๔. จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา
๔๖๐. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬเวทลฺลสุตฺตํ. ตตฺถ วิสาโข อุปาสโกติ วิสาโขติ เอวํนามโก อุปาสโก. เยน ธมฺมทินฺนาติ เยน ธมฺมทินฺนา นาม ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ. โก ปนายํ วิสาโข? กา ธมฺมทินฺนา? กสฺมา อุปสงฺกมีติ? วิสาโข นาม ธมฺมทินฺนาย คิหิกาเล ฆรสามิโก. โส ยทา ภควา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา ปวตฺตวรธมฺมจกฺโก ยสาทโย กุลปุตฺเต วิเนตฺวา อุรุเวลํ ปตฺวา ตตฺถ ชฏิลสหสฺสํ วิเนตฺวา ปุราณชฏิเลหิ ขีณาสวภิกฺขูหิ สทฺธึ ราชคหํ คนฺตฺวา พุทฺธทสฺสนตฺถํ ทฺวาทสนหุตาย ปริสาย สทฺธึ อาคตสฺส พิมฺพิสารมหาราชสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. ตทา รญฺญา สทฺธึ อาคเตสุ ทฺวาทสนหุเตสุ เอกํ นหุตํ อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ, เอกาทส นหุตานิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ สทฺธึ รญฺญา พิมฺพิสาเรน. อยํ อุปาสโก เตสํ อญฺญตโร, เตหิ สทฺธึ ปฐมทสฺสเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย, ปุน เอกทิวสํ ธมฺมํ สุตฺวา สกทาคามิผลํ ปตฺวา, ตโต อปรภาเคปิ เอกทิวสํ ธมฺมํ สุตฺวา อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต. โส อนาคามี หุตฺวา เคหํ อาคจฺฉนฺโต ยถา อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต สิตํ กุรุมาโน อาคจฺฉติ, เอวํ อนาคนฺตฺวา สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส หุตฺวา อคมาสิ.
ธมฺมทินฺนา สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา วีถึ โอโลกยมานา ตสฺส อาคมนาการํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กุรุมานา โสปานสีเส ฐตฺวา โอลมฺพนตฺถํ หตฺถํ ปสาเรสิ. อุปาสโก อตฺตโน หตฺถํ สมิญฺเชสิ. สา ‘‘ปาตราสโภชนกาเล ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อุปาสโก ปุพฺเพ ตาย สทฺธึ เอกโต ภุญฺชติ. ตํ ทิวสํ ปน ตํ อนปโลเกตฺวา โยคาวจรภิกฺขุ วิย เอกโกว ภุญฺชิ. สา, ‘‘สายนฺหกาเล ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อุปาสโก ตํทิวสํ สิริคพฺภํ น ปาวิสิ, อญฺญํ คพฺภํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา กปฺปิยมญฺจกํ ปญฺญปาเปตฺวา นิปชฺชิ. อุปาสิกา, ‘‘กึ นุ ขฺวสฺส พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถิ, อุทาหุ เกนจิเทว ปริเภทเกน ภินฺโน, อุทาหุ มเยฺหว โกจิ โทโส อตฺถี’’ติ พลวโทมนสฺสา หุตฺวา, ‘‘เอกํ เทฺว ทิวเส วสิตกาเล สกฺกา ญาตุ’’นฺติ ตสฺส อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ.
อุปาสโก, ‘‘กึ ธมฺมทินฺเน อกาเล อาคตาสี’’ติ ปุจฺฉิ. อาม อยฺยปุตฺต, อาคตามฺหิ, น ตฺวํ ยถา ปุราโณ, กึ นุ เต พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถีติ? นตฺถิ ธมฺมทินฺเนติ. อญฺโญ โกจิ ปริเภทโก อตฺถีติ? อยมฺปิ นตฺถีติ. เอวํ สนฺเต มเยฺหว โกจิ โทโส ภวิสฺสตีติ. ตุยฺหมฺปิ โทโส นตฺถีติ. อถ กสฺมา มยา สทฺธึ ยถา ปกติยา อาลาปสลฺลาปมตฺตมฺปิ น กโรถาติ? โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โลกุตฺตรธมฺโม นาม ครุ ภาริโย น ปกาเสตตพฺโพ, สเจ โข ปนาหํ น กเถสฺสามิ, อยํ หทยํ ผาเลตฺวา เอตฺเถว กาลํ กเรยฺยา’’ติ ตสฺสานุคฺคหตฺถาย กเถสิ – ‘‘ธมฺมทินฺเน อหํ สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นาม อธิคโต, ตํ อธิคตสฺส เอวรูปา โลกิยกิริยา น วฏฺฏติ. ยทิ ตฺวํ อิจฺฉสิ, ตว จตฺตาลีส โกฏิโย มม จตฺตาลีส โกฏิโยติ อสีติโกฏิธนํ อตฺถิ, เอตฺถ อิสฺสรา หุตฺวา มม มาติฏฺฐาเน วา ภคินิฏฺฐาเน วา ฐตฺวา วส. ตยา ทินฺเนน ภตฺตปิณฺฑมตฺตเกน อหํ ยาเปสฺสามิ. อเถวํ น กโรสิ, อิเม โภเค คเหตฺวา กุลเคหํ คจฺฉ, อถาปิ เต พหิทฺธา ปตฺถนา นตฺถิ, อหํ ตํ ภคินิฏฺฐาเน วา ธิตุฏฺฐาเน วา ฐเปตฺวา โปเสสฺสามี’’ติ.
