฌานลาภีสิ, อาวุโสติ? เอตมฺปิ เม, ภนฺเต, นตฺถีติ. นนุ, อาวุโส, ปาฏิหาริยนฺติ? สารณียธมฺโม เม, ภนฺเต, ปูริโต, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย สเจปิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ โหติ, ปตฺตคตํ น ขียตีติ. สาธุ สาธุ, สปฺปุริส, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺติ. อิทํ ตาว ปตฺตคตํ น ขียตีติ เอตฺถ วตฺถุ.

อยเมว ปน เถโร เจติยปพฺพเต คิริภณฺฑมหาปูชาย ทานฏฺฐานํ คนฺตฺวา, ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน กึ วรภณฺฑ’’นฺติ ปุจฺฉติ. เทฺว สาฏกา, ภนฺเตติ. เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตีติ. ตํ สุตฺวา อมจฺโจ รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘เอโก ทหโร เอวํ วทตี’’ติ. ‘‘ทหรสฺเสวํ จิตฺตํ, มหาเถรานํ ปน สุขุมสาฏกา วฏฺฏนฺตี’’ติ วตฺวา, ‘‘มหาเถรานํ ทสฺสามี’’ติ ฐเปสิ. ตสฺส ภิกฺขุสงฺเฆ ปฏิปาฏิยา ฐิเต เทนฺตสฺส มตฺถเก ฐปิตาปิ เต สาฏกา หตฺถํ นาโรหนฺติ, อญฺเญว อาโรหนฺติ. ทหรสฺส ทานกาเล ปน หตฺถํ อารุฬฺหา. โส ตสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา อมจฺจสฺส มุขํ โอโลเกตฺวา ทหรํ นิสีทาเปตฺวา ทานํ ทตฺวา สงฺฆํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทหรสฺส สนฺติเก นิสีทิตฺวา, ‘‘กทา, ภนฺเต, อิมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตฺถา’’ติ อาห. โส ปริยาเยนปิ อสนฺตํ อวทนฺโต, ‘‘นตฺถิ มยฺหํ, มหาราช, โลกุตฺตรธมฺโม’’ติ อาห. นนุ, ภนฺเต, ปุพฺเพว อวจุตฺถาติ? อาม, มหาราช, สารณียธมฺมปูรโก อหํ, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตีติ. สาธุ สาธุ, ภนฺเต, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุมฺหากนฺติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. อิทํ ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตีติ เอตฺถ วตฺถุ.

พฺราหฺมณติสฺสภเย ปน ภาตรคามวาสิโน นาคตฺเถริยา อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ. เถรี ปจฺจูสกาเล, ‘‘อติวิย อปฺปนิคฺโฆโส คาโม, อุปธาเรถ ตาวา’’ติ ทหรภิกฺขุนิโย อาห. ตา คนฺตฺวา สพฺเพสํ คตภาวํ ญตฺวา อาคมฺม เถริยา อาโรเจสุํ. สา สุตฺวา, ‘‘มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถ, อตฺตโน อุทฺเทสปริปุจฺฉาโยนิโสมนสิกาเรสุเยว โยคํ กโรถา’’ติ วตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย ปารุปิตฺวา อตฺตทฺวาทสมา คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ทฺวาทสนฺนมฺปิ ภิกฺขุนีนํ ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา, ‘‘อยฺเย, อญฺญตฺถ มา คจฺฉถ, นิจฺจํ อิเธว เอถา’’ติ อาห. เถริยา ปน กนิฏฺฐภาตา นาคตฺเถโร นาม อตฺถิ. โส, ‘‘มหนฺตํ ภยํ, น สกฺกา อิธ ยาเปตุํ, ปรตีรํ คมิสฺสามาติ อตฺตทฺวาทสโมว อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขนฺโต เถรึ ทิสฺวา คมิสฺสามี’’ติ ภาตรคามํ อาคโต. เถรี, ‘‘เถรา อาคตา’’ติ สุตฺวา เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, กึ อยฺยาติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สา, ‘‘อชฺช เอกทิวสํ วิหาเรเยว วสิตฺวา เสฺวว คมิสฺสถา’’ติ อาห. เถรา วิหารํ อคมํสุ.

เถรี ปุนทิวเส รุกฺขมูเล ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เถโร, ‘‘วฏฺฏิสฺสติ เถรี’’ติ วตฺวา ตุณฺหี อฏฺฐาสิ. ธมฺมิโก ตาตา ปิณฺฑปาโต กุกฺกุจฺจํ อกตฺวา ปริภุญฺชถาติ. วฏฺฏิสฺสติ เถรีติ. สา ปตฺตํ คเหตฺวา อากาเส ขิปิ, ปตฺโต อากาเส อฏฺฐาสิ. เถโร, ‘‘สตฺตตาลมตฺเต ฐิตมฺปิ ภิกฺขุนีภตฺตเมว, เถรีติ วตฺวา ภยํ นาม สพฺพกาลํ น โหติ, ภเย วูปสนฺเต อริยวํสํ กถยมาโน, ‘โภ ปิณฺฑปาติก ภิกฺขุนีภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วีตินามยิตฺถา’ติ จิตฺเตน อนุวทิยมาโน สนฺถมฺเภตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปฺปมตฺตา โหถ เถริโย’’ติ มคฺคํ อารุหิ.

รุกฺขเทวตาปิ, ‘‘สเจ เถโร เถริยา หตฺถโต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิสฺสติ, น นํ นิวตฺเตสฺสามิ, สเจ ปน น ปริภุญฺชิสฺสติ, นิวตฺเตสฺสามี’’ติ จินฺตยมานา ฐตฺวา เถรสฺส คมนํ ทิสฺวา รุกฺขา โอรุยฺห ปตฺตํ, ภนฺเต, เทถาติ ปตฺตํ คเหตฺวา เถรํ รุกฺขมูลํเยว อาเนตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา ทฺวาทส ภิกฺขุนิโย, ทฺวาทส จ ภิกฺขู สตฺต วสฺสานิ อุปฏฺฐหิ. อิทํ เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺตีติ เอตฺถ วตฺถุ, ตตฺร หิ เถรี สารณียธมฺมปูริกา อโหสิ.

อขณฺฑานีติอาทีสุ ยสฺส สตฺตสุ อาปตฺติกฺขนฺเธสุ อาทิมฺหิ วา อนฺเต วา สิกฺขาปทํ ภินฺนํ โหติ, ตสฺส สีลํ ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิย ขณฺฑํ นาม. ยสฺส ปน เวมชฺเฌ ภินฺนํ, ตสฺส มชฺเฌ ฉิทฺทสาฏโก วิย ฉิทฺทํ นาม โหติ. ยสฺส ปน ปฏิปาฏิยา เทฺว ตีณิ ภินฺนานิ, ตสฺส ปิฏฺฐิยํ วา กุจฺฉิยํ วา อุฏฺฐิเตน วิสภาควณฺเณน กาฬรตฺตาทีนํ อญฺญตรวณฺณา คาวี วิย สพลํ นาม โหติ. ยสฺส ปน อนฺตรนฺตรา ภินฺนานิ, ตสฺส อนฺตรนฺตรา วิสภาคพินฺทุจิตฺรา คาวี วิย กมฺมาสํ นาม โหติ. ยสฺส ปน สพฺเพน สพฺพํ อภินฺนานิ, ตสฺส ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ นาม โหนฺติ. ตานิ ปเนตานิ ตณฺหาทาสพฺยโต โมเจตฺวา ภุชิสฺสภาวกรณโต ภุชิสฺสานิ. พุทฺธาทีหิ วิญฺญูหิ ปสตฺถตฺตา วิญฺญุปฺปสตฺถานิ. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อปรามฏฺฐตฺตา, ‘‘อิทํ นาม ตฺวํ อาปนฺนปุพฺโพ’’ติ เกนจิ ปรามฏฺฐุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา จ อปรามฏฺฐานิ. อุปจารสมาธึ วา อปฺปนาสมาธึ วา สํวตฺตยนฺตีติ สมาธิสํวตฺตนิกานีติ วุจฺจนฺติ. สีลสามญฺญคโต วิหรตีติ เตสุ เตสุ ทิสาภาเคสุ วิหรนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมานภาวูปคตสีโล วิหรติ. โสตาปนฺนาทีนญฺหิ สีลํ สมุทฺทนฺตเรปิ เทวโลเกปิ วสนฺตานํ อญฺเญสํ โสตาปนฺนาทีนํ สีเลน สมานเมว โหติ, นตฺถิ มคฺคสีเล นานตฺตํ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ยายํ ทิฏฺฐีติ มคฺคสมฺปยุตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิ. อริยาติ นิทฺโทสา. นิยฺยาตีติ นิยฺยานิกา. ตกฺกรสฺสาติ โย ตถาการี โหติ. ทุกฺขกฺขยายาติ สพฺพทุกฺขกฺขยตฺถํ. ทิฏฺฐิสามญฺญคโตติ สมานทิฏฺฐิภาวํ อุปคโต หุตฺวา วิหรติ. อคฺคนฺติ เชฏฺฐกํ. สพฺพโคปานสิโย สงฺคณฺหาตีติ สงฺคาหิกํ. สพฺพโคปานสีนํ สงฺฆาฏํ กโรตีติ สงฺฆาฏนิกํ. สงฺฆาฏนิยนฺติ อตฺโถ. ยทิทํ กูฏนฺติ ยเมตํ กูฏาคารกณฺณิกาสงฺขาตํ กูฏํ นาม. ปญฺจภูมิกาทิปาสาทา หิ กูฏพทฺธาว ติฏฺฐนฺติ. ยสฺมึ ปติเต มตฺติกํ อาทึ กตฺวา สพฺเพ ปตนฺติ. ตสฺมา เอวมาห. เอวเมว โขติ ยถา กูฏํ กูฏาคารสฺส, เอวํ อิเมสมฺปิ สารณียธมฺมานํ ยา อยํ อริยา ทิฏฺฐิ, สา อคฺคา จ สงฺคาหิกา จ สงฺฆาฏนิยา จาติ ทฏฺฐพฺพา.