สา จินฺเตสิ – ‘‘ปกติปุริโส เอวํ วตฺตา นาม นตฺถิ. อทฺธา เอเตน โลกุตฺตรวรธมฺโม ปฏิวิทฺโธ. โส ปน ธมฺโม กึ ปุริเสเหว ปฏิพุชฺฌิตพฺโพ, อุทาหุ มาตุคาโมปิ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกตี’’ติ วิสาขํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข เอโส ธมฺโม ปุริเสเหว ลภิตพฺโพ, มาตุคาเมนปิ สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ? กึ วเทสิ ธมฺมทินฺเน, เย ปฏิปนฺนกา, เต เอตสฺส ทายาทา, ยสฺส ยสฺส อุปนิสฺสโย อตฺถิ, โส โส เอตํ ปฏิลภตีติ. เอวํ สนฺเต มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถาติ. สาธุ ภทฺเท, อหมฺปิ ตํ เอตสฺมึเยว มคฺเค โยเชตุกาโม, มนํ ปน เต อชานมาโน น กเถมีติ ตาวเทว พิมฺพิสารสฺส รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ.
ราชา, ‘‘กึ, คหปติ, อกาเล อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ธมฺมทินฺนา, ‘‘มหาราช, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วทตีติ. กึ ปนสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ? อญฺญํ กิญฺจิ นตฺถิ, โสวณฺณสิวิกํ เทว, ลทฺธุํ วฏฺฏติ นครญฺจ ปฏิชคฺคาเปตุนฺติ. ราชา โสวณฺณสิวิกํ ทตฺวา นครํ ปฏิชคฺคาเปสิ. วิสาโข ธมฺมทินฺนํ คนฺโธทเกน นหาเปตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺการาเปตฺวา โสวณฺณสิวิกาย นิสีทาเปตฺวา ญาติคเณน ปริวาราเปตฺวา คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูชยมาโน นครวาสนํ กโรนฺโต วิย ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา, ‘‘ธมฺมทินฺนํ ปพฺพาเชถายฺเย’’ติ อาห. ภิกฺขุนิโย ‘‘เอกํ วา เทฺว วา โทเส สหิตุํ วฏฺฏติ คหปตี’’ติ อาหํสุ. นตฺถยฺเย โกจิ โทโส, สทฺธาย ปพฺพชตีติ. อเถกา พฺยตฺตา เถรี ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา เกเส โอหาเรตฺวา ปพฺพาเชสิ. วิสาโข, ‘‘อภิรมยฺเย, สฺวากฺขาโต ธมฺโม’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ.
ตสฺสา ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. เตเนว ปลิพุทฺธา สมณธมฺมํ กาตุํ โอกาสํ น ลภติ. อถาจริย-อุปชฺฌายเถริโย คเหตฺวา ชนปทํ คนฺตฺวา อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิตํ กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ อารทฺธา, อภินีหารสมฺปนฺนตฺตา ปน นาติจิรํ กิลมิตฺถ.
อิโต ปฏฺฐาย หิ สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา โลเก อุทปาทิ. ตทา เอสา เอกสฺมึ กุเล ทาสี หุตฺวา อตฺตโน เกเส วิกฺกิณิตฺวา สุชาตตฺเถรสฺส นาม อคฺคสาวกสฺส ทานํ ทตฺวา ปตฺถนมกาสิ. สา ตาย ปตฺถนาภินีหารสมฺปตฺติยา นาติจิรํ กิลมิตฺถ, กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เยนตฺเถน สาสเน ปพฺพชิตา, โส มตฺถกํ ปตฺโต, กึ เม ชนปทวาเสน, มยฺหํ ญาตกาปิ ปุญฺญานิ กริสฺสนฺติ, ภิกฺขุนิสงฺโฆปิ ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสติ, ราชคหํ คจฺฉามี’’ติ ภิกฺขุนิสงฺฆํ คเหตฺวา ราชคหเมว อคมาสิ. วิสาโข, ‘‘ธมฺมทินฺนา กิร อาคตา’’ติ สุตฺวา, ‘‘ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว ชนปทํ คตา, คนฺตฺวาปิ นจิรสฺเสว ปจฺจาคตา, กึ นุ โข ภวิสฺสติ, คนฺตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ ทุติยคมเนน ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข วิสาโข อุปาสโก เยน ธมฺมทินฺนา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมี’’ติ.
เอตทโวจาติ เอตํ สกฺกาโยติอาทิวจนํ อโวจ. กสฺมา อโวจาติ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อภิรมสิ นาภิรมสิ, อยฺเย’’ติ เอวํ ปุจฺฉนํ นาม น ปณฺฑิตกิจฺจํ, ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อุปเนตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, ปญฺหพฺยากรเณน ตสฺสา อภิรตึ วา อนภิรตึ วา ชานิสฺสามีติ, ตสฺมา อโวจ. ตํ สุตฺวาว ธมฺมทินฺนา อหํ, อาวุโส วิสาข, อจิรปพฺพชิตา สกายํ วา ปรกายํ วา กุโต ชานิสฺสามีติ วา, อญฺญตฺเถริโย อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉาติ วา อวตฺวา อุปนิกฺขิตฺตํ สมฺปฏิจฺฉมานา วิย, เอกปาสกคณฺฐึ โมเจนฺตี วิย คหนฏฺฐาเน หตฺถิมคฺคํ นีหรมานา วิย ขคฺคมุเขน สมุคฺคํ วิวรมานา วิย จ ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวา ปญฺหํ วิสฺสชฺชมานา, ปญฺจ โข อิเม, อาวุโส วิสาข, อุปาทานกฺขนฺธาติอาทิมาห. ตตฺถ ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท. อุปาทานกฺขนฺธาติ อุปาทานานํ ปจฺจยภูตา ขนฺธาติ เอวมาทินา นเยเนตฺถ อุปาทานกฺขนฺธกถา วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพา. สา ปเนสา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา เอวาติ ตตฺถ วิตฺตาริตนเยเนว เวทิตพฺพา. สกฺกายสมุทยาทีสุปิ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตเมว.