๔๙๓. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ยายํ ทิฏฺฐีติ เอตฺถ, ภิกฺขเว, ยายํ โสตาปตฺติมคฺคทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ วุตฺตา, สา กถํ เกน การเณน นิยฺยาตีติ อตฺโถ. ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตว โหตีติ เอตฺตาวตาปิ ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตเยว นาม โหตีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. สุปฺปณิหิตํ เม มานสนฺติ มยฺหํ จิตฺตํ สุฏฺฐุ ฐปิตํ. สจฺจานํ โพธายาติ จตุนฺนํ สจฺจานํ โพธตฺถาย. อริยนฺติอาทีสุ ตํ ญาณํ ยสฺมา อริยานํ โหติ, น ปุถุชฺชนานํ, ตสฺมา อริยนฺติ วุตฺตํ. เยสํ ปน โลกุตฺตรธมฺโมปิ อตฺถิ, เตสํเยว โหติ, น อญฺเญสํ, ตสฺมา โลกุตฺตรนฺติ วุตฺตํ. ปุถุชฺชนานํ ปน อภาวโต อสาธารณํ ปุถุชฺชเนหีติ วุตฺตํ. เอส นโย สพฺพวาเรสุ.

๔๙๔. ลภามิ ปจฺจตฺตํ สมถนฺติ อตฺตโน จิตฺเต สมถํ ลภามีติ อตฺโถ. นิพฺพุติยมฺปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ สมโถติ เอกคฺคตา. นิพฺพุตีติ กิเลสวูปสโม.

๔๙๕. ตถารูปาย ทิฏฺฐิยาติ เอวรูปาย โสตาปตฺติมคฺคทิฏฺฐิยา.

๔๙๖. ธมฺมตายาติ สภาเวน. ธมฺมตา เอสาติ สภาโว เอส. วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ สงฺฆกมฺมวเสน วา เทสนาย วา วุฏฺฐานํ ทิสฺสติ. อริยสาวโก หิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ครุกาปตฺตีสุ กุฏิการสทิสํ, ลหุกาปตฺตีสุ สหเสยฺยาทิสทิสํ อจิตฺตกาปตฺตึเยว อาปชฺชติ, ตมฺปิ อสญฺจิจฺจ, โน สญฺจิจฺจ, อาปนฺนํ น ปฏิจฺฉาเทติ. ตสฺมา อถ โข นํ ขิปฺปเมวาติอาทิมาห. ทหโรติ ตรุโณ. กุมาโรติ น มหลฺลโก. มนฺโทติ จกฺขุโสตาทีนํ มนฺทตาย มนฺโท. อุตฺตานเสยฺยโกติ อติทหรตาย อุตฺตานเสยฺยโก, ทกฺขิเณน วา วาเมน วา ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกตีติ อตฺโถ. องฺคารํ อกฺกมิตฺวาติ อิโต จิโต จ ปสาริเตน หตฺเถน วา ปาเทน วา ผุสิตฺวา. เอวํ ผุสนฺตานํ ปน มนุสฺสานํ น สีฆํ หตฺโถ ฌายติ, ตถา หิ เอกจฺเจ หตฺเถน องฺคารํ คเหตฺวา ปริวตฺตมานา ทูรมฺปิ คจฺฉนฺติ. ทหรสฺส ปน หตฺถปาทา สุขุมาลา โหนฺติ, โส ผุฏฺฐมตฺเตเนว ทยฺหมาโน จิรีติ สทฺทํ กโรนฺโต ขิปฺปํ ปฏิสํหรติ, ตสฺมา อิธ ทหโรว ทสฺสิโต. มหลฺลโก จ ทยฺหนฺโตปิ อธิวาเสติ, อยํ ปน อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมาปิ ทหโรว ทสฺสิโต. เทเสตีติ อาปตฺติปฏิคฺคาหเก สภาคปุคฺคเล สติ เอกํ ทิวสํ วา รตฺตึ วา อนธิวาเสตฺวา รตฺตึ จตุรงฺเคปิ ตเม สภาคภิกฺขุโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เทเสติเยว.