อิทํ ปน จตุสจฺจพฺยากรณํ สุตฺวา วิสาโข เถริยา อภิรตภาวํ อญฺญาสิ. โย หิ พุทฺธสาสเน อุกฺกณฺฐิโต โหติ อนภิรโต, โส เอวํ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตปญฺหํ สณฺฑาเสน เอเกกํ ปลิตํ คณฺหนฺโต วิย, สิเนรุปาทโต วาลุกํ อุทฺธรนฺโต วิย วิสฺสชฺเชตุํ น สกฺโกติ. ยสฺมา ปน อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ โลเก จนฺทิมสูริยา วิย พุทฺธสาสเน ปากฏานิ, ปริสมชฺเฌ คโต หิ ภควาปิ มหาเถราปิ สจฺจาเนว ปกาเสนฺติ; ภิกฺขุสงฺโฆปิ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย กุลปุตฺเต จตฺตาริ นาม กึ, จตฺตาริ อริยสจฺจานีติ ปญฺหํ อุคฺคณฺหาเปติ. อยญฺจ ธมฺมทินฺนา อุปายโกสลฺเล ฐิตา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา นยํ คเหตฺวา สุเตนปิ กเถตุํ สมตฺถา, ตสฺมา ‘‘น สกฺกา เอติสฺสา เอตฺตาวตา สจฺจานํ ปฏิวิทฺธภาโว ญาตุํ, สจฺจวินิพฺโภคปญฺหพฺยากรเณน สกฺกา ญาตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เหฏฺฐา กถิตานิ เทฺว สจฺจานิ ปฏินิวตฺเตตฺวา คุฬฺหํ กตฺวา คณฺฐิปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉนฺโต ตญฺเญว นุ โข, อยฺเยติอาทิมาห.
ตสฺส วิสฺสชฺชเน น โข, อาวุโส วิสาข, ตญฺเญว อุปาทานนฺติ อุปาทานสฺส สงฺขารกฺขนฺเธกเทสภาวโต น ตํเยว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานํ. ยทิ หิ ตญฺเญว สิยา, รูปาทิสภาวมฺปิ อุปาทานํ สิยา. ยทิ อญฺญตฺร สิยา, ปรสมเย จิตฺตวิปฺปยุตฺโต อนุสโย วิย ปณฺณตฺติ วิย นิพฺพานํ วิย จ ขนฺธวินิมุตฺตํ วา สิยา, ฉฏฺโฐ วา ขนฺโธ ปญฺญเปตพฺโพ ภเวยฺย, ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ. ตสฺสา พฺยากรณํ สุตฺวา ‘‘อธิคตปติฏฺฐา อย’’นฺติ วิสาโข นิฏฺฐมคมาสิ. น หิ สกฺกา อขีณาสเวน อสมฺพทฺเธน อวิตฺถายนฺเตน ปทีปสหสฺสํ ชาเลนฺเตน วิย เอวรูโป คุโฬฺห ปฏิจฺฉนฺโน ติลกฺขณาหโต คมฺภีโร ปโญฺห วิสฺสชฺเชตุํ. นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปน, ‘‘อยํ ธมฺมทินฺนา สาสเน ลทฺธปติฏฺฐา อธิคตปฏิสมฺภิทา เวสารชฺชปฺปตฺตา ภวมตฺถเก ฐิตา มหาขีณาสวา, สมตฺถา มยฺหํ ปุจฺฉิตปญฺหํ กเถตุํ, อิทานิ ปน นํ โอวตฺติกสารํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต, กถํ ปนายฺเยติอาทิมาห.
๔๖๑. ตสฺส วิสฺสชฺชเน อสฺสุตวาติอาทิ มูลปริยาเย วิตฺถาริตเมว. รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ, ‘‘อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ. ยํ รูปํ โส อหํ, โย อหํ ตํ รูปนฺติ รูปญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เสยฺยถาปิ นาม เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยา อจฺจิ โส วณฺโณ, โย วณฺโณ สา อจฺจีติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ…เป… อทฺวยํ สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) เอวํ รูปํ อตฺตาติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ อรูปํ อตฺตาติ คเหตฺวา ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย ตํ อตฺตานํ รูปวนฺตํ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ อรูปเมว อตฺตาติ คเหตฺวา ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ อรูปเมว อตฺตาติ คเหตฺวา กรณฺฑาย มณึ วิย อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เวทนํ อตฺตโตติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ, รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ สุทฺธรูปเมว อตฺตาติ กถิตํ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ. เวทนํ อตฺตโต… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อรูปํ อตฺตาติ กถิตํ. เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนํ, เวทนาย วา อตฺตานนฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต. ตตฺถ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ… เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา, อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐีติ. เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย, ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ. น รูปํ อตฺตโตติ เอตฺถ รูปํ อตฺตาติ น สมนุปสฺสติ. อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ปน สมนุปสฺสติ. น รูปวนฺตํ อตฺตานํ…เป… น วิญฺญาณสฺมึ อตฺตานนฺติ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ เกนจิ ปริยาเยน อตฺตโต น สมนุปสฺสติ, สพฺพากาเรน ปน อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตาติ สมนุปสฺสติ.
เอตฺตาวตา เถริยา, ‘‘เอวํ โข, อาวุโส วิสาข, สกฺกายทิฏฺฐิ โหตี’’ติ เอวํ ปุริมปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติยา เอตฺตเกน คมนํ โหติ, อาคมนํ โหติ, คมนาคมนํ โหติ, วฏฺฏํ วตฺตตีติ วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺสิตํ. เอวํ โข, อาวุโส วิสาข, สกฺกายทิฏฺฐิ น โหตีติ ปจฺฉิมํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติยา เอตฺตเกน คมนํ น โหติ, อาคมนํ น โหติ, คมนาคมนํ น โหติ, วฏฺฏํ นาม น วตฺตตีติ วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺสิตํ.