๔๙๗. อุจฺจาวจานีติ อุจฺจนีจานิ. กึ กรณียานีติ กึ กโรมีติ เอวํ วตฺวา กตฺตพฺพกมฺมานิ. ตตฺถ อุจฺจกมฺมํ นาม จีวรสฺส กรณํ รชนํ เจติเย สุธากมฺมํ อุโปสถาคารเจติยฆรโพธิฆเรสุ กตฺตพฺพกมฺมนฺติ เอวมาทิ. อวจกมฺมํ นาม ปาทโธวนมกฺขนาทิขุทฺทกกมฺมํ, อถ วา เจติเย สุธากมฺมาทิ อุจฺจกมฺมํ นาม. ตตฺเถว กสาวปจนอุทกานยนกุจฺฉกรณ นิยฺยาสพนฺธนาทิ อวจกมฺมํ นาม. อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน โหตีติ อุสฺสุกฺกภาวํ กตฺตพฺพตํ ปฏิปนฺโน โหติ. ติพฺพาเปกฺโข โหตีติ พหลปตฺถโน โหติ. ถมฺพญฺจ อาลุมฺปตีติ ติณญฺจ อาลุมฺปมานา ขาทติ. วจฺฉกญฺจ อปจินาตีติ วจฺฉกญฺจ อปโลเกติ. ตรุณวจฺฉา หิ คาวี อรญฺเญ เอกโต อาคตํ วจฺฉกํ เอกสฺมึ ฐาเน นิปนฺนํ ปหาย ทูรํ น คจฺฉติ, วจฺฉกสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน จรมานา ติณํ อาลุมฺปิตฺวา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา เอกนฺตํ วจฺฉกเมว จ วิโลเกติ, เอวเมว โสตาปนฺโน อุจฺจาวจานิ กึ กรณียานิ กโรนฺโต ตนฺนินฺโน โหติ, อสิถิลปูรโก ติพฺพจฺฉนฺโท พหลปตฺถโน หุตฺวาว กโรติ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – มหาเจติเย กิร สุธากมฺเม กริยมาเน เอโก อริยสาวโก เอเกน หตฺเถน สุธาภาชนํ, เอเกน กุจฺฉํ คเหตฺวา สุธากมฺมํ กริสฺสามีติ เจติยงฺคณํ อารุโฬฺห. เอโก กายทฬฺหิพหุโล ภิกฺขุ คนฺตฺวา เถรสฺส สนฺติเก อฏฺฐาสิ. เถโร อญฺญสฺมึ สติ ปปญฺโจ โหตีติ ตสฺมา ฐานา อญฺญํ ฐานํ คโต. โสปิ ภิกฺขุ ตตฺเถว อคมาสิ. เถโร ปุน อญฺญํ ฐานนฺติ เอวํ กติปยฏฺฐาเน อาคตํ, – ‘‘สปฺปุริส มหนฺตํ เจติยงฺคณํ กึ อญฺญสฺมึ ฐาเน โอกาสํ น ลภถา’’ติ อาห. น อิตโร ปกฺกามีติ.