๔๖๒. กตโม ปนายฺเย, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ อยํ ปโญฺห เถริยา ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ ภเวยฺย – ‘‘อุปาสก, ตยา เหฏฺฐา มคฺโค ปุจฺฉิโต, อิธ กสฺมา มคฺคเมว ปุจฺฉสี’’ติ. สา ปน อตฺตโน พฺยตฺตตาย ปณฺฑิจฺเจน ตสฺส อธิปฺปายํ สลฺลกฺเขสิ – ‘‘อิมินา อุปาสเกน เหฏฺฐา ปฏิปตฺติวเสน มคฺโค ปุจฺฉิโต ภวิสฺสติ, อิธ ปน ตํ สงฺขตาสงฺขตโลกิยโลกุตฺตรสงฺคหิตาสงฺคหิตวเสน ปุจฺฉิตุกาโม ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา อปฺปฏิปุจฺฉิตฺวาว ยํ ยํ ปุจฺฉิ, ตํ ตํ วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ สงฺขโตติ เจติโต กปฺปิโต ปกปฺปิโต อายูหิโต กโต นิพฺพตฺติโต สมาปชฺชนฺเตน สมาปชฺชิตพฺโพ. ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโตติ เอตฺถ ยสฺมา มคฺโค สปฺปเทโส, ตโย ขนฺธา นิปฺปเทสา, ตสฺมา อยํ สปฺปเทสตฺตา นครํ วิย รชฺเชน นิปฺปเทเสหิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโต. ตตฺถ สมฺมาวาจาทโย ตโย สีลเมว, ตสฺมา เต สชาติโต สีลกฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ. กิญฺจาปิ หิ ปาฬิยํ สีลกฺขนฺเธติ ภุมฺเมน วิย นิทฺเทโส กโต, อตฺโถ ปน กรณวเสน เวทิตพฺโพ. สมฺมาวายามาทีสุ ปน ตีสุ สมาธิ อตฺตโน ธมฺมตาย อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ น สกฺโกติ. วีริเย ปน ปคฺคหกิจฺจํ สาเธนฺเต สติยา จ อปิลาปนกิจฺจํ สาเธนฺติยา ลทฺธูปกาโร หุตฺวา สกฺโกติ.
ตตฺรายํ อุปมา – ยถา หิ ‘‘นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามา’’ติ อุยฺยานํ ปวิฏฺเฐสุ ตีสุ สหาเยสุ เอโก สุปุปฺผิตํ จมฺปกรุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวาปิ คเหตุํ น สกฺกุเณยฺย. อถสฺส ทุติโย โอนมิตฺวา ปิฏฺฐึ ทเทยฺย, โส ตสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวาปิ กมฺปมาโน คเหตุํ น สกฺกุเณยฺย. อถสฺส อิตโร อํสกูฏํ อุปนาเมยฺย, โส เอกสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวา เอกสฺส อํสกูฏํ โอลุพฺภ ยถารุจิ ปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ปิฬนฺธิตฺวา นกฺขตฺตํ กีเฬยฺย. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. เอกโต อุยฺยานํ ปวิฏฺฐา ตโย สหายกา วิย หิ เอกโต ชาตา สมฺมาวายามาทโย ตโย ธมฺมา. สุปุปฺผิตจมฺปโก วิย อารมฺมณํ. หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวาปิ คเหตุํ อสกฺโกนฺโต วิย อตฺตโน ธมฺมตาย อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ อสกฺโกนฺโต สมาธิ. ปิฏฺฐึ ทตฺวา โอนตสหาโย วิย วายาโม. อํสกูฏํ ทตฺวา ฐิตสหาโย วิย สติ. ยถา เตสุ เอกสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวา เอกสฺส อํสกูฏํ โอลุพฺภ อิตโร ยถารุจิ ปุปฺผํ คเหตุํ สกฺโกติ, เอวเมวํ วีริเย ปคฺคหกิจฺจํ สาเธนฺเต, สติยา จ อปิลาปนกิจฺจํ สาเธนฺติยา ลทฺธุปกาโร สมาธิ สกฺโกติ อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ. ตสฺมา สมาธิเยเวตฺถ สชาติโต สมาธิกฺขนฺเธน สงฺคหิโต. วายามสติโย ปน กิริยโต สงฺคหิตา โหนฺติ.
สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺเปสุปิ ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ, วิตกฺเก ปน อาโกเฏตฺวา อาโกเฏตฺวา เทนฺเต สกฺโกติ. กถํ? ยถา หิ เหรญฺญิโก กหาปณํ หตฺเถ ฐเปตฺวา สพฺพภาเคสุ โอโลเกตุกาโม สมาโนปิ น จกฺขุทเลเนว ปริวตฺเตตุํ สกฺโกติ, องฺคุลิปพฺเพหิ ปน ปริวตฺเตตฺวา อิโต จิโต จ โอโลเกตุํ สกฺโกติ. เอวเมว น ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจาทิวเสน อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ สกฺโกติ, อภินิโรปนลกฺขเณน ปน อาหนนปริยาหนนรเสน วิตกฺเกน อาโกเฏนฺเตน วิย ปริวตฺเตนฺเตน วิย จ อาทายา ทินฺนเมว วินิจฺเฉตุํ สกฺโกติ. ตสฺมา อิธาปิ สมฺมาทิฏฺฐิเยว สชาติโต ปญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหิตา. สมฺมาสงฺกปฺโป ปน กิริยโต สงฺคหิโต โหติ. อิติ อิเมหิ ตีหิ ขนฺเธหิ มคฺโค สงฺคหํ คจฺฉติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต’’ติ.
อิทานิ เอกจิตฺตกฺขณิกํ มคฺคสมาธึ สนิมิตฺตํ สปริกฺขารํ ปุจฺฉนฺโต, กตโม ปนายฺเยติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน จตฺตาโร สติปฏฺฐานา มคฺคกฺขเณ จตุกิจฺจสาธนวเสน อุปฺปนฺนา สติ, สา สมาธิสฺส ปจฺจยตฺเถน นิมิตฺตํ. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตุกิจฺจสาธนวเสเนว อุปฺปนฺนํ วีริยํ, ตํ ปริวารฏฺเฐน ปริกฺขาโร โหติ. เตสํเยว ธมฺมานนฺติ เตสํ มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมานํ. อาเสวนาติอาทีสุ เอกจิตฺตกฺขณิกาเยว อาเสวนาทโย วุตฺตาติ.
วิตณฺฑวาที ปน, ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิโก นาม มคฺโค นตฺถิ, ‘เอวํ ภาเวยฺย สตฺต วสฺสานี’ติ หิ วจนโต สตฺตปิ วสฺสานิ มคฺคภาวนา โหติ, กิเลสา ปน ลหุ ฉิชฺชนฺตา สตฺตหิ ญาเณหิ ฉิชฺชนฺตี’’ติ วทติ. โส ‘‘สุตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺโพ. อทฺธา อญฺญํ อปสฺสนฺโต, ‘‘ยา เตสํเยว ธมฺมานํ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺม’’นฺติ อิทเมว สุตฺตํ อาหริตฺวา, ‘‘อญฺเญน จิตฺเตน อาเสวติ, อญฺเญน ภาเวติ, อญฺเญน พหุลีกโรตี’’ติ วกฺขติ. ตโต วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ ปนิทํ, สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ นีตตฺถ’’นฺติ. ตโต วกฺขติ – ‘‘นีตตฺถํ ยถา สุตฺตํ ตเถว อตฺโถ’’ติ. ตสฺส อิทํ อุตฺตรํ – เอวํ สนฺเต เอกํ จิตฺตํ อาเสวมานํ อุปฺปนฺนํ, อปรมฺปิ อาเสวมานํ, อปรมฺปิ อาเสวมานนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ อาเสวนาว ภวิสฺสติ, กุโต ภาวนา, กุโต พหุลีกมฺมํ? เอกํ วา ภาวยมานํ อุปฺปนฺนํ อปรมฺปิ ภาวยมานํ อปรมฺปิ ภาวยมานนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ ภาวนาว ภวิสฺสติ, กุโต อาเสวนา กุโต พหุลีกมฺมํ? เอกํ วา พหุลีกโรนฺตํ อุปฺปนฺนํ, อปรมฺปิ พหุลีกโรนฺตํ, อปรมฺปิ พหุลีกโรนฺตนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ พหุลีกมฺมเมว ภวิสฺสติ กุโต อาเสวนา, กุโต ภาวนาติ.
อถ วา เอวํ วเทยฺย – ‘‘เอเกน จิตฺเตน อาเสวติ, ทฺวีหิ ภาเวติ, ตีหิ พหุลีกโรติ. ทฺวีหิ วา อาเสวติ, ตีหิ ภาเวติ, เอเกน พหุลีกโรติ. ตีหิ วา อาเสวติ, เอเกน ภาเวติ, ทฺวีหิ พหุลีกโรตี’’ติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘มา สุตฺตํ เม ลทฺธนฺติ ยํ วา ตํ วา อวจ. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺเตน นาม อาจริยสฺส สนฺติเก วสิตฺวา พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา อตฺถรสํ วิทิตฺวา วตฺตพฺพํ โหติ. เอกจิตฺตกฺขณิกาว อยํ อาเสวนา, เอกจิตฺตกฺขณิกา ภาวนา, เอกจิตฺตกฺขณิกํ พหุลีกมฺมํ. ขยคามิโลกุตฺตรมคฺโค พหุลจิตฺตกฺขณิโก นาม นตฺถิ, ‘เอกจิตฺตกฺขณิโกเยวา’ติ สญฺญาเปตพฺโพ. สเจ สญฺชานาติ, สญฺชานาตุ, โน เจ สญฺชานาติ, คจฺฉ ปาโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ ปิวาหี’’ติ อุยฺโยเชตพฺโพ.
๔๖๓. กติ ปนายฺเย สงฺขาราติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? เย สงฺขาเร นิโรเธตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชติ, เต ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. เตเนวสฺส อธิปฺปายํ ญตฺวา เถรี, ปุญฺญาภิสงฺขาราทีสุ อเนเกสุ สงฺขาเรสุ วิชฺชมาเนสุปิ, กายสงฺขาราทโยว อาจิกฺขนฺตี, ตโยเม, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ กายปฏิพทฺธตฺตา กาเยน สงฺขรียติ กรียติ นิพฺพตฺตียตีติ กายสงฺขาโร. วาจํ สงฺขโรติ กโรติ นิพฺพตฺเตตีติ วจีสงฺขาโร. จิตฺตปฏิพทฺธตฺตา จิตฺเตน สงฺขรียติ กรียติ นิพฺพตฺตียตีติ จิตฺตสงฺขาโร. กตโม ปนายฺเยติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? อิเม สงฺขารา อญฺญมญฺญมิสฺสา อาลุฬิตา อวิภูตา ทุทฺทีปนา. ตถา หิ, กายทฺวาเร อาทานคหณมุญฺจนโจปนานิ ปาเปตฺวา อุปฺปนฺนา อฏฺฐ กามาวจรกุสลเจตนา ทฺวาทส อกุสลเจตนาติ เอวํ กุสลากุสลา วีสติ เจตนาปิ อสฺสาสปสฺสาสาปิ กายสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ. วจีทฺวาเร หนุสํโจปนํ วจีเภทํ ปาเปตฺวา อุปฺปนฺนา วุตฺตปฺปการาว วีสติ เจตนาปิ วิตกฺกวิจาราปิ วจีสงฺขาโรเตฺวว วุจฺจนฺติ. กายวจีทฺวาเรสุ โจปนํ อปตฺตา รโห นิสินฺนสฺส จินฺตยโต อุปฺปนฺนา กุสลากุสลา เอกูนตึส เจตนาปิ สญฺญา จ เวทนา จาติ อิเม เทฺว ธมฺมาปิ จิตฺตสงฺขาโรเตฺวว วุจฺจนฺติ. เอวํ อิเม สงฺขารา อญฺญมญฺญมิสฺสา อาลุฬิตา อวิภูตา ทุทฺทีปนา. เต ปากเฏ วิภูเต กตฺวา กถาเปสฺสามีติ ปุจฺฉติ.
กสฺมา ปนายฺเยติ อิธ กายสงฺขาราทินามสฺส ปทตฺถํ ปุจฺฉติ. ตสฺส วิสฺสชฺชเน กายปฺปฏิพทฺธาติ กายนิสฺสิตา, กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ. จิตฺตปฺปฏิพทฺธาติ จิตฺตนิสฺสิตา, จิตฺเต สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ.