๔๙๘. พลตาย สมนฺนาคโตติ พเลน สมนฺนาคโต. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺถิกภาวํ กตฺวา, อตฺถิโก หุตฺวาติ อตฺโถ. มนสิกตฺวาติ มนสฺมึ กริตฺวา. สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวาติ อปฺปมตฺตกมฺปิ วิกฺเขปํ อกโรนฺโต สกลจิตฺเตน สมนฺนาหริตฺวา. โอหิตโสโตติ ฐปิตโสโต. อริยสาวกา หิ ปิยธมฺมสฺสวนา โหนฺติ, ธมฺมสฺสวนคฺคํ คนฺตฺวา นิทฺทายมานา วา เยน เกนจิ สทฺธึ สลฺลปมานา วา วิกฺขิตฺตจิตฺตา วา น นิสีทนฺติ, อถ โข อมตํ ปริภุญฺชนฺตา วิย อติตฺตาว โหนฺติ ธมฺมสฺสวเน, อถ อรุณํ อุคฺคจฺฉติ. ตสฺมา เอวมาห.

๕๐๐. ธมฺมตา สุสมนฺนิฏฺฐา โหตีติ สภาโว สุฏฺฐุ สมนฺเนสิโต โหติ. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ กรณวจนํ, โสตาปตฺติผลสจฺฉิกตญาเณนาติ อตฺโถ. เอวํ สตฺตงฺคสมนฺนาคโตติ เอวํ อิเมหิ สตฺตหิ มหาปจฺจเวกฺขณญาเณหิ สมนฺนาคโต. อยํ ตาว อาจริยานํ สมานกถา. โลกุตฺตรมคฺโค หิ พหุจิตฺตกฺขณิโก นาม นตฺถิ.

วิตณฺฑวาที ปน เอกจิตฺตกฺขณิโก นาม มคฺโค นตฺถิ, ‘‘เอวํ ภาเวยฺย สตฺต วสฺสานี’’ติ หิ วจนโต สตฺตปิ วสฺสานิ มคฺคภาวนา โหนฺติ. กิเลสา ปน ลหุ ฉิชฺชนฺตา สตฺตหิ ญาเณหิ ฉิชฺชนฺตีติ วทติ. โส สุตฺตํ อาหราติ วตฺตพฺโพ, อทฺธา อญฺญํ สุตฺตํ อปสฺสนฺโต, ‘‘อิทมสฺส ปฐมํ ญาณํ อธิคตํ โหติ, อิทมสฺส ทุติยํ ญาณํ…เป… อิทมสฺส สตฺตมํ ญาณํ อธิคตํ โหตี’’ติ อิมเมว อาหริตฺวา ทสฺเสสฺสติ. ตโต วตฺตพฺโพ กึ ปนิทํ สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ นีตตฺถนฺติ. ตโต วกฺขติ – ‘‘นีตตฺถตฺถํ, ยถาสุตฺตํ ตเถว อตฺโถ’’ติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘ธมฺมตา สุสมนฺนิฏฺฐา โหติ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ เอตฺถ โก อตฺโถ’’ติ? อทฺธา โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายตฺโถติ วกฺขติ. ตโต ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘มคฺคสมงฺคี ผลํ สจฺฉิกโรติ, ผลสมงฺคี’’ติ. ชานนฺโต, ‘‘ผลสมงฺคี สจฺฉิกโรตี’’ติ วกฺขติ. ตโต วตฺตพฺโพ, – ‘‘เอวํ สตฺตงฺคสมนฺนาคโต โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก โสตาปตฺติผลสมนฺนาคโต โหตีติ อิธ มคฺคํ อภาเวตฺวา มณฺฑูโก วิย อุปฺปติตฺวา อริยสาวโก ผลเมว คณฺหิสฺสติ. มา สุตฺตํ เม ลทฺธนฺติ ยํ วา ตํ วา อวจ. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺเตน นาม อาจริยสนฺติเก วสิตฺวา พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา อตฺถรสํ วิทิตฺวา วตฺตพฺพํ โหตี’’ติ. ‘‘อิมานิ สตฺต ญาณานิ อริยสาวกสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณาเนว, โลกุตฺตรมคฺโค พหุจิตฺตกฺขณิโก นาม นตฺถิ, เอกจิตฺตกฺขณิโกเยวา’’ติ สญฺญาเปตพฺโพ. สเจ สญฺชานาติ สญฺชานาตุ. โน เจ สญฺชานาติ, ‘‘คจฺฉ ปาโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ ปิวาหี’’ติ อุยฺโยเชตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

โกสมฺพิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.