๔๖๔. อิทานิ กึ นุ โข เอสา สญฺญาเวทยิตนิโรธํ วลญฺเชติ, น วลญฺเชติ. จิณฺณวสี วา ตตฺถ โน จิณฺณวสีติ ชานนตฺถํ ปุจฺฉนฺโต, กถํ ปนายฺเย, สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โหตีติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน สมาปชฺชิสฺสนฺติ วา สมาปชฺชามีติ วา ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต. สมาปนฺโนติ ปเทน อนฺโตนิโรโธ. ตถา ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สจิตฺตกกาโล กถิโต, ปจฺฉิเมน อจิตฺตกกาโล. ปุพฺเพว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ นิโรธสมาปตฺติโต ปุพฺเพ อทฺธานปริจฺเฉทกาเลเยว, เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. ยํ ตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ยํ เอวํ ภาวิตํ จิตฺตํ, ตํ ปุคฺคลํ ตถตฺตาย อจิตฺตกภาวาย อุปเนติ.
ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโรติ เสสสงฺขาเรหิ ปฐมํ ทุติยชฺฌาเนเยว นิรุชฺฌติ. ตโต กายสงฺขาโรติ ตโต ปรํ กายสงฺขาโร จตุตฺถชฺฌาเน นิรุชฺฌติ. ตโต จิตฺตสงฺขาโรติ ตโต ปรํ จิตฺตสงฺขาโร อนฺโตนิโรเธ นิรุชฺฌติ. วุฏฺฐหิสฺสนฺติ วา วุฏฺฐหามีติ วา ปททฺวเยน อนฺโตนิโรธกาโล กถิโต. วุฏฺฐิโตติ ปเทน ผลสมาปตฺติกาโล. ตถา ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ อจิตฺตกกาโล กถิโต, ปจฺฉิเมน สจิตฺตกกาโล. ปุพฺเพว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ นิโรธสมาปตฺติโต ปุพฺเพ อทฺธานปริจฺเฉทกาเลเยว เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก หุตฺวา ตโต ปรํ สจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. ยํ ตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ยํ เอวํ ภาวิตํ จิตฺตํ, ตํ ปุคฺคลํ ตถตฺตาย สจิตฺตกภาวาย อุปเนติ. อิติ เหฏฺฐา นิโรธสมาปชฺชนกาโล คหิโต, อิธ นิโรธโต วุฏฺฐานกาโล.
อิทานิ นิโรธกถํ กเถตุํ วาโรติ นิโรธกถา กเถตพฺพา สิยา, สา ปเนสา, ‘‘ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาปญฺญา นิโรธสมาปตฺติยา ญาณ’’นฺติ มาติกํ ฐเปตฺวา สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา. ตสฺมา ตตฺถ กถิตนเยเนว คเหตพฺพา. โก ปนายํ นิโรโธ นาม? จตุนฺนํ ขนฺธานํ ปฏิสงฺขา อปฺปวตฺติ. อถ กิมตฺถเมตํ สมาปชฺชนฺตีติ. สงฺขารานํ ปวตฺเต อุกฺกณฺฐิตา สตฺตาหํ อจิตฺตกา หุตฺวา สุขํ วิหริสฺสาม, ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ นาเมตํ, ยทิทํ นิโรโธติ เอตทตฺถํ สมาปชฺชนฺติ.
ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโรติ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส หิ ผลสมาปตฺติจิตฺตํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ. ตํสมฺปยุตฺตํ สญฺญญฺจ เวทนญฺจ สนฺธาย, ‘‘ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร’’ติ อาห. ตโต กายสงฺขาโรติ ตโต ปรํ ภวงฺคสมเย กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ. กึ ปน ผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ? สมุฏฺฐาเปติ. อิมสฺส ปน จตุตฺถชฺฌานิกา ผลสมาปตฺติ, สา น สมุฏฺฐาเปติ. กึ วา เอเตน ผลสมาปตฺติ ปฐมชฺฌานิกา วา โหตุ, ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานิกา วา, สนฺตาย สมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ภิกฺขุโน อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกา โหนฺติ. เตสํ อพฺโพหาริกภาโว สญฺชีวตฺเถรวตฺถุนา เวทิตพฺโพ. สญฺชีวตฺเถรสฺส หิ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย กึสุกปุปฺผสทิเส วีตจฺจิตงฺคาเร มทฺทมานสฺส คจฺฉโต จีวเร อํสุมตฺตมฺปิ น ฌายิ, อุสุมาการมตฺตมฺปิ นาโหสิ, สมาปตฺติผลํ นาเมตนฺติ วทนฺติ. เอวเมวํ สนฺตาย สมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ภิกฺขุโน อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกา โหนฺตีติ ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตโต วจีสงฺขาโรติ ตโต ปรํ กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเล วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ. กึ ภวงฺคํ วิตกฺกวิจาเร น สมุฏฺฐาเปตีติ? สมุฏฺฐาเปติ. ตํสมุฏฺฐานา ปน วิตกฺกวิจารา วาจํ อภิสงฺขาตุํ น สกฺโกนฺตีติ กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเลเนวตํ กถิตํ. สุญฺญโต ผสฺโสติอาทโย สคุเณนาปิ อารมฺมเณนาปิ กเถตพฺพา. สคุเณน ตาว สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ, ตาย สหชาตํ ผสฺสํ สนฺธาย สุญฺญโต ผสฺโสติ วุตฺตํ. อนิมิตฺตาปณิหิเตสุปิเอเสว นโย. อารมฺมเณน ปน นิพฺพานํ ราคาทีหิ สุญฺญตฺตา สุญฺญํ นาม, ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวา อนิมิตฺตํ, ราคโทสโมหปฺปณิธีนํ อภาวา อปฺปณิหิตํ. สุญฺญตํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนผลสมาปตฺติยํ ผสฺโส สุญฺญโต นาม. อนิมิตฺตาปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย.
อปรา อาคมนิยกถา นาม โหติ, สุญฺญตา, อนิมิตฺตา, อปฺปณิหิตาติ หิ วิปสฺสนาปิ วุจฺจติ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ สงฺขาเร อนิจฺจโต ปริคฺคเหตฺวา อนิจฺจโต ทิสฺวา อนิจฺจโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อนิมิตฺตา นาม โหติ. โย ทุกฺขโต ปริคฺคเหตฺวา ทุกฺขโต ทิสฺวา ทุกฺขโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส อปฺปณิหิตา นาม. โย อนตฺตโต ปริคฺคเหตฺวา อนตฺตโต ทิสฺวา อนตฺตโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส สุญฺญตา นาม. ตตฺถ อนิมิตฺตวิปสฺสนาย มคฺโค อนิมิตฺโต นาม, อนิมิตฺตมคฺคสฺส ผลํ อนิมิตฺตํ นาม. อนิมิตฺตผลสมาปตฺติสหชาเต ผสฺเส ผุสนฺเต อนิมิตฺโต ผสฺโส ผุสตีติ วุจฺจติ. อปฺปณิหิตสุญฺญเตสุปิ เอเสว นโย. อาคมนิเยน กถิเต ปน สุญฺญโต วา ผสฺโส อนิมิตฺโต วา ผสฺโส อปฺปณิหิโต วา ผสฺโสติ วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย, ตสฺมา สคุเณน เจว อารมฺมเณน จ กเถตพฺพํ. เอวญฺหิ ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ สเมติ.
วิเวกนินฺนนฺติอาทีสุ นิพฺพานํ วิเวโก นาม, ตสฺมึ วิเวเก นินฺนํ โอนตนฺติ วิเวกนินฺนํ. อญฺญโต อาคนฺตฺวา เยน วิเวโก, เตน วงฺกํ วิย หุตฺวา ฐิตนฺติ วิเวกโปณํ. เยน วิเวโก, เตน ปตมานํ วิย ฐิตนฺติ วิเวกปพฺภารํ.
๔๖๕. อิทานิ ยา เวทนา นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตา ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉนฺโต กติ ปนายฺเย, เวทนาติ อาห. กายิกํ วาติอาทีสุ ปญฺจทฺวาริกํ สุขํ กายิกํ นาม, มโนทฺวาริกํ เจตสิกํ นามาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ สุขนฺติ สภาวนิทฺเทโส. สาตนฺติ ตสฺเสว มธุรภาวทีปกํ เววจนํ. เวทยิตนฺติ เวทยิตภาวทีปกํ, สพฺพเวทนานํ สาธารณวจนํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขาติอาทีสุ สุขาย เวทนาย อตฺถิภาโว สุขํ, นตฺถิภาโว ทุกฺขํ. ทุกฺขาย เวทนาย อตฺถิภาโว ทุกฺขํ, นตฺถิภาโว สุขํ. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย ชานนภาโว สุขํ, อชานนภาโว ทุกฺขนฺติ อตฺโถ.
กึ อนุสโย อนุเสตีติ กตโม อนุสโย อนุเสติ. อปฺปหีนฏฺเฐน สยิโต วิย โหตีติ อนุสยปุจฺฉํ ปุจฺฉติ. น โข, อาวุโส วิสาข, สพฺพาย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสตีติ น สพฺพาย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ. น สพฺพาย สุขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน, น สพฺพํ สุขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. กึ ปหาตพฺพนฺติ อยํ ปหานปุจฺฉา นาม.
ราคํ เตน ปชหตีติ เอตฺถ เอเกเนว พฺยากรเณน เทฺว ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสิ. อิธ ภิกฺขุ ราคานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ฌานวิกฺขมฺภิตํ ราคานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาเตติ. โส อนาคามิมคฺเคน ปหีโนปิ ตถา วิกฺขมฺภิตตฺตาว ปฐมชฺฌาเน นานุเสติ นาม. เตนาห – ‘‘น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ. ตทายตนนฺติ ตํ อายตนํ, ปรมสฺสาสภาเวน ปติฏฺฐานภูตํ อรหตฺตนฺติ อตฺโถ. อิติ อนุตฺตเรสูติ เอวํ อนุตฺตรา วิโมกฺขาติ ลทฺธนาเม อรหตฺเต. ปิหํ อุปฏฺฐาปยโตติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส. อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา โทมนสฺสนฺติ ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ตํ ปเนตํ น ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ อุปฺปชฺชติ, ปตฺเถตฺวา อลภนฺตสฺส ปน อลาภมูลกํ อุปฺปชฺชมานํ, ‘‘อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ โทมนสฺสํ นาม เอกนฺเตน อกุสลํ, อิทํ ปน เสวิตพฺพํ โทมนสฺสํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ. โยคิโน หิ เตมาสิกํ ฉมาสิกํ วา นวมาสิกํ วา ปฏิปทํ คณฺหนฺติ. เตสุ โย ตํ ตํ ปฏิปทํ คเหตฺวา อนฺโตกาลปริจฺเฉเทเยว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามีติ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต น สกฺโกติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเลน ปาปุณิตุํ, ตสฺส พลวโทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อาฬินฺทิกวาสิมหาผุสฺสเทวตฺเถรสฺส วิย อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. เถโร กิร เอกูนวีสติวสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรสิ. ตสฺส, ‘‘อิมสฺมึ วาเร อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามิ, อิมสฺมึ วาเร วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสฺสามี’’ติ มานสํ พนฺธิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺเสว เอกูนวีสติวสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ. ปวารณาทิวเส อาคเต เถรสฺส อสฺสุปาเตน มุตฺตทิวโส นาม นาโหสิ. วีสติเม ปน วสฺเส อรหตฺตํ ปาณุณิ.
ปฏิฆํ เตน ปชหตีติ เอตฺถ โทมนสฺเสเนว ปฏิฆํ ปชหติ. น หิ ปฏิเฆเนว ปฏิฆปฺปหานํ, โทมนสฺเสน วา โทมนสฺสปฺปหานํ นาม อตฺถิ. อยํ ปน ภิกฺขุ เตมาสิกาทีสุ อญฺญตรํ ปฏิปทํ คเหตฺวา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ปสฺส ภิกฺขุ, กึ ตุยฺหํ สีเลน หีนฏฺฐานํ อตฺถิ, อุทาหุ วีริเยน, อุทาหุ ปญฺญาย, นนุ เต สีลํ สุปริสุทฺธํ วีริยํ สุปคฺคหิตํ ปญฺญา สูรา หุตฺวา วหตี’’ติ. โส เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา, ‘‘น ทานิ ปุน อิมสฺส โทมนสฺสสฺส อุปฺปชฺชิตุํ ทสฺสามี’’ติ วีริยํ ทฬฺหํ กตฺวา อนฺโตเตมาเส วา อนฺโตฉมาเส วา อนฺโตนวมาเส วา อนาคามิมคฺเคน ตํ สมุคฺฆาเตติ. อิมินา ปริยาเยน ปฏิเฆเนว ปฏิฆํ, โทมนสฺเสเนว โทมนสฺสํ ปชหติ นาม.
น ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ ตตฺถ เอวรูเป โทมนสฺเส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ. น ตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชติ, ปหีโนว ตตฺถ ปฏิฆานุสโยติ อตฺโถ. อวิชฺชํ เตน ปชหตีติ อิธ ภิกฺขุ อวิชฺชานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ฌานวิกฺขมฺภิตํ อวิชฺชานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตมคฺเคน สมุคฺฆาเตติ. โส อรหตฺตมคฺเคน ปหีโนปิ ตถา วิกฺขมฺภิตตฺตาว จตุตฺถชฺฌาเน นานุเสติ นาม. เตนาห – ‘‘น ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตี’’ติ.
๔๖๖. อิทานิ ปฏิภาคปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺโต สุขาย ปนายฺเยติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน ยสฺมา สุขสฺส ทุกฺขํ, ทุกฺขสฺส จ สุขํ ปจฺจนีกํ, ตสฺมา ทฺวีสุ เวทนาสุ วิสภาคปฏิภาโค กถิโต. อุเปกฺขา ปน อนฺธการา อวิภูตา ทุทฺทีปนา, อวิชฺชาปิ ตาทิสาวาติ เตเนตฺถ สภาคปฏิภาโค กถิโต. ยตฺตเกสุ ปน ฐาเนสุ อวิชฺชา ตมํ กโรติ, ตตฺตเกสุ วิชฺชา ตมํ วิโนเทตีติ วิสภาคปฏิภาโค กถิโต. อวิชฺชาย โข, อาวุโสติ เอตฺถ อุโภเปเต ธมฺมา อนาสวา โลกุตฺตราติ สภาคปฏิภาโคว กถิโต. วิมุตฺติยา โข, อาวุโสติ เอตฺถ อนาสวฏฺเฐน โลกุตฺตรฏฺเฐน อพฺยากตฏฺเฐน จ สภาคปฏิภาโคว กถิโต. อจฺจยาสีติ เอตฺถ ปญฺหํ อติกฺกมิตฺวา คโตสีติ อตฺโถ. นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุนฺติ ปญฺหานํ ปริจฺเฉทปมาณํ คเหตุํ นาสกฺขิ, อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส ปฏิภาคํ ปุจฺฉิ. นิพฺพานํ นาเมตํ อปฺปฏิภาคํ, น สกฺกา นีลํ วา ปีตกํ วาติ เกนจิ ธมฺเมน สทฺธึ ปฏิภาคํ กตฺวา ทสฺเสตุํ. ตญฺจ ตฺวํ อิมินา อธิปฺปาเยน ปุจฺฉสีติ อตฺโถ.
เอตฺตาวตา จายํ อุปาสโก ยถา นาม สตฺตเม ฆเร สลากภตฺตํ ลภิตฺวา คโต ภิกฺขุ สตฺต ฆรานิ อติกฺกมฺม อฏฺฐมสฺส ทฺวาเร ฐิโต สพฺพานิปิ สตฺต เคหานิ วิรทฺโธว น อญฺญาสิ, เอวเมวํ อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส ปฏิภาคํ ปุจฺฉนฺโต สพฺพาสุปิ สตฺตสุ สปฺปฏิภาคปุจฺฉาสุ วิรทฺโธว โหตีติ เวทิตพฺโพ. นิพฺพาโนคธนฺติ นิพฺพานพฺภนฺตรํ นิพฺพานํ อนุปวิฏฺฐํ. นิพฺพานปรายนนฺติ นิพฺพานํ ปรํ อยนมสฺส ปรา คติ, น ตโต ปรํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. นิพฺพานํ ปริโยสานํ อวสานํ อสฺสาติ นิพฺพานปริโยสานํ.
๔๖๗. ปณฺฑิตาติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา, ธาตุกุสลา อายตนกุสลา ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลา ฐานาฏฺฐานกุสลาติ อตฺโถ. มหาปญฺญาติ มหนฺเต อตฺเถ มหนฺเต ธมฺเม มหนฺตา นิรุตฺติโย มหนฺตานิ ปฏิภานานิ ปริคฺคณฺหนสมตฺถาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา. ยถา ตํ ธมฺมทินฺนายาติ ยถา ธมฺมทินฺนาย ภิกฺขุนิยา พฺยากตํ, อหมฺปิ ตํ เอวเมวํ พฺยากเรยฺยนฺติ. เอตฺตาวตา จ ปน อยํ สุตฺตนฺโต ชินภาสิโต นาม ชาโต, น สาวกภาสิโต. ยถา หิ ราชยุตฺเตหิ ลิขิตํ ปณฺณํ ยาว ราชมุทฺทิกาย น ลญฺฉิตํ โหติ, น ตาว ราชปณฺณนฺติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ; ลญฺฉิตมตฺตํ ปน ราชปณฺณํ นาม โหติ, ตถา, ‘‘อหมฺปิ ตํ เอวเมว พฺยากเรยฺย’’นฺติ อิมาย ชินวจนมุทฺทิกาย ลญฺฉิตตฺตา อยํ สุตฺตนฺโต อาหจฺจวจเนน ชินภาสิโต นาม ชาโต. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